10 ธ.ค. 2568 | 15:00 น.

เจาะลึกแนวคิดเบื้องหลังแคมเปญฉลองเทศกาลปีใหม่สุดยิ่งใหญ่ ‘Monchhichi X The Mall Group The Great New Year 2026’ ที่ทางเดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ร่วมมือกับ เซกิกูชิ (Sekiguchi) ผู้สร้างสรรค์คาแรกเตอร์ ‘มอนชิชิ’ (Monchhichi) คาแร็คเตอร์สุดน่ารักสัญชาติญี่ปุ่นที่ครองใจผู้คนทั่วโลกมากว่า 50 ปี โดย ‘มอนชิชิ’ จะมาสร้างปรากฏการณ์แห่งความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นครั้งแรกในไทย และครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด อธิบายถึงภาพรวมตลาด Art Toy และ Character Culture ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ไอเท็มเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้คนทั่วโลก และในปัจจุบันยังถูกยกให้เป็น Cultural Object ที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม โดยเฉพาะในหมู่ผู้บริโภคกลุ่ม Millennials และ Gen Z ที่นิยมใช้คาแรกเตอร์แสดงออกถึงตัวตน ความเป็นแฟนด้อม และเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้อีกด้วย
“กระแสความนิยมอาร์ตทอยและคาแรกเตอร์ ไม่ได้เป็นแค่โอกาสในการค้าขาย แต่เป็น Cultural Connector ที่จะช่วยให้ห้างฯ เชื่อมต่อกับผู้บริโภคเจเนอเรชันใหม่ได้ในเชิงลึก ทั้งในแง่ของความรู้สึก การเล่าเรื่อง และการสร้างประสบการณ์ที่จับต้องได้ ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของเราในการเป็น Innovative Retailtainment Destination”
สำหรับเดอะมอลล์ กรุ๊ป ‘ห้างสรรพสินค้า’ จึงไม่ได้เป็นแค่ ‘สถานที่’ แต่สามารถมีบทบาทเป็น ‘ผู้ริเริ่มเชื่อมโยง” (Innovator & Connector) กับทุกภาคส่วน ทั้งลูกค้า ชุมชน คู่ค้า แบรนด์พารท์เนอร์ พันธมิตรภาครัฐและเอกชน จนเป็นที่มาของแคมเปญ Monchhichi X The Mall Group The Great New Year 2026 เพื่อร่วมกันส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้
คุณวรลักษณ์เล่าถึงแนวคิดเบื้องหลังความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรในตลาดคาแรกเตอร์ ไม่ว่าจะในไทยหรือระดับโลก หลักสำคัญคือ ต้องเป็นการผสานความร่วมมือที่ยังคงรักษาเสน่ห์และจิตวิญญาณของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ไว้ได้อย่างลงตัว
“สิ่งสำคัญที่ทำให้เราตัดสินใจตอบรับการเชิญชวนจากพาร์ทเนอร์อย่าง Take Toys ผู้ถือลิขสิทธิ์และจัดจำหน่ายสินค้า Monchhichi อย่างเป็นทางการในไทย คือ รากฐานในจุดร่วมเชิงคุณค่าและวัฒนธรรมของเรากับบริษัท Sekiguchi ประเทศญี่ปุ่น ที่มีทั้งความน่าเชื่อถือ (Credibility) ความผูกพันกับคนทั่วโลก (Legacy) มายาวนานกว่า 50 ปี ซึ่งจะเข้ามาเสริมพลังให้กับแบรนด์ (Brand Synergy) และช่วยในการขยายฐานลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศ (Market Expansion) รวมถึงสร้างชุมชนคนรุ่นใหม่ (Community) ที่ชื่นชอบการสร้างความสัมพันธ์เชิงประสบการณ์ได้อีกด้วย”
โดยหนึ่งในผลงานของบริษัท Sekiguchi ที่กลายเป็นขวัญใจของนักสะสมทั่วโลกอย่าง Monchhichi มีความหมายสื่อถึง ‘ความสุข มิตรภาพ ความอบอุ่น’ ที่พร้อมส่งมอบความรู้สึกดีๆ ให้กับคนทุกเพศทุกวัย
“เรามองหาตัวแทนเชิงสัญลักษณ์ที่สามารถมอบความสุขให้กับผู้คน โดย Monchhichi นั้นเป็นคาแรกเตอร์ที่มีความหมายสื่อถึงความสุข มิตรภาพ และความอบอุ่น สอดคล้องกับคุณค่าที่เราให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่”
