19 ก.พ. 2569 | 12:56 น.

KEY
POINTS
“แม่อยู่ที่ไหน หนูอยู่ที่ไหน ทำไมที่นี่ทุกคนหน้าตาเหมือนหนู แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเห็นหนูเลย”
เขาถูกแม่ทอดทิ้งตั้งแต่แรกเกิด และได้รับการดูแลจากมนุษย์ในระยะพัฒนาการแรกเริ่มของชีวิต เติบโตมาในอ้อมแขนของใครอื่นที่ไม่ใช่ผู้ให้กำเนิด ก่อนจะถูกย้ายตัวไปยังสวนสัตว์
แม้ในสวนสัตว์จะเต็มไปด้วยลิงที่มีใบหน้าและรูปร่างคล้ายคลึงกับลิงมาคากตัวน้อยอย่าง ‘พันซ์คุง’ ทว่าการได้อยู่ท่ามกลางพวกเดียวกันไม่ได้หมายความว่าเราจะรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งเสมอไป พันซ์คุงอายุ 6 เดือน เขาตัวเล็กที่สุดในกรงใหญ่ เขาเป็นทั้งเด็กใหม่ และเด็กแปลกหน้าสำหรับลิงตัวอื่น
ลิงมาคากแววตาใสซื่อพยายามกระโดดเข้าเล่นกับฝูงเพื่อนที่อายุไล่เลี่ยกัน พยายามเอื้อมแขนสองข้างเข้าหาลิงผู้ใหญ่หวังจะถูกโอบอุ้ม แต่พันซ์คุงถูกผลักให้ล้มจนตัวปลิวออกจากฝูง เขาหันไปพึ่งพิงเพื่อนที่ดูแปลกตา ‘ตุ๊กตาอุรังอุตัง’ เป็นสิ่งเดียวที่เจ้าหน้าที่สวนสัตว์มอบให้ เขาพกมันติดตัวไปด้วยทุกที่ กอดไว้แน่นยามหลับใหล ทั้งยึดมันไว้ในอ้อมแขนเมื่อความกังวลเข้าถาโถม สองมือน้อย ๆ ของพันซ์คุงลูบขนฟูฟ่อง พุงที่ยัดปุยนุ่นกลายเป็นหลุมหลบภัยอันอบอุ่น ตุ๊กตาที่ไม่มีหัวใจเต้นอยู่ข้างในคือสิ่งมีชีวิตที่น่ารักที่สุดสำหรับพันซ์คุง
การที่เราเห็นภาพพันซ์คุงทำให้เราตระหนักได้ถึงสิ่งที่อยู่ลึกใต้ก้นบึ้งจิตใจ ใช่เพราะพันซ์คุงน่าเห็นใจ แต่เพราะเขากำลังบอกเรากลาย ๆ ว่าสัตว์หรือมนุษย์ต่างก็ต้องการ ‘ความอบอุ่น’ ความอบอุ่นไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือยที่เราต้องมอบให้กันอยู่เสมอ หากแต่มันคือสิ่งจำเป็นต่อการอยู่รอดของชีวิตมากพอ ๆ กับอาหารสามมื้อ เราให้ความอบอุ่นแก่กันและกันเพราะสมองและหัวใจถูกออกแบบมาเช่นนั้น ตั้งแต่ทารกที่หยุดร้องไห้เมื่อมีคนอุ้ม กระทั่งผู้ใหญ่ที่รู้สึกว่าใจสงบลงเมื่อใครสักคนพูดว่าเข้าใจนะ มันจะไม่เป็นไรนะ
การได้รับการตอบสนองจากคนอื่นทำให้ระบบประสาทของเราปลอดภัย ความหวั่นกลัวและฮอร์โมนเครียดจะลดฮวบลงอย่างน่าประหลาด ความเชื่อใจจะค่อย ๆ งอกเงยขึ้นมา ความอบอุ่นจะแผ่มวลขยายล้อมรอบเรา
ความอบอุ่นเกิดขึ้นจาก ‘ความผูกพัน’ และทฤษฎีความผูกพันคือคำอธิบายว่าทำไมเราทุกคนมองความรักต่างกัน เพราะความสัมพันธ์ที่ผูกพันเริ่มขึ้นเมื่อเราอยู่ในวัยแบเบาะ วัยที่เราตัวเล็กขนาดว่าหัวยังไม่พ้นขอบเตียง รูปแบบความผูกพันทั้งหลายที่ก่อตัวขึ้นในวัยนั้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีที่เราถูกอุ้ม ถูกปลอบ ถูกตอบสนอง กระทั่งเราอาจไม่ได้รับอะไรจากใครเลย ทั้งหมดจะค่อย ๆ กลายเป็นโครงสร้างลับ ๆ ในใจเรา และโครงสร้างดังว่าส่งผลต่อความไว้วางใจ ความใกล้ชิด รวมถึงพฤติกรรมที่เราแสดงออกแก่ความรักเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่
เราต่างเกิดมาพร้อมกับสัญชาตญาณในการมองหาใครสักคนที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย เราไม่ได้ต้องการแค่การอยู่รอดทางกายภาพแต่ความมั่นคงทางใจก็ด้วย สายใยแรกเริ่มจึงเป็นเหมือนรากไม้ใต้ดินที่มองไม่เห็น แต่มันจะยึดโยงเราไปทั้งชีวิต หากว่ารากนั้นแข็งแรง เรามักจะเติบโตขึ้นมาอย่างมั่นคงในความสัมพันธ์ แต่หากมันสั่นคลอนแต่เริ่ม เราอาจกลายเป็นคนขี้กังวล กลัวการถูกทอดทิ้ง หรือเลือกถอยหนีจากความใกล้ชิดเพราะกลัวความเจ็บปวด ทั้งหมดไม่ใช่เพราะเราอ่อนแอหรอก แต่เพราะหัวใจของเรากำลังทำงานตามแบบที่มันเคยเรียนรู้มาตั้งแต่วันแรก ๆ ของชีวิต
สายใยแรกจะก่อตัวขึ้นระหว่างทารกและผู้ดูแลหลักของเขาในระยะที่ชีวิตเปราะบางที่สุด เด็กเล็กจะเรียนรู้ผ่านการตอบสนองของผู้ที่อุ้มเขาไว้ ความรู้สึกปลอดภัยในคราวนั้นจะฝังตัวเป็นรากฐานความสัมพันธ์ในอนาคต ความผูกพันทั้งในเด็กและผู้ใหญ่จะแสดงออกผ่านพฤติกรรมที่คล้ายกันอย่างการพยายามเข้าใกล้คนที่เรารู้สึกผูกพันเมื่อเราทุกข์ มนุษย์เรามีแนวโน้มจะมองหาคนของเราในยามที่รู้สึกไม่มั่นคง เพราะการได้อยู่ใกล้กับพวกเขาจะช่วยยืนยันกับหัวใจตัวเองว่าเราไม่ได้กำลังเผชิญโลกอยู่ลำพัง
รูปแบบความผูกพันคือลายเซ็นทางอารมณ์ของเราในความสัมพันธ์ โดยเฉพาะในเวลาที่ความสัมพันธ์สั่นคลอน เราจะเห็นวิธีที่เราเผชิญหน้ากับความกลัวว่าจะสูญเสียใครสักคนไป คนที่มีความผูกพันแบบมั่นคงมักจะเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา กล้าขอความช่วยเหลือเมื่อประสบปัญหา และเชื่อว่าความใกล้ชิดสนิทสนมไม่ใช่ภัยคุกคามที่จะแว้งมาทำร้ายเขาในภายหลังแต่มันคือที่พักพิง ในทางกลับกันในคนที่มีความผูกพันแบบไม่มั่นคงมักจะเผลอเกาะติดผู้อื่นมากเกินไป เรียกหาความมั่นใจซ้ำๆ เข้าควบคุมคนอื่น หรือปกป้องตัวเองด้วยท่าทางเย็นชาราวว่าไร้ความรู้สึก เพราะความใกล้ชิดทำให้เขารู้สึกเปราะบาง
การเข้าใจรูปแบบความผูกพันของตัวเราจึงสำคัญ เพราะมันทำให้เราเห็นว่าทำไมเราตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ในความสัมพันธ์แบบนั้น เราอาจกระวนกระวายใจเมื่อคนรักเงียบหายไป คิดไกลว่าเขามีคนอื่นหรือเปล่าทั้งที่จริงเขาอาจยุ่งกับงานจนหัวหมุน เราอาจจิตตกไปเป็นเดือนเมื่อได้ยินคำพูดเล็ก ๆ จากใครสักคนที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะกระแทกใส่เราแต่มันดันทิ่มแทงเราเข้า เราอาจต้องการความใกล้ชิดและขณะเดียวกันก็หวาดกลัวมันคล้ายคนที่อยากมีรักแต่ดันกลัวความรัก เมื่อเรามองเห็นแพทเทิร์นเหล่านี้ เราจะเข้าใจความต้องการลึก ๆ ของตัวเอง และค่อย ๆ เรียนรู้วิธีรับมือกับปัญหาในความสัมพันธ์อย่างมีสติมากกว่าจะปล่อยให้บาดแผลเก่าเป็นตัวผลักชีวิตเราไปข้างหน้า
แม้ว่ารูปแบบความผูกพันจะถูกหล่อหลอมอย่างมากจากสายสัมพันธ์ในวัยเด็กของเรา แต่ความแข็งแรงของมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัยที่เราถูกเลี้ยงดูเท่านั้น แก่นแท้อยู่ที่การสื่อสารทางอารมณ์โดยไม่ใช่คำพูด เหมือนที่ทารกสื่อสารความรู้สึกตัวเองผ่านสัญญาณเล็ก ๆ เช่น การร้องไห้ ส่งเสียงแอะเบาๆ หัวเราะคิกคัก หากมีคนรับรู้และตอบสนองสัญญาณของเขาอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ทารกเรียนรู้ว่าเมื่อเขาต้องการใครสักคนก็จะมีใครสักคนอยู่กับเขา
ในทำนองเดียวกันหากว่าวัยผู้ใหญ่ของเรามีรูปแบบความผูกพันที่ไม่มั่นคงก็ไม่อาจโทษผู้เลี้ยงดูได้สำหรับทุกปัญหาที่เกิดในความสัมพันธ์ เพราะประสบการณ์ความสัมพันธ์ในทุกวัยของเราล้วนมีส่วนหล่อหลอมรูปแบบความผูกพันของเราเช่นกัน
นักจิตวิทยา ‘แฮร์รี ฮาร์โลว์’ ทำการทดลองในทศวรรษ 1950 และการทดลองของเขาทำให้ผู้คนเข้าใจความรักความผูกพันมากขึ้น ฮาร์โลว์นำลูกลิงรีซัสตัวน้อยเข้าเผชิญหน้ากับแม่ลิงสองประเภท แม่ลิงตัวหนึ่งถูกทำจากลวดแข็งทั้งมีขวดนมอยู่ข้างกาย แม่ลิงอีกตัวหนึ่งทำจากผ้านุ่มดูอบอุ่นแต่ไม่มีขวดนม และลูกลิงเลือกจะเกาะกอดแม่ลิงที่ทำจากผ้านุ่ม มันซุกตัวลงหาความอบอุ่น การทดลองดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแค่ทฤษฏีความผูกพันให้ลึกซึ้งลงไปอีก แต่มันเป็นเหมือนการเปิดโปงความจริงที่เปราะบางที่สุดของสิ่งมีชีวิตว่า เราไม่อาจอยู่รอดได้ด้วยอาหารอย่างเดียว เราอยู่รอดได้ด้วยรักและความอบอุ่น
‘โดนัลด์ วินนิคอตต์’ นักจิตวิทยาเรียกแม่ลิงที่เป็นตุ๊กตาผ้านุ่มว่า ‘วัตถุเปลี่ยนผ่าน’ มันเป็นดังสะพานเล็ก ๆ ที่คอยเชื่อมระหว่างความสูญเสียกับการอยู่รอด เป็นสิ่งที่คอยช่วยพยุงหัวใจของเรา ใครหลายคนคงเคยมีผ้าห่มที่ปัจจุบันขาดลุ่ยแล้ว หรือตุ๊กตาเน่าตัวเก่าที่มีกลิ่นน้ำนมฟุ้งไปหมด แต่เรากลับกอดมันอย่างหวงแหนเพราะมันไม่เคยเก่า ไม่เคยเหม็นสำหรับเราเลย ตรงกันข้ามตุ๊กตาเน่าคือกลิ่นอุ่น ๆ ที่เราโหยหา เพราะวัตถุไม่มีชีวิตให้ความอบอุ่นอย่างสม่ำเสมอแก่เรา ขณะที่มนุษย์หลายคนรอบตัวไม่อาจให้เราได้ สิ่งของที่เราผูกพันไม่เคยหายไปไหน มันไม่เคยปฏิเสธกอดของเรา และไม่เคยทำให้เรารู้สึกว่าความเป็นตัวเองมันมากเกินไปแม้สักครั้ง
