วิธีเก็บเงินให้รอดปี 2026 เมื่อการออมไม่ใช่เรื่องเครียด แต่คือทักษะเอาตัวรอด

วิธีเก็บเงินให้รอดปี 2026 เมื่อการออมไม่ใช่เรื่องเครียด แต่คือทักษะเอาตัวรอด

บทความนี้ชวนรื้อความเชื่อเก่า ๆ ว่าการออมต้องเคร่ง เครียด และเต็มไปด้วยข้อห้าม แล้วเปลี่ยนมันให้กลายเป็นกระบวนการที่เข้าใจจิตใจมนุษย์ ใช้งานได้จริง

KEY

POINTS

ถ้าย้อนกลับไปมองไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจะพบว่าคำว่า ‘วางแผนการเงิน’ ถูกพูดถึงบ่อยพอ ๆ กับคำว่า ‘ความไม่แน่นอน’ เพราะทั้งเงินเฟ้อ การเปลี่ยนแปลงของงาน เทคโนโลยีที่เข้ามาเร็วเกินตั้งตัว และรายได้ที่ไม่ได้เติบโตตามค่าครองชีพ ล้วนทำให้ปี 2026 กลายเป็นเส้นตายที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ สำหรับหลายคน

ปัญหาคือ แม้ทุกคนจะรู้ว่า ‘ควรเก็บเงิน’ แต่การออมกลับเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่ถูกเลื่อนออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ใช่เพราะขี้เกียจเสมอไป หากเพราะมันถูกเล่าให้ฟังในรูปแบบที่น่าเบื่อ เคร่งครัด และเต็มไปด้วยข้อห้าม ทั้งที่ในความเป็นจริง การเก็บเงินอาจเป็นกิจกรรมที่เบากว่านั้น สนุกกว่านั้น และสอดคล้องกับชีวิตจริงมากกว่าที่เราถูกสอนมา

บทความนี้ไม่ได้จะชวนคุณ ‘อด’ แต่จะชวนคุณ ‘รอด’ ด้วยวิธีเก็บเงินที่เป็นไปได้จริง มีงานวิจัยและแนวคิดจากต่างประเทศรองรับ และสำคัญที่สุดคือ ไม่ทำให้คุณรู้สึกว่าชีวิตถูกลดทอนลงเพียงเพราะคำว่า ‘ออม’

การเก็บเงินที่ดี ไม่ได้เริ่มจากจำนวนเงิน แต่เริ่มจากภาพในหัว

งานวิจัยด้านพฤติกรรมทางการเงินในสหรัฐฯ และยุโรปพบตรงกันว่า คนที่เก็บเงินได้ต่อเนื่องไม่จำเป็นต้องมีรายได้สูงกว่าใคร แต่มักมี ‘ภาพเป้าหมาย’ ชัดเจนกว่า กล่าวคือ พวกเขาไม่ได้ออมเพราะถูกบอกว่า ‘ควรออม’ แต่เพราะรู้ว่าเงินก้อนนั้นกำลังจะพาเขาไปสู่ชีวิตแบบใด

แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักการตั้งเป้าหมายแบบ ‘SMART’ ที่ถูกใช้ในโลกธุรกิจและการเงินอย่างแพร่หลาย โดยเน้นให้เป้าหมายมีความชัด วัดผลได้ และมีกรอบเวลา ไม่ใช่คำสวยหรูอย่าง “อยากมีเงินเก็บ” แต่เป็นภาพที่จับต้องได้ เช่น “อยากมีเงินสำรองหกเดือนของค่าใช้จ่ายภายในสิ้นปี 2026” หรือ “อยากมีเงินก้อนสำหรับเปลี่ยนงานโดยไม่ตื่นตระหนก”

เมื่อเป้าหมายชัด การออมจะไม่ใช่การสูญเสีย แต่คือการแลกเปลี่ยนบางอย่างในวันนี้ เพื่อความสบายใจในวันข้างหน้า ซึ่งเป็นแรงจูงใจที่ยั่งยืนกว่าการบังคับตัวเองอย่างมาก

จัดการเงินแบบไม่ต้องเป็นนักบัญชีด้วยกฎ 50/30/20

หนึ่งในหลักการออมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกตะวันตก คือกฎ 50/30/20 ซึ่งได้รับความนิยมจากงานเขียนด้านการเงินในสหรัฐฯ และเว็บไซต์อย่าง Investopedia หลักคิดนี้เรียบง่ายจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะใช้ได้จริง แต่กลับได้ผลเพราะมันไม่พยายามทำให้ชีวิต ‘เป๊ะ’

ครึ่งหนึ่งของรายได้ถูกใช้กับค่าใช้จ่ายจำเป็น อีกส่วนหนึ่งถูกกันไว้สำหรับความสุข และอีกส่วนสำหรับการออมและการชำระหนี้ สิ่งสำคัญไม่ใช่ตัวเลขที่ต้องเป๊ะตามสูตร แต่คือการยอมรับความจริงว่า ชีวิตต้องมีพื้นที่ให้ความสุข ไม่เช่นนั้นการออมจะกลายเป็น ‘ภาระทางใจ’ ในระยะยาว

หลายคนล้มเลิกการเก็บเงินไม่ใช่เพราะไม่มีวินัย แต่เพราะแผนการเงินของตัวเองเข้มงวดเกินไปจนรู้สึกผิดทุกครั้งที่ใช้เงินกับสิ่งที่ชอบ ทั้งที่ ‘ความรู้สึกผิด’ นี่เองคือศัตรูเงียบของการออมระยะยาว

ถ้าเก็บเงินยาก ลองเปลี่ยนมันให้เป็นเกม

ในโลกออนไลน์ช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวคิดอย่าง 52-Week Savings Challenge ได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรปและอเมริกา เพราะมันเปลี่ยนการออมให้กลายเป็นเกมที่ค่อย ๆ ไต่ระดับ จากการเก็บเงินจำนวนเล็กในสัปดาห์แรก แล้วเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา

ความสำเร็จของแนวคิดนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขสุดท้าย แต่อยู่ที่จิตวิทยาเบื้องหลัง มนุษย์มักทำสิ่งที่ดูง่ายในตอนเริ่มต้นได้ดีกว่าสิ่งที่ดูยากตั้งแต่แรก การเริ่มจากเงินจำนวนเล็กทำให้สมองไม่ต่อต้าน และเมื่อพฤติกรรมถูกทำซ้ำ ความรู้สึกต่อต้านจะค่อย ๆ ลดลงเอง

นักเศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรมเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ‘habit formation’ หรือการสร้างนิสัย ซึ่งสำคัญกว่าวินัยในระยะยาว เพราะ ‘นิสัย’ ไม่ต้องใช้แรงใจมากเท่า ‘วินัย’

รีเซ็ตนิสัยการเงินด้วยแนวคิด Financial Cleanse

อีกหนึ่งแนวคิดจากฝั่งตะวันตกที่น่าสนใจคือ Financial Cleanse หรือการล้างระบบการเงิน ในช่วงเวลาสั้น ๆ แนวคิดนี้ถูกพูดถึงในสื่อการเงินอย่าง The National และ Investopedia โดยเปรียบการจัดการเงินเหมือนการดีท็อกซ์ร่างกาย ไม่ใช่เพื่อทรมานตัวเอง แต่เพื่อมองเห็นพฤติกรรมที่เคยทำโดยไม่รู้ตัว

การใช้เวลาหนึ่งเดือนทบทวนรายจ่ายทั้งหมด ทำให้หลายคนพบว่า เงินไม่ได้หายไปเพราะเรื่องใหญ่โตเสมอไป แต่เพราะค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่สะสมโดยไม่รู้สึกตัว การเห็นภาพรวมอย่างซื่อสัตย์ช่วยให้การตัดสินใจในอนาคตง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งความรู้สึกผิดหรือการลงโทษตัวเอง

ให้ออมเกิดขึ้นเอง ด้วยพลังของระบบอัตโนมัติ

งานวิจัยด้านพฤติกรรมทางการเงินจำนวนมากชี้ตรงกันว่า วิธีออมที่ได้ผลที่สุด คือการทำให้มัน ‘ไม่ต้องคิด’ การตั้งระบบโอนเงินอัตโนมัติทันทีที่เงินเดือนเข้า เป็นเทคนิคที่ถูกแนะนำอย่างแพร่หลายในสหรัฐฯ เพราะมันตัดสินใจแทนเราในวันที่สมองยังไม่ทันต่อรอง

เมื่อเงินออมถูกแยกออกไปตั้งแต่ต้น เราจะใช้เงินที่เหลือได้อย่างสบายใจกว่า และไม่ต้องต่อสู้กับตัวเองทุกสิ้นเดือน หลักคิดนี้ตั้งอยู่บนความจริงง่าย ๆ ว่า มนุษย์ไม่เก่งในการควบคุมตัวเองตลอดเวลา แต่เก่งในการออกแบบระบบให้ช่วยควบคุมแทน

