โลกฟุตบอลของ ‘เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์’ ผู้พิสูจน์ว่าปมด้านสรีระ ทดแทนได้ด้วยสิ่งอื่น

โลกฟุตบอลของ ‘เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์’ ผู้พิสูจน์ว่าปมด้านสรีระ ทดแทนได้ด้วยสิ่งอื่น

พลิกหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังกับ ‘เมสซี่เจ’ หรือ ‘เจ - ชนาธิป สรงกระสินธ์’ นักเตะไทยที่พิสูจน์ว่า ข้อจำกัดด้านสรีระ ทดแทนด้วยสิ่งอื่น เมื่อเขาไปค้าแข้งถึงเจลีก ในญี่ปุ่น

  • ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักเตะชาวไทยเริ่มต้นเส้นทางค้าแข้งด้วยการพิสูจน์ตัวเองกับมายาคติเรื่องสรีระ จนได้เซ็นสัญญากับสโมสรฟุตบอลแรก
  • ฝีเท้าที่โดดเด่นซึ่งมาทดแทนข้อจำกัดด้านสรีระทำให้ เมสซี่เจ กลายเป็นนักเตะไทยคนแรกในรอบกว่า 2 ทศวรรษที่ได้เล่นในเจลีก
  • บทชีวิตครั้งใหม่ในเจลีกก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อเผชิญปัญหาและความท้าทายต่าง ๆ ถาโถมเข้ามา

‘เจ’ ชนาธิป สรงกระสินธ์ หรือที่คนส่วนใหญ่จะเรียกกันจนติดปากว่า เมสซี่ เจ นักฟุตบอลที่มีความสูงเพียง 158 เซนติเมตร แต่ความสามารถล้นเหลือ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาแล้วมากมายทั้งในฐานะนักฟุตบอลทีมชาติไทย และในฐานะนักกีฬาอาชีพ

ชนาธิป คือนักฟุตบอลไทยคนแรกที่ไปเล่นฟุตบอลอาชีพในเวทีเจลีก 1 (J League 1) ซึ่งเป็นลีกฟุตบอลอาชีพระดับสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นและเป็นลีกฟุตบอลลำดับต้นของทวีปเอเชีย (ไม่นับรวมนักฟุตบอลที่ไปเล่นยุคฟุตบอลกึ่งอาชีพอย่างแจแปน ซอคเกอร์ ลีก หรือ เจเอสแอล - JSL) โดยเจ้าตัวย้ายไปค้าแข้งกับสโมสรฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ได้ในฤดูกาล 2017

ชนาธิป สรงกระสินธ์ ตกเป็นข่าวดังอีกครั้งช่วงปลายปี 2021 ว่ามิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติไทยรายนี้กำลังจะย้ายจากสโมสรฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ซึ่งเป็นสโมสรปัจจุบันในขณะนั้น ไปสู่ยอดสโมสรดีกรีแชมป์เจลีก 1 อย่างคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ด้วยค่าตัวมหาศาลเป็นประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลญี่ปุ่น

และในภายหลังการย้ายทีมก็เกิดขึ้น ซึ่งถือได้ว่านี่คือความท้าทายของเจ้าตัวเพราะสโมสรคาวาซากิ ฟรอนตาเล่เองคือทีมที่มีมาตรฐานสูงเป็นลำดับต้นของญี่ปุ่น และมีศักดิ์ศรีเป็นถึงแชมป์เก่าในศึกเจลีก 1 การย้ายไปร่วมทีมของชนาธิป เจ้าตัวจะต้องสร้างผลงานให้ได้ตามมาตรฐานของทีมตั้งแต่การฝึกซ้อมไปจนลงสนามแข่งขันเพื่อสร้างโอกาสและอนาคตของตัวเองในประเทศญี่ปุ่น

เส้นทางของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ จะเป็นอย่างไร ทุกท่านสามารถติดตามจากบทความนี้ครับ   

