‘ประชามติสมรสเท่าเทียมในไอร์แลนด์’ บททดสอบประชาธิปไตยและความเป็นมนุษย์

‘ประชามติสมรสเท่าเทียมในไอร์แลนด์’ บททดสอบประชาธิปไตยและความเป็นมนุษย์

ประชามติสมรสเท่าเทียมในไอร์แลนด์ ไม่ใช่แค่การแก้รัฐธรรมนูญเรื่องการแต่งงาน หากคือบททดสอบว่า ‘เสียงข้างมาก’ จะโอบอุ้มศักดิ์ศรีของคนส่วนน้อยได้มากแค่ไหน และประชาธิปไตยจะไปไกลกว่ากฎหมาย ไปถึงความเป็นมนุษย์ได้หรือไม่

KEY

POINTS

ในเดือนพฤษภาคม ปี 2015 โลกทั้งใบหันมามองประเทศเล็ก ๆ ทางตะวันตกของยุโรปด้วยสายตาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ‘ไอร์แลนด์’ ประเทศที่เคยถูกจดจำในฐานะสังคมเคร่งศาสนา อนุรักษนิยม และผูกโยงกฎหมายเข้ากับศีลธรรมของคริสตจักรอย่างแนบแน่น กลายเป็นประเทศแรกของโลกที่ทำให้การสมรสของคนเพศเดียวกันถูกกฎหมายผ่านการลงประชามติโดยประชาชน

ไม่ใช่คำตัดสินจากศาล  ไม่ใช่การผลักดันจากชนชั้นนำ แต่มาจากเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งประเทศ

ชัยชนะครั้งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และไม่ได้ง่ายดายเลยแม้แต่น้อย หากย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ทศวรรษก่อนหน้า เส้นทางของคน LGBTQ+ ในไอร์แลนด์ยังเต็มไปด้วยบาดแผล

จนถึงปี 1993 พฤติกรรมรักร่วมเพศยังถูกระบุเป็นอาชญากรรมในกฎหมายไอร์แลนด์ การรักคนเพศเดียวกันไม่เพียงผิดศีลธรรมในสายตาสังคม แต่ผิดกฎหมายของรัฐอย่างเป็นทางการ กฎหมายข้อนี้ถูกยกเลิกได้ก็ด้วยการต่อสู้ทางกฎหมายยาวนานของ ‘เดวิด นอร์ริส’ (David Norris) นักการเมืองและนักเคลื่อนไหวผู้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการท้าทายรัฐด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

นั่นหมายความว่า ในวันที่ไอร์แลนด์จัดการลงประชามติสมรสเท่าเทียมในปี 2015 ประเทศนี้เพิ่งเลิกถือว่าความรักของคนเพศเดียวกันเป็นอาชญากรรมมาได้เพียง 22 ปีเท่านั้น

ในปี 2010 รัฐบาลไอร์แลนด์ออกกฎหมาย ‘Civil Partnership’ เปิดทางให้คู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนความสัมพันธ์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หลายคนมองว่านี่คือก้าวสำคัญ แต่สำหรับกลุ่มรณรงค์เพื่อความเท่าเทียม มันยังไม่เพียงพอ Civil Partnership คือสถานะที่ ‘แยกกันแต่เท่าเทียม’ บนกระดาษอาจดูคล้ายการแต่งงาน แต่ในทางกฎหมายกลับแตกต่างจากการสมรสถึง 169 ประการ โดยเฉพาะประเด็นสิทธิในตัวเด็กและการรับเลี้ยงบุตรร่วมกัน

ปัญหาใหญ่กว่านั้นคือ ‘รัฐธรรมนูญ’

ในคดี ‘Zappone v. Revenue Commissioners’ เมื่อปี 2006 ศาลไอร์แลนด์วินิจฉัยอย่างชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญปี 1937 นิยามการแต่งงานไว้สำหรับชายและหญิงเท่านั้น ต่อให้รัฐบาลอยากแก้กฎหมายลูกแค่ไหน ก็ไม่อาจข้ามกรอบรัฐธรรมนูญไปได้ และในระบบการเมืองของไอร์แลนด์ การแก้รัฐธรรมนูญมีทางเดียว ต้องให้ประชาชนตัดสินผ่านการลง ‘ประชามติ’

เส้นทางสู่วันประวัติศาสตร์เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี 2012 เมื่อรัฐบาลตั้ง ‘สภาร่างรัฐธรรมนูญ’ ที่ประกอบด้วยนักการเมืองและประชาชนทั่วไป เพื่อหารือประเด็นการปฏิรูปประเทศ ในเดือนเมษายน 2013 สภานี้ลงมติด้วยเสียงท่วมท้นถึง 79% แนะนำให้รัฐบาลจัดการลงประชามติเรื่องการสมรสเพศเดียวกัน

สองปีต่อมา วันที่ 22 พฤษภาคม 2015 ประชาชนไอร์แลนด์ได้รับบัตรลงคะแนนสีขาวในมือ คำถามนั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลังอย่างยิ่ง ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 41 เพื่อให้การแต่งงานสามารถเกิดขึ้นได้ “โดยไม่จำกัดเพศ” หรือไม่

ในวันเดียวกัน มีการลงประชามติอีกประเด็นหนึ่ง คือการลดอายุผู้สมัครประธานาธิบดีจาก 35 ปีเหลือ 21 ปี แต่ประเด็นนั้นถูกโหวตคว่ำอย่างเงียบ ๆ ทุกสายตาจับจ้องไปที่คำถามเรื่องความรักเพียงคำถามเดียว

การรณรงค์ก่อนวันลงประชามติแบ่งสังคมออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝ่ายสนับสนุนรวมตัวกันภายใต้แคมเปญ ‘Yes Equality’ โดยองค์กรหลักอย่าง GLEN, Marriage Equality และ ICCL สิ่งที่น่าสนใจคือ ฝ่ายนี้แทบไม่พูดเรื่องกฎหมายยาก ๆ เลย แต่เลือกเล่า ‘ชีวิตจริง’ เป็นหลัก

มีแคมเปญให้คนหนุ่มสาวโทรหาปู่ย่าตายายเพื่อชวนคุย มีการเคาะประตูบ้าน พูดคุยกับคนแปลกหน้าแบบตัวต่อตัว สโลแกนอย่าง “I’m Voting Yes, Ask Me Why” เปิดพื้นที่ให้เกิดบทสนทนา มากกว่าการชี้นิ้วสั่งสอน และเมื่อถึงสัปดาห์สุดท้าย ปรากฏการณ์ #HomeToVote ก็ระเบิดขึ้น คนไอร์แลนด์ที่อาศัยอยู่ทั่วโลกบินกลับประเทศเพื่อใช้สิทธิของตัวเอง ภาพตั๋วเครื่องบินและสนามบินเต็มไปด้วยความหมายทางการเมือง

ฝ่ายคัดค้านเองก็มีเสียงที่หนักแน่น กลุ่มอย่าง ‘Mothers and Fathers Matter’ เน้นประเด็นเรื่องเด็ก ย้ำว่าเด็กทุกคนควรมีพ่อและแม่ และแสดงความกังวลเรื่องการอุ้มบุญ แต่โปสเตอร์ที่ใช้ภาพครอบครัวพร้อมข้อความว่า “เด็กสมควรมีพ่อและแม่” กลับกลายเป็นดาบสองคม เพราะมันไปกระทบความรู้สึกของพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว พ่อหม้าย แม่หม้าย และครอบครัวรูปแบบอื่น ๆ ในสังคม จนหลายคนตัดสินใจหันไปโหวต Yes แทน

ศาสนจักรคาทอลิกประกาศจุดยืนคัดค้านอย่างเป็นทางการ พระระดับสูงบางรูปเตือนถึงผลกระทบต่อโครงสร้างครอบครัว แต่ขณะเดียวกัน ก็มีบาทหลวงบางส่วนที่ออกมาสนับสนุนฝ่าย Yes อย่างเปิดเผย ภาพของศาสนาที่ไม่เป็นเอกภาพสะท้อนการเปลี่ยนผ่านภายในสังคมอย่างชัดเจน

เมื่อผลคะแนนประกาศในวันที่ 23 พฤษภาคม 2015 คำตอบของสังคมไอร์แลนด์ก็ชัดเจน ฝ่าย Yes ชนะด้วยคะแนน 62.07% ต่อ 37.93% โดยมีผู้ออกมาใช้สิทธิสูงถึงกว่า 60% จาก 43 เขตเลือกตั้ง มีเพียงเขตเดียวเท่านั้นที่ฝ่าย No ชนะ ส่วนเมืองใหญ่อย่างดับลิน คะแนน Yes พุ่งเกิน 70%

‘เอนดา เคนนี’ (Enda Kenny) นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นกล่าวว่า “วันนี้เราได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเรา เป็นชนชาติที่ใจกว้าง เห็นอกเห็นใจ กล้าหาญ และเปี่ยมสุข” ขณะที่วาติกันออกแถลงการณ์ในอีกโทนหนึ่ง พระคาร์ดินัล ‘เปียโตร ปาโรลิน’ (Pietro Parolin) เรียกผลการลงประชามติครั้งนี้ว่าเป็น ‘ความพ่ายแพ้ของมนุษยชาติ’

หลังจากนั้น กระบวนการทางกฎหมายเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ประธานาธิบดีลงนามแก้ไขรัฐธรรมนูญในเดือนสิงหาคม 2015 และ ‘Marriage Act 2015’ มีผลบังคับใช้ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน การแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันเกิดขึ้นจริงทันที และจนถึงปี 2024 มีการจดทะเบียนสมรสของคู่รักเพศเดียวกันเกือบ 6,000 คู่ โดยพิธีแบบพลเรือนได้รับความนิยมสูงสุด

การลงประชามติครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนตัวบทกฎหมาย หากเปลี่ยนภาพจำของประเทศทั้งประเทศ ไอร์แลนด์เดินทางจากสังคมที่เคยทำให้ความรักเป็นอาชญากรรม สู่การเป็นสัญลักษณ์ของความเท่าเทียมบนเวทีโลก ไม่ใช่เพราะรัฐ ‘อนุญาต’ แต่เพราะประชาชนลงประชามติยอมรับ 

 

เรียบเรียง: พาฝัน ศรีเริงหล้า 

ภาพ: Getty Images

 

อ้างอิง:

     Doyle, Oran. "Minority Rights and Democratic Consensus: The Irish Same-Sex Marriage Referendum." National Taiwan University Law Review, vol. 15, no. 1, 2020, pp. 21-48. Accessed 24 May 2024.

     Kirchgaessner, Stephanie. "Vatican says Ireland gay marriage vote is 'defeat for humanity'." The Guardian, 26 May 2015. Accessed 24 May 2024.

     Marriage Equality. "Civil Partnership is NOT THE SAME as Marriage." Marriage Equality, n.d. Accessed 24 May 2024.

     "Norris v. Attorney General." Wikipedia, The Free Encyclopedia, Wikimedia Foundation, 9 Aug. 2025. Accessed 24 May 2024.

     Omodei, Elisa, Manlio De Domenico, and Alex Arenas. "Characterizing interactions in online social networks during exceptional events." arXiv, 2015. Accessed 24 May 2024.

     Parker, Susan. "The Path to Marriage Equality In Ireland: A Case Study." The Atlantic Philanthropies, Nov. 2017. Accessed 24 May 2024.

     "Press Statement - Marking 10 years of Marriage Equality in Ireland." Central Statistics Office, 21 May 2025. Accessed 24 May 2024.

     Referendum Commission. 22 May 2015: Marriage Referendum and Age of Presidential Candidates Referendum. Independent Guide, 2015. Accessed 24 May 2024.

     "Thirty-fourth Amendment of the Constitution of Ireland." Wikipedia, The Free Encyclopedia, Wikimedia Foundation, 9 Aug. 2025. Accessed 24 May 2024.

     Waitzman, Eren. "Referendum on Same-Sex Marriage in Ireland 22 May 2015." In Focus, House of Lords Library, 29 May 2015. Accessed 24 May 2024.