SHICHI JAPANESE RESTAURANT ก้าวสู่ปีที่ 9 เปิดสาขาล่าสุด SHICHI SATHORN

SHICHI JAPANESE RESTAURANT ก้าวสู่ปีที่ 9 เปิดสาขาล่าสุด SHICHI SATHORN

"SHICHI JAPANESE RESTAURANT" ก้าวสู่ปีที่ 9 เดินเกมรุกสู่ย่านเศรษฐกิจ เปิดตัวสาขาล่าสุด "SHICHI SATHORN" ยกระดับประสบการณ์ Table Service ครั้งใหม่ ในบรรยากาศ Modern Japanese Luxury

Shichi Japanese Restaurant ร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่น ฉลองครบรอบ 9 ปีของการเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมเปิดตัวสาขาใหม่ล่าสุด "Shichi Sathorn" อย่างเป็นทางการ ณ Supalai Icon Sathorn ซึ่งนับเป็น Strategic Move สำคัญของแบรนด์ในการขยายบทบาทจากร้านอาหารสำหรับครอบครัวสู่การเป็นจุดหมายด้านอาหารและประสบการณ์สำหรับกลุ่มนักธุรกิจ ผู้บริหาร คนทำงานเมือง และชาวต่างชาติในย่านเศรษฐกิจหลักของกรุงเทพฯ

การเปิดสาขาสาทรครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนสาขา แต่คือการต่อยอดแนวคิด Experience-Driven Dining ที่ Shichi พัฒนามาตลอด 9 ปี เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิต การทำงาน และการสร้างความสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่มีความหมายของคนเมือง ผ่านการผสมผสานคุณภาพอาหาร การบริการ และการออกแบบพื้นที่อย่างมีกลยุทธ์

นายปพนธีร์ ชาญชนะโยธิน กรรมการบริหาร บริษัท ปันข้าว ปันรัก จำกัด (Shichi สาทร) กล่าวว่า "ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา Shichi เติบโตจากร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมสำหรับครอบครัวสู่การเป็นร้านที่ลูกค้าเลือกใช้ในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น การฉลอง การพบปะ หรือการทำธุรกิจ สิ่งที่เราเรียนรู้คือ ลูกค้าไม่ได้มองหาแค่อาหารอร่อย แต่กำลังมองหาความมั่นใจและความสบายใจในทุกครั้งที่ก้าวเข้ามาในร้าน

Shichi Sathorn คือบทต่อไปของการเติบโตเชิงคุณภาพ เราออกแบบสาขานี้จากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก ตั้งแต่พื้นที่ Private Room การตกแต่ง ไปจนถึงรูปแบบการเสิร์ฟอาหารแบบ Table Service เพื่อให้ร้านสามารถเป็นทั้งพื้นที่รับรองแขก พื้นที่พูดคุยงาน และพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ เราอยากให้ลูกค้ารู้สึกว่า Shichi เป็นร้านที่สามารถพาแขกคนสำคัญมาได้อย่างมั่นใจ

SHICHI JAPANESE RESTAURANT ก้าวสู่ปีที่ 9 เปิดสาขาล่าสุด SHICHI SATHORN

ในตลาดที่แข่งขันสูง เราไม่เชื่อว่าความยั่งยืนจะมาจากการเติบโตที่เร็วที่สุด แต่เกิดจากการเลือกสิ่งที่ดีกว่าให้กับลูกค้าในทุกการตัดสินใจ ภายใต้อุดมการณ์ 'Always Better' ที่ Shichi ยึดถือมาตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่วัตถุดิบที่นำเข้าจากญี่ปุ่นด้วยตัวเอง การดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ไปจนถึงการไม่ลดมาตรฐานแม้ต้นทุนจะผันผวน เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การเป็นร้านอาหารที่ลูกค้าเคยมา แต่เป็นร้านที่ลูกค้าเลือกกลับมาเสมอ เพราะเชื่อใจในคุณภาพและประสบการณ์ที่เราให้ได้จริง"

Modern Japanese Luxury: พื้นที่ที่ออกแบบเพื่อความเป็นส่วนตัวและความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

Shichi Sathorn ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Modern Japanese Luxury ถ่ายทอดความหรูหรา สุขุม และเรียบง่ายตามแบบญี่ปุ่น พร้อมกลิ่นอายความอบอุ่นที่ทำให้ทุกมื้อรู้สึกผ่อนคลายและเป็นส่วนตัว โดดเด่นด้วยการจัดสรร Private Room หลายขนาด รองรับตั้งแต่ 6–8 ท่าน และสามารถเชื่อมต่อห้องเพื่อรองรับกลุ่มขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการรับรองแขก นัดประชุม หรือการพูดคุยเชิงธุรกิจในบรรยากาศที่เป็นทางการแต่ยังคงความผ่อนคลายและความเป็นส่วนตัว

บางห้องได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานเชิงธุรกิจอย่างแท้จริง ด้วยอุปกรณ์สำหรับการพรีเซนต์หรือประชุมไปพร้อมกับการรับประทานอาหาร สะท้อนความเข้าใจเชิงลึกในพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มนักธุรกิจ ซึ่งเป็น Insight สำคัญที่ Shichi ได้เรียนรู้จากการขยายสาขาในใจกลางเมืองช่วงที่ผ่านมา

Table Service & Signature Menu: เมื่อมื้ออาหารกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ

อีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญของ Shichi Sathorn คือการยกระดับมื้ออาหารให้มากกว่าความอร่อย ผ่านแนวคิด Table Service ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารอย่างใกล้ชิด เป็นส่วนตัว และเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้ทุกมื้อรู้สึกพิเศษกว่าที่เคย ที่นี่เชฟไม่ได้อยู่แค่หลังครัว แต่จะออกมาปรุงและเสิร์ฟอาหารถึงโต๊ะ พร้อมเล่าเรื่องราวของวัตถุดิบ เทคนิคการปรุง และจังหวะการเสิร์ฟอย่างละเมียดละไม เสมือนเชิญชวนให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมกับอาหารในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนคำแรกไปจนถึงความประทับใจหลังจานสุดท้าย

คอนเซ็ปต์อาหารของ Shichi Sathorn ยังคงยึดหัวใจของแบรนด์ในฐานะ "อาหารญี่ปุ่นพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบ" ไม่ว่าจะเป็นปลาสดนำเข้าจากญี่ปุ่น เนื้อคุณภาพสูง หรือวัตถุดิบตามฤดูกาลที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ก่อนนำมาปรุงด้วยเทคนิคที่เรียบง่าย แต่ใส่ใจในรายละเอียด เพื่อดึงรสชาติแท้จริงออกมาอย่างชัดเจนในทุกคำ

เมนูซิกเนเจอร์ที่กลายเป็นไฮไลต์ของสาขานี้ ต้องยกให้ Shichi Steak Flambé เมนูสเต็กไฟลุกสุดตื่นตา ที่เชฟจะราดสาเกแล้วจุดไฟบนเนื้อกันแบบสดๆ ถึงโต๊ะ เสียงซู่เบาๆ พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเปลวไฟช่วยปลุกประสาทสัมผัส ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ชิมก่อนจะเสิร์ฟเนื้อชิ้นสวยแบบพอดีคำ มาตรฐานใช้ Wagyu Australian Striploin MB 8–9 นุ่ม ฉ่ำ เต็มรสชาติ นอกจากจะอร่อยจนประทับใจ เมนูนี้ยังเพิ่มสีสันให้มื้ออาหาร และแทบจะเป็นโมเมนต์บังคับที่ทุกคนต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเก็บไว้เป็นความทรงจำร่วมกัน โดยไม่รู้ตัว

นอกเหนือจากเมนูพิเศษแบบ Table Service แล้ว Shichi Sathorn ยังรวบรวมซิกเนเจอร์เมนูของแบรนด์มาแบบครบครัน ตั้งแต่ Shichi Roll โรลแซลมอนซอสเมนไทโกะ เมนูขายดีอันดับ 1 ที่ขายได้กว่า 2,000 จานต่อเดือน ไปจนถึงซาชิมิและซูชิพรีเมียม ที่โดดเด่นทั้งความสดและการแล่ปลาอย่างประณีต เสริมทัพด้วย Shichi Dynamite ซี่โครงเนื้อวากิวย่างถ่าน กลิ่นหอมชวนหิว ที่ช่วยขับรสชาติของวัตถุดิบออกมาอย่างชัดเจน พร้อมเมนูจานแชร์และจานหลักสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ที่เหมาะได้ทั้งมื้อกลางวันแบบเป็นทางการ และมื้อค่ำสบายๆ หลังเลิกงาน

SHICHI JAPANESE RESTAURANT ก้าวสู่ปีที่ 9 เปิดสาขาล่าสุด SHICHI SATHORN SHICHI JAPANESE RESTAURANT ก้าวสู่ปีที่ 9 เปิดสาขาล่าสุด SHICHI SATHORN SHICHI JAPANESE RESTAURANT ก้าวสู่ปีที่ 9 เปิดสาขาล่าสุด SHICHI SATHORN

ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาให้สอดรับกับจังหวะชีวิตของคนเมือง ตั้งแต่มื้อกลางวันที่ต้องการความเรียบหรูและมั่นใจ ไปจนถึงมื้อเย็นที่อยากผ่อนคลาย ใช้เวลากับอาหารดีๆ และบทสนทนาดีๆ ในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัว

สำหรับ Shichi Sathorn มื้ออาหารจึงไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่คือประสบการณ์บนโต๊ะอาหาร ที่เชื่อมโยงผู้คน ความสัมพันธ์ และช่วงเวลาสำคัญเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ สมกับแนวคิด Value Beyond Taste ที่แบรนด์ตั้งใจถ่ายทอดในทุกจานอย่างแท้จริง

โอกาสของ Shichi ในสมรภูมิอาหารญี่ปุ่นพรีเมียม

ตามผลสำรวจล่าสุดของ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ระบุว่าตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในหมวดที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง และในปี 2567 เริ่มเห็น "จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง" ที่สะท้อนการคัดกรองของตลาดมากขึ้น โดยผลสำรวจล่าสุดของ JETRO ระบุว่า ไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นรวม 6,157 ร้าน ลดลง 1.1% จากปีก่อนหน้าที่มี 6,261 ร้าน ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 2009 ที่จำนวนร้านปรับลดลง ทั้งนี้ JETRO ชี้ว่าตลาดไม่ได้ถดถอย แต่กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันเชิงปริมาณไปสู่การแข่งขันเชิงคุณภาพ โดยกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตคือร้านที่มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน เมนูเฉพาะทาง (Specialty) มีการเล่าเรื่องราว และมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง รวมถึงแบรนด์ที่ปรับรสชาติและคอนเซ็ปต์ให้เข้ากับผู้บริโภคไทยได้อย่างลงตัว (Localized)

ท่ามกลางบริบทดังกล่าว Shichi Japanese Restaurant มองเห็นโอกาสในการเติบโตเชิงคุณภาพ ไม่ใช่จากการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว หรือการแข่งขันด้านราคา แต่จากการสร้างความไว้วางใจระยะยาว ผ่านมาตรฐานวัตถุดิบ การบริการ และประสบการณ์ที่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นหัวใจของตลาดอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมในยุคที่ผู้บริโภค "เลือกมากขึ้น" และให้ความสำคัญกับคุณภาพและความแตกต่างอย่างชัดเจนยิ่งกว่าเดิม พร้อมต่อยอดแนวคิด Experience-Driven Dining ให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองและช่วงเวลาสำคัญได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

นายธนัท ทองโสมแก้ว กรรมการบริหาร บริษัท ปันข้าว ปันรัก จำกัด (Shichi สาทร) กล่าวว่า "ปี 2568 Shichi Group มีรายได้รวมประมาณ 300 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการและความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ ท่ามกลางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมร้านอาหาร จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่กลับมาใช้จ่ายนอกบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียมซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพ ประสบการณ์ และความสม่ำเสมอของมาตรฐานมากกว่าปัจจัยด้านราคา รายได้เติบโตจากทั้งฐานลูกค้าเดิมที่มีความเชื่อมั่นต่อแบรนด์และการขยายสาขาในทำเลศักยภาพ ซึ่งช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าใหม่ ขณะที่มูลค่าเฉลี่ยต่อบิลอยู่ในระดับพรีเมียมราว 3,000 บาทต่อบิล โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจและการรับรองแขก ส่งผลให้ Shichi มีอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำในระดับสูง และสามารถรักษาระดับ Willingness to Pay ของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา Shichi สามารถรักษาความแข็งแกร่งในตลาดอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้อุดมการณ์ "Always Better – เลือกสิ่งที่ดีกว่าเพื่อคุณ" ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นกรอบการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในทุกมิติของธุรกิจ ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น การบริหารประสบการณ์ลูกค้าอย่างใกล้ชิด ไปจนถึงการยึดมั่นในมาตรฐานโดยไม่ปรับลดแม้เผชิญความผันผวนด้านต้นทุน ทั้งนี้ Shichi เชื่อว่าการรักษาอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำ (Repeat Rate) และความไว้วางใจของลูกค้า คือปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว"