10 เม.ย. 2569 | 13:30 น.

กลุ่มตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์ ร่วมกับภาคประชาชน ดำเนินกิจกรรมรณรงค์เพื่อสื่อสารถึงผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสถาบันการเงิน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุนของธุรกิจกลุ่มพลังงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนเสียงของชุมชนที่ได้รับผลกระทบหลากหลายมิติจากโครงการพลังงานฟอสซิล โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากการลงทุนในพลังงานฟอสซิล ซึ่งอาจนำไปสู่สินทรัพย์สูญค่า (Stranded Assets) ในอนาคต
สำหรับกิจกรรมในวันดังกล่าว ตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบได้เริ่มเดินรณรงค์จากสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิตตั้งแต่เวลา 08.00 น. ก่อนจะเดินทางถึงหน้าโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ในเวลา 08.30 น. และเริ่มทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์แสดงจุดยืน พร้อมดำเนินกิจกรรมรณรงค์สื่อสารถึงผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสถาบันการเงิน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 10.00 น. ณ บริเวณทางเดินเท้าหน้าโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ (ซ.ร่วมฤดี)
ประเด็นสำคัญที่ทางเครือข่ายและชาวชุมชนตั้งข้อสังเกต มีดังนี้
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสื่อสารให้เกิดความโปร่งใสและความรับผิดชอบของภาคธุรกิจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
จิราพัชร ช้ำเกตุ ผู้แทนกลุ่มเครือข่ายติดตามผลกระทบโครงการโรงไฟฟ้าเขาหินซ้อน-บูรพา กล่าวว่า การลงทุนของภาคธุรกิจพลังงานในปัจจุบันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องคำนึงถึงทั้งผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และอนาคตของชุมชน โดยชี้ว่าการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสถาบันการเงินในวันนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว
“นี่เป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ลงทุนภาคธุรกิจพลังงานควรแสดงความเป็นผู้นำในการลงทุนโครงการพลังงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้บรรลุการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มีประชาชน และชุมชนเป็นหัวใจและเป็นรากฐาน”
ทั้งนี้ ภายในกิจกรรม จิราพัชร ช้ำเกตุ ได้อ่านคำแถลงการณ์ถึงผู้ถือหุ้นธุรกิจพลังงาน โดยมีสาระสำคัญว่า อยากให้ผู้ลงทุนฟังเสียงจากผู้ได้รับผลกระทบจากธุรกิจพลังงานและการลงทุนฟอสซิล เพราะนี่อาจสร้างความเสี่ยงต่อชุมชน เศรษฐกิจ และวิกฤติภูมิอากาศในปัจจุบันและอนาคตหากไม่ฟังเสียงประชาชน
ประเด็นสำคัญที่ชุมชนตั้งข้อสังเกตและกังวล คือ ผลกระทบจากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์ที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชน ทั้งปัญหาทรัพยากรน้ำไม่เพียงพอ การรอนสิทธิในที่ดินทำกินจากโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าของรัฐ และความเสี่ยงจากฝุ่น PM 2.5 ที่กระทบต่อสุขภาพประชาชน ชุมชนจึงเรียกร้องให้ภาคธุรกิจพลังงานแสดงความเป็นผู้นำในการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืน โดยมีประชาชนและชุมชนเป็นศูนย์กลาง
หยุดฟอสซิลก๊าซ หยุดโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์