หยุดฟอสซิลก๊าซ-บูรพาพาวเวอร์ เสียงชุมชนถึงผู้ถือหุ้น กำหนดอนาคตพลังงานไทย

หยุดฟอสซิลก๊าซ-บูรพาพาวเวอร์ เสียงชุมชนถึงผู้ถือหุ้น กำหนดอนาคตพลังงานไทย

กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์และภาคประชาชน จัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อสื่อสารข้อกังวลไปยังผู้ถือหุ้นและนักลงทุนชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการฯ

กลุ่มตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์ ร่วมกับภาคประชาชน ดำเนินกิจกรรมรณรงค์เพื่อสื่อสารถึงผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสถาบันการเงิน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุนของธุรกิจกลุ่มพลังงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนเสียงของชุมชนที่ได้รับผลกระทบหลากหลายมิติจากโครงการพลังงานฟอสซิล โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากการลงทุนในพลังงานฟอสซิล ซึ่งอาจนำไปสู่สินทรัพย์สูญค่า (Stranded Assets) ในอนาคต

หยุดฟอสซิลก๊าซ-บูรพาพาวเวอร์ เสียงชุมชนถึงผู้ถือหุ้น กำหนดอนาคตพลังงานไทย

สำหรับกิจกรรมในวันดังกล่าว ตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบได้เริ่มเดินรณรงค์จากสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิตตั้งแต่เวลา 08.00 น. ก่อนจะเดินทางถึงหน้าโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ในเวลา 08.30 น. และเริ่มทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์แสดงจุดยืน พร้อมดำเนินกิจกรรมรณรงค์สื่อสารถึงผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสถาบันการเงิน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 10.00 น. ณ บริเวณทางเดินเท้าหน้าโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ (ซ.ร่วมฤดี)

หยุดฟอสซิลก๊าซ-บูรพาพาวเวอร์ เสียงชุมชนถึงผู้ถือหุ้น กำหนดอนาคตพลังงานไทย หยุดฟอสซิลก๊าซ-บูรพาพาวเวอร์ เสียงชุมชนถึงผู้ถือหุ้น กำหนดอนาคตพลังงานไทย

ประเด็นสำคัญที่ทางเครือข่ายและชาวชุมชนตั้งข้อสังเกต มีดังนี้

  • ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์ต่อชุมชน อาทิ ทรัพยากรน้ำที่ไม่เพียงพอต่อการใช้งานในพื้นที่ การตั้งโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าของภาครัฐนำไปสู่การรอนสิทธิในที่ดินทำกิน และความเสี่ยงของการสะสม ฝุ่น PM 2.5 จำนวนมากขึ้นที่อาจจะส่งผลต่อสุขภาพ 
  • ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการเงินจากสินทรัพย์ธุรกิจฟอสซิลที่อาจเป็นสินทรัพย์สูญค่า จากแนวโน้มการปรับการลงทุนไปยังธุรกิจสีเขียว อันสอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) ในปี 2593 
  • ข้อเรียกร้องให้ภาคการเงินและนักลงทุนทบทวนการลงทุน และสนับสนุนพลังงานสะอาด 

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสื่อสารให้เกิดความโปร่งใสและความรับผิดชอบของภาคธุรกิจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 

หยุดฟอสซิลก๊าซ-บูรพาพาวเวอร์ เสียงชุมชนถึงผู้ถือหุ้น กำหนดอนาคตพลังงานไทย

จิราพัชร ช้ำเกตุ ผู้แทนกลุ่มเครือข่ายติดตามผลกระทบโครงการโรงไฟฟ้าเขาหินซ้อน-บูรพา กล่าวว่า การลงทุนของภาคธุรกิจพลังงานในปัจจุบันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องคำนึงถึงทั้งผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และอนาคตของชุมชน โดยชี้ว่าการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสถาบันการเงินในวันนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

“นี่เป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ลงทุนภาคธุรกิจพลังงานควรแสดงความเป็นผู้นำในการลงทุนโครงการพลังงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้บรรลุการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มีประชาชน และชุมชนเป็นหัวใจและเป็นรากฐาน”

ทั้งนี้ ภายในกิจกรรม จิราพัชร ช้ำเกตุ ได้อ่านคำแถลงการณ์ถึงผู้ถือหุ้นธุรกิจพลังงาน โดยมีสาระสำคัญว่า อยากให้ผู้ลงทุนฟังเสียงจากผู้ได้รับผลกระทบจากธุรกิจพลังงานและการลงทุนฟอสซิล เพราะนี่อาจสร้างความเสี่ยงต่อชุมชน เศรษฐกิจ และวิกฤติภูมิอากาศในปัจจุบันและอนาคตหากไม่ฟังเสียงประชาชน

หยุดฟอสซิลก๊าซ-บูรพาพาวเวอร์ เสียงชุมชนถึงผู้ถือหุ้น กำหนดอนาคตพลังงานไทย หยุดฟอสซิลก๊าซ-บูรพาพาวเวอร์ เสียงชุมชนถึงผู้ถือหุ้น กำหนดอนาคตพลังงานไทย โดยกลุ่มตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์ร่วมกับภาคประชาชน จัดกิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้ขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อสื่อสารถึงผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสถาบันการเงิน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุนในธุรกิจพลังงาน เพื่อสะท้อนเสียงของชุมชนที่ได้รับผลกระทบหลากหลายมิติจากโครงการพลังงานฟอสซิล โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากการลงทุนในพลังงานฟอสซิล ซึ่งอาจนำไปสู่สินทรัพย์สูญค่าในอนาคต

ประเด็นสำคัญที่ชุมชนตั้งข้อสังเกตและกังวล คือ ผลกระทบจากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์ที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชน ทั้งปัญหาทรัพยากรน้ำไม่เพียงพอ การรอนสิทธิในที่ดินทำกินจากโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าของรัฐ และความเสี่ยงจากฝุ่น PM 2.5 ที่กระทบต่อสุขภาพประชาชน ชุมชนจึงเรียกร้องให้ภาคธุรกิจพลังงานแสดงความเป็นผู้นำในการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืน โดยมีประชาชนและชุมชนเป็นศูนย์กลาง

หยุดฟอสซิลก๊าซ หยุดโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์