จุดเริ่มต้นเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

ชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นนักฟุตบอลที่ได้รับการปลูกฝังศาสตร์ลูกหนังโดยมีคุณพ่อก้องภพ สรงกระสินธ์ เป็นผู้สนับสนุนตั้งแต่วัยเด็ก เจ้าตัวมีทักษะพื้นฐานการเล่นฟุตบอลที่หาตัวจับได้ยากในรุ่นเดียวกัน แต่ข้อเสียหนึ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญเลยคือชนาธิป เป็นนักฟุตบอลที่ตัวเล็ก

เจ้าตัวมีส่วนสูงเพียง 158 เซนติเมตร ทำให้เมื่อเวลาไปคัดตัวเล่นกับทีมต่าง ๆ มักถูกปฏิเสธมาบ่อยครั้ง แถมยังได้รับฟังคำพูดที่บั่นนทอนกำลังใจและเส้นทางฝัน

ชนาธิป ต้องมุ่งมั่น พยายามพิสูจน์ตัวเองมากกว่าคนอื่นเพื่อให้เห็นว่าปัญหาด้านสรีระนั้น สามารถทดแทนได้ด้วยความสามารถด้านอื่น

ในปี 2012 โอกาสพิสูจน์ตัวเองของชนาธิป ก็มาถึงเมื่อมีโอกาสเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรบีอีซี เทโรศาสน สามารถทำผลงานได้ดีเป็นสายเลือดใหม่ที่ขึ้นมามีบทบาทและเป็นกำลังสำคัญของสโมสรและทีมชาติไทยตลอดช่วงปี 2012-2016 จากนั้น ชนาธิป สรงกระสินธ์ ย้ายไปสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด อีกหนึ่งยอดทีมของวงการฟุตบอลไทย

และก็สามารถพาสโมสรไปสร้างผลงานในระดับเอเชียกับศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก (AFC Champion League) ปี 2017 จนฟอร์มเข้าตาสโมสรจากต่างประเทศโดยเฉพาะจังหวะการยิงประตูใส่บริสเบน รอร์ ในเกมที่เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะทีมจากออสเตรเลียไป 3-0 ยังติดตาตรึงใจแฟนฟุตบอลมาถึงทุกวันนี้

ด้านผลงานระดับทีมชาติ ชนาธิป สรงกระสินธ์ สร้างผลงานไว้อย่างมากมาย เจ้าตัวเป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดรองชนะเลิศเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ภายใต้การคุมทีมของ ‘วินนี่’ วิลฟรีด เชเฟอร์

จากนั้น ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก็ประสบความสำเร็จกับทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี เมื่อสามารถคว้าเหรียญทองฟุตบอลชายในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ปี 2013 ณ กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ มาครองร่วมกับทีมชาติไทยได้

ก่อนที่ในปีต่อมาจะสามารถคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 เป็นการทวงบัลลังก์เจ้าอาเซียนคืนได้ของทีมชาติไทยในรอบ 12 ปี และที่สำคัญ ชนาธิป สรงกระสินธ์ คือผู้ชัดประตูตอกฝาโลง (ในสกอร์รวม) ทำให้สกอร์รวมของเกมมีชัยเหนือมาเลเซียในเกมรอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 (รอบชิงชนะเลิศ แข่ง 2 นัด สกอร์รวม ไทยชนะ 4-3)

ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยังเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยทั้งการป้องกันเหรียญทองฟุตบอลชายในซีเกมส์ครั้งถัดมาที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี 2015 และการคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 และ 2020 กล่าวได้ว่าเจ้าตัวนั้นเต็มที่เสมอเมื่อลงสนามให้ทีมชาติไทย

ชนาธิป สรงกระสินธ์

นักเตะประวัติศาสตร์บนเวทีเจลีก 1 กับฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร

ฟุตบอลเจลีก 1 แข่งขันกันฤดูกาลแรกในปี 1993 และถูกกำหนดให้เป็นฟุตบอลลีกอาชีพในระดับสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น โดยตลอดระยะเวลาตั้งแต่ฤดูกาลแรกจนถึงฤดูกาล 2017 เป็นระยะเวลากว่า 24 ปี ยังไม่มีนักฟุตบอลไทยคนใดได้มีโอกาสมาเล่นยังลีกดังกล่าว

