เมื่อหลักสูตรซอมเมอลิเยร์อิตาลีมาถึงไทย สัญญาณการยกระดับบุคลากรไวน์ในอุตสาหกรรม

เมื่อหลักสูตรซอมเมอลิเยร์อิตาลีมาถึงไทย สัญญาณการยกระดับบุคลากรไวน์ในอุตสาหกรรม

พิธีมอบประกาศนียบัตรของ Certified Italian Sommelier Wine Course in Thailand 2025–2026 ที่โรงแรม Anantara Siam Bangkok ในช่วงปลายเดือนมกราคมต่อเนื่องต้นกุมภาพันธ์ 2026

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โครงสร้างธุรกิจไวน์ในประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงปรับสมดุลครั้งสำคัญ จากตลาดที่เคยถูกกำหนดด้วยภาษีนำเข้า โครงสร้างราคา และข้อจำกัดด้านการสื่อสาร ไปสู่ตลาดที่ให้ความสำคัญกับ “มูลค่าเชิงประสบการณ์” และ “บุคลากรมืออาชีพ” มากขึ้น โดยเฉพาะในภาคบริการ โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจ hospitality ระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นช่องทางหลักของการบริโภคไวน์ในประเทศ

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในช่วงหลัง ทั้งการปรับภาษีและแนวโน้มการเปิดพื้นที่ให้สินค้าไวน์เข้าถึงตลาดได้มากขึ้น ทำให้การแข่งขันในตลาดไวน์ไทยค่อย ๆ ขยับจากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพสินค้า การเล่าเรื่องแหล่งกำเนิด และความสามารถของบุคลากรในการถ่ายทอดคุณค่าไวน์ให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะในตลาดที่ข้อจำกัดด้านการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังคงทำให้การสื่อสารแบรนด์ต้องพึ่งพาช่องทาง experiential และ education-based marketing เป็นหลัก

ในบริบทดังกล่าว ความต้องการบุคลากรไวน์ระดับวิชาชีพในประเทศไทยจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มโรงแรมระดับลักชัวรี ร้านอาหาร fine dining ธุรกิจนำเข้า และ retail premium wine ซึ่งทำให้การเกิดขึ้นของหลักสูตรฝึกอบรมไวน์ระดับสากลในประเทศไทยมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมโดยรวม

หนึ่งในเหตุการณ์ที่สะท้อนภาพนี้ คือการสอน การจัดสอบหลักสูตร พิธีมอบประกาศนียบัตรของ Certified Italian Sommelier Wine Course in Thailand 2025–2026 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรม Anantara Siam Bangkok ในช่วงปลายเดือนมกราคมต่อเนื่องต้นกุมภาพันธ์ 2026

การสอบปลายหลักสูตรจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2026 โดยใช้มาตรฐานการประเมินแบบมืออาชีพ ประกอบด้วยข้อสอบข้อเขียน การสอบปากเปล่าแบบรายบุคคล และการทดสอบ blind tasting ก่อนที่ในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ จะมีพิธีมอบประกาศนียบัตร Diploma Night Closing Ceremony โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 30 คน และผ่านการรับประกาศนียบัตร 25 คน ในจำนวนนี้มี 5 คนที่ทำคะแนนได้มากกว่า 90 จาก 100 คะแนน

หลักสูตรนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Italian Trade Agency (ICE/ITA) และ Italian Sommelier Foundation (FIS) โดยเอกสารหลักสูตรระบุว่า Diploma ได้รับการยอมรับใน 32 ประเทศ และเชื่อมโยงกับ Worldwide Sommelier Association พร้อมการรับรองในระดับรัฐของอิตาลี นอกจากนี้ ผู้ที่ทำคะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก ยังได้รับโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมไร่องุ่นและผู้ผลิตไวน์ในอิตาลีภายในปี 2026 ภายใต้การสนับสนุนของ ICE/ITA

ในเชิงธุรกิจ การที่หลักสูตรจัดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นครั้งแรกที่ Italian Sommelier Foundation จัดหลักสูตรนอกประเทศอิตาลีโดยใช้ภาษาอังกฤษตลอดหลักสูตร สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยเริ่มถูกจับตาในฐานะ “ตลาดยุทธศาสตร์” ไม่ใช่เพียงตลาดปลายทางของการจำหน่ายไวน์ แต่เป็นตลาดที่มีศักยภาพในการพัฒนาบุคลากรและสร้าง ecosystem ของไวน์ในระยะยาว

อีกมิติหนึ่งที่สะท้อนโครงสร้างอุตสาหกรรม คือการมีส่วนร่วมของผู้เล่นหลายระดับ ตั้งแต่หน่วยงานส่งเสริมการค้าระดับประเทศ โรงแรมระดับสากล ไปจนถึงผู้นำเข้าและผู้ค้าปลีกไวน์ โดยมีรายชื่อผู้สนับสนุน เช่น Tops Wine Cellar, Bangkok Beer & Beverage, Independent Wine and Spirits, Italasia, Texica และ Vinum Lector รวมถึง Rynn Thailand และทีมผู้ช่วยสอนในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนว่าการพัฒนาองค์ความรู้ไวน์ในไทยกำลังถูกขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือของหลายภาคส่วนในห่วงโซ่อุตสาหกรรม

กิจกรรม Italian Wine Pairing Dinner ในคืนปิดหลักสูตร ซึ่งจัดขึ้นที่ Spice Market Restaurant โดย Chef Akkawin Pitrachart ร่วมกับ Sara Tosti ผู้สอนหลักสูตร ยังสะท้อนแนวโน้มสำคัญของตลาดไวน์ไทย คือการเชื่อมโยงไวน์เข้ากับวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น และการยกระดับไวน์จากสินค้าเครื่องดื่ม ไปสู่ส่วนหนึ่งของประสบการณ์การบริการระดับพรีเมียม

เหตุการณ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไวน์ไทยเข้าสู่ระยะใหม่ ซึ่งการแข่งขันจะไม่ได้อยู่ที่การนำเข้าไวน์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการลงทุนในบุคลากร ความรู้ และการสร้างมาตรฐานวิชาชีพที่สามารถรองรับการเติบโตของตลาด hospitality และ premium lifestyle economy ของประเทศในระยะยาว.