‘ร.อ. ทองคำ ยิ้มกำภู’ นายทหารสายมู ผู้กำหนดจังหวะรัฐประหาร 2490  

‘ร.อ. ทองคำ ยิ้มกำภู’ นายทหารสายมู ผู้กำหนดจังหวะรัฐประหาร 2490  

ในค่ำคืนก่อนเสียงปืนและคำสั่งยึดอำนาจจะดังขึ้น มีการคำนวณดวงดาวและกำหนดฤกษ์ยามอย่างเงียบงันอยู่หลังฉากการเมืองไทย ปี 2490 ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกำลังทหารเพียงอย่างเดียว หากยังมี ‘ความเชื่อ’ ทำหน้าที่บำรุงขวัญและจัดจังหวะเวลาให้เกมอำนาจเดินหน้า ‘ร.อ. ทองคำ ยิ้มกำภู’ คือชื่อของนายทหารกองหนุนผู้เชื่อมโหราศาสตร์เข้ากับรัฐประหารครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย

KEY

POINTS

เมื่อเอ่ยถึงคำว่า ‘สายมู’ ในสังคมไทย ภาพที่ผุดขึ้นมาในใจของใครหลายคนอาจเป็นเพียงเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล การบนบาน หรือการแสวงหากำลังใจในชีวิตประจำวัน หากแต่ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ความเชื่อเรื่องดวงชะตาและฤกษ์ยามกลับเคยแทรกตัวอยู่ในเหตุการณ์ระดับเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในเหตุการณ์ ‘รัฐประหาร พ.ศ. 2490’ ที่ยุติบทบาททางการเมืองของคณะราษฎรลงอย่างเด็ดขาด

ในงานศึกษาเรื่อง ‘รัฐประหาร พ.ศ. 2490’ ของ ‘สุชิน ตันติกุล’ มีตอนหนึ่งกล่าวถึงบรรยากาศก่อนการยึดอำนาจของคณะนายทหารที่นำโดย ‘ผิน ชุณหะวัณ’ (ยศในขณะนั้น) โดยระบุว่า หากมองในแง่ขวัญและกำลังใจ “ร้อยตรีทองคำ ยิ้มกำภู ได้ใช้วิชาโหรบำรุงขวัญของคณะผู้ก่อการเป็นอย่างดี” ประโยคสั้น ๆ นี้เอง เปิดประตูให้เห็นอีกมิติหนึ่งของรัฐประหารครั้งสำคัญ มิติที่ความเชื่อและโหราศาสตร์ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และทำให้ชื่อของนายทหารกองหนุนผู้หนึ่ง คือ ‘ร.อ. ทองคำ ยิ้มกำภู’ กลายเป็นบุคคลที่น่าพินิจในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ร้อยเอก ทองคำ ยิ้มกำภู เข้าสู่วงการสายมูเพราะป่วย

ร้อยเอก ทองคำ ยิ้มกำภู เป็นบุตรของ ‘ขุนสิทธิกนก’ (บุญ ยิ้มกำภู) กับ นางปริก ยิ้มกำภู เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2444 ที่จังหวัดพระนคร เส้นทางอนาคตสดใสเป็นเจ้าคนนายคนเพราะสำเร็จการศึกษาเป็นนักเรียนนายร้อยทหาร ในปี พ.ศ.2466

ทว่า โชคชะตาเล่นตลก หลังเข้ารับราชการเพียงไม่นานก็มีอาการป่วยเป็นโรคไขข้ออักเสบและโรคตาแดงเรื้อรัง ทำให้จำเป็นต้องออกจากราชการในปี พ.ศ.2468 เป็นนายทหารกองหนุนเบี้ยหวัด

