‘นนท์ ธนนท์’ ศิลปินที่เป็นที่รักของทุกคน
ภาพแทนแห่งพื้นที่ Safe Zone ของ ‘มาม่า’

‘นนท์ ธนนท์’ ศิลปินที่เป็นที่รักของทุกคน
ภาพแทนแห่งพื้นที่ Safe Zone ของ ‘มาม่า’

ทำไม นนท์ ธนนท์ ถึงเป็นคนที่ใช่กับ มาม่า : การที่แบรนด์จะเลือกใครมาเป็นพรีเซนเตอร์ ต้องผ่านกระบวนการคิดไม่น้อย เพราะตัวตนของแบรนด์ กับภาพของคนที่เลือก ต้องเป็นภาพเดียวกัน และนนท์ ธนนท์ เหมาะมาก ๆ กับมาม่าในยุคแบบนี้

‘นนท์ ธนนท์’ ภาพแทนพื้นที่ Safe Zone ของ ‘มาม่า’

ปี 2569 อาจจะเป็นอีกหนึ่งปีที่แบรนด์หรือหลาย ๆ ธุรกิจกำลังรอดูสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ จนยังไม่ตัดสินใจทุ่มงบทางการตลาดในการทำแคมเปญโฆษณาต่าง ๆ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่กับ “มาม่า” เพราะอย่างที่ทุกคนเห็นและอาจได้มีโอกาสดูไปแล้ว กับการดึง “นนท์ ธนนท์” มาร่วมเป็นหนึ่งใน MAMACREW และการปรากฎตัวในโฆษณาล่าสุดของมาม่า นำแสดงโดยนนท์ ธนนท์ ที่เต็มไปด้วยความใหญ่ ! (สมชื่อมาม่าบิ๊กแพค)
 

‘นนท์ ธนนท์’ ศิลปินที่เป็นที่รักของทุกคน
ภาพแทนแห่งพื้นที่ Safe Zone ของ ‘มาม่า’

‘นนท์ ธนนท์’ ศิลปินที่เป็นที่รักของทุกคน
ภาพแทนแห่งพื้นที่ Safe Zone ของ ‘มาม่า’

 

จริง ๆ เราจะเห็นการเปิดตัว “นนท์ ธนนท์” กับ “มาม่า” ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2568 พอมาตอนนี้ก็มีโฆษณาที่สะท้อนความเป็นนนท์ ธนนท์ แบบเต็มเปี่ยม (ตัวโฆษณากำกับโดย “เอ็ด 7 วิ - ญาณวุฒิ จรรยหาญ” สมาชิกแก๊งเสือร้องไห้) เป็นการประเดิมศักราชใหม่ ปี 2569 ทันที

ในช่วงหลังมานี้ถ้าเราสังเกต “คน” ที่มาม่าเลือกมาเป็นพรีเซนเตอร์ ไม่ว่าจะ อิ้งค์ วรันธร” และ “เสือร้องไห้” เราจะพบจุดร่วมบางประการ นั่นคือทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเอง เข้าถึงได้ง่าย เป็นที่รักของทุก ๆ คน และมีภาพความเป็นคนรุ่นใหม่ จนมาล่าสุดก็นนท์ ธนนท์ ที่สะท้อนคาแรคเตอร์เหล่านี้ออกมาอย่างชัดเจน

การที่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งจะเลือกใครมาเป็นพรีเซนเตอร์ ต้องผ่านการคิดแล้วคิดอีกอย่างมาก เพราะภาพและตัวตนของแบรนด์ กับภาพของ “คน” ที่ถูกเลือกจะต้องเป็นภาพเดียวกัน ไม่ว่าอะไรก็ตามที่คน ๆ นั้นแสดงออกต่อสาธารณะ การตัดสินใจ การกระทำทุกอย่างจะส่งผลต่อแบรนด์ทั้งสิ้น เช่นเดียวกัน การตัดสินใจเลือกใครซักคนของแบรนด์ก็ย่อมสะท้อนทิศทางในอนาคตของแบรนด์นั้น ๆ

ท่ามกลางความซับซ้อนของโลกการตลาดในยุคนี้ การเป็นพรีเซนเตอร์ของนนท์ ธนนท์ กับ มาม่า เป็นอะไรที่มากกว่าแค่การเลือกคนมาทำโฆษณาธรรมดา ๆ แต่มีมิติอื่น ๆ เรื่องอื่น ๆ ที่ลึกซึ้งมาเกี่ยวข้องอีกมาก
 

ทำไมต้อง นนท์ ธนนท์ ?

