‘January Blues’ ปรากฏการณ์ความหม่นหลังเทศกาลปีใหม่

‘January Blues’ ปรากฏการณ์ความหม่นหลังเทศกาลปีใหม่

ชวนทำความเข้าใจ ‘January Blues’ ผลลัพธ์ของชีววิทยา โครงสร้างชีวิต และความคาดหวังที่ถาโถมพร้อมกันในช่วงต้นปี

KEY

POINTS

เดือนมกราคมมักมาพร้อมคำอวยพร และความคาดหวังใหม่ที่ถูกวางไว้บนบ่า แต่ทันทีที่ไฟประดับถูกเก็บ เสียงเพลงรื่นเริงเงียบลง และปฏิทินพลิกกลับสู่วันทำงานตามปกติ หลายคนกลับพบว่า ใจของตนเองไม่ได้สดใสหรือฮึกเหิมอย่างที่ควรจะเป็น ความรู้สึกว่างเปล่า เหนื่อยล้า หรือหดหู่เล็ก ๆ ค่อย ๆ แทรกตัวเข้ามาโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ได้เกิดขึ้นกับใครคนใดคนหนึ่ง หากในทางจิตวิทยาและสังคมศาสตร์ มีคำเรียกประสบการณ์ร่วมนี้ว่า ‘January Blues’

January Blues ไม่ใช่โรคทางจิตเวช แต่เป็นคำที่ใช้เรียก ‘สภาวะทางอารมณ์ร่วมกัน’ ของผู้คนจำนวนมากในช่วงเดือนมกราคม เป็นช่วงเวลาที่ความสุขจากเทศกาลปีใหม่จบลง ขณะที่ชีวิตจริงกลับมาเดินต่ออย่างไม่รอใจให้ทันปรับตัว ภาวะนี้จึงมักมาพร้อมความเศร้า ความหม่น หรือความรู้สึกโหวง ๆ แบบที่อธิบายไม่ถูก ซึ่งนักจิตวิทยามักเรียกว่า ‘post-holiday letdown’

สิ่งสำคัญคือ January Blues ต้องไม่ถูกเหมารวมกับ ‘ภาวะซึมเศร้าตามฤดูกาล’ หรือ ‘Seasonal Affective Disorder’ (SAD) ซึ่งเป็นภาวะทางคลินิกที่รุนแรงและเรื้อรังกว่า SAD ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างชัดเจน ทั้งระดับพลังงาน อารมณ์ และการทำงานของสมอง ในขณะที่ January Blues มักเป็นอารมณ์เศร้าชั่วคราว ที่เกิดขึ้นเป็นระยะ และค่อย ๆ จางลงเมื่อเวลาผ่านไป

คำถามคือ เหตุใดความรู้สึกนี้จึงมักเกิดขึ้นใน ‘เดือนมกราคม’ มากกว่าเดือนอื่น

คำตอบไม่ได้อยู่ที่จิตใจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายปัจจัยที่ทำงานพร้อมกัน ทั้งทางชีววิทยา จิตวิทยา และโครงสร้างของชีวิตประจำวัน ในหลายประเทศ เดือนมกราคมอยู่ในช่วงฤดูหนาวที่แสงแดดน้อย ความมืดและอากาศเย็นส่งผลโดยตรงต่อ ‘นาฬิกาชีวิตของมนุษย์’ หรือ ‘circadian rhythm’ เมื่อร่างกายได้รับแสงแดดลดลง การหลั่งสารเซโรโทนิน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่ออารมณ์และความรู้สึกเป็นสุขก็ลดลงตามไปด้วย ขณะเดียวกัน การขาดวิตามินดีจากแสงแดดยังสัมพันธ์กับความอ่อนเพลียและภาวะซึมเศร้าในหลายงานวิจัย

