05 ก.พ. 2569 | 11:30 น.

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โครงสร้างธุรกิจไวน์ในประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงปรับสมดุลครั้งสำคัญ จากตลาดที่เคยถูกกำหนดด้วยภาษีนำเข้า โครงสร้างราคา และข้อจำกัดด้านการสื่อสาร ไปสู่ตลาดที่ให้ความสำคัญกับ “มูลค่าเชิงประสบการณ์” และ “บุคลากรมืออาชีพ” มากขึ้น โดยเฉพาะในภาคบริการ โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจ hospitality ระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นช่องทางหลักของการบริโภคไวน์ในประเทศ
การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในช่วงหลัง ทั้งการปรับภาษีและแนวโน้มการเปิดพื้นที่ให้สินค้าไวน์เข้าถึงตลาดได้มากขึ้น ทำให้การแข่งขันในตลาดไวน์ไทยค่อย ๆ ขยับจากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพสินค้า การเล่าเรื่องแหล่งกำเนิด และความสามารถของบุคลากรในการถ่ายทอดคุณค่าไวน์ให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะในตลาดที่ข้อจำกัดด้านการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังคงทำให้การสื่อสารแบรนด์ต้องพึ่งพาช่องทาง experiential และ education-based marketing เป็นหลัก
ในบริบทดังกล่าว ความต้องการบุคลากรไวน์ระดับวิชาชีพในประเทศไทยจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มโรงแรมระดับลักชัวรี ร้านอาหาร fine dining ธุรกิจนำเข้า และ retail premium wine ซึ่งทำให้การเกิดขึ้นของหลักสูตรฝึกอบรมไวน์ระดับสากลในประเทศไทยมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมโดยรวม
หนึ่งในเหตุการณ์ที่สะท้อนภาพนี้ คือการสอน การจัดสอบหลักสูตร พิธีมอบประกาศนียบัตรของ Certified Italian Sommelier Wine Course in Thailand 2025–2026 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรม Anantara Siam Bangkok ในช่วงปลายเดือนมกราคมต่อเนื่องต้นกุมภาพันธ์ 2026
การสอบปลายหลักสูตรจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2026 โดยใช้มาตรฐานการประเมินแบบมืออาชีพ ประกอบด้วยข้อสอบข้อเขียน การสอบปากเปล่าแบบรายบุคคล และการทดสอบ blind tasting ก่อนที่ในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ จะมีพิธีมอบประกาศนียบัตร Diploma Night Closing Ceremony โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 30 คน และผ่านการรับประกาศนียบัตร 25 คน ในจำนวนนี้มี 5 คนที่ทำคะแนนได้มากกว่า 90 จาก 100 คะแนน
ประกาศนียบัตรดังกล่าวเป็นคุณวุฒิที่ได้รับการยอมรับใน 32 ประเทศทั่วโลก และได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยสาธารณรัฐอิตาลี ผ่านสมาคม Worldwide Sommelier Association นอกจากนี้ ผู้ที่ได้คะแนนสอบสูงสุด 5 อันดับแรก ยังได้รับรางวัลพิเศษ เป็นทริปเยี่ยมชมไร่องุ่นในประเทศอิตาลี ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าอิตาเลียนภายในปี 2569
โครงการนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ ไม่เพียงในฐานะหลักสูตรรับรองซอมเมอลิเยร์อิตาเลียน ครั้งแรกที่จัดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นครั้งแรกที่มูลนิธิซอมเมอลิเยร์อิตาเลียนจัดหลักสูตรรับรองนอกประเทศอิตาลี และดำเนินการเรียนการสอนทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ โครงการดังกล่าวจึงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับการศึกษาด้านไวน์อย่างมืออาชีพในประเทศไทย พร้อมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและการค้าระหว่างอิตาลีกับภาคอุตสาหกรรมการบริการและไวน์ของไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
อีกมิติหนึ่งที่สะท้อนโครงสร้างอุตสาหกรรม คือการมีส่วนร่วมของผู้เล่นหลายระดับ ตั้งแต่หน่วยงานส่งเสริมการค้าระดับประเทศ โรงแรมระดับสากล ไปจนถึงผู้นำเข้าและผู้ค้าปลีกไวน์ โดยมีรายชื่อผู้สนับสนุน เช่น Tops Wine Cellar, Bangkok Beer & Beverage, Independent Wine and Spirits, Italasia, Texica และ Vinum Lector รวมถึง Rynn Thailand และทีมผู้ช่วยสอนในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนว่าการพัฒนาองค์ความรู้ไวน์ในไทยกำลังถูกขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือของหลายภาคส่วนในห่วงโซ่อุตสาหกรรม
กิจกรรม Italian Wine Pairing Dinner ในคืนปิดหลักสูตร ซึ่งจัดขึ้นที่ Spice Market Restaurant โดย Chef Akkawin Pitrachart ร่วมกับ Sara Tosti ผู้สอนหลักสูตร ยังสะท้อนแนวโน้มสำคัญของตลาดไวน์ไทย คือการเชื่อมโยงไวน์เข้ากับวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น และการยกระดับไวน์จากสินค้าเครื่องดื่ม ไปสู่ส่วนหนึ่งของประสบการณ์การบริการระดับพรีเมียม
เหตุการณ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไวน์ไทยเข้าสู่ระยะใหม่ ซึ่งการแข่งขันจะไม่ได้อยู่ที่การนำเข้าไวน์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการลงทุนในบุคลากร ความรู้ และการสร้างมาตรฐานวิชาชีพที่สามารถรองรับการเติบโตของตลาด hospitality และ premium lifestyle economy ของประเทศในระยะยาว.