ในมุมของ นนท์ ธนนท์ เขานิยามตัวเองว่าตน คือคนซื่อคนหนึ่ง ซื่อสัตย์ในสิ่งที่ทำ ซื่อบื้อ ไม่จำเป็นต้องรู้ทันทุกสิ่งแค่ต้องทำทุกอย่างให้ดีผ่านการตั้งใจทำ ในมุมของแฟน ๆ นนท์ ธนนท์ เปรียบเสมือนหนึ่งในศิลปิน Green Flag เขาปฏิบัติตัวอย่างดีเสมอทั้งตอนที่อยู่บนเวทีและหลังเวที รู้ว่าตอนไหนควรพูดอะไร ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ครั้งหนึ่งเคยมีแฟนคลับที่ยังเป็นเด็กเดินทางจากนครปฐม เพื่อมาหานนท์ แต่พอจะต้องเดินทางกลับน้องแฟนคลับกลัวจะกลับบ้านไม่ทันเพราะรถหมดรอบ สิ่งที่นนท์และทีมงานทำ คือช่วยกันเรียกรถให้น้องกลับไปถึงบ้าน หรือแม้แต่การแสดงออกบนพื้นที่สื่อทุกครั้งของนนท์ก็จะเต็มไปด้วยการวางตัวที่ดี

 

‘นนท์ ธนนท์’ ศิลปินที่เป็นที่รักของทุกคน
ภาพแทนแห่งพื้นที่ Safe Zone ของ ‘มาม่า’

 

เมื่อประกอบกับคาแรคเตอร์ที่เป็นมิตร เป็นคนตลก อารมณ์ดี เป็นที่รักของคนรอบตัว ย่อมทำให้ “มาม่า” พาร์ทเนอร์ที่ทำงานใกล้ชิดกับนนท์มานาน เป็นผู้สนับสนุนคอร์นเสิร์ตมาตลอดหลายเวที ย่อมอยากได้มาเป็นภาพแทนของแบรนด์ในวันใดวันหนึ่งแน่ ๆ อยู่ที่จังหวะและโอกาสเท่านั้น

ถ้ามองลึกลงไป ความเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ทางความรู้สึก ที่นนท์มีให้กับแฟน ๆ และคนรอบตัวที่ได้มีโอกาสทำงานด้วยก็เป็นหนึ่งในคุณลักษณะสำคัญที่ มาม่า เป็นมาตลอด ลองนึกภาพการไปเที่ยวต่างประเทศ ถ้าต้องพกของกินที่เป็น Safe Zone ที่คนไทยอย่างเรากินได้แน่ ถูกปากแน่ หนึ่งในอาหารที่ใครหลายคนนึกถึงต้องมีมาม่าอยู่ในกระเป๋าเดินทางแน่นอน หรือแม้แต่ในคืนวันที่เราเลิกงานดึกไม่แน่ใจว่าเมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ควรกินอะไรเป็นมื้อดึก ครั้นจะลงมือทำอาหารเองหรือแวะซื้ออาหารระหว่างทางก็เหนื่อยเกินไป ณ โมเมนต์แบบนี้ก็มีมาม่านี่แหละที่เป็นที่พึ่งพิง เป็น Safe Zone ของทุกคน เช่นเดียวกับตัวตนและเพลงของนนท์

 

‘นนท์ ธนนท์’ ศิลปินที่เป็นที่รักของทุกคน
ภาพแทนแห่งพื้นที่ Safe Zone ของ ‘มาม่า’

