Nihilist Penguin : นกเพนกวินที่กลายเป็นภาพแทนของปรัชญาสุญนิยม

Nihilist Penguin : นกเพนกวินที่กลายเป็นภาพแทนของปรัชญาสุญนิยม

เรื่องราวของ Nihilist Penguin จากสารคดี ‘Encounters at the End of the World’ (2007) ชีวิต ความฝัน และความตาย ของนกเพนกวินที่กลายเป็นภาพแทนของปรัชญาสุญนิยม

 

เราเกิดมาเพื่ออะไร?

 

เป้าหมายและความฝันนับเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการขับเคลื่อนมนุษย์ในการก้าวเดินไปข้างหน้า เป็นสิ่งที่คอยย้ำเตือนว่าท่ามกลางอุปสรรค ความไม่แน่นอน และยากลำบากบนหนทางข้างหน้า ขณะที่คุณค่าของรอยเท้าก้าวที่ผ่านมานั้นมีความหมายอย่างไร และดำเนินไปเพื่อสิ่งใด หากปราศจากสิ่งนี้ก็อาจเป็นได้ที่ใครสักคนจะหลงทางบนทางเดินชีวิตที่กำลังก้าวเดินอยู่จนไม่รู้ว่าปลายทางที่อยู่สุดสายตาจะมองเห็นนั้นตั้งอยู่ตรงไหน

บ้างอาจมีความฝันที่จะเห็นตัวเองสามารถยืนอยู่ ณ จุดที่ตนเองฝันไว้ บ้างอาจจินตนาการถึงความมั่นคงและครอบครัวที่อบอุ่น หรือบ้างก็อาจต้องการมีความสุขกับแก้วกาแฟธรรมดาใบเดิมในทุก ๆ วันที่ผ่านเข้ามา ไม่ว่าปลายทางที่วาดหวังจะหน้าตาเป็นแบบไหน แต่ความแน่วแน่ในภาพอนาคตที่มุ่งหมายจะทำหน้าที่เป็นรากฐานของปณิธานในชีวิตเสมอ

แต่ในโลกตั้งแต่อดีตปัจจุบันเส้นทางการเดินหน้าสู่ความฝันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากแต่ถูกถักร้อยด้วยก้านและแง่งหนามของมัน ชีวิตที่ต้องดิ้นรนอยู่รอดและปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลากลายเป็นสัดส่วนสำคัญในการมีชีวิต จนบางคราวความฝันที่เคยมีก็อาจถูกหลงลืมและแทนที่ชีวิตและการอยู่รอดในปัจจุบัน จนบางคราวก็พาให้ผู้คนตั้งคำถามว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่?

อาจเป็นมวลความคิดและคำถามเหล่านี้เองที่ทำให้นกเพนกวินตัวหนึ่งจากสารคดีเกือบยี่สิบปีที่แล้วกลายเป็นที่สนใจจากสายตาของผู้คนทั่วทั้งโลก ไม่เพียงเพราะปริศนาที่ตัวของมันได้ทิ้งไว้ แต่ยังเป็นแนวคิดที่ชวนให้ผู้คนมากมายหวนฉุกคิดกลับมาสะท้อนตัวตนว่าความหมายของชีวิตที่เราเลือกนิยามเองหน้าตาเป็นอย่างไร

สารคดี ณ สุดขอบโลก

ย้อนกลับไปในปี 2007 ผู้กำกับภาพยนตร์เยอรมัน ‘แวร์เนอร์ แฮร์โซก’ (Werner Herzog) คนสำคัญที่เคยฝากผลงานไว้กับโลกภาพยนตร์อย่าง ‘Fitzcarraldo’ (1982) — เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่พยายามจะเข็นเรือไอน้ำข้ามภูเขาเข้าไปในป่าอเมซอนด้วยความหวังจะสร้างโรงโอเปร่ากลางป่า จนความเป็นความหฤหรรษ์ในจอภาพยนตร์และความหฤโหดในการถ่ายทำ — ได้ตัดสินใจทำสารคดีเรื่อง ‘Encounters at the End of the World’ (2007) เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คนที่ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ที่แอนตาร์กติกา ว่ามีความเป็นอยู่ ความคิด และความรู้สึกอย่างไร