แยกเงินตามเป้าหมาย เพื่อให้การออมมีความหมาย

อีกแนวคิดหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากนักจิตวิทยาการเงิน คือการแยกเงินออมตามเป้าหมาย แทนที่จะกองรวมไว้ในบัญชีเดียว การมีบัญชีหรือกองเงินที่ตั้งชื่อชัดเจน เช่น เงินฉุกเฉิน เงินพักผ่อน หรือเงินเพื่ออนาคต ช่วยให้สมองรับรู้คุณค่าของเงินแต่ละก้อนต่างกัน

งานวิจัยเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า mental accounting ซึ่งอธิบายว่ามนุษย์ให้คุณค่าเงินไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับบริบท การตั้งชื่อเงินจึงไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นเครื่องมือทางจิตวิทยาที่ช่วยให้เราไม่เผลอใช้เงินผิดวัตถุประสงค์

ระวังกับดัก ‘ประหยัดปลอม’ ที่ชื่อว่า Spaving

ในโลกการเงินสมัยใหม่ มีคำหนึ่งที่ถูกใช้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ คือ spaving หรือการใช้เงินมากขึ้นเพราะรู้สึกว่ากำลังประหยัด เช่น การซื้อของที่ไม่จำเป็นเพียงเพราะมีโปรโมชั่น งานวิจัยและบทความในสื่อการเงินต่างประเทศเตือนว่า พฤติกรรมนี้ทำให้หลายคนใช้เงินมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ตั้งใจจะประหยัด

การเก็บเงินให้รอดปี 2026 จึงไม่ใช่แค่การออม แต่คือการรู้เท่าทันอารมณ์และกลไกทางการตลาดที่พยายามทำให้เราใช้เงินโดยอ้างคำว่า ‘คุ้ม’

การออมไม่ใช่บทลงโทษ แต่คือการดูแลตัวเองในเวอร์ชันอนาคต

ท้ายที่สุดแล้ว หลักคิดสำคัญที่สุดของการเก็บเงินไม่ใช่สูตรหรือเทคนิคใด ๆ แต่คือ ‘ทัศนคติ’ การออมที่ยั่งยืนไม่ควรทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตถูกลดทอน แต่ควรทำให้เรารู้สึกมั่นคงมากขึ้นในโลกที่ไม่แน่นอน

ปี 2026 อาจไม่ใช่ปีที่ทุกอย่างดีขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่สามารถเป็นปีที่เรารับมือกับความไม่แน่นอนได้ดีขึ้น หากเริ่มเก็บเงินอย่างเข้าใจตัวเองตั้งแต่วันนี้ เพราะในท้ายที่สุด เงินออมไม่ใช่เรื่องของตัวเลขในบัญชี แต่คือพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่เราสร้างให้ตัวเองล่วงหน้า

 

เรียบเรียง: พาฝัน ศรีเริงหล้า

ภาพ: Pixabay

 

อ้างอิง: 

Boyle, Emily. “Automatic Plan Features Help Participant Savings Rates Stay Resilient in 2024, Says Vanguard.” PLANADVISER, 24 June 2025, www.planadviser.com/automatic-plan-features-help-participant-savings-rates-stay-resilient-2024-says-vanguard/. Accessed 4 Jan. 2026.  

Financial Detox® Show. Hosted by Jason Labrum and Alex Klingensmith, Apple Podcasts, podcasts.apple.com/nz/podcast/financial-detox-show/id1749125900. Accessed 4 Jan. 2026. Apple Podcasts

Day, Brett. “The Ultimate Guide to S.M.A.R.T. Goals.” Forbes Advisor, www.forbes.com/advisor/business/smart-goals/. Accessed 4 Jan. 2026. Forbes

Dziak, Mark. “Mental Accounting.” EBSCO Research Starters, 2024, www.ebsco.com/research-starters/economics/mental-accounting. Accessed 4 Jan. 2026. EBSCO

“How to Do the 52-Week Money Challenge.” NerdWallet, www.nerdwallet.com/banking/learn/how-to-do-the-52-week-money-challenge. Accessed 4 Jan. 2026. NerdWallet

“How to Follow the 50/30/20 Rule.” Wealthsimple, www.wealthsimple.com/en-ca/learn/50-30-20-rule. Accessed 4 Jan. 2026. Wealthsimple