ตอนนี้ มาม่า กำลังพยายามเปลี่ยนแปลงไปเป็นอะไรที่มากกว่าอาหารแก้หิว

แต่กำลังพยายามจะเข้าไปทำหน้าที่บางอย่างในความรู้สึกของผู้คน

ธุรกิจอาหารตอนนี้ไม่ได้แข่งกันที่รสชาติอีกแล้ว ความอร่อยและฟังก์ชันแก้หิวเป็นเรื่องพื้นฐานที่ผู้เล่นทุกคนของธุรกิจอาหารมี ตอนนี้ธุรกิจอาหารต้องนำเสนอเรื่องอื่นนอกเหนือจากเรื่องรสชาติ

 

‘นนท์ ธนนท์’ ศิลปินที่เป็นที่รักของทุกคน
ภาพแทนแห่งพื้นที่ Safe Zone ของ ‘มาม่า’

 

ครั้งหนึ่ง “คุณเพชร พะเนียงเวทย์” กรรมการบริษัท และผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ก็เคยพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกันว่าอยากให้มาม่าขยับจากอาหารมาเป็นเพื่อนร่วมชีวิต อยากให้เมื่อใดก็ตามที่ใครคนใดคนหนึ่งคิดถึงบ้านก็เปิดซองมาม่าที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน

มาวันนี้มาม่าไม่ได้ให้ความสำคัญแค่กับรสชาติอีกแล้ว แต่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคนอีกด้วย

 

ในวันที่แบรนด์ใส่ใจความเป็นคนและอารมณ์จริง ๆ มากขึ้น 

อย่างที่กล่าวไปในช่วงแรกว่าโลกการตลาดในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว เรื่องนี้เป็นเพราะ “คน” หรือผู้บริโภคนี่แหละที่มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำเอาการตลาดในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้มาม่าที่อยู่ใกล้ชิดกับคนไทยมานานย่อมรับรู้ได้

 

‘นนท์ ธนนท์’ ศิลปินที่เป็นที่รักของทุกคน
ภาพแทนแห่งพื้นที่ Safe Zone ของ ‘มาม่า’

 

คุณเพชร เล่าว่าตนเคยทั้งเชื่อและไม่เชื่อในการมีพรีเซนเตอร์แบรนด์สลับ ๆ กันตลอดชีวิตการทำงาน ทว่าในโลกยุคปัจจุบันที่ธุรกิจอาหารไม่ได้แข่งกันแค่ที่เชลฟ์วางขายสินค้าในร้าน ไม่ได้แข่งกันที่รสชาติ แต่แข่งกันที่ภาพลักษณ์และตัวตนของแบรนด์ กอปรกับพรีเซนเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และแบรนด์ แอมบาสเดอร์ มีความเลือนลางปะปนกัน ยิ่งตอกย้ำว่าการมี “คน” ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ แต่สามารถสื่อสารทั้งในรูปแบบทางการและไม่ทางการต่อผู้บริโภคได้ เหมือนเพื่อนคุยกับเพื่อน คุณลักษณะเหล่านี้นี่แหละที่จะทำให้ มาม่า เข้าไปอยู่ในใจคน อยู่ใกล้ชิดกับผู้คน

ลองนึกภาพจากเมื่อก่อนที่มาม่าจะสื่อสารอะไรซักอย่างกับผู้คน ก็ต้องอาศัยช่องทางโฆษณาผ่านโทรทัศน์ที่ให้เวลาแค่เพียง 10-15 วินาที การสร้างและส่งต่ออารมณ์บางอย่างระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคเป็นเรื่องที่ยากมาก มาวันนี้ตัวตนของแบรนด์ที่มาม่าต้องการจะเป็นสามารถทำได้ทันทีผ่านการกระทำที่แตกต่างกันของทุกคนที่อยู่ในทีม MAMACREW ไม่ว่าจะอิ้งค์ เสือร้องไห้ และนนท์ ในแบบที่ตนถนัด เหมือนเพื่อนคนหนึ่ง
 

‘นนท์ ธนนท์’ ศิลปินที่เป็นที่รักของทุกคน
ภาพแทนแห่งพื้นที่ Safe Zone ของ ‘มาม่า’

 

การสร้างภาพลักษณ์และตัวตนของแบรนด์ย่อมใช้เวลาและความพิถีพิถัน ทว่าก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ในยุคนี้ และแน่นอนว่านี่ก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์พิชิตตลาดบะหมี่กึ่งของมาม่า

 

กลยุทธ์พิชิตตลาดบะหมี่กึ่ง ที่ไม่ได้แข่งกับบะหมี่กึ่งอีกต่อไป ? 

