‘ฟาฮัด อัลราจอาน’ ผู้ดูแลเงินอนาคต ที่พาประกันสังคมคูเวตพัง 3 หมื่นล้าน 

‘ฟาฮัด อัลราจอาน’ ผู้ดูแลเงินอนาคต ที่พาประกันสังคมคูเวตพัง 3 หมื่นล้าน 

จะเกิดอะไรขึ้น…เมื่อคนที่ถือกุญแจ ‘เงินอนาคต’ ของทั้งชาติ กลับเป็นคนที่ค่อย ๆ ไขเงินนั้นเข้ากระเป๋าตัวเอง คดี ‘ฟาฮัด อัลราจอาน’ ไม่ใช่แค่เรื่องทุจริต 3 หมื่นล้าน แต่คือบทเรียนราคาแพงว่าความล่มสลายของกองทุนสาธารณะ เริ่มต้นจากอำนาจที่ไม่เคยถูกตรวจสอบ

KEY

POINTS

จะเป็นอย่างไร…ถ้าวันหนึ่งเราไม่สามารถไว้ใจคนที่ถือกุญแจ ‘เงินอนาคต’ ของเราได้? 

เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดด้านการลงทุนของกองทุนประกันสังคมคูเวตอย่าง ‘PIFSS’ ถูกกล่าวหาว่าพัวพันคดีทุจริตกับเครือข่ายสถาบันการเงินระดับโลก จนสร้างความเสียหายกว่า 30,000 ล้านบาท คดีนี้จึงไม่ได้จบในประเทศ แต่ลากไปไกลถึงศาลสูงลอนดอน เพื่อทวงคืนทั้งเงิน และเป็นการกู้วิกฤตศรัทธาของประชาชน 

PIFSS และฟาฮัด อัลราจอาน  

PIFSS (Public Institution for Social Security) คือหน่วยงานรัฐที่ดูแลกองทุนประกันสังคมและบำนาญของคูเวต ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 มีการประเมินว่ามูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของกองทุนนี้สูงราว 134 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4 ล้านล้านบาท  

แต่กองทุนขนาดใหญ่นี้ กลับดำเนินงานภายใต้การกำกับของผู้บริหารเพียงไม่กี่คนซึ่งมีความใกล้ชิดกับชนชั้นปกครองของคูเวต ทำให้การดำเนินงานค่อนข้างปิดลับตามวัฒนธรรมของกองทุนรัฐในภูมิภาคนี้ 

การลงทุนของ PIFSS แผ่ขยายไปทั่วโลก ผ่านบริษัทย่อยและพอร์ตการลงทุนหลากหลายประเภท ถือเป็นแหล่งเงินทุนขนาดยักษ์ที่มีอิทธิพลในตลาดการเงินระหว่างประเทศ ถึงขั้นที่เอกสารการทูตสหรัฐฯ เคยบรรยายว่ากองทุนนี้ว่าเป็น ‘มหาอำนาจด้านการลงทุน’ เลยทีเดียว  

ส่วนทางด้าน ‘ฟาฮัด อัลราจอาน’ (Fahad Al Rajaan) ตัวละครหลักของเรื่องนี้นั้น ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ (Director General) ของ PIFSS มีหน้าที่ดูแล ‘เงินอนาคต’ ของคนทั้งชาติ ตั้งแต่ปี 1984 ยาวนานถึงปี 2014   

ท่ามกลางความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจจากน้ำมันของคูเวต ทำให้กองทุนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีฟาฮัดเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจด้านการลงทุนของกองทุนจนทำให้ช่วงเวลานั้น เขากลายเป็นหนึ่งในข้าราชการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของคูเวต 

กลไกการโกง 

โลกของการลงทุนข้ามประเทศนั้นเต็มไปด้วยค่าธรรมเนียม ค่าคอมมิชชั่น คนกลาง และเอกสารสัญญามากมาย รายละเอียดเชิงเทคนิคเหล่านี้เองที่สามารถกลายเป็นพื้นที่สีเทา ให้เงินสินบนแอบแฝงอยู่ในรูปค่าใช้จ่ายที่ดูเหมือนปกติได้  

