18 ก.พ. 2569 | 10:00 น.

“Napalm, son. Nothing else in the world smells like that.
I love the smell of napalm in the morning.”
แม้จะปรากฏตัวออกมาเพียงสิบกว่านาทีใน Apocalypse Now (1979) แต่ผู้พัน ‘บิล คิลกอร์’ (Bill Kilgore) กลับกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่ผู้คนจดจำได้อย่างชัดเจนที่สุด ไม่เพียงแต่ในภาพยนตร์ที่เกือบทำให้ ‘ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา’ (Francis Ford Coppola) ผู้กำกับภาพยนตร์ในตำนานเอาตัวไม่รอด แต่ยังรวมไปถึงโลกภาพยนตร์ ซึ่งชายที่สวมวิญญาณเป็นผู้พันบ้าเลือดคนนั้นก็คือชายที่มีนามว่า ‘โรเบิร์ต ดูวัลล์’ (Robert Duvall)
ฉากเครื่องบินรบของกองทัพสหรัฐอเมริกาโผบินอยู่เหนือป่าของเวียดนาม ก่อนจะปล่อยแถวของระเบิดไฟนาปาล์มลงมานับเป็นฉากที่ไม่เพียงสะท้อนความบ้าระห่ำของ Apocalypse Now แต่รวมไปถึงความโหดร้ายของสงครามเวียดนาม แต่สิ่งที่ทำให้ฉากนี้สมบูรณ์แบบไปกว่าเดิมคือคำกล่าวของผู้พันคิลกอร์ที่เอ่ยชื่นชมความอภิรมย์ของกลิ่นนาปาล์มที่อบอวลไปทั่วพื้นท
“นั่นแหละนาปาล์ม ไอลูกชาย
ไม่มีกลิ่นใดเทียบเท่ามันอีกแล้ว
ฉันล่ะชอบกลิ่นของนาปาล์มในยามเช้าเสียจริง”
เมื่อการทำลายล้างอันแสนโหดร้ายเดินทางมาตัดกับคำกล่าวของผู้พันคิลกอร์ จึงกลายเป็นฉากที่สะท้อนความอำมหิตของกองทัพอเมริกันที่เอ่ยชื่นชมไฟนรกที่เผาทั้งป่าและมนุษย์ทั้งเป็น ราวกับมันเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ที่เบ่งบานและสยายกลิ่นในยามเช้า ความยุ่งเหยิงของสงครามไม่เพียงกลายเป็นภาพธรรมดาในชีวิตของเขา แต่ยังเป็นสุนทรียภาพที่มีประพันธกรเป็นความโหดร้ายในจิตใจของพวกเขาเอง
Apocalypse Now (1979)
เมื่อการทำลายล้างอันแสนโหดร้ายเดินทางมาตัดกับคำกล่าวของผู้พันคิลกอร์ จึงกลายเป็นฉากที่สะท้อนความอำมหิตของกองทัพอเมริกันที่เอ่ยชื่นชมไฟนรกที่เผาทั้งป่าและมนุษย์ทั้งเป็น ราวกับมันเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ที่เบ่งบานและสยายกลิ่นในยามเช้า ความยุ่งเหยิงของสงครามไม่เพียงกลายเป็นภาพธรรมดาในชีวิตของเขา แต่ยังเป็นสุนทรียภาพที่มีประพันธกรเป็นความโหดร้ายในจิตใจของพวกเขาเอง
แถวระเบิดนาปาล์มอันตระการตานั้นก็สะท้อนภาพของ ‘ชัยชนะ’ ในสำนึกของกองทัพอเมริกันในสงครามเวียดนาม ที่ไม่ว่าจะแลกมาด้วยการทำลายล้าง ความโหดร้าย หรือเสียหายมากเพียงไหน แต่ชัยชนะก็ล้วนเป็นสิ่งที่น่ายินดี หรือแม้กระทั่งสวยงามเสมอ
บ้างก็มองว่าตัวละครอย่างคิลกอร์คือภาพแทนของความบ้าระห่ำและอำมหิตของ ‘กองทัพ’ ที่ถูกหล่อหลอมจากสงครามและความรุนแรง จนหลงลืมความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ และหลงเหลืออยู่เพียงจิตวิญญาณแห่งความเคียดแค้นและความรุนแรง ไม่ต่างอะไรจากเครื่องจักรสังหารในคราบมนุษย์ (แต่นั่นก็อาจจะเป็นเป้าหมายในการฝึกฝนและหล่อหลอมตั้งแต่ทีแรกอยู่แล้วหรือเปล่า?)
อย่างไรก็ตาม ฉากที่มาพร้อมคำกล่าวสั้น ๆ ของตัวละครผู้พันคิลกอร์ได้สะท้อนความอำมหิตของสงครามที่ Apocalypse Now พยายามจะสื่อสารได้อย่างชัดเจนที่สุด อีกทั้งยังทำให้ชื่อของ โรเบิร์ต ดูวัลล์ ถูกจดจำในฐานะนักแสดงที่มีบทบาทบ้าระห่ำที่สุดบทหนึ่งในโลกภาพยนตร์ จนแม้จะผ่านมา 45 ปีแล้ว ก็มีแฟน ๆ หลายคนเดินมาหาดูวัลล์และกล่าววลีเด็ดของผู้พันคิลกอร์กับเขา
ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้น บทผู้พันคิลกอร์ก็ถูกเสนอให้นักแสดงคนอื่นรับไปเล่น แต่เขาคนนั้นได้ปฏิเสธไป โรเบิร์ต ดูวัลล์ จึงเสนอขอรับบทกับคอปโปลาในทันที แม้ว่าในบทจะต้องการคนที่ตัวใหญ่และบึกบึนมากกว่าตัวเขาเองก็ตาม จนได้กลายมาเป็นผู้พันคิลกอร์ที่สะท้อนภาพความโหดร้ายในสำนึกของทหารอเมริกันในสงครามเวียดนามดังที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้
Apocalypse Now ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในสงครามเวียดนาม แต่ยังรวมไปถึงเบื้องลึกในหัวจิตหัวใจของผู้คนที่ถูกเคลือบหลอมโดยความอาฆาต จนทำให้ความเป็นมนุษย์กลายเป็นเรื่องของวันวาน
โรเบิร์ต ดูวัลล์ จากไปอย่างสงบในคืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 ตามเวลาของสหรัฐอเมริกา ด้วยอายุ 95 ปี เขาถือเป็นนักแสดงคนหนึ่งที่ไม่เพียงอยู่ร่วมกับยุคทองของภาพยนตร์ฮอลลีวูดและได้รับการยกย่อง แต่ยังเป็นร่างทรงของตัวละครหลายตัวที่คนทั้งโลกหลงรัก รวมไปถึง ‘ผู้พันคิลกอร์’ ด้วย
แด่ โรเบิร์ต ดูวัลล์, (1931 - 2026)