“นอกจากนั้น Monchhichi ยังมีประวัติยาวนานกว่า 50 ปี สร้างความผูกพันกับผู้คนทั่วโลกในหลากหลายเจเนอเรชัน และเป็นการแลกเปลี่ยนเชิงวัฒนธรรมของไทย-ญี่ปุ่นในรูปแบบที่ร่วมสมัย ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นับเป็นการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ เพื่อตอบโจทย์คนที่ชื่นชอบคาแรกเตอร์ โดย Monchhichi ยังเป็น Art Item ที่มาแรงในกลุ่ม Fashionista ทั่วโลก เห็นได้จากโปรเจ็กต์ Collaboration ระหว่าง Monchhichi กับแบรนด์ในหลากหลายวงการ ตั้งแต่แฟชั่น เครื่องสำอาง แก็ดเจ็ต อาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น”
คุณวรลักษณ์เล่าถึงการออกแบบ ‘ประสบการณ์ความสุขซน’ ในแคมเปญ Monchhichi X The Mall Group The Great New Year 2026 โดยตั้งใจแบ่งออกเป็นหลายๆ เฟส เพื่อมอบความสุขให้ผู้บริโภคได้ลองสัมผัสประสบการณ์ในหลากหลายมิติ ทั้งสินค้า บริการ และกิจกรรมตลอดเทศกาลปีใหม่นี้
เริ่มจากไฮไลต์อย่าง ‘Monchhichi On Tour’ ที่ทางทีมตั้งใจพา Monchhichi ออกไปมอบความสุขให้กับผู้คนในย่านสุขุมวิทและทรงวาด พร้อมเปิดโอกาสให้ได้ทำกิจกรรมน่ารักๆ ร่วมกัน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีมาก ทั้งจำนวนผู้ร่วมกิจกรรม และคอนเทนต์จำนวนมากที่เกิดขึ้นแบบออร์แกนิค
สำหรับกิจกรรมที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาดนั้นมี ‘Monchhichi Holiday Store’ Pop-up แห่งแรกและแห่งเดียวในไทย จัดขึ้นที่ Emporium Department Store จนวันที่ 10 ธันวาคม 2568 รวมถึง ‘Monchhichi Funtivities’ ในทุกๆ สุดสัปดาห์ที่ห้างฯ ในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทุกสาขา รวมถึงกิจกรรม Monchhichi Meet & Greet, Blind Box Surprise และการแสดงพิเศษ Christmas Carol ในวันที่ 24 – 25 ธันวาคม 2568
และอีกไฮไลต์ที่กระแสตอบรับล้นหลาม ทั้งในห้างฯ และในโลกออนไลน์ คือ งานออกแบบลาย Monchhichi บนเช็ตกระดาษห่อขวัญ และถุงช้อปปิ้งสุด Exclusive ที่มีลายให้เลือกหลากสไตล์ ตามคาแรกเตอร์ห้างฯ ทำให้หลายคนตั้งใจตามเก็บให้ครบทุกแบบ พิเศษด้วยบริการห่อของขวัญด้วยผ้าแบบ Furoshiki ซึ่งเป็นการนำศิลปะญี่ปุ่นมาตีความร่วมกับความประณีตแบบไทย ส่งผลให้ ‘ประสบการณ์การให้’ มีความหมายยิ่งขึ้น โดยยังมี Monchhichi Gift With Purchase พิเศษเฉพาะในงานนี้เท่านั้น
ส่วนปลายปียังมีโปรเจ็กต์ใหญ่อย่าง ‘Monchhichi Christmas Town’ ที่ The Mall Lifestore Bangkapi ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2568 - 4 มกราคม 2569 โดยจะเป็นแลนด์มาร์กสำคัญอีกแห่งของเทศกาลในปีนี้ และทุกคนยังสามารถไปตามเก็บคอลเลกชัน Monchhichi ต่อได้ที่แผนก BeTrend ทุกสาขาอีกด้วย
คุณวรลักษณ์กล่าวถึง ‘กลยุทธ์ 3C’ ซึ่งเป็นกรอบความคิดในการดำเนินแคมเปญ โดยมีที่มาจาก 3 แกนหลักๆ ได้แก่ Consumer (สร้างประสบการณ์ความสุขรูปแบบใหม่) Commerce (กระตุ้นตลาดอาร์ตทอยและของสะสม) และ Community (ผสาน Soft Power ไทย-ญี่ปุ่น)
“เราเริ่มจากความชอบและความต้องการของลูกค้าเป็นที่ตั้ง ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มองหาแค่การซื้อขายเพียงอย่างเดียว (Consumer) นำไปสู่โอกาสทางธุรกิจที่เป็นไปได้ใหม่ๆ (Commerce) และผสานพลังความร่วมมือของชุมชน ทั้งพันธมิตรภาครัฐและเอกชน (Community) เพื่อสร้างพลังและความยั่งยืนร่วมกัน”
“ผลตอบรับในแคมเปญนี้ ถือว่าสูงกว่าที่คาดไว้ในหลายๆ ด้าน ซึ่งเกิดจากพลังความร่วมมือระหว่างแบรนด์ พาร์ทเนอร์ ผู้บริโภคและชุมชนได้อย่างน่าประทับใจ จนเกิดเป็นกระแส Monchhichi ที่ผู้คนต่างแชร์ความน่ารัก ความอบอุ่นที่มีต่อคาแรกเตอร์ ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ แบบ Creative Cultural Retailtainment ในมุมที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย”
คุณวรลักษณ์ได้แชร์โมเมนต์ความประทับใจจากลูกค้าหลายๆ กลุ่ม เช่น ลูกค้าชาวญี่ปุ่นที่เดินมาบอกว่า พวกเขาดีใจที่เห็น Monchhichi และขอบคุณที่ทำให้น้องกลับมามีชีวิตโลดแล่นอีกครั้ง นอกจากนั้น ยังมีลูกค้าชาวยุโรปหลายท่านที่รู้สึกทึ่ง เมื่อได้เห็นตุ๊กตาที่เคยเล่นสมัยเด็กๆ เมื่อ 40 ปีก่อน กลับมาฮิตในไทย
"สิ่งที่ลูกค้าประทับใจมาก คือ น้องมาในเวอร์ชันใหม่ที่ครีเอทีฟ ทั้งแบบไทยไทย และชุดเทศกาล รวมถึงมีกลุ่มแฟน Monchhichi ชาวไทยให้การต้อนรับอย่างล้นหลาม จนเกิดเป็นชุมชนคนรัก Monchhichi ขึ้นมาอีกด้วย"
เป้าหมายของเดอะมอลล์ กรุ๊ป คือ การทำให้ประสบการณ์ทั้งในและนอกห้างฯ ให้เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้บริโภค โดยไม่จำกัดอยู่แค่การช้อปปิ้ง ซึ่งก็คือ การสร้าง ‘ประสบการณ์ที่มีความหมาย’ ผ่านสินค้า บริการ และกิจกรรมที่เอื้อให้ผู้คนสามารถมีอารมณ์ร่วมได้ เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือ และสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าต่อลูกค้า ธุรกิจ ชุมชน และสังคมต่อไป
“เราเชื่อว่า ปัจจุบันห้างฯ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่สำหรับการซื้อขายสินค้า (Commerce) อีกต่อไป แต่เป็น 'พื้นที่แห่งการใช้ชีวิต' และ 'จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์' (Experiential Destination)”
“ดังนั้น ในมิติของ Retailtainment นี้ เราคาดหวังที่จะ 'สร้างปรากฏการณ์แห่งความสุข' (Experiential Phenomenon) ทั้งนอกห้างฯ และในห้างฯ ให้เป็นประสบการณ์ร่วมกับ Monchhichi ที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน โดยใช้พลังของคาแร็กเตอร์ระดับโลกอย่าง Monchhichi เป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z ที่มีความสนใจในวัฒนธรรมอาร์ตทอย และของสะสม ให้เข้ามาที่ห้างฯมากขึ้น”
คุณวรลักษณ์กล่าวทิ้งท้ายถึงแคมเปญ Monchhichi X The Mall Group The Great New Year 2026 โดยหวังว่าจะเป็นตัวอย่างของการทำ Creative Collaboration ที่นำไปสู่การสร้างความสุขให้กับลูกค้า (Emotional Value) การกระตุ้นยอดขาย (Commercial Value) และสร้างความผูกพันธ์ระหว่างลูกค้าและแบรนด์ (Brand Love) ผ่านกลยุทธ์ Creative Cultural Retailtainment Collaboration เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าการช้อปปิ้ง เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ เติมเต็มความสุข และเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันในแบบที่มีความหมาย
“เราอยากให้ลูกค้ารู้สึกว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป เป็น ‘มากกว่าสถานที่ช้อปปิ้ง’ หากแต่เป็นที่ที่เขากลับมาแล้ว ‘ได้รับพลังดีๆกลับไป’ ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม ความอบอุ่น หรือแรงบันดาลใจเล็กๆ ที่จะมาเติมเต็มช่วงเทศกาลนี้ ให้พิเศษขึ้นกว่าเดิม พร้อมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยรอยยิ้มแสนสุขซน กับแคมเปญ Monchhichi x The Mall Group The Great New Year 2026”
แล้วพบกันที่ เดอะมอลล์ไลฟ์โสตร์, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, เอ็มสเฟียร์ และ พารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์