ต่อมาประมาณ พ.ศ. 2470 ในระหว่างเดินทางไปรับเบี้ยหวัดที่กระทรวงกลาโหมซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสนามหลวงซึ่งเป็นดินแดนของพวกบรรดาหมอดูในยุคนั้น ร.ต. ทองคำ (ยศในขณะนั้น) ได้แวะตรวจดูโชคชะตาและฟังคำทำนายทายทักของหมอดูไทย – จีน เสมอ ๆ ก็เกิดสนใจในวิชาโหราศาสตร์ ซื้อหนังสือมาค้นคว้าศึกษาด้วยตนเองจนแตกฉาน สามารถเขียนตำราโหราศาสตร์ของตนเองออกมาเล่มแรกในปลายปี พ.ศ. 2478

จากการสืบค้นประวัติผลงานเบื้องต้นพบว่า ร้อยเอก ทองคำ ยิ้มกำภู มีชื่อเสียงทางโหราศาสตร์เป็นที่รู้จักพอสมควรตั้งแต่ในช่วงทศวรรษ 2480 เป็นต้นมา ดังปรากฏผลงานเรื่อง ‘ตำราโหราศาสตร์ภาคคำนวณแบบรัตนโกสินทร์’ หรือ ‘คัมภีร์ผูกดวงพิชัยสงคราม’ ในหนังสือพิมพ์แจกงานพระราชทานเพลิงศพหลวงเทวานิมิตร (เนื่อง หัตถพันธ์) ในปี พ.ศ.2482 และเป็นไปได้ว่าเคยเขียนคำทำนายพยากรณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมืองลงในหนังสือพิมพ์ช่วงก่อนรัฐประหาร พ.ศ. 2490

ร้อยเอก ทองคำ ยิ้มกำภู ‘โหรรัฐประหาร’

หากจะกล่าวว่า ร.ต. ทองคำ ยิ้มกำภู เป็น ‘โหรการเมือง’ ก็คงจะไม่ผิดนัก ดังปรากฏว่าในช่วงราวปี พ.ศ.2488 – 2489 ได้พยากรณ์ดวงชะตาของผู้ก่อการคณะราษฎร ต่อหน้าเพื่อนฝูงและลูกศิษย์ว่า ผู้นำคณะราษฎรบางคนกำลังเคราะห์ร้าย ไม่เกิน 12 เดือน บทบาททางการเมืองจะปิดฉากลงในฉับพลันทันที

‘เทพย์ สาริกบุตร’ โหรการเมืองรุ่นน้อง (ผู้ซึ่งต่อมาเป็นโหรการเมืองเอกคนหนึ่งของไทย) เล่าว่า ในเวลานั้นบ้านของ ร.ต. ทองคำ เป็นที่ชุมนุมกันของบรรดานักนิยมโหราศาสตร์เพื่อมาสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ปรากฏว่าวันหนึ่งในราวปี พ.ศ. 2490 ได้มี ‘อาคันตุกะหน้าใหม่’ คือ นายทหารหนุ่ม ‘ร.ท. ชาญณรงค์ วิจารณบุตร’ (ยศในขณะนั้น) ซึ่งกำลังสนใจวิชาโหราศาสตร์ และต้องการที่จะมาขอรับการศึกษาจาก ร.ต. ทองคำ

โหรเทพย์ สาริกบุตร เล่าว่า หลังได้สนทนากันพอหอมปากหอมคอแล้ว ร.ต. ทองคำ ได้เอ่ยปรารภขึ้นว่า วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 จะต้องเกิดเหตุการเปลี่ยนแปลงการปกครองบ้านเมืองกันใหม่ ปรากฏว่า ร.ท. ชาญณรงค์ สนใจในคำพยากรณ์ดังกล่าวเป็นอย่างมากถึงกับถามย้ำอีกสองสามครั้ง ซึ่ง ร.ต. ทองคำ ก็ยืนยันหนักแน่นว่าต้องมีผลเป็นไปตามคำพยากรณ์อย่างแน่นอน

เหตุที่ ร.ท. ชาญณรงค์ วิจารณบุตร สนใจคำพยากรณ์ก็คงเพราะว่า ในเวลานั้นได้มีคณะนายทหารกลุ่มหนึ่งกำลังวางแผนรัฐประหารล้มรัฐบาล ‘พลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์’ ซึ่ง ร.ท. ชาญณรงค์ ก็เป็นหนึ่งในสายคณะทหารผู้ก่อการดังกล่าว

ในมุมมองของ โหรเทพย์ สาริกบุตร ถึงกับเห็นว่า คำพยากรณ์ของ ร.ต. ทองคำ ที่ได้ถูกกระซิบเล่ากันต่อ ๆ ไปนั้น เป็นชนวนเหตุให้เกิดคณะรัฐประหาร 8 พ.ย. 2490 ขึ้น ซึ่งนับว่ามีมูลอยู่พอสมควร เพราะอันที่จริงแล้วแกนนำคณะทหารของคณะรัฐประหารแต่เดิมนั้นเป็นนายทหารนอกประจำการ ไม่มีกองกำลังเป็นของตัวเองอย่างแท้จริงอยู่ในมือ  ตัวแปรสำคัญที่ทำให้คณะรัฐประหารประสบความสำเร็จก็คือ การตอบรับเข้าร่วมคณะฯ ของ ‘พลเอก สฤษดิ์ ธนะรัชต์’ (ยศในขณะนั้น) ที่ในขณะนั้นเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 1 อันเป็นกองกำลังสำคัญในเขตพระนคร และบุคคลที่ไปทำการโน้มน้าวชักชวน พ.อ. สฤษดิ์ ก็คือ ร.ท. ชาญณรงค์ วิจารณบุตร

ร.ท. ชาญณรงค์ เป็นอดีตลูกน้อง/อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งมีความสนิทสนมกับ พ.อ. สฤษดิ์ เป็นอย่างดี ในหนังสือพระราชทานเพลิงศพจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้เขียนคือ ‘พันเอก อาจศึก ดวงสว่าง’ ได้บันทึกเรื่องราวในตอนนี้ไว้ว่า ในช่วงแรกที่ ร.ท. ชาญณรงค์ มาชักชวนและหยั่งท่าทีทางการเมือง พ.อ. สฤษดิ์ มีท่าทีปฏิเสธโดยกล่าวว่า “ไอ้นี่ ท่ามันจะบ้า”

จนกระทั่ง ร.ท. ชาญณรงค์ ไปพบและรู้จักกับ ร.อ. ทองคำ ยิ้มกำภู นายทหารกองหนุนผู้ชำนาญในด้านโหราศาสตร์ และมีโอกาสได้พบกับ พ.ท. ขุนจำนงภูมิเวท, น.อ. กาจ กาจสงคราม และ ร.อ. ขุนปรีชารณเศรษฐ แล้ว จึงทราบว่าท่านเหล่านี้มีความเห็นตรงกันกับตน จึงได้วางแผนประสานงานกันแผ่ขยายออก

คำพยากรณ์ของ ร.ต. ทองคำ ไม่เพียงเป็นชนวนเริ่มต้นให้ ร.ท. ชาญณรงค์ ดำเนินงานเชื่อมโยงเครือข่ายนายทหารต่าง ๆ ต่อมาจนคณะรัฐประหารก่อรูปร่างจนสำเร็จ ตัวของ ร.อ. ทองคำ ก็ยังได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะรัฐประหาร ดังที่งานศึกษาของ สุชิน ตันติกุล ระบุว่า ในวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 คณะรัฐประหารได้มีการประชุมตกลงที่จะลงมือรัฐประหารกันโดยเร็ว เนื่องจากสืบทราบมาว่ามีผู้คิดจะทำรัฐประหารหลายคณะ และ ร.ต. ทองคำ ยิ้มกำภู ผู้ทำหน้าที่เป็นโหรดูฤกษ์ยาม ได้กำหนดให้เอาวันที่ 8 พฤศจิกายน เป็นวันทำการ โดยให้เหตุผลว่า