พฤติกรรมของพันซ์คุงก็สะท้อนทฤษฎีดังกล่าว เขาเติบโตมาในอ้อมแขนของมนุษย์ ไม่เคยเรียนรู้ภาษาลับทางสายตาของลิง ไม่เคยซึมซับพิธีกรรมการแต่งขนที่สื่อถึงการยอมรับเขา ไม่เคยเข้าใจลำดับชั้นของลิงที่โดยปกติแม่ลิงจะสอนลูกลิงเพื่อให้อยู่ร่วมกับลิงตัวอื่นได้ดี พันซ์คุงจึงยืนอยู่ท่ามกลางฝูงลิงลำพังเพราะแม้เขาจะฟังภาษาของลิงตัวอื่นออก แต่ลิงตัวอื่นกลับไม่เข้าใจภาษาของเขา และพันซ์คุงเลือกอยู่กับตุ๊กตาอุรังอุตังที่ไม่เคยผลักไสเขาแม้แต่ครั้งเดียว
ข่าวดีก็คือรูปแบบความผูกพันไม่ใช่ชะตากรรมตายตัวของชีวิตนะ มันคือแบบแผนที่เราสามารถทำความเข้าใจ ค่อย ๆ เยียวยาและเปลี่ยนแปลงได้ หากเราเริ่มฟังเสียงความต้องการลึก ๆ ภายในของตัวเองอย่างอ่อนโยนมากกว่าจะตัดสินโบยตีตัวเอง
เราจึงเริ่มเห็นวิถีชีวิตของพันซ์คุงเปลี่ยนไป ลิงมาคากตัวน้อยปรับตัวเองอย่างช้า ๆ เหมือนแผลใจที่ค่อย ๆ ปิดสนิท แม้ตุ๊กตาจะยังอยู่ในอ้อมแขนแต่ไม่ได้หมายความว่าเขาอ่อนแอ หากมันเป็นสัญญาณว่าการฟื้นจิตใจและอารมณ์ก็ต้องการเวลา รอยแตกแยกในวัยเด็กที่เกิดขึ้นไม่อาจถูกสมานได้ด้วยคำว่า ‘โตแล้ว’ เพียงคำเดียว
เรื่องของพันซ์คุงใช่เป็นแค่ภาพไวรัลที่ทำให้เรายิ้มทั้งน้ำตา คอยทำให้เราเชียร์อยู่ในใจว่า “สู้เขาเจ้าหนู” หรือเราอาจรู้สึกอยากปกป้องพันซ์คุงด้วยการขู่ว่า “คอยดูนะ ฉันจะยกโขยงลิงลพบุรีไปเขวี้ยงหมัดใส่ลิงทุกตัวที่ผลักพันซ์คุง” ความเห็นเล็ก ๆ ของเราที่มีต่อพันซ์คุงก็เป็นหนึ่งในการบ่งบอกรูปแบบความผูกพันที่เรามี สังเกตให้ดีว่าเราอยากกอดพันซ์คุงเพราะอะไร เพราะเรามีความอบอุ่นในตัวเองมากพอจะแผ่ขยายไปโอบล้อมเขา หรือเพราะตัวเราเองก็กำลังต้องการการโอบกอดจากผู้คนรอบตัวเหมือนพันซ์คุง
มันมีเหตุผลเสมอที่เราร้องไห้เมื่อเห็นลิงตัวหนึ่งกอดตุ๊กตาลิงไว้แน่น เพราะเราต่างรู้ว่าลึก ๆ ในใจเราก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่กำลังมองหาอ้อมแขนของใครสักคนเพื่อบอกว่า “นี่! ไม่ต้องเผชิญทุกอย่างคนเดียวหรอก ฉันก็ยืนอยู่บนโลกเหมือนกัน”
“แม่อยู่ที่ไหน หนูอยู่ที่สวนสัตว์ ทุกคนที่นี่หน้าตาเหมือนหนูเลย เมื่อวานคุณปู่ลิงแต่งขนให้หนูด้วยนะ สงสัยว่าหนูจะมีเพื่อนแล้วแน่เลย ไม่ต้องห่วงแล้วนะแม่”
เรื่อง: ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม
ภาพ: X/ichikawa_zoo
อ้างอิง:
https://www.verywellmind.com/what-is-attachment-theory-2795337
https://www.simplypsychology.org/attachment.html
https://www.helpguide.org/relationships/social-connection/attachment-and-adult-relationships