แม้ในประเทศที่ไม่ได้มีฤดูหนาวรุนแรง ปัจจัยด้านโครงสร้างชีวิตก็ยังคงทำงานอย่างหนัก หลังเทศกาลปีใหม่ หลายคนต้องเผชิญกับความจริงเรื่องการเงิน ค่าใช้จ่ายที่สะสมจากปลายปี หนี้บัตรเครดิต ภาษี หรือรายจ่ายที่รออยู่ข้างหน้า ความเครียดทางเศรษฐกิจจึงเข้ามาแทนที่บรรยากาศเฉลิมฉลองอย่างรวดเร็ว

‘January Blues’ ปรากฏการณ์ความหม่นหลังเทศกาลปีใหม่

ขณะเดียวกัน เดือนมกราคมยังถูกบีบเค้นจากความคาดหวังทางวัฒนธรรมไว้มากเป็นพิเศษ แนวคิด ‘New Year’s Resolutions’ ที่ดูเหมือนสร้างแรงบันดาลใจ กลับกลายเป็นแรงกดดันโดยไม่รู้ตัว การตั้งเป้าหมายใหญ่เกินจริง หรือเป้าหมายที่ไม่สอดคล้องกับสภาพจิตใจและชีวิตจริง ทำให้หลายคนเริ่มต้นปีด้วยความกลัวความล้มเหลวมากกว่าความหวัง และเมื่อทำไม่ได้ตามที่ตั้งใจ ความรู้สึกผิดต่อตัวเองก็ยิ่งทวีคูณ

การเปลี่ยนผ่านจากช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนสู่กิจวัตรการทำงานที่เข้มงวด ยังส่งผลต่อระบบอารมณ์ของมนุษย์อย่างชัดเจน สมองต้องปรับตัวจากโหมด ‘รางวัล’ กลับสู่โหมด ‘ความรับผิดชอบ’ ในเวลาอันสั้น ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์จึงไม่ใช่สัญญาณของความขี้เกียจ แต่เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของร่างกายและจิตใจ

ผลของ January Blues ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความรู้สึกเศร้าเท่านั้น งานวิจัยด้านประสาทวิทยาพบว่า ในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงที่แสงแดดน้อย ประสิทธิภาพด้านความจำ สมาธิ และการเรียนรู้ของสมองมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับฤดูอื่น หลายคนจึงรู้สึกว่าคิดช้าลง ทำงานไม่ลื่น หรือขาดแรงจูงใจ ทั้งที่ความสามารถของตนเองไม่ได้เปลี่ยนไป

ในระดับพฤติกรรม January Blues ยังสะท้อนผ่านการกิน การนอน และความสัมพันธ์กับผู้อื่น ความอยากอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลเพิ่มขึ้น การนอนมากผิดปกติหรือนอนไม่หลับสลับกัน รวมถึงความเฉื่อยชาจากการไม่อยากขยับร่างกาย ล้วนเป็นกลไกที่ร่างกายพยายามรักษาสมดุลพลังงานและอารมณ์ของตนเอง

น่าสนใจว่า ในช่วงเวลาที่อากาศเย็นหรือจิตใจรู้สึกหนาว ผู้คนกลับโหยหาความอบอุ่นจากผู้อื่นมากขึ้น นักจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ‘social thermoregulation’ ซึ่งอธิบายว่ามนุษย์มีแนวโน้มแสวงหาความใกล้ชิดทางอารมณ์ในช่วงที่ร่างกายหรือจิตใจรู้สึกไม่ปลอดภัย งานวิจัยพบว่าผู้คนมักเลือกดูหนังรักโรแมนติก ค้นหาเว็บไซต์หาคู่ หรือให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์มากขึ้นในช่วงนี้

‘January Blues’ ปรากฏการณ์ความหม่นหลังเทศกาลปีใหม่

เมื่อเข้าใจว่า January Blues ไม่ได้เกิดจาก ‘ความอ่อนแอ’ แต่เป็นผลจากหลายระบบที่ซ้อนทับกัน วิธีรับมือจึงไม่จำเป็นต้องรุนแรงหรือหักดิบ แหล่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากชี้ว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันสามารถช่วยประคองอารมณ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ การรับแสงแดดในช่วงเช้า การนั่งใกล้หน้าต่าง หรือการออกไปเดินสั้น ๆ ช่วยปรับนาฬิกาชีวิตและระดับฮอร์โมนในสมองได้ แม้ในวันที่แดดน้อย การใช้โคมไฟบำบัดก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