 

Nihilist Penguin : นกเพนกวินที่กลายเป็นภาพแทนของปรัชญาสุญนิยม แวร์เนอร์ แฮร์โซก ขณะกำลังถ่ายทำ Fitzcarraldo
(Photo: Getty Images)

 

Nihilist Penguin : นกเพนกวินที่กลายเป็นภาพแทนของปรัชญาสุญนิยม

Encounters at the End of the World (2007)

 

ในส่วนหนึ่งของภาพยนตร์นั้น แฮร์โซกได้สัมภาษณ์ ‘เดวิด เอนลีย์’ (David Ainley) นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านนกเพนกวินเพื่อถามถึงพฤติกรรมของเจ้าสัตว์ปีกแห่งแดนขั้วโลกใต้นี้ผ่านวิธีการตั้งคำถามเถรตรง แปลกประหลาด และไม่ค่อยเหมือนใครตามเอกลักษณ์การเล่าเรื่องของแฮร์โซก (ซึ่งหลายครั้งก็ขบเข้าได้ดีกับอารมณ์ขันที่แฝงความแอบเซอร์ดเอาไว้ในนั้นในทำนองเดียวกับ เดวิด ลินช์)

 

ด็อกเตอร์เอนลีย์ครับ มันเป็นไปได้ไหมที่เราจะสามารถเห็นความวิปลาสในหมู่นกเพนกวินเหล่านี้ ผมพยายามหลีกเลี่ยงการนิยามคำว่าวิปลาสหรือความบ้าคลั่งเสียสตินะครับ คือผมไม่ได้หมายความว่าเพนกวินเหล่านี้คิดว่าตัวเองเป็น เลนิน หรือ นโปเลียน โบนาปาร์ต นะ แต่ผมพยายามจะหมายความว่า พวกมันสามารถเป็นเสียสติจากความเบื่อหน่ายในฝูงที่มันอยู่ได้ไหม?

ผมเองก็ไม่เคยเห็นเพนกวินตัวไหนเอาหัวโขกหินหรอกนะ แต่ในบางคราวพวกเขาก็ดูสับสน อยู่ดี ๆ ก็ดันไปอยู่ในตำแหน่งแห่งหนที่ไม่ควรอยู่ ไกลห่างจากมหาสมุทร …

ภายหลังจากนั้น แฮร์โซกก็นำเอาภาพเหตุการณ์หนึ่งมานำเสนอแก่ผู้ชม เป็นภาพของฝูงเพนกวินราวแปดตัว เดินทางออกจากฝูงเพื่อมาหาอาหาร ทางขวาของเฟรมภาพจะเป็นการเดินหน้าสู่แหล่งน้ำอันเป็นจุดหมายปลายทางการหาอาหาร ส่วนทางซ้ายจะเป็นทางกลับสู่ฝูง เบื้องหน้าห่างไกลลิบคือภูเขาลูกมโหฬารที่ปกคลุมไปด้วยหิมะเรียงรายกันอย่างยิ่งใหญ่และห่างออกไปราวเจ็ดสิบกิโลเมตร

นกเพนกวินส่วนใหญ่เดินไปทางขวาเพื่อหาอาหาร มีบ้างเล็กน้อยที่เดินกลับฝูง ทว่ามีอยู่หนึ่งตัวที่ไม่ได้เลือกเดินไปทางซ้ายหรือขวา แต่มุ่งหน้าสู่ภูเขาลูกใหญ่ไกลโพ้นออกไปอย่างโดดเดี่ยว

 

ด็อกเตอร์เอนลีย์อธิบายกับเราว่า แม้เราจะไปจับมันเพื่อส่งมันกลับไปที่ฝูง นกเพนกวินตัวนั้นจะมุ่งหน้ากลับไปที่ภูเขาในทันที …

แต่คำถามคือทำไม?