แฟนฟุตบอลไทยต่างตั้งตารอด้วยความหวังว่าวันหนึ่งจะต้องมีนักฟุตบอลไทยที่มีความสามารถมากพอและมีโอกาสที่จะได้ไปแสดงฝีเท้าในเจลีก 1 บ้าง เพราะก่อนหน้านี้ก็มีนักฟุตบอลไทยมากมายที่ได้ไปเล่นยังแจแปน ซอคเกอร์ ลีก หรือเจเอสแอล ซึ่งเป็นฟุตบอลลีกในแบบกึ่งอาชีพของประเทศญี่ปุ่น

จนวันที่ 11 มกราคม 2017 มีประกาศอย่างเป็นทางการจากสโมสรฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ว่าได้ยืมตัวนักฟุตบอลทีมชาติไทยนาม ชนาธิป สรงกระสินธ์ จากสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด มาร่วมทีมในฤดูกาล 2017 และเจ้าตัวจะมาร่วมทีมในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง

ข่าวนี้สร้างความตื่นเต้นและยินดีให้กับแฟนกีฬาชาวไทยเป็นอย่างมาก เพราะ ชนาธิป สรงกระสินธ์ คือนักเตะไทยคนแรกที่ได้มีโอกาสมาเล่นฟุตบอลเจลีก 1 แต่ในความชื่นชมยินดีนั้น ก็ยังแฝงไปด้วยคำถามว่า ชนาธิป จะสามารถปรับตัวและแสดงฝีเท้าจนมีโอกาสได้ลงสนามในฟุตบอลลีกสูงสุดของญี่ปุ่นได้หรือไม่

26 กรกฏาคม 2017 คือวันที่ชนาธิป สรงกระสินธ์ มีโอกาสได้ลงสนามอย่างเป็นทางการนัดแรกให้กับฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ในรายการเจลีก คัพ ในเกมบุกไปเยือนเซเรโซ่ โอซาก้า โดยถูกเปลี่ยนตัวลงไปในครึ่งเวลาหลังแทนเรียวตะ ฮายาซากะ และนั่นคือ 45 นาทีแรกบนแผ่นดินญี่ปุ่น ก่อนที่จะมีโอกาสลงสนามในศึกเจลีก 1 เป็นครั้งแรกในอีก 3 วันถัดมาในเกมเปิดบ้านเอาชนะอูราวะ เรด ไดมอนส์ 2-0 โดยชนาธิปได้มีโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวเอาเจย์ โบธรอยด์ มาลงสนามแทนในนาทีที่ 63 แต่นั่นก็เพียงพอที่จะจารึกชื่อของเจ้าตัวว่าคือนักเตะไทยคนแรกที่ได้ลงสนามในศึกเจลีก 1

ฤดูกาล 2017 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกของชนาธิป กับฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เจ้าตัวมีโอกาสลงสนามในเจลีก 1 ทั้งหมด 16 นัด ระยะเวลาลงสนามรวมกว่า 1,300 นาที และทำแอสซิสต์ (Assist) หรือการเปิดบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้หนึ่งครั้ง ในเกมพบกับเซเรโซ่ โอซาก้า ในวันที่ 5 สิงหาคม 2017 เมื่อเจ้าตัวกระชากบอลอยู่บริเวณหน้ากรอบเขตโทษก่อนบรรจงเปิดด้วยเท้าซ้ายบอลทะลุแนวรับของเซเรโซ่ โอซาก้า มาเข้าทางของไดกิ ซูกะ ซัดเข้าไป

ฤดูกาล 2018 ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทำผลงานกับฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ได้อย่างยอดเยี่ยม เจ้าตัวมีโอกาสลงสนามในเจลีก 1 ทั้งสิ้น 30 นัด ระยะเวลารวมกว่า 2,600 นาที และทำประตูได้ถึง 8 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ โดยประตูแรกของเจ้าตัวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2018 ในเกมบุกไปเยือนเซเรโซ่ โอซาก้า เมื่อชนาธิป พุ่งโหม่งจากการเปิดบอลของโคจิ มิโยชิ บอลพุ่งเข้าตุงตาข่ายอย่างสวยงามในนาทีที่ 62 ของการแข่งขัน ก่อนจะซัดได้อีก 7 ประตูในฟุตบอลเจลีก 1

ในขณะเดียวกันชนาธิป สรงกระสินธ์ ก็มีโอกาสลงสนามให้กับต้นสังกัดในศึกฟุตบอลถ้วยของประเทศญี่ปุ่นอย่างเอ็มเพอร์เรอร์ คัพไปหนึ่งนัดในเกมที่ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เปิดบ้านเอาชนะ อวิสปา ฟูกูโอกะ  4-0 และหนึ่งในประตูที่เกิดขึ้นก็มาจากฝีเท้าของเจ้าตัว 1 ประตูและ 1 แอสซิสต์

ชนาธิป สรงกระสินธ์

ฤดูกาล 2018 ถือได้ว่าเป็นฤดูกาลที่น่าจดจำของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ในการไปเล่นฟุตบอลอาชีพที่ประเทศญี่ปุ่นเพราะนอกจากเจ้าตัวจะลงสนามได้อย่างต่อเนื่องรวมกว่า 31 นัด ยิงประตูไปทั้งหมด 9 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ พาฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร จบอันดับที่ 4 ของศึกเจลีก ชนาธิป ยังสามารถติดทีมยอดเยี่ยมหรือ J.League Best XI ในฤดูกาลดังกล่าวได้อีกด้วย

ฤดูกาล 2019 ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยังคงทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ เมื่อเจ้าตัวสามารถคว้ารองแชมป์ฟุตบอลเจลีก คัพ ร่วมกับสโมสรได้โดยในรอบชิงชนะเลิศเจ้าตัวมีโอกาสลงสนาม 120 นาทีเต็มในการพบกับคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ที่ผลการแข่งขันจบลงที่เสมอกัน 3-3 ก่อนที่ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโรจะพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษไปอย่างน่าเสียดาย

ขณะที่ในฟุตบอลเจลีก 1 ชนาธิป ลงสนามไปทั้งสิ้น 28 นัด ระยะเวลารวมประมาณ 2,400 นาที ยิงไปทั้งสิ้น 4 ประตูกับอีก 7 แอสซิสต์ เรียกได้ว่าสามารถรักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างต่อเนื่องจากฤดูกาลก่อนหน้านี้

ฤดูกาล 2020 ช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยังคงสามารถรักษามาตรฐานได้ เจ้าตัวได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องและเพียงแค่นัดเปิดสนามเจ้าตัวก็สามารถทำได้ 2 แอสซิสต์ ในเกมบุกไปเยือนคาชิว่า เรย์โซล และในนัดต่อมาก็ทำได้อีก 1 แอสซิสต์ในการพบกับโยโกฮาม่า เอฟซี นับเป็นการเปิดฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม

จากนั้นในนัดที่ 5 ของฤดูกาลกับเวกัลตะ เซนได ชนาธิป สรงกระสินธ์ สามารถยิงประตูแรกของฤดูกาลได้จากจังหวะที่ ลูคัส แฟร์นานเดส เลี้ยงบอลมาทางกราบขวาก่อนเปิดเข้าไปที่กลางประตูให้เจ้าตัวเข้ามาโหม่งบอลตุงตาข่ายไปอย่างสวยงามในนาทีที่ 62 ของการแข่งขัน

หลังจากนัดนั้นชนาธิป ยังสามารถทำได้อีก 2 แอสซิสต์ในเกมกับโยโกฮาม่า เอฟ มารินอสและคาวาซากิ ฟรอนตาเล่

ในช่วงหลังการฟุตบอลเจลีก 1 ผ่านไป 13 นัดนับเป็นช่วงเวลาที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ต้องพบกับความยากลำบากเนื่องจากเจ้าตัวถูกอาการเจ็บรบกวนอย่างหนัก จากที่เป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องใน 13 นัดแรก กลายเป็นเจ้าตัวต้องพลาดลงสนามอีกหลายนัด

ชนาธิป ชวดการลงสนามไป 2 นัดในเกมเจลีกก่อนจะมาลงสนามได้อีก 2 นัดแต่ก็ไม่เต็มเกม จากนั้นก็ชวดการลงสนามรับใช้ต้นสังกัดไปอีกกว่า 8 นัดในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคมเนื่องจากเจ็บแฮมสตริง

เมื่อกลับมาลงสนามได้เพียง 3 นัดก็ต้องพบกับอาการบาดเจ็บซ้ำเดิมอีกครั้งและพักยาวไปอีกกว่า 2 เดือนจนจบฤดูกาลชวดลงสนามไปกว่า 6 นัด ทำให้ฤดูกาลดังกล่าว ชนาธิป ลงสนามในเจลีก 1 ไปทั้งสิ้น 18 นัด ระยะเวลารวม 1,200 นาที น้อยกว่าฤดูกาลที่ผ่านมากว่าครึ่ง และทำประตูไป 1 ประตูกับอีก 5 แอสซิสต์ ขณะที่ในฟุตบอลถ้วยเจ้าตัวลงสนามในรายการเจลีก คัพ ไป 2 นัด

ฤดูกาล 2021 ชนาธิป สรงกระสินธ์ เปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อสามารถยิงประตูได้ในนัดเปิดสนามในเกมพบกับโยโกฮาม่า เอฟซี แต่หลังจากนั้นก็มีอีกหลายนัดที่ต้องพลาดการลงสนามผลงานโดยรวมในฤดูกาลนี้ชนาธิป ลงสนามในเจลีก 1 ไปทั้งสิ้น 23 นัดระยะเวลารวมกว่า 1,800 นาที ยิงได้ 1 ประตูกับอีก 6 แอสซิสต์

ผลงานอาจจะไม่ดีเท่าช่วงแรกที่มาค้าแข้ง แต่โดยรวม ในฤดูกาลนี้ดีกว่าฤดูกาลที่ผ่านมา

ซึ่งตลอดระยะเวลาการค้าแข้งกับสโมสรฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร กว่า 5 ฤดูกาล (2017-2021) ชนาธิป ลงสนามไปทั้งสิ้น 123 นัด(ฟุตบอลเจลีก 115 นัด / ฟุตบอลถ้วย 8 นัด) ยิงไปทั้งสิ้น 15 ประตู กับ 22 แอสซิสต์ ระยะเวลาลงสนามรวมทั้งสิ้น 10,050 นาที เรียกได้ว่าชนาธิป เป็นกำลังสำคัญของฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร คนหนึ่งเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้ ด้วยบุคลิกที่เป็นกันเองยามอยู่นอกสนามทำให้เจ้าตัวเป็นที่รักของแฟนฟุตบอลรวมทั้งสื่อมวลชน ข่าวการย้ายทีมไปยังคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ จึงสร้างความเสียดายให้กับแฟนบอลจำนวนไม่น้อย

ชนาธิป สรงกระสินธ์

ความท้าทายอันแสนยากลำบากที่ฟรอนตาเล่

ฤดูกาล 2022 นี้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้เริ่มย้ายมาสู่ต้นสังกัดใหม่อย่างคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ด้วยค่าตัวสูงพอสมควร โดยสื่อญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า เจ้าตัวเซ็นสัญญา 3 ปีและจะได้รับค่าเหนื่อยมูลค่ารวมประมาณ 65 ล้านบาท   

ชนาธิป สรงกระสินธ์ เปิดตัวลงสนามนัดแรกให้กับต้นสังกัดใหม่ในศึกเจแปนนิส ซูเปอร์ คัพ (Japanese Super Cup) หรือฟูจิ ฟิล์ม ซูเปอร์ คัพ (Fujifilm Super Cup) โดยในนัดแรกนี้ เจ้าตัวได้รับโอกาสจาก ‘โทรุ โอนิกิ’ กุนซือของทีมคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ เป็นเวลาทั้งสิ้น 77 นาที โดยเริ่มจากการเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายที่เจ้าตัวยังไม่เคยชินนัก ก่อนจะมีการปรับมาเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกในภายหลัง

ขณะที่ในฟุตบอลเจลีก 1 ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลงสนามให้คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ไปทั้งหมด 16 นัด ระยะเวลารวม 955 นาที เฉลี่ยนัดละ 60 นาที โดยทำแอสซิสต์ไป 2 ครั้งเท่านั้นในเกมที่พบกับนาโกย่า แกรมปัส เอต และเกียวโต ซังงะ ถือว่าเป็นจำนวนการลงสนามน้อยที่สุดตั้งแต่ชนาธิป ย้ายมาเล่นฟุตบอลอาชีพที่ประเทศญี่ปุ่น

โดยในช่วงแรก ‘โทรุ โอนิกิ’ ให้โอกาสชนาธิปลงสนามอย่างต่อเนื่อง 8 นัดแรกเจ้าตัวมีโอกาสลงสนามถึง 7 นัด เฉลี่ยนัดละ 60 นาที นัดที่ชนาธิป ไม่ได้ลงสนามก็เพราะถูกแบนจากการสะสมโทษใบเหลือง อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น ชนาธิป ต้องพลาดการลงสนามไปถึง 8 นัด ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อน่อง

เขากลับมาลงสนามอีกครั้งในเกมเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของต้นสังกัดเดิมอย่างฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2022 โดยเจ้าตัวถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 74 จากนั้นชนาธิปก็มีโอกาสได้ลงสนามต่อเนื่องอีก 3 นัดในการพบกับจูบิโล่ อิวาตะ, เซเรโซ่ โอซาก้า และกัมบะ โอซาก้า ก่อนจะไม่มีชื่อในนัดบุกไปเยือนอูราวะ เรด ไดมอนส์ก่อนจะกลับมาลงสนามในการพบกับโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส และอวิสปา ฟูกูโอกะ

ชนาธิป สรงกระสินธ์ต้องพลาดการลงสนามอีก 3 ในช่วงเดือนสิงหาคมและต้นกันยายนเนื่องจากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ซึ่งเมื่อหายเจ็บกลับมาเจ้าตัวก็ไม่ได้ลงสนามเป็นชิ้นเป็นอันนัก ทั้งยังมีอาการบาดเจ็บโคนขาหนีบมาซ้ำเติบอีกเรียกได้ว่าในช่วงท้ายฤดูกาลที่คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ลุ้นเบียดแชมป์กับโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ชนาธิป แทบไม่มีส่วนร่วมในการลงสนามกับทีมเลย เป็นสถาการณ์ยากและท้าทายที่สุดแล้วตั้งแต่เจ้าตัวมาเล่นเจลีก 1

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยังไม่สามารถทำผลงานได้ดีกับต้นสังกัดใหม่อย่างคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ มาจากอาการบาดเจ็บของเจ้าตัวที่คอยฉุดรั้งให้ฟอร์มการเล่นขาดความต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุก็น่าจะมาจากที่ชนาธิป เองต้องกรำศึกหนักทั้งในสโมสรและทีมชาติมาเป็นระยะเวลานาน

อีกทั้งเรื่องของการปรับตัวให้เข้ากับสไตล์และแท็คติกของทีมก็เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าตัวต้องเร่งแก้ไข เพราะฤดูกาลหน้าหาก ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยังคงอยู่ต่อกับคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ จะเป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นจริงที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้

นี่คือเรื่องราวของชนาธิป สรงกระสินธ์ นักฟุตบอลทีมชาติไทยที่มุ่งมั่นทุ่มเท และมานะจนสามารถพาตัวเองไปค้าแข้งในฟุตบอลเจลีก 1 ลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นและเป็นฟุตบอลลีกลำดับต้นของทวีปเอเชีย การย้ายมาสู่คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ คือความใจกล้าที่จะท้าทายต่ออุปสรรคที่เจ้าตัวต้องเผชิญ เรามาร่วมส่งกำลังใจให้ชนาธิป ได้สร้างประวัติศาสตร์อีกหน้าในฐานะนักฟุตบอลไทยที่ออกไปสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติกันครับ

ความสำเร็จใดที่ไม่ได้มาโดยง่าย เมื่อเราทำได้สำเร็จแล้ว สิ่งนั้นจะสร้างความภาคภูมิใจได้เป็นเท่าทวีและชนาธิป สรงกระสินธ์ กำลังจะทำแบบนั้น