“ได้ตรวจดูดวงชะตาของคนสำคัญโดยละเอียดถี่ถ้วนแล้ว เช่น ดวงชะตาของนายปรีดี พนมยงค์, นายถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ และพลเอก อดุล อดุลเดชจรัส ล้วนแต่เข้าสู่ดวงบาปเคราะห์ ส่วนดวงชะตาของจอมพล ป. พิบูลสงคราม และคณะผู้ก่อการรัฐประหารทุกคน ล้วนแต่กำลังมีโชคเป็นศุภเคราะห์ แสดงว่าจะทำการสำเร็จสมมโนรถ”

กระแสตอบรับในที่ประชุมปรากฏว่า “ผู้เข้าร่วมประชุมมีความปีติยินดีคล้อยตาม ถ้าพูดถึงในแง่ขวัญและกำลังใจก็ถือว่าร้อยตรีทองคำ ยิ้มกำภู ได้ใช้วิชาโหรบำรุงขวัญของคณะผู้ก่อการเป็นอย่างดี”

เหตุการณ์นี้สอดคล้องไปกับบันทึกของ ลูกศิษย์ ร.อ. ทองคำ ที่เล่าถึงเหตุการณ์ ‘วางฤกษ์รัฐประหาร พ.ศ. 2490’ ไว้ว่า การกระทำกิจกรรมสำคัญขั้นสุดยอดของ ร้อยเอก ทองคำ ได้แก่การวางฤกษ์ทำรัฐประหารเมื่อเที่ยงคืนวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 โดย ร้อยเอก ทองคำ ได้ให้ลูกศิษย์ที่ไว้ใจได้ค้นหาดวงชะตาบุคคลสำคัญในวงการเมืองทุกคน เปรียบเทียบกับบุคคลที่ร่วมคิดทำรัฐประหารชั้นหัวหน้า โดยกล่าวกับลูกศิษย์ว่า ตนเองเป็นผู้กำชีวิตของผู้ร่วมคิดรัฐประหาร และการรัฐประหาร พ.ศ. 2490 ก็สำเร็จผลบนหน้าบันทึกประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ในท้ายที่สุด ความสำเร็จของการรัฐประหาร พ.ศ.2490 ส่งผลทำให้ ร.ต. ทองคำ ยิ้มกำภู ได้กลับเข้ารับราชการประจำการอีกครั้งหนึ่ง และได้รับการเลื่อนยศเป็น ร้อยเอก ในเวลาต่อมา โดยท่านก็ยังคงมุ่งมั่นศึกษาและเขียนตำราโหราศาสตร์ออกมาอีกมากมายหลายเล่มจนถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2503 เช่น ปฏิทิน 3 ภาษา เทียบ 120 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2400-พ.ศ. 2520, ตำราพระภูมิ พร้อมทั้งพิธีจัดตั้งศาลพระภูมิ การบูชา, การสังเวย โดยละเอียด, ตำราสรุปโหราศาสตร์ (คัมภีร์สุริยาตร์), แบบเรียนโหรทางลัด เป็นต้น

โดยบางเล่มได้มีการระบุวงเล็บในท้ายชื่อไว้ด้วยว่า ‘ร.อ. ทองคำ ยิ้มกำภู (ผู้วางฤกษ์รัฐประหาร)’

ดังนั้น หากจะกล่าวว่าส่วนหนึ่งในความสำเร็จของการรัฐประหารของคณะรัฐประหาร พ.ศ. 2490 มาจากเรื่อง ‘สายมู’ ก็คงจะไม่ผิดนัก 

 

เรื่อง: อิทธิเดช พระเพ็ชร

ภาพ: หนังสือที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ ร.อ. ทองคำ ยิ้มกำภู  

 

อ้างอิง:

สุชิน ตันติกุล, รัฐประหาร พ.ศ. 2490, (กรุงเทพฯ: มติชน, 2557).

อนุสรณ์ทองคำ, พิมพ์เป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ ร.อ. ทองคำ ยิ้มกำภู ณ ฌาปนสถานกองทัพบก วัดโสมนัสวิหาร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2503

อาจศึก ดวงสว่าง, 'ประวัติและผลงานของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์' คณะรัฐมนตรี พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2507, (โรงพิมพ์ทำเนียบนายกรัฐมนตรี, 2507).