 

ในฉากต่อมาถ่ายให้เห็นว่าเพนกวินตัวดังกล่าวได้เดินไปไกลกว่าแปดสิบกิโลเมตรจากจุดเดิม ซึ่งเป็นท่าเรือที่มีทีมงานมนุษย์หลายคนอาศัยอยู่ พวกเขายืนดูเพนกวินตัวนั้นเดินผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเพราะกฎสำคัญของมนุษย์คืออย่ายุ่มย่ามแตะต้องการตัดสินใจของสัตว์และธรรมชาติ สิ่งที่ทำได้คือยืนดูเพนกวินตัวดังกล่าวเดินผ่านไป 

 

และตอนนี้เพนกวินตัวนี้ก็กำลังมุ่งหน้าสู่พื้นที่ด้านในของทวีปอันกว้างใหญ่ กับระยะทางห้าพันกิโลเมตรที่เฝ้ารอมันอยู่ข้างหน้า…

เพนกวินตัวนี้กำลังมุ่งหน้าสู่ความตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ทำไมกัน?

 

 

นกเพนกวินสุญนิยม

เพนกวินตัวดังกล่าวได้ทิ้งปริศนาเอาไว้โดยปราศจากคำตอบว่าตัวของมันจะทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไร ทำไมสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวถึงตัดสินใจเลือกเดินออกจากฝูงและมุ่งหน้าสู่ความว่างเปล่าอย่างโดดเดี่ยวที่มีเพียงความตายเฝ้ารอมันอยู่เป็นมั่นคง?

แต่ใครจะคิดว่าฉากสั้น ๆ จากหนังสารคดีเรื่องหนึ่งเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้วจะกลายเป็นกระแสที่ผู้คนพูดถึงทั่วโลกออนไลน์ในวันนี้ ประเด็นสำคัญไม่ใช่การถามหาว่าเพนกวินตัวนั้นทำไปทำไม แต่เป็นการหยิบยกและเชิดชูว่าสิ่งที่เพนกวินตัวนั้นทำคือการละทิ้งทุกอย่างที่มุ่งหน้าท้าฝันแม้ต้องแลกมาด้วยชีวิตก็ตาม

ภาพของเพนกวินตัวเล็กที่เดินอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางพื้นที่โล่งกว้างที่ปกคลุมไปด้วยหิมะของแอนตาร์กติกาที่เบื้องหน้าเป็นภูเขาในภาพใหญ่จึงถูกนำมาตีความว่าสะท้อนสัญญะการปลดแอกพันธนาการของชีวิต ละทิ้งอุปสรรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความมั่นคง หรือความตาย เพื่อใช้ชีวิตที่เกิดมาไล่คว้าความฝันมาครอง — หรืออย่างน้อย ก็ได้ใช้ชีวิตในขณะที่ได้ลงมือทำ

ภูเขากลายเป็นภาพแทนของเป้าหมายสูงสุด ความเป็นนิรันดร์ ความฝัน หรือแม้แต่ ‘ความจริง

ผู้คนจึงตั้งชื่อให้กับเจ้านกเพนกวินตัวนี้ว่า ‘Nihilist Penguin’ หรือ ‘นกเพนกวินสุญนิยม

สุญนิยม’ (Nihilism) คือแนวคิดทางปรัชญาที่มองว่าคุณค่าพื้นฐานที่สังคมยึดถือในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายในชีวิต คุณค่าในสังคม หรือแม้แต่ความมั่นคงนั้นไม่มีความหมายหรือแม้แต่พังทลายลงไปหมดแล้ว ดังที่นักปรัชญาคนสำคัญอย่าง ‘ฟรีดริช นีตซ์เช’ (Friedrich Nietzsche) เขียนเอาไว้อย่างโด่งดังในงานเขียนเลื่องชื่อของตนว่า 

 

พระเจ้าตายแล้ว พระเจ้ายังคงตายอยู่
และเรานั่นเองที่สังหารพระองค์

 

