svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม Thepeople

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด

จอห์นนี เดปป์ ผู้ชายพันหน้า กับบทบาทโลกไม่ลืม

จอห์นนี เดปป์ ผู้ชายพันหน้า กับบทบาทโลกไม่ลืม
เวลาแสดง สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะดูเหมือนที่สุดก็คือตัวผมเอง ผมว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยง ผมคิดได้ว่าถ้าผมทำอะไรเหมือนเดิมซ้ำ ๆ นอกจากผมจะเบื่อตัวเองแล้ว ยังทำให้คนดูเบื่ออีกด้วย คุณว่าไหม” กว่า 30 ปีที่ จอห์นนี เดปป์ (Johnny Depp) โลดแล่นอยู่ในวงการฮอลลีวูด เขาได้สร้างตัวละครอันน่ามหัศจรรย์ที่โลกต้องจดจำเอาไว้มากมาย ทั้งบทชายหนุ่มผู้มีมือเป็นกรรไกร ใน Edward Scissorhands, วิลลี่ วองก้า เจ้าของโรงงานช็อคโกแลตสุดเพี้ยน ใน Charlie and the Chocolate Factory และบทที่ได้รับความรักจากเด็ก ๆ ทั่วโลก อย่างกัปตันโจรสลัดขี้เมา แจ็ค สแปร์โรว์ ใน Pirates of the Caribbean การแสดงของเขาแสดงออกถึงความสามารถที่ไร้ขีดจำกัด ซึ่งดาราน้อยคนนักที่จะสามารถสร้างบทที่ผู้ชมจดจำได้เยอะขนาดนี้ ถึงกระนั้นชื่อเสียงความโด่งดังของเขาก็ยังมีข้อกังขา เพราะหลายคนมักจะถามว่า “จอห์นนี เดปป์ เป็นดาราที่เก่งจริง ๆ หรือแค่รับบทเพี้ยนแปลกประหลาดจนคนจำกันแน่?” แม้ว่าคำตอบของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ก็คือบทบาทเหล่านั้นมันโดดเด่นจนไม่อาจลืม จอห์นนี เดปป์ ผู้ชายพันหน้า กับบทบาทโลกไม่ลืม นิโคลัส เคจ ผู้มอบตั๋วทองคำเข้าสู่วงการ ทุกคนมาฮอลลีวูดได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ชื่อเสียงโด่งดังมาประดับ นอกจากต้องใช้พรสวรรค์บวกพรแแสวงแล้ว ยังต้องอาศัย “โชค” ซึ่งโชคของจอห์นนี เดปป์ มีชื่อว่า นิโคลัส เคจ (Nicolas Cage) ปี 1983 ขณะที่เดปป์อายุเพียง 20 ปี เขาเป็นหนุ่มนักดนตรีทำวงกับเพื่อน และย้ายมาอยู่ลอสแอนเจลิสเพื่อหาลู่ทางประกอบอาชีพ แต่ละวันผ่านไปด้วยความยากลำบาก เขาต้องหาเลี้ยงตัวเองด้วยการทำงานเป็นเซลส์แมนขายปากกาหาเงินมาประทังชีวิต แล้วจุดเปลี่ยนในชีวิตก็มาถึง เมื่อภรรยาคนแรกของเดปป์คือ ลอรี แอนน์ อัลลิสัน (Lori Anne Allison) ซึ่งทำงานเป็นช่างแต่งหน้าให้คนในวงการบันเทิง แนะนำให้เขาได้รู้จัก นิโคลัส เคจ นักแสดงดาวรุ่งที่เพิ่งมีชื่อเสียงจาก Valley Girl (1983) เดปป์และเคจเป็นเพื่อนเที่ยวกินดื่มกันจนสนิท วันหนึ่งระหว่างเล่นเกมเศรษฐีด้วยกันในงานปาร์ตี้ เคจก็พูดกับเดปป์ว่า “นายน่าจะไปเป็นนักแสดงนะ” แม้ว่าเดปป์จะพยายามบอกปัดว่าไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการแสดงเลย แต่เคจก็ส่งตัวเดปป์ไปพบกับเอเจนต์ของตัวเอง และทำให้เดปป์ได้โอกาสออดิชั่นหนังเรื่องแรก ใน A Nightmare on Elm Street (1984) ของเจ้าพ่อหนังสยองขวัญระดับตำนาน เวส คราเวน (Wes Craven) เดปป์เกือบจะชวดบท เพราะคราเวนเห็นรูปถ่ายของเขาแล้วรู้สึกว่าไอ้หนุ่มคนนี้ดูขี้โรค หัวเปียกมันเยิ้ม ตัวซีด นิ้วเหลืองเพราะสูบบุหรี่จัด แต่เมื่อเอารูปให้ลูกสาวดู ลูก ๆ ของเขากลับยืนกรานให้พ่อต้องเอาหนุ่มหน้าใหม่คนนี้มาเล่น เพราะติดใจในความหล่อเหลา แม้หนังเรื่องแรกนี้เดปป์จะไม่ได้รับบทเด่นอะไร แต่ฉากการตายอันพิลึกพิลั่น โดนผีเฟรดดี้ ครูเกอร์ ลากลงเตียงนั้นยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ชม ทำให้เขาแจ้งเกิดมาได้แบบงง ๆ และได้รับโอกาสดี ๆ ต่อมา ทุกวันนี้เดปป์ก็ยังระลึกถึงบุญคุญของคราเวนและลูกสาวอยู่เสมอ ที่กล้าหาญพอที่จะโยนบทให้นักแสดงหน้าใหม่อย่างเขาได้ลองแสดง จอห์นนี เดปป์ ผู้ชายพันหน้า กับบทบาทโลกไม่ลืม ความสัมพันธ์สุดเพี้ยนกับ ทิม เบอร์ตัน สตูดิโออยากได้ ทอม ครูซ (Tom Cruise) มาแสดง Edward Scissorhands และอยากได้ แบรด พิตต์ (Brad Pitt) มาแสดง Sleepy Hollow แทบทุกครั้งเลยครับที่เราทำงานด้วยกัน เขาต้องไปเถียงกับสตูดิโออยู่นานเพื่อที่จะให้พวกเขาจ้างผม” จอห์นนี เดปป์ เอ่ยถึง ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) ผู้กำกับคู่บุญที่ร่วมงานกันมาอย่างยาวนาน จนคนเปรียบเปรยว่าพวกเขาเกิดมาคู่กันอย่างกับผีเน่ากับโลงผุ ครั้งแรกที่ทั้งสองเจอกันเป็นดั่งซีนในหนังโรแมนติก เกิดขึ้นในร้านกาแฟแห่งหนึ่งในลอสแอนเจลิส ช่วงปลาย ๆ ยุค 1980s  ตอนนั้นเดปป์กำลังโด่งดังในฐานะ “ไอดอลขวัญใจสาว” จากบทบาทตำรวจโคตรเท่ ทอม แฮนสัน ในซีรีส์ยอดนิยม 21 Jump Street (1987-1990) แต่เบอร์ตันไม่รู้จักมาก่อนเลยว่าเดปป์เป็นใครมาจากไหน เขารู้แค่ว่าไอ้หนุ่มคนนี้อยากแสดงหนังของเขา เพราะต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวเองให้มีความเป็นนักแสดงมากขึ้น ไม่ใช่เป็นแค่ดาราวัยรุ่นเท่านั้น เมื่อได้พูดคุยกันถึงเรื่องต่าง ๆ ทั้งคู่ก็มีหลายสิ่งที่คล้ายกันมาก ไม่ว่าจะเป็นความชอบในป๊อปคัลเจอร์, ชอบหนังสยองขวัญยุคเก่า ไปจนถึงชอบเล่นมุกตลกแนวสกปรกเหมือนกัน “ผมคิดว่ามันมีไม่กี่ครั้งในชีวิตของเราที่จะรู้สึกว่าเรามีอะไรเชื่อมติดกับใครสักคน มันง่าย ๆ แบบนั้นเลย แม้คุณจะมองไม่เห็นอนาคตหรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เขามีความเป็นศิลปินสูงมาก ตั้งแต่วันแรกเราได้พูดคุยกันเกี่ยวกับ ลอน เชนีย์  (นักแสดงยุคหนังเงียบ ผู้โด่งดังในการรับบทแปลก ๆ) เขาคือคนประเภทเดียวกันเลยล่ะ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมสนใจในภาพยนตร์ นักแสดงแบบนั้น คนแบบนั้นคือดีเอ็นเอและพลังหลักในการสร้างภาพยนตร์ เรามักจะต่อกันติดด้วยสิ่งแปลก ๆ อยู่เสมอ” ทิม เบอร์ตัน กล่าวถึงความประทับใจในตัวจอห์นนี เดปป์ และเหตุผลที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ตัวเลือกนักแสดงนำของเขาก็ไม่เคยเปลี่ยน เพราะเบอร์ตันชอบที่เดปป์เป็นคนที่เกลียดการมองตัวเองในมอนิเตอร์ เขาไม่สนใจมานั่งตรวจสอบว่าตัวเองแสดงเป็นอย่างไร เขาแค่ทำมันต่อไป แล้วงานก็ออกมาดีและลื่นไหล ด้านเดปป์ก็กล่าวยกย่องเบอร์ตัน ผู้เป็นเหมือนคู่แท้ที่หากันจนเจอว่า เป็นคนที่สร้างบรรยากาศการทำงานให้รู้สึกสบายใจ “เขาเปิดโอกาสให้คุณสามารถลองทำอะไรก็ได้ มันเป็นอะไรที่อิสระมาก...ซึ่งนี่คือเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับนักแสดง” ด้วยเหตุนี้ทำให้เดปป์ทุ่มเทในการแสดงหนังทุกเรื่องของเบอร์ตัน เพราะเขามั่นใจว่าผู้กำกับคนนี้มีเป้าหมายเดียวกันกับเขา [caption id="attachment_25749" align="aligncenter" width="1280"] จอห์นนี เดปป์ ผู้ชายพันหน้า กับบทบาทโลกไม่ลืม เดปป์กับบทบาทในเรื่อง Edward Scissorhands[/caption] เดปป์ทำการบ้านอย่างหนักกับทุก ๆ บท เพื่อสร้างตัวละครที่แตกต่าง และตั้งใจแสดงออกผ่านสีหน้าแววตา และอากัปกิริยา (บทเอ็ดเวิร์ดมือกรรไกร มีบทพูดเพียง 169 ประโยคเท่านั้น) ยอมเพิ่มและลดน้ำหนัก และแต่งหน้าประหลาดหลุดโลกโดยไม่ห่วงหล่อ จนท้ายที่สุดทั้งคู่ทำงานด้วยกันมาแล้วถึง 8 เรื่อง ได้แก่ Edward Scissorhands (1990), Ed Wood (1994), Sleepy Hollow (1999), Charlie and the Chocolate Factory (2005), Corpse Bride (2005) (ให้เสียงพากย์), Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street (2007), Alice in Wonderland (2010) และ Dark Shadows (2012) และยังมีเรื่องที่ 9 คือ Alice Through the Looking Glass (2016) ซึ่งเบอร์ตันไม่ได้กำกับ แต่เป็นโปรดิวเซอร์อีกด้วย [caption id="attachment_25750" align="aligncenter" width="1505"] จอห์นนี เดปป์ ผู้ชายพันหน้า กับบทบาทโลกไม่ลืม หนัง What’s Eating Gilbert Grape[/caption] “กิลเบิร์ต” บทผู้ชายธรรมดาที่แสนพิเศษ แม้จอห์นนี่ เดปป์ จะเป็นที่จดจำจากบทบาทที่เต็มไปด้วยสีสันฉูดฉาดพิลึกพิลั่นเหนือมนุษย์ แต่บทที่เขาแสดงเป็นคน “ธรรมดา” ก็ได้รับการจดจำไม่แพ้กัน หนึ่งในนั้นคือบท กิลเบิร์ต จาก What’s Eating Gilbert Grape (1993) หนังสุดซึ้งที่เขาได้ประชันฝีมือกับ ลีโอนาโด ดิคาปริโอ (Leonardo DiCaprio) ที่ตอนนั้นยังวัยละอ่อนอายุเพิ่งจะ 19 ปีเท่านั้น  ผู้กำกับ ลาสซี่ ฮอลสตรอม (Lasse Hallström) เผยว่า ที่เขาเลือกเดปป์มาแสดงเป็นกิลเบิร์ต ชายหนุ่มที่ต้องขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัวคอยดูแลแม่ที่เป็นโรคอ้วน กับน้องชายที่เป็นออทิสติก และจัดการปัญหาต่าง ๆ ภายในบ้านแทนพ่อที่จากไป เพราะเดปป์เป็นคนที่แสดงออกทางสีหน้าและแววตาได้ดี ฮอลสตรอมยังชอบการตีความของเดปป์ ที่แสดงออกให้กิลเบิร์ตเป็นคนที่ดูเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่นตลอดเวลา เป็นคนมึนงงกับความผิดปกติในชีวิตของเขา แม้เดปป์จะเคยบอกว่า กลัวตัวเองจะแสดงออกมาได้เป็นคนที่น่าเบื่อเกินไป แต่ฮอลสตรอมกลับมองว่า ความรู้สึกแบบนี้แหละที่เขาอยากให้มีในตัวกิลเบิร์ต ชายผู้ต้องจำใจรับผิดชอบเรื่องต่าง ๆ แม้ใจจะอยากหนีไปมากแค่ไหนก็ตาม จอห์นนี เดปป์ ผู้ชายพันหน้า กับบทบาทโลกไม่ลืม ยุคทองแห่งโจรสลัด บทกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ จากแฟรนไชส์ Pirates of the Caribbean กลายเป็นบทที่ทำให้จอห์นนี เดปป์ เข้าสู่ยุคทองแห่งอาชีพการงานอย่างถึงขีดสุด แม้ว่าก่อนหนังจะออกฉาย เขาเกือบโดนไล่ออกจากกองถ่าย เนื่องจาก ไมเคิล ไอสเนอร์ (Michael Eisner) ซีอีโอของ Disney ตอนนั้นไม่ปลื้มทิศทางการแสดงของเขา ซึ่งเดปป์ให้สัมภาษณ์ในงาน A.F.I. Festival เมื่อปี 2015 ว่า “ไอสเนอร์บ่นถึงตัวละครกัปตันแจ็คว่า ‘แม่-เอ๊ย จอห์นนี เดปป์ จะทำหนังเจ๊งละเนี่ย ไอ้นี่มันขี้เมาเหรอ มันเป็นเกย์หรือเปล่า” เพราะสมัยนั้นยังไม่มีใครเข้าใจตัวละครโจรสลัดขี้เมาท่าทางตุ้งติ้งของเขาเลยสักนิด จนสุดท้ายมีทีมงานที่กล้าพอจะมาถามเดปป์ว่า กัปตันแจ็คเป็นอย่างที่ไอสเนอร์สงสัยไหม ซึ่งเดปป์ก็ตอบไปว่า “แหม ไม่รู้หรือไงว่าตัวละครที่ผมเล่นเป็นเกย์ทั้งหมดน่ะ” เดปป์บอกว่า ตอนนั้นเขาคิดว่าคงจะโดนไล่ออกแน่ แต่สุดท้ายก็ไม่ และนั่นก็เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดของ Disney เนื่องจากบทบาทกัปตันแจ็ค โจรสลัดขี้เมาที่ดูไม่เอาไหน เพศภาพลื่นไหลสุดกู่ แต่แฝงไว้ด้วยความเท่แบบแหกคอกสุด ๆ กลายเป็นที่รักของผู้ชมทันทีที่ออกฉาย และทำรายได้ไปกว่า 654 ล้านเหรียญสหรัฐทั่วโลก อีกทั้งยังส่งให้เดปป์ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และมีภาคต่อตามมาอีก 4 ภาค ทำให้ตัวละครตัวนี้กลายเป็นไอคอนหนึ่งในวงการภาพยนตร์ และเป็นบทบาทที่ผู้คนจดจำมากที่สุด จอห์นนี เดปป์ ผู้ชายพันหน้า กับบทบาทโลกไม่ลืม เดปป์เผยว่า เขาตั้งใจสร้างตัวละครกัปตันแจ็ค ให้เป็นโจรสลัดในแบบที่ผู้ชมไม่เคยเห็นมาก่อน โดยเขาได้แรงบันดาลใจมาจากห้องซาวน่า “แจ็ค สแปร์โรว์ ถือกำเนิดขึ้นตอนที่ผมอ่านบทในห้องซาวน่าครับ ความร้อนส่งผลกับผมมาก ไอเดียพวยพุ่งจากความร้อนจนเหงื่อแตกพลั่ก ความร้อนที่ส่งผลกระทบต่อสมองจนเพี้ยน และความคิดที่หมุกมุ่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแค่อย่างเดียว” ซึ่งตามเนื้อเรื่อง กัปตันแจ็คหมกมุ่นอยู่กับเรือ Black Pearl ของเขาอย่างมาก ส่วนท่าทางเดินเป๋ไปมา เดปป์ตีความว่า มาจากการที่กัปตันแจ็คใช้ชีวิตอยู่ในทะเลมากกว่าบนบก จนชินกับความโคลงเคลงบนเรือ แล้วติดมาเดินบนบกด้วย “ผมคิดว่าเขามีขาแบบชาวเลไปตลอดกาล เพราะเขาอยู่ในทะเลมากเกินไปครับ” ขาดไม่ได้คือบุคลิกความเท่ความเก๋า ที่เขาถอดแบบมาจาก คีธ ริชาร์ดส์ (Keith Richards) แห่งวง The Rolling Stones ซึ่งเป็นนักดนตรีที่เขานับถือมาก จนสุดท้ายริชาร์ดส์ก็ได้มาเล่นเป็นพ่อของกัปตันแจ็คในภาค At World's End (2007) และ On Stranger Tides (2011) บทกัปตันแจ็ค เป็นบทบาทที่เดปป์ผูกพันอย่างมาก เขามักจะแต่งตัวเป็นกัปตันแจ็คไปเยี่ยมเยือนเซอร์ไพรส์แฟนคลับอยู่เสมอ โดยเฉพาะเหล่าผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาล เพราะเดปป์หวังว่าจะช่วยสร้างรอยยิ้มและสร้างความสุขได้ “การได้ไปเยี่ยมเด็ก ๆ ที่โรงพยาบาล ทำให้ผมได้เห็นความกล้าหาญของพวกเขาในการต่อสู้กับโรคร้าย ผมยังอยากให้กำลังใจบรรดาพ่อแม่ของเด็กเหล่านั้นที่ต้องทุกข์เพราะลูกป่วย ดังนั้นตอนไปเยี่ยมพวกเขา ผมจะไม่หลุดออกนอกบทเลย และพยายามทำตัวงี่เง่าติงต๊องที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้พวกเขาหัวเราะได้ ผมเองก็เป็นพ่อคนที่เคยใช้ชีวิตในโรงพยาบาลอยู่หลายสัปดาห์เหมือนกัน เพราะ ลิลลี่ โรส ลูกสาวของผมเคยป่วยหนัก เพราะฉะนั้นผมเข้าใจดีครับ” ถึงจะเป็นบทที่เดปป์รักมากแค่ไหน แต่เขาก็แทบไม่เคยดูการแสดงของตนเองในบทกัปตันแจ็คเลย ยกเว้นภาคแรก (ที่เขาบอกว่าแอบวิ่งหนีออกจากโรงก่อนดูจบ) และภาค Dead Men Tell No Tales ซึ่งเขาตั้งใจดูภาคนี้มาก เพราะอยากดูทิศทางความเป็นไปของตัวละครนี้ “ผมอยากแน่ใจว่า ผมนำเสนอในสิ่งที่ผู้ชมต้องการ หลังจากพวกคุณดูเขามาแล้วสี่ซ้าห้าเรื่องเนี่ย พวกคุณสมควรได้รับสิ่งใหม่ ๆ ไม่ใช่อะไรซ้ำ ๆ เดิม ๆ ดังนั้นผมถึงตั้งใจเสี่ยงขึ้นอีกนิดในเรื่องมุกตลก” แม้ว่าภาค Dead Men Tell No Tales ไม่ประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกาเท่าที่ควรตอนที่ฉายในปี 2017 โดยกวาดรายได้ไปเพียง 172.6 ล้านเหรียญ แต่ในตลาดต่างประเทศยังเก็บเงินไปได้กว่า 622.3 ล้านเหรียญ ซึ่งการที่หนังไม่ทำเงินในอเมริกานั้น ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากเดปป์ถูกโจมตีอย่างหนักในคดีเกี่ยวกับ แอมเบอร์ เฮิร์ด (Amber Heard) ภรรยาเก่า และในปี 2018 ก็มีข่าวว่า Disney จะไม่นำเขากลับมาแสดงบทนี้ต่อ สร้างความไม่พอใจให้แฟนคลับอย่างมาก และเดปป์เองก็เริ่มต่อสู้คดีสวนกลับภรรยาเก่า ที่กล่าวหาว่าเขาทำร้ายร่างกายเธอ จนเริ่มมีการเปิดเผยหลักฐานต่าง ๆ ในปี 2020 ที่ทำให้คดีเริ่มพลิกว่า เดปป์อาจเป็นฝ่ายที่ถูกทำร้ายเสียเอง และมีการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเขา ไม่ว่าอนาคตบทกัปตันแจ็คอันเป็นที่รักของแฟน ๆ รวมถึงตัวเดปป์เองด้วยนั้นจะเป็นอย่างไร แต่ความทรงจำดี ๆ ที่เขาฝากไว้ผ่านการแสดงนั้นมีมากมาย และผู้ชายคนนี้คงไม่หายไปจากใจของทุกคนอย่างแน่นอน   อ้างอิง https://www.latimes.com/archives/la-xpm-2008-feb-20-en-pairssweeney20-story.html https://www.insider.com/nicolas-cage-johnny-depp-first-role-monopoly-2019-8 Becoming Captain Jack- Pirates of the Caribbean 1 special features https://www.youtube.com/watch?v=_SPmzpV9tEA Johnny Depp's Favorite Part of Playing Jack Sparrow https://www.youtube.com/watch?v=oJVbHrEbBWs   เรื่อง: เพจผู้ชายคนนั้นจากหนังเรื่องนี้