การขยับร่างกาย แม้เพียงเล็กน้อย ช่วยกระตุ้นการหลั่งเอ็นโดรฟิน ซึ่งมีผลโดยตรงต่ออารมณ์ ขณะเดียวกัน การเลือกอาหารที่ช่วยรักษาระดับพลังงานและน้ำตาลในเลือด เช่น ธัญพืช ถั่ว เบอร์รี่ กล้วย หรือดาร์กช็อกโกแลต ยังช่วยลดความเหวี่ยงของอารมณ์ได้ดีกว่าการพึ่งพาของหวานเพียงชั่วคราว

ในระดับจิตใจ การปรับมุมมองต่อเดือนมกราคมอาจสำคัญไม่แพ้การดูแลร่างกาย การยอมรับว่าช่วงเวลานี้ไม่จำเป็นต้องสดใส การมองฤดูหนาวหรือช่วงต้นปีในฐานะเวลาของการพัก ฟื้นฟู และสะท้อนตัวตน แทนที่จะเร่งรีบเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในทันที อาจช่วยลดแรงกดดันที่ไม่จำเป็นลงได้ การตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ที่สอดคล้องกับชีวิตจริง และให้เวลากับกิจกรรมที่ให้ความสบายใจ เช่น การอ่าน การเขียน หรือการอยู่กับคนที่ไว้ใจ ล้วนเป็นวิธีดูแลใจที่ไม่ต้องฝืนตัวเอง

แน่นอนว่า หากอาการเศร้า หมดแรง หรือสิ้นหวังรุนแรงและยืดเยื้อจนรบกวนการใช้ชีวิต การขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งจำเป็น การทำจิตบำบัด การใช้ยา หรือการรักษาทางการแพทย์อื่น ๆ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ 

ท้ายที่สุด January Blues อาจไม่ใช่ศัตรูที่ต้องเอาชนะ หากเป็นสัญญาณเตือนเบา ๆ ว่า มนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรที่รีเซ็ตได้พร้อมกันทุกวันที่ 1 มกราคม บางคนเริ่มต้นปีด้วยการวิ่ง บางคนเริ่มต้นด้วยการประคองตัวเอง และทั้งสองแบบต่างก็เป็นการเริ่มต้นที่ถูกต้องในแบบของมันเอง

 

เรียบเรียง: พาฝัน ศรีเริงหล้า

ภาพ: Pexesl

 

อ้างอิง:

American Psychiatric Association. Seasonal Affective Disorder (SAD). psychiatry.org, 2026, https://www.psychiatry.org/patients-families/seasonal-affective-disorder. Accessed 7 Jan. 2026. psychiatry.org

Mayo Clinic Staff. Vitamin Deficiency Anemia – Symptoms & Causes. Mayo Clinic, 2025, https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/vitamin-deficiency-anemia/symptoms-causes/syc-20355025. Accessed 7 Jan. 2026. Mayo Clinic

National Institute of Mental Health. Seasonal Affective Disorder. nimh.nih.gov, 2025, https://www.nimh.nih.gov/health/publications/seasonal-affective-disorder. Accessed 7 Jan. 2026. National Institute of Mental Health

Psychology Today. “Is It Seasonal Affective Disorder or the Winter Blues?” Psychology Today, 27 Nov. 2024, https://www.psychologytoday.com/us/blog/life-without-anxiety/202411/is-it-seasonal-affective-disorder-or-the-winter-blues. Accessed 7 Jan. 2026. Psychology Today

PrairieCare. “How to Help Young People Recover from Post-Holiday Letdown.” PrairieCare, 19 Dec. 2025, https://prairie-care.com/post-holiday-letdown/. Accessed 7 Jan. 2026. PrairieCare

BBC News. “Why So Many People Overspend on Their Holidays.” BBC Worklife, 19 Sept. 2017, https://www.bbc.com/worklife/article/20170919-why-so-many-people-overspend-on-their-holidays. Accessed 7 Jan. 2026.