แต่แนวคิดแบบสุญนิยมนี้เองก็สามารถจำแนกออกมาได้หลากหลายรูปแบบ แต่หนึ่งในวิธีจำแนกออกเป็นสองรูปแบบตามมุมมองของนีตซ์เชคือ ‘Passive Nihilism’ ซึ่งคือการยอมรับว่าชีวิตนี้ช่างไร้ความหมาย งั้นก็ใช้ชีวิตอยู่ไปตามที่เป็นอยู่ให้ผ่านพ้นไปก็เพียงพอ ซึ่งค่อนข้างเป็นวิธีมองโลกที่แง่ร้ายและเฉยชาในแบบฉบับของ ‘อาเธอร์ โชเปนฮาวเออร์’ (Arthur Schopenhauer) หรือแม้แต่ความเชื่อแบบ ‘พุทธศาสนา’ (Buddhism) ที่มุ่งหน้าสู่การหลุดพ้นจากปัจจุบันตามความเห็นของนีตซ์เช

ในขณะเดียวกันก็มี ‘Active Nihilism’ ที่นีตซ์เชพยายามนำเสนออันเป็นวิธีการมองความไร้ซึ่งความหมายเหล่านี้ในมุมใหม่ ไม่ใช่เพื่อการตัดพ้อ ทุกข์ตรม และยอมรับกับความเป็นอยู่ แต่ใช้มันเพื่อสร้างสิ่งใหม่ที่มีความหมายให้กับชีวิต และแน่นอนว่านกเพนกวินจากสารคดีของแฮร์โซกดูจะเป็นสุญนิยมอย่างหลัง

 

ชีวิตไม่มีความหมาย… จริงหรือ?

อาจเป็นเพราะแรงกดดันภายในสังคม ความทุกข์ระทมกับชีวิตในโลกปัจจุบัน ไปจนถึงภาวะเบิร์นเอาท์จากการทำงานที่ได้ผลักดันให้เกิดกระแสแนวคิดในการ ‘อยู่เพื่อตัวเอง’ ที่ขบเข้ากันได้ดีกับสำนึกความเป็นปัจเจกของผู้คนที่ให้คุณค่าและเป้าหมายของตัวเองมากกว่าการอยู่เป็นรวมหมู่เมื่อเปรียบเทียบกับในอดีต ในขณะเดียวกับที่ปฏิเสธคุณค่าที่ถูกตั้งขึ้นแต่ไม่สัมพันธ์กับปณิธานภายใน

หากจะทำความเข้าใจเหตุผลของพฤติกรรมนกเพนกวินที่ตัดสินใจเดินทางออกจากฝูงก็คงต้องย่างกรายเข้าไปในอาณาบริเวณของวิทยาศาสตร์ และแน่นอนว่าการที่เพนกวินตัวนี้ถูกเรียกว่า ‘เพนกวินสุญนิยม’ อาจไม่ใช่เพราะตัวของมันเองเชื่อแบบนั้นจริง ๆ แต่เป็นการที่มนุษย์เราใส่ความหมายและสัญญะให้กับเหตุการณ์ดังกล่าว 

แต่อย่างน้อยแม้จะใช้เวลาเกือบยี่สิบปี นกเพนกวินตัวดังกล่าวก็ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ผู้คนหันกลับมาตั้งคำถามกับชีวิตของตนเองว่านี่เรากำลังทำอะไรอยู่ นี่คือชีวิตที่เราต้องการหรือเปล่า และอาจกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนกล้าเอาชนะความกลัวและความไม่แน่นอนเพื่อพาตัวเองกลับสู่ครรลองแห่งความฝันอีกครั้ง

นกเพนกวินตัวนั้นชวนให้คนกลับมาถามตัวเองว่า

 

ฉันกำลัง มี’ ชีวิตหรือกำลัง ใช้’ ชีวิตอยู่?

 

นกเพนกวินตัวนั้น โดยที่มันเองก็ไม่รู้ตัว ได้เป็นอีกเสียงที่ถามกลับไปที่มนุษย์ทั้งหลายอีกครั้งว่า 

 

เราเกิดมาเพื่ออะไร?