ในภาพรวมของตลาด ศูนย์วิจัยกรุงศรีฉายภาพให้เห็นว่าตลาดบะหมี่กึ่งอยู่ภายใต้อุตสาหกรรมอาหารพร้อมทาน ซึ่งตลาดนี้พึ่งพาตลาดในประเทศ (53.9%) และส่งออก (46.1%) ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2567-2568 มาจนถึงปีนี้ คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณการจำหน่ายในประเทศโตขึ้นเฉลี่ย 3-4% หมายความว่าตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังไปได้อีก ยังเติบโตได้อีก (โตกว่าที่เคยด้วยซ้ำ ปี 2560-2565 ปริมาณการบริโภคในประเทศโตเฉลี่ย 1.3%)

 

‘นนท์ ธนนท์’ ศิลปินที่เป็นที่รักของทุกคน
ภาพแทนแห่งพื้นที่ Safe Zone ของ ‘มาม่า’
 

ดังนั้น หากมองที่ภาพรวมตลาดในประเทศ ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกที่มาม่าจะลงทุนในแง่ของการตลาดต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา นนท์ ธนนท์ ที่มีฐานแฟนคลับแข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วย่อมช่วยเกื้อหนุนผลิตภัณฑ์ของมาม่าไม่มากก็น้อย

ไม่เพียงเท่านั้นเราต้องไม่ลืมว่า นนท์ ธนนท์ ไม่ได้มีฐานแฟนคลับหรือเป็นที่รู้จักของแฟน ๆ ชาวไทยแค่นั้น แต่ยังมีแฟนต่างประเทศอีกด้วย ถ้าใครยังจำกันได้ เพลงโต๊ะริมของนนท์ เคยถูกศิลปินระดับนานาชาติหลายคนนำไป cover กันอย่างแพร่หลายมาแล้ว เช่น ฟูจิอิ คาเสะ ที่ทำเอานนท์อึ้งและรู้สึกตื่นเต้นไปพักใหญ่

 

‘นนท์ ธนนท์’ ศิลปินที่เป็นที่รักของทุกคน
ภาพแทนแห่งพื้นที่ Safe Zone ของ ‘มาม่า’

 

เพราะหากพิจารณาเรื่องนี้ประกอบกับตัวเลขการส่งออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปต่างประเทศจะพบว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคิดเป็น 39.8% ในแง่ของปริมาณอาหารพร้อมทานที่ส่งไปต่างประเทศ ในขณะที่แง่มูลค่าจะคิดเป็น 36% ของมูลค่าอาหารพร้อมทานทั้งหมดที่ส่งไปต่างประเทศ ถ้าต้องการเสริมแกร่งสู้ในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นนท์ ธนนท์ นี่แหละที่สร้างแรงกระเพื่อมต่อแบรนด์มากกว่าที่คิด

 

‘นนท์ ธนนท์’ ศิลปินที่เป็นที่รักของทุกคน
ภาพแทนแห่งพื้นที่ Safe Zone ของ ‘มาม่า’

 

จริง ๆ เรื่องนี้ มาม่า ยังมองไปไกลกว่านั้น มาม่า ไม่ได้มองคู่แข่งทางธุรกิจเป็นบะหมี่อีกต่อไป เห็นได้จากก่อนหน้านี้ที่มาม่าเคยเปลี่ยนโปรไฟล์ในเฟสบุ๊กเป็นไวไวด้วยเหตุผลที่ว่าในยามเศรษฐกิจชะลอตัวแบบนี้ต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ในธุรกิจ เพราะ มาม่า มองว่าจากนี้การแข่งขันของธุรกิจจะอยู่ในทุกพื้นที่ที่ลูกค้าเห็น ไม่ใช่แค่เพียงโฆษณาