22 ม.ค. 2569 | 11:12 น.

KEY
POINTS
ตอนนี้ ซีรีส์เกาหลีต้อนรับปี 2026 ที่หลายคนพูดถึง คือ ‘Can This Love Be Translated?’
นอกจากโลเคชันถ่ายทำที่มีทั้งในเอเชียและยุโรปแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนรอคอย คือ การคัมแบคเล่นซีรีส์ของคิมซอนโฮ พระเอกที่เคยสร้างปรากฏการณ์จากซีรีส์ ‘Hometown Cha Cha Cha’
แต่ท่ามกลางความคาดหวังต่อการกลับมาของพระเอกชื่อดัง อีกหนึ่งชื่อที่ถูกจับตามองไม่แพ้กัน คือ โกยุนจอง นักแสดงหญิงที่ค่อย ๆ เติบโตจากนางเอกหน้าใหม่ สู่การเป็นนักแสดงที่ผู้ชมทั่วโลกเริ่มจดจำ หลังสร้างความประทับใจไว้ในซีรีส์ Moving เมื่อปี 2023
ในเรื่องนี้ โกยุนจองไม่ได้เป็นเพียงนางเอกหน้าใหม่ แต่เป็นนักแสดงหญิงที่เส้นทางการแสดงของเธอเดินมาถึงช่วงเวลาสำคัญ ช่วงเวลาที่ความนิ่ง ความเป็นธรรมชาติ และประสบการณ์ที่สั่งสมมา ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวบนจอ
และจากซีรีส์เรื่องนี้เอง ก็ทำให้หลายคนเริ่มอยากรู้จักเธอมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในฐานะนักแสดงหญิงบนหน้าจอ แต่ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังแปรตัวตนของตัวเองและค้นหาความหมายของคำว่า ‘การเติบโต’ ผ่านการแสดง
ความฝันวัยเด็กของโกยุนจองไม่ใช่นักแสดง แต่เป็นนักวาดภาพ เนื่องจากเธอใช้ชีวิตกับการเรียนศิลปะมานานถึง 8 ปี ทุ่มเทให้กับการวาดรูปแทบทุกเวลายกเว้นตอนนอน จนสามารถสอบเข้าคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกศิลปะร่วมสมัยที่มหาวิทยาลัยสตรีโซล (Seoul Women’s University) ที่ฝันไว้ได้สำเร็จ
ซึ่งต้องบอกว่า ผลงานที่โกยุนจองสร้างสรรค์ก็สวยและเต็มไปด้วยเทคนิคการใช้เส้นและสีที่เป็นเอกลักษณ์ในฉบับของเธอเอง แต่ในตลาดภาพวาดที่เต็มไปด้วยคนเก่ง ๆ ก็ทำให้เธอไม่สนุกกับการวาดรูปเหมือนเคย และรู้สึกเหมือนเจอกับกำแพงสูงที่เธอไม่สามารถเดินข้ามไปได้
แต่ช่วงเวลานั้น ประตูโอกาสบานใหม่ก็เปิดขึ้น เพราะพี่สาวแนะนำให้เธอส่งรูปตัวเองไปให้นิตยสาร ‘UNIV TOMORROW’ นิตยสารสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยในเกาหลีใต้ และพวกเขาก็เลือกรูปโกยุนจองขึ้นปกนิตยสารพร้อมเขียนชื่อและคณะไว้
“มันเป็นเส้นทางที่ไม่เคยคิดมาก่อน เลยตอบไปว่า ‘ขอโทษค่ะ’ และบอกว่าไม่อยากให้ส่งข้อมูลติดต่อ แต่สุดท้ายก็มีคนหนึ่งติดต่อฉันได้ เธอก็คือผู้จัดการคนปัจจุบันของฉัน”
“ตอนนั้นเธอบอกว่า ‘ยังไม่ได้ลอง แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าทำไม่ได้ ลองดูก่อนสิ’ พอคิดดูแล้วก็จริง เลยตัดสินใจพักการเรียน และไปเรียนการแสดงกับครูที่สถาบันสอนการแสดง”
นั่นจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้โกยุนจองเริ่มเปิดใจเรียนรู้โลกของการแสดงอย่างจริงจัง โลกที่ไม่ได้มีแค่การยืนอยู่หน้ากล้อง แต่คือการร่วมสร้างผลงานไปพร้อมกับผู้คนที่หลากหลาย
เมื่อคิดว่าจะต้องเรียนการแสดงเพื่อให้พร้อมกับการทำงานในวงการบันเทิง เธอก็เลือกที่จะเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เพื่อหาเงินมาสานความฝัน ช่วงนั้นเธอเริ่มดูภาพยนตร์ และตกหลุมรักภาพยนตร์ ‘ไททานิค’ รวมถึงหลงเสน่ห์ของการทำงานเป็นทีม เพื่อสร้างสรรค์ผลงานหนึ่งชิ้นร่วมกัน
“ตั้งแต่นั้นมา แม้ว่าสุดท้ายฉันจะไม่ได้เป็นนักแสดง ฉันก็ยังอยากเป็นส่วนหนึ่งของคนทำหนัง ไม่ว่าจะเป็นทีมศิลป์ ทีมแสง หรือทีมอุปกรณ์ อย่างน้อยขอได้เป็นหนึ่งในคนที่ร่วมสร้างภาพยนตร์ก็พอแล้ว”
การออดิชันครั้งแรกของเธอ คือ ภาพยนตร์รางวัลออสการ์อย่าง ‘Parasite’ ที่กำกับโดยผู้กำกับระดับตำนานอย่าง ‘บงจุนโฮ’
บทที่เธอลองออดิชันเป็นบท ‘ดาฮเย’ ตัวละครนักเรียนของบ้านหลังใหญ่ที่ตัวเอกเข้าไปสอนพิเศษ ถึงจะพลาดบทนั้นไป แต่นี่เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ยุนจองเดินเข้าใกล้ความฝันที่หวังไว้ขึ้นอีกก้าว
“ฉันจำรายละเอียดได้ไม่ชัด เหมือนฝันไปหมด รู้สึกเหมือนได้เจอดาราเลย ผู้กำกับบงจุนโฮบอกว่าฉันดูคล้ายรุ่นพี่โจยอจอง เพราะเป็นบทลูกสาว เลยอยากให้หน้าตาคล้ายกัน ฉันจึงเป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบสุดท้าย”
ผ่านไปไม่กี่ปี โกยุนจองก็ปรากฏตัวในฐานะนักแสดงเต็มตัวในบทสมทบเล็ก ๆ จากเรื่อง He Is Psychometric ในปี 2019 และหนึ่งในนักศึกษาของเหล่าอาจารย์กฎหมายในเรื่อง Law School เมื่อปี 2020 และมารับบทสมทบอีกครั้งในออริจินัลซีรีส์ของ Netflix เรื่อง The School Nurse Files และ Sweet Home
แต่ผลงานที่ทำให้ชื่อของเธอเป็นที่รู้จักมากที่สุด คือ การรับบทของตัวละครหญิงนักสู้ ในภาคต่อของซีรีส์โรแมนติกแฟนตาซีเรื่อง ‘Alchemy of Souls’ ทั้ง 2 ภาค ที่ครองเรตติ้งอันดับ 1 ในช่วงเวลาออกอากาศบนช่องเคเบิลทีวี ด้วยการแสดง คาแรกเตอร์ที่เป็นผู้หญิงตรงไปตรงมา และความสวยของเธอ
ผลงานเรื่อง Alchemy of Souls อาจไม่ใช่จุดหมายปลายทางของเธอ แต่เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เส้นทางการแสดงของโกยุนจองเริ่มชัดเจนขึ้น
ผ่านไปอีก 1 ปี ความนิยมของเธอมาถึงจุดสูงสุด เมื่อเธอรับบท ‘จองฮีซู’ ที่มีพลังพิเศษในการเยียวยาอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็วใน ‘Moving’ ออริจัลซีรีส์ของ Disney Plus Hotstar
น่าจะเป็นเพราะบุคลิกที่ตรงไปตรงมา บุคลิกของผู้หญิงเท่ ๆ ที่เข้ากันกับบงซอกที่รับบทโดยพัคจองฮา ทำให้โกยุนจองกลายเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่คนทั้งโลกจับตามอง จนสามารถคว้ารางวัล Best New Actress ได้รับรางวัล จากงาน Blue Dragon Series Awards ปี 2024
ปี 2025 ยุนจองคัมแบคผลงานการแสดงครั้งนี้ในบทแพทย์ฝึกหัดใน ‘Resident Playbook’ ซีรีส์ Spin off จากซีรีส์ฟีลกู๊ดในโรงพยาบาลเรื่อง ‘Hospital Playlist’
เรื่องนี้เธอรับบท ‘โออียอง’ แพทย์ฝึกหัดที่มักจะกล้า ๆ กลัว ๆ ในการรักษาคน และถึงแม้จะกังวล แต่เธอก็สามารถดูแลคนไข้ได้อย่างดีไร้ที่ติ บทบาทนี้เราก็เห็นยุนจองในบทของความน่ารักสดใสที่สะท้อนการเติบโตของตัวละครและชีวิตการแพทย์ได้เข้าถึงใจคนดู
มากกว่านั้น เธอยังเป็นคนที่เพื่อนร่วมงานวางใจและมองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของนักแสดงหญิงที่ชื่อว่า ‘โกยุนจอง’
เพราะสำหรับยุนจอง มากกว่าการเป็นนักแสดงที่ตั้งใจแสดง คือ การเป็นนักแสดงที่ทุกคนสนุกเมื่อได้ทำงานร่วมกัน
“แน่นอนว่าการเป็นนักแสดงต้องแสดงให้เก่ง แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการดูแลคนรอบตัวในกองถ่าย ถ้าคนอื่นพูดว่า ‘ทำงานกับเธอแล้วสนุก’ นั่นก็เพียงพอจะเรียกได้ว่าฉันเป็นนักแสดงที่ชาญฉลาดแล้ว”
มาถึงปี 2026 โกยุนจองเปิดปีใหม่ได้อย่างสวยงามกับการรับบท ‘โดรามี’ และ ‘ชามูฮี’ (สองบทบาท) ในออริจัลซีรีส์ Netflix เรื่องแรกของปีเรื่อง Can This Love Be Translated? คู่กับ ‘คิมซอนโฮ’ ที่ทำเอาคนดูแอบจิ้นในเคมีสองพระนางและลุ้นให้เป็นคู่จริง
เพราะรอยยิ้มและการเข้าถึงตัวละครอย่างธรรมชาติ ยังทำให้คิมซอนโฮชื่นชม กลายเป็นเคมีฟิสิกส์ชีวะที่แฟน ๆ ซีรีส์รอคอย
“ยุนจองแสดงได้ดีมากจนผมรู้สึกเขิน แม้เธอจะพูดว่าได้เรียนรู้จากผม แต่จริง ๆ แล้วเธอสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วจากประโยคเดียว และความรู้สึกของเธอก็ชัดเจนมากจนรู้สึกว่าเธอช่วยให้ฉากต่าง ๆ มีชีวิตชีวามากขึ้น”
ถึงจะรับบทบาทที่หลากหลาย แต่สิ่งที่ยุนจองสะท้อนผ่านความเป็นนางเอกที่เธอตีความ คือ การเป็นผู้หญิงที่กล้าบอกรักฝั่งตรงข้ามก่อนเสมอจนบางคนเรียกว่าเธอเป็น ‘นางเอกสายรุก’
ถ้ามองย้อนกลับไป เส้นทางของโกยุนจองไม่เคยเร่งรีบ เธอค่อย ๆ ก้าวผ่านแต่ละบทบาทเหมือนการเรียนรู้ชีวิตบทใหม่ด้วยจังหวะของตัวเอง
ในรายการ You Quiz On the Block เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 พิธีกรถามยุนจองว่า “มีอะไรที่ทำแล้ว คุณรู้สึกดีใจและมีความสุขมากที่สุดบ้าง”
คำตอบของยุนจอง คือ “ตอนเลิกงานค่ะ”
เพราะชีวิตหลังเลิกงานของโกยุนจอง คือ การนอน ใช้ทุกวินาทีปล่อยให้ร่างกายฟื้นตัวเองอย่างเต็มที่
“ฉันแทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลย ก็เลยพยายามคิดตลอดว่าจะทำยังไงให้ช่วงเวลานอนที่มีอยู่น้อยนิดคุ้มค่าที่สุด พอได้นอนแล้วคือหลับสนิทมาก ก็ไม่ได้หลับนานขนาดนั้น… อาจจะประมาณ 13 ชั่วโมงมั้ง”
“ฉันตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 5 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3 นาที พออันที่ 5 ดัง ฉันมักจะตื่น มันเหนื่อยนะคะ แต่ก็ต้องลุกขึ้นมาแล้วไปจัดการตารางงานของตัวเองให้ได้”
ส่วนเวลาว่าง เธอเป็นอินโทรเวิร์ต เป็น Homebody ที่ไม่ทำอะไรในวันหยุด ให้ความเป็นบ้านปลอบโยนร่างกายที่เหนื่อยล้า
“ตอนวันหยุด ฉันไม่ทำอะไรเลยไม่ออกไปเดินเล่นด้วยซ้ำ จริง ๆ แล้วฉันไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมคนถึงชอบทำแบบนั้น ไม่ได้จะวิจารณ์นะคะ แค่ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ามันสนุกตรงไหน ฉันไม่ค่อยเดินเล่นในสวนเลย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าควรจะคิดอะไรระหว่างเดิน”
แล้วในบทบาทของการเป็นนักแสดง เธอมองว่า คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ที่เธอตัดสินใจเข้ามาในโลกบันเทิง
“ตอนที่ฉันยังไม่ค่อยรู้เรื่องการทำงานในกองถ่าย ฉันจะเกร็งมากจนตัวแข็งไปหมด แต่พอเริ่มเข้าใจระบบและขั้นตอนในกอง การแสดงก็ยิ่งสนุกขึ้นเรื่อย ๆ”
“มันเหมือนกับว่าปีที่แล้วสนุกกว่าปีก่อนหน้า และปีนี้ก็สนุกกว่าปีที่แล้วอีก ตอนนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ฉันรู้สึกสนุกกับการทำงานมากที่สุดตั้งแต่เคยทำงานมาเลยก็ได้”
เส้นทางแสดงของโกยุนจองยังคงเดินต่อไป และยังคงมีการเดินทาง รวมถึงบททดสอบอีกหลายบทรอคอยให้เธอเข้าไปหาคำตอบด้วยตัวเอง
แต่วันนี้ สิ่งหนึ่งที่ยุนจองทำให้เราเห็นแล้ว คือ เธอเป็นนักแสดงที่ผู้คนอยากทำความรู้จัก ไม่ใช่แค่ในฐานะนางเอกบนจอ แต่ในฐานะคนธรรมดาที่จริงใจกับการทำงาน และยังสนุกกับการเรียนรู้ทุกวัน
ภาพ : อินสตาแกรม goyounjung, TvN Drama, รายการ You Quiz On the Block
อ้างอิง
'환혼' 고윤정 "평생 잊지 못할 작품...조금 더 성장한 계기" / interview365
"연기, 지금 딱 재밌다" 6년차 배우 고윤정의 당찬 포부 / Ohmystar
어쩐지 감각이 남다르더라! 노윤서·고윤정·한소희의 공통점은? / daum
로코는 이 조합이 맞다. 얼굴만 봐도 재밌는 선호 & 윤정 | 이 사랑 통역 되나요? 홍보하러 온 건 맞는데 | 넷플릭스 / Netflix Korea 넷플릭스 코리아
Go Youn-jung Surprises Fans with “Homebody” Confession: “I Don’t Even Get Why People Walk” / kbizoom
Go Youn Jung Opens Up About Her Sleep Habits and Upcoming Netflix Role / Gang Nam Times
Go Youn Jung Opens Up About Enjoying Acting More And More As Time Goes On / soompi