จุดเริ่มต้นที่ทำให้มีการสอบสวน ฟาฮัด อัลราจอาน เริ่มขึ้นในปี 2012 เมื่อหน่วยงานทางการของสวิตเซอร์แลนด์เริ่มสืบสวนธุรกรรมทางการเงินที่ต้องสงสัย และพบเส้นทางที่เชื่อมโยงไปถึง ฟาฮัดซึ่งขณะนั้นยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ของกองทุนอยู่ 

ต่อมามีคนภายในองค์กรเปิดเผยข้อมูล ส่งผลให้มีการตรวจสอบภายในกองทุนอย่างจริงจังในปี 2014 เมื่อการสอบสวนรุกคืบ อัลราจอานก็หลบหนีไปยังสหราชอาณาจักรทันที โดยที่คดียังดำเนินต่อไป และในปี 2016 ศาลก็ตัดสินลงโทษลับหลัง (ผู้ต้องหาไม่อยู่) ฐานทุจริตและยักยอกเงินกองทุนประกันสังคม โดยศาลสั่งจำคุก 10 ปี พร้อมมีคำสั่งให้ชดใช้เงินบางส่วนแก่รัฐ 

สำนวนการไต่สวนมีการชี้ว่า อัลราจอานและเครือข่ายรับ ‘ค่าคอมมิชชันลับ’ หรือ ‘สินบน’ แอบแฝงจากสถาบันการเงินและผู้จัดการการลงทุน เพื่อแลกกับการที่ PIFSS นำเงินไปลงทุนกับสถาบันเหล่านั้น โดยค่าตอบแทนดังกล่าวถูกอ้างว่าเป็นคอมมิชชันตามปกติ แต่แท้จริงคือ ‘เงินใต้โต๊ะ’ ที่จ่ายให้เขาเป็นการส่วนตัว ผ่านเส้นทางการเงินที่ถูกออกแบบอย่างซับซ้อน  

มีธนาคารและตัวกลางสมรู้ร่วมคิด ที่ช่วยโอนผ่านบัญชีและบริษัทบังหน้าในหลายประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ เลบานอน สิงคโปร์ บาฮามาส และหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ก่อนเงินจะถูกนำไปซื้อสินทรัพย์ฟุ่มเฟือย ทั้งเพชรพลอย อสังหาริมทรัพย์ และอพาร์ตเมนต์หรูในลอนดอน  

กลไกการโกงนี้ ถูกกล่าวหาว่าดำเนินต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี (1994–2014) รวมมูลค่าประมาณ 840–970 ล้านดอลลาร์ (2.6-3.0 หมื่นล้านบาท) โดยคาดว่าอัลราจอานได้รับเข้าบัญชีตนเองโดยตรงหรือผ่านนอมินีราว 513 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือกระจายไปยังผู้ร่วมขบวนการ 

สู่ลอนดอน 

หลังคำตัดสิน คูเวตออกหมายจับสากลผ่านองค์การตำรวจ จนกระทั่งปี 2017 เจ้าหน้าที่อังกฤษเข้าจับกุมอัลราจอานที่ลอนดอนตามคำขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากคูเวต แต่เนื่องจากเขายื่นขอลี้ภัยการเมือง ทำให้การส่งตัวชะงัก และยังอยู่ลอนดอนต่อไป 

จากนั้นในปี 2019 ศาลอาญาคูเวตพิพากษาอัลราจอานและภรรยา (ลับหลัง) จำคุกตลอดชีวิต พร้อมปรับรวม 311 ล้านดอลลาร์ (9.6 พันล้านบาท) สั่งชดใช้ราว 82 ล้านดอลลาร์ (2.5 พันล้านบาท) รวมถึงมีการยื่นฟ้องคดีแพ่งที่ศาลสูงลอนดอนเพื่อทวงคืนเงินสินบนและทรัพย์สินจากอัลราจอานและสถาบันการเงินต่างชาติ จนทำให้ศาลอังกฤษมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั่วโลก วงเงินสูงสุด 847 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.6 หมื่นล้านบาท) ซึ่งใกล้เคียงยอดสินบนที่ถูกกล่าวหา ขณะที่เขาและพรรคพวกปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา 

อัลราจอานถึงแก่กรรมในปี 2022 ในลอนดอน แต่กระบวนการทางแพ่งเพื่อทวงคืนทรัพย์สินในอังกฤษยังคงดำเนินต่อไป โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา PIFSS ยื่นฟ้องคดีต่อศาลสูงลอนดอน มูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์ (3.1 หมื่นล้านบาท) เพื่อทวงคืนความเสียหายโดยอ้างสิทธิเรียกร้องต่อกองมรดกของเขา (estate) รวมถึงฟ้องสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง  

โดยหนึ่งในจำเลยคือ ‘Man Group’ บริษัทจัดการสินทรัพย์จากลอนดอน ถูกกล่าวหาว่าพัวพันการจ่ายสินบนเพื่อแลกกับการได้บริหารเงินของกองทุน PIFSS โดยกองทุนเรียกค่าเสียหายราว 156 ล้านดอลลาร์ (4.8 พันล้านบาท) ขณะที่ Man Group ปฏิเสธและยืนยันจะต่อสู้คดี 

อีกฝ่ายคือ ‘EFG Bank’ ธนาคารเอกชนสวิส ถูกกล่าวหาว่าช่วยปกปิดธุรกรรมสินบน โดย PIFSS เรียกค่าเสียหายราว 450 ล้านดอลลาร์ (1.4 หมื่นล้านบาท) แต่ EFG ปฏิเสธ พร้อมโต้ว่าเป็นการเรียกร้องที่เกินจริง ซึ่งคดีความทั้งหมด คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณายาวถึงปี 2026 และกลายเป็นหนึ่งในคดีทุจริตทางการเงินข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดชุดหนึ่งที่อังกฤษต้องรับมือ 

การสั่นคลอนของความเชื่อมั่น 

จากกรณีที่เกิดขึ้น นอกจากจะสร้างความเสียหายที่ยากเกินจะเรียกคืนให้คูเวตแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สั่นสะเทือนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบประกันสังคมของรัฐ แม้จะมีรายงานว่ารัฐบาลคูเวตสามารถกู้คืนมาแล้วประมาณ 600 ล้านดอลลาร์ (1.86 หมื่นล้านบาท)  

ทว่า ‘ความไว้วางใจ’ ของผู้คนต่อผู้ดูแลเงินอนาคตของพวกเขาต่างหากที่ได้รับบาดแผลที่ยากจะเยียวยา ซึ่งปัญหานี้สะท้อนโครงสร้างของการบริหารเงินกองทุนขนาดใหญ่ ที่มักกระจุกอำนาจการตัดสินใจไว้ที่คนเพียงไม่กี่คน และดำเนินงานด้วยความโปร่งใสน้อยกว่าที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะในประเทศที่ภาครัฐขาดกลไกตรวจสอบถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพ และถูกควบคุมโดยผู้มีอำนาจที่ใกล้ชิดชนชั้นปกครอง  

สำหรับประชาชนทั่วไป กองทุนประกันสังคมหรือกองทุนบำนาญก็คือคำสัญญาของรัฐที่จะดูแลอนาคตของพวกเขา การที่คำสัญญานั้นถูกบิดพลิ้วหรือฉวยประโยชน์โดยผู้รักษากองทุนเสียเอง ย่อมสั่นคลอนสายใยแห่งความเชื่อใจระหว่างรัฐกับพลเมืองอย่างรุนแรง และไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะถักทอสายใยสัมพันธ์ให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม 

ณ ดินแดนหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

เรื่องราวสินบนข้ามชาติของฟาฮัด อัลราจอาน ได้ให้บทเรียนหลายประการ ทั้งในแง่การบริหารเงินกองทุนสาธารณะและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง  

