TGI Wineday EP22: ปรัชญาในแก้วไวน์ เมื่อนักปราชญ์กรีกครุ่นคิดเรื่องการดื่ม

TGI Wineday EP22: ปรัชญาในแก้วไวน์ เมื่อนักปราชญ์กรีกครุ่นคิดเรื่องการดื่ม

ใน EP22 ของ TGI Wineday ‘ปรัชญาในแก้วไวน์’ เราพาคุณย้อนเวลากลับสู่ กรีกโบราณ สำรวจว่าผู้ปราชญ์อย่าง โสกราตีสและเพลโต มอง ไวน์ อย่างไร ไวน์ไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่เป็นสัญลักษณ์แห่ง วัฒนธรรม ความสุข และปัญญา พร้อมเรียนรู้วิธีดื่มอย่างชาญฉลาดเพื่อชีวิตที่ดีและสมดุล

ใน ‘โอดิสซีย์’ (Odyssey) ของ ‘โฮเมอร์’ (Homer) มีตอนหนึ่งที่ ‘โอดิสเซียส’ และสหายถูกกักขังอยู่ในถ้ำของ ‘ไซคลอปส์โพลีฟีมัส’ ยักษ์ตาเดียวผู้ดุร้ายและไร้วัฒนธรรม มนุษย์นักเดินเรือผู้เฉลียวฉลาดจึงหยิบ ‘อาวุธลับ’ ที่พกติดตัวมาใช้ นั่นคือ ‘ไวน์เข้มข้น’ ที่เขาได้รับจาก ‘มารอน’ (Maron) นักบวชของ ‘อพอลโล’ โอดิสเซียสรินไวน์ให้โพลีฟีมัสดื่ม ยักษ์ผู้ไม่เคยลิ้มรสเครื่องดื่มเช่นนี้มาก่อนก็เมามายจนเสียท่า และนั่นกลายเป็นจุดหักเหที่ช่วยให้โอดิสเซียสรอดชีวิตออกมาได้ 

เรื่องเล่าจากกรีกโบราณนี้ ไม่เพียงเป็นมหากาพย์การผจญภัย หากยังสะท้อนนัยลึกซึ้งเกี่ยวกับ ‘ไวน์’ ในฐานะเครื่องหมายแห่ง ‘อารยธรรม’ สำหรับชาวกรีก การดื่มไวน์ไม่ได้หมายถึงการปล่อยตัวให้เมามาย แต่คือการดื่มด้วยพิธีกรรม การเจือจางกับน้ำ และการแบ่งปันในวงสนทนา ‘ยักษ์ไซคลอปส์’ ที่ไร้ธรรมเนียมจึงถูกวาดภาพให้เป็น ‘ผู้ไร้อารยะ’ ตรงกันข้ามกับ ‘มนุษย์’ ที่รู้จักใช้ไวน์เป็นสื่อกลางของปัญญา (ตามบริบทของเรื่อง ไวน์ที่กล่าวถึง จัดเป็น ‘เครื่องดื่มของทวยเทพ’ ที่มีความเข้มข้นสูงมาก ถึงขนาดที่ว่าในการดื่มปกติ ต้องผสมน้ำถึง 20 ส่วนต่อไวน์เพียง 1 ส่วน) 

ไวน์จึงเป็นเครื่องหมายแห่งวัฒนธรรม เผยให้เห็นเส้นแบ่งระหว่างความป่าเถื่อนกับความมีอารยะ

คำถามคือ เมื่อโฮเมอร์บันทึกถึงไวน์ในตำนานเช่นนี้แล้ว นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง ‘โสกราตีส’ และ ‘เพลโต’ จะมองไวน์เช่นไร? ไวน์มีที่ทางอย่างไรในความคิดที่กลายมาเป็นรากฐานของอารยธรรมตะวันตก?

คุณและโทษของไวน์ในมุมมองกรีก

สำหรับชาวกรีกโบราณ ไวน์ คือสิ่งล้ำค่า แต่ก็เป็นพลังที่อันตรายในเวลาเดียวกัน ในมหากาพย์ของโฮเมอร์ คุณภาพของไวน์ถูกวัดจาก ‘ความแรง’ และ ‘ความหวาน’ ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์อันลึกลับ ทั้งมอบความรื่นรมย์แก่ผู้ดื่มและพรากสติได้ในคราวเดียวกัน

มิติอันกำกวมนี้ถูกทำให้เป็นรูปร่างผ่าน ‘ไดโอนีซุส’ เทพแห่งไวน์และการเฉลิมฉลอง ซึ่งเป็นทั้งผู้มอบความชุ่มชื่นแห่งชีวิตและผู้พาไปสู่ความวิปลาส หากได้รับการยกย่อง เขาคือเทพแห่งความรื่นรมย์และการสร้างสรรค์ แต่หากถูกละเมิด ไดโอนีซุส ก็พร้อมจะลงโทษด้วยพลังอันบ้าคลั่ง ทำให้เกิดความวุ่นวายและความพินาศ

บทเรียนสำคัญ จึงอยู่ที่ ‘การใช้ไวน์อย่างชาญฉลาด’ เพื่อควบคุมพลังของมัน ไม่ใช่ปล่อยให้พลังนั้นควบคุมเรา

ไวน์ ความสุข และเป้าหมายของชีวิต (Eudaimonia)

คำถามสำคัญที่สุดในชีวิตของชาวกรีกโบราณ ไม่ใช่เรื่องศรัทธาหรือการเสียสละ แต่คือการแสวงหา ‘eudaimonia’ หรือ ‘การมีชีวิตที่ดีงามและเปี่ยมสุข’ หากไวน์จะมีคุณค่าแท้จริง มันต้องตอบได้ว่า “จะทำให้ชีวิตมนุษย์มีความสุขขึ้นได้หรือไม่?”

ไวน์ จึงไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงความรื่นรมย์เฉพาะหน้า แต่เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตที่ดี โดยเฉพาะในพิธี ‘ซิมโพเซียม’ (symposium – งานเลี้ยงสนทนาแบบกรีกโบราณ) ที่เหล่าชายหนุ่มและนักปราชญ์มารวมตัวกัน ดื่มไวน์ สนทนา และถกเถียงปรัชญา นี่คือพื้นที่ที่ไวน์ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างความเพลิดเพลินทางรสชาติและการขัดเกลาทางปัญญา

แม้แต่เพลโต ซึ่งถูกมองว่าเป็นนักปรัชญาผู้ไม่ยึดติดกับโลกวัตถุ ก็ยังยอมรับว่าความสุขจากไวน์มีคุณค่า เขาไม่ได้ปฏิเสธความเพลิดเพลิน แต่พยายามวางมันไว้ในกรอบที่กว้างกว่า ความสุขจากการชื่นชมสีและกลิ่นของไวน์ และจากการได้ร่วมอยู่ในวงสนทนาที่เปี่ยมปัญญา

ดังนั้น สำหรับชาวกรีกโบราณ การดื่มไวน์อย่างเหมาะสม คือการเสริมพลังให้กับชีวิตที่ดี เพราะไวน์ช่วยปลุกเร้าให้มนุษย์ใฝ่หาความสุขในระดับที่ลึกซึ้ง ยิ่งกว่าความพึงพอใจทางกาย

โสกราตีสกับการดื่มอย่างมีสติ

ใน ‘Symposium’ ของ ‘เพลโต อัลซิบิอาเดส’ นักการเมืองและแม่ทัพแห่งเอเธนส์ ยกย่องโสกราตีสด้วยถ้อยคำที่โด่งดังว่า “โสกราตีสคือบุรุษผู้เดียวที่ดื่มเท่าไรก็ไม่เคยเมา” คำกล่าวนี้ไม่เพียงบอกถึงความสามารถในการต้านทานฤทธิ์ของไวน์ แต่ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของนักปราชญ์ผู้ไม่เคยสูญเสียการควบคุม

แม้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเมามาย โสกราตีสยังคงตั้งคำถามและสนทนาด้วยปัญญาที่เฉียบแหลม ทำให้ผู้ร่วมวงเห็นว่าเขาไม่ใช่ผู้ถูกไวน์ครอบงำ หากแต่เป็นผู้ครอบครองไวน์อย่างแท้จริง เรื่องเล่านี้จึงไม่ใช่เพียงตำนานทางกายภาพ หากเป็นภาพแทนของปรัชญาที่เขายึดถือ - การใช้ชีวิตด้วยสติและความรู้ เพลิดเพลินกับรสชาติของไวน์ได้ แต่ไม่ปล่อยให้ความมึนเมามาพรากอิสระทางปัญญา

ปรัชญาในแก้วไวน์ของโสกราตีส จึงเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เป็นการดื่มเพื่อชื่นชม แต่ไม่ดื่มเพื่อยอมจำนน เพราะปัญญาที่แท้จริงงอกงามได้ท่ามกลางความสุขุมเยือกเย็น แม้ในยามที่ถือแก้วไวน์อยู่ในมือ

ปรัชญาสู่การปฏิบัติ: เมื่อไวน์ถูกควบคุมโดยรัฐ

จากภาพของโสกราตีสผู้ควบคุมการดื่มได้ด้วยปัญญา แนวคิดนี้ถูกขยายสู่การจัดระเบียบของสังคมผ่านงานเขียนของเพลโต โดยเฉพาะใน Republic และ Laws เพลโตมองว่าคนหนุ่มสาวควรหลีกเลี่ยงการดื่ม เพราะยังไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะควบคุมพลังของมันได้

สำหรับเขา ไวน์ คือ ‘pharmakon’ คำกรีกที่มีความหมายสองด้าน ทั้ง ‘ยา’ และ ‘ยาพิษ’ ดังนั้น เพลโตจึงเสนอให้ ‘รัฐ’ เข้ามามีบทบาทกำกับการดื่มไวน์ คล้ายมาตรการป้องกันไม่ให้สังคมตกไปสู่ความวิปลาส

นี่คือการเคลื่อนจากปรัชญาส่วนบุคคลของโสกราตีส มาสู่ปรัชญาการเมืองในระดับรัฐ ไวน์มิใช่เพียงเรื่องของรสชาติ หากเป็นเรื่องของการจัดการพลังในสังคมอย่างมีเหตุผล

พลัง ความเชี่ยวชาญ และบทเรียนถึงปัจจุบัน

สำหรับนักปรัชญากรีกโบราณ ไวน์คือ ‘พลัง’ ที่ซ่อนเร้นสองด้าน พลังที่สามารถยกระดับชีวิตให้เต็มไปด้วยความสุขและปัญญา แต่ก็อาจพามนุษย์สู่ความวิปลาสและหายนะได้เช่นกัน สิ่งที่จะตัดสินชะตาของพลังนี้ คือ ‘ความเชี่ยวชาญ’ ของผู้ดื่ม ความสามารถในการรู้จักควบคุมและตระหนักถึงคุณค่าอย่างแท้จริง

หากในเอเธนส์โบราณ ไม่มีใครยอมรับคำสอนเรื่องไวน์จากผู้ที่ไม่เคยดื่มไวน์ วันนี้เราก็อาจตั้งคำถามคล้ายกันว่า ในสังคมที่เต็มไปด้วยวาทกรรมเกี่ยวกับเครื่องดื่ม สุขภาพ และวัฒนธรรมการบริโภค เราควรฟังใคร? ผู้ที่เข้าใจไวน์อย่างถ่องแท้ หรือเสียงจากคนที่ไม่เคยสัมผัสประสบการณ์นั้นด้วยตัวเอง?

ไวน์ ในสายตาของนักปราชญ์กรีก จึงเป็นบทเรียนข้ามกาลเวลา ดื่มได้ เพลิดเพลินได้ แต่ต้องไม่ยอมให้มันปลดปล่อยพลังทำลายล้างออกมา เพราะสุดท้ายแล้ว แก่นของไวน์ไม่ใช่การเมา หากคือการทำให้มนุษย์ใกล้ชิดกับความสุขุม ปัญญา และชีวิตที่ดี

 

อนันต์ ลือประดิษฐ์