Trip.Best เปิดเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2026 ครั้งแรกในประเทศไทย

Trip.Best เปิดเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2026 ครั้งแรกในประเทศไทย

Trip.Best เผยอินไซต์จากนักท่องเที่ยว 217 ล้านคนทั่วโลก ตอกย้ำไทยเป็นจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยม พร้อมเปิดเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2026 ครั้งแรกในประเทศไทย

Trip.com Group ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวระดับโลก จัดงาน “2026 Trip.Best Thailand Unpacked: Travel Trends and New Travel Solutions” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ Lumphini Grand Hall, Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ โดยรวบรวมผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สื่อมวลชน และพันธมิตรทางธุรกิจเข้าร่วมงาน เพื่อเปิดเผยผลการจัดอันดับ Trip.Best ประจำปี 2026 พร้อมนำเสนอเทรนด์การท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวในประเทศไทยยังคงเป็นผู้นำในการจัดอันดับหลายหมวดหมู่ รวมถึงโซลูชันใหม่ ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อตลาดไทยโดยเฉพาะ

ข้อมูลทั้งหมดที่นำเสนอในงานมาจากพฤติกรรมจริงของผู้ใช้งานฟีเจอร์ Trip.Best กว่า 217 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งช่วยสะท้อนภาพรวมของเทรนด์การท่องเที่ยวในปัจจุบันได้อย่างครอบคลุม

ผลการจัดอันดับ Trip.Best ประจำปี 2026 กับคู่มือการวางแผนท่องเที่ยวครบจบในที่เดียว

การจัดอันดับ Trip.Best ประจำปี 2026 ครอบคลุมการจัดอันดับระดับโลก ทั้ง Global 100, Asia 100, Europe 100, Americas 100 และ China 100 รวมกว่า 30 ธีมการท่องเที่ยว พร้อมรายชื่อโรงแรมที่ได้รับรางวัล 1,515 แห่ง สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 852 แห่ง สถานที่เที่ยวยามค่ำคืน 403 แห่ง ร้านอาหาร 422 ร้าน และจุดหมายปลายทางยอดเยี่ยมอีก 288 แห่งทั่วโลก

การจัดอันดับทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจากผู้ใช้งานใน 190 ประเทศ บนพื้นฐานของความครอบคลุม ความน่าเชื่อถือ และความทันสมัย เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างมั่นใจ ตั้งแต่ขั้นตอนการหาไอเดีย ไปจนถึงการตัดสินใจจองจริง

ไทยครองตำแหน่งผู้นำการท่องเที่ยวในหลายหมวดหมู่

ผลการจัดอันดับ Trip.Best ระดับโลกประจำปี 2026 แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยขึ้นแท่นผู้นำแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในแทบทุกหมวดหมู่อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการติดโผ Global 100 Must-Visit Destination ที่ไทยครองสัดส่วนถึง 33% ของจุดหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ Global 50 Family-Friendly Destination ที่ไทยมีสัดส่วนสูงถึง 57% และในหมวดเกาะและชายหาดที่ไทยครองถึง 50% ของจุดหมายทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

• หมวดหมู่ที่พัก: ไทยครองสัดส่วน 37% ของจุดหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
• หมวดหมู่ไนต์ไลฟ์: ไทยครองสัดส่วน 40% ของตัวเลือกสถานที่เที่ยวยามค่ำคืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
• หมวดหมู่กิจกรรมแนะนำ (Things to Do): ไทยครองสัดส่วน 41% นับเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในบรรดาทุกหมวดหมู่
• หมวดหมู่ร้านอาหาร: ไทยครองสัดส่วน 36% ของจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตัวเลขการจองยังสะท้อนความแข็งแกร่งของการท่องเที่ยวไทย โดยในปี 2025 การเลือกจองที่พักในประเทศไทยผ่านฟีเจอร์ Trip.Best เติบโตขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยอด GMV รายวันจากการเลือกจองผ่านฟีเจอร์ Trip.Best พุ่งสูงขึ้นถึง 67% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของฟีเจอร์ Trip.Best ในการช่วยตัดสินใจเรื่องท่องเที่ยว

นางสาวไดแอน ชุย ผู้จัดการทั่วไป Trip.com Group ประเทศไทย กล่าวว่า
“ประเทศไทยพิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่องว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบมากที่สุดแห่งหนึ่ง ผลการจัดอันดับ Trip.Best ปี 2026 สะท้อนให้เห็นสิ่งนี้อย่างชัดเจน การเปิดตัวงาน 2026 Trip.Best Thailand Unpacked: Travel Trends and New Travel Solutions ในวันนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญเพื่อยืนยันความมุ่งมั่นของเราในการมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของนักท่องเที่ยวไทยและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ”

ด้านนายอัครวิชย์ เทพาสิต รองผู้ว่าการด้านบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “การท่องเที่ยวคือหัวใจสำคัญของประเทศ และนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันต้องการมากกว่าเพียงตารางท่องเที่ยวทั่วไป พวกเขาต้องการประสบการณ์ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของไทย แนวทางของ Trip.Best ในการคัดสรรและนำเสนอจุดหมายปลายทาง โรงแรม และร้านอาหารชั้นนำของไทย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ททท. ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและยั่งยืน การที่ Trip.com เชื่อมต่อธุรกิจไทยกับนักท่องเที่ยวทั่วโลก จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง กระจายความต้องการไปยังหลากหลายภูมิภาค”

เปิดเทรนด์สำคัญ นักท่องเที่ยวไทยเที่ยวต่างประเทศพุ่ง เอเชียตะวันออกมาแรง

ข้อมูลจาก Trip.Best ชี้ว่าการจองท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยในปี 2026 เพิ่มขึ้นกว่า 80% จีนยังคงเป็นจุดหมายอันดับหนึ่ง (53.9%) ตามด้วยญี่ปุ่น (23.1%) และเวียดนาม (7.8%) ส่วนเมืองที่คนไทยค้นหามากที่สุดได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู โตเกียว และดานัง

ในด้านที่พัก ความต้องการโรงแรมที่มีธีมเฉพาะทางก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราเติบโตประจำปีถึง 75% นักท่องเที่ยวไทยให้ความสำคัญกับวิวธรรมชาติมากที่สุด (29.1%) ตามด้วยโรงแรมระดับ 4 ดาวที่คัดสรรพิเศษ (27.1%) และที่พักระดับลักชัวรี (18.2%)

3 โครงการใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตลาดไทยโดยเฉพาะ

เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของนักท่องเที่ยวไทยและความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของตลาดในประเทศ Trip.Best ประกาศเปิดตัว 3 โครงการริเริ่มใหม่ในงานวันนี้

  1. Trip.Best Reviewer Program — โปรแกรมนักรีวิว Trip.Best
  2. Black Diamond Tasting Privilege — สิทธิพิเศษชิมอาหารสำหรับ Black Diamond
  3. Top Experiences Ranking — Thailand Edition