โดยบทเรียนแรกคือการให้ความสำคัญกับ ‘ธรรมาภิบาล’ (good governance) ยิ่งเมื่อเป็นการจัดการกองทุนขนาดใหญ่แบบนี้ หากขาดระบบควบคุมตรวจสอบที่ดี โอกาสเกิดการทุจริตย่อมมีเสมอ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง มีการตรวจสอบงบการเงินและการลงทุนโดยอิสระอย่างสม่ำเสมอ และส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่พนักงานกล้าจะออกมาเปิดโปงเมื่อพบความผิดปกติ นอกจากนี้ ความโปร่งใส ในการดำเนินงานก็เป็นเกราะป้องกันการฉ้อฉลที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง หากข้อมูลการลงทุนและค่าใช้จ่ายถูกเปิดเผยให้ตรวจสอบได้ง่าย การซุกซ่อนความไม่ชอบมาพากลก็จะทำได้ยากขึ้น 

บทเรียนต่อมาคือการตระหนักว่า ขนาดของกองทุนกับขนาดของความเสี่ยง มักจะเติบโตเคียงข้างกันเสมอ ยิ่งกองทุนยิ่งใหญ่มาก ผู้ที่อยากแสวงหาประโยชน์ก็ยิ่งมากตามไปด้วย กรณีของ PIFSS แสดงให้เห็นว่าแม้แต่สถาบันการเงินชื่อดังระดับโลกก็อาจถูกดึงเข้ามาพัวพันกับวงจรสินบนได้ ดังนั้น ความไว้เนื้อเชื่อใจจึงควรถูกเสริมด้วยระบบตรวจสอบและสมดุลที่รัดกุม 

ท้ายที่สุด เรื่องนี้ชวนให้เราหันไปมองกองทุนประกันสังคมและกองทุนบำเหน็จบำนาญของประเทศแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เผชิญกับข่าวการทุจริตในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเงินหลักประกันของประชาชนอยู่เป็นระยะ  

กรณีอื้อฉาวจากคูเวตนี้จึงเป็นเหมือนกระจกสะท้อนให้เกิดคำถามว่า จะมั่นใจได้แค่ไหนว่าจะไม่มี ‘ฟาฮัด’ ในคราบอื่นกำลังกัดกินเงินเก็บก้อนสำคัญนี้ไปทีละน้อยอย่างลับ ๆ   

และคำถามสำคัญที่สุดคือใครที่จะออกมาให้ความเชื่อมั่นได้ว่า  

“เงินก้อนนั้นปลอดภัยและอยู่ครบถ้วนเพื่อจะได้ใช้ ในยามเกษียณ” 

 

เรื่อง: อติพงษ์  ศรนารา

 

อ้างอิง 

1. Kuwait pension fund’s $1 billion corruption lawsuit begins in UK court — Reuters (17 Mar 2025) https://www.reuters.com/world/uk/kuwait-pension-funds-1-billion-corruption-lawsuit-begins-uk-court-2025-03-17/  

2. Britain arrests wanted former head of Kuwait’s social security fund — Reuters (11 Apr 2017) https://www.reuters.com/article/world/britain-arrests-wanted-former-head-of-kuwaits-social-security-fund-idUSKBN1781GN/  

3. Swiss Banks Request Former Director of Kuwait’s Pension Fund to be Tried in Switzerland — Sayari Analytics (28 Jul 2020) https://sayari.com/resources/swiss-banks-request-former-director-of-kuwaits-pension-fund-to-be-tried-in-switzerland  

4. Kuwait corruption case: Swiss banks avoid UK bribery trial — The National (27 Jan 2022) https://www.thenationalnews.com/world/uk-news/2022/01/27/kuwait-corruption-swiss-banks-avoid-uk-bribery-trial/  

5. The Public Institution for Social Security v Fahad Maziad Rajaan Al Rajaan & Others — vLex UK (ไม่ระบุวันที่เผยแพร่ชัดเจน) https://vlex.co.uk/vid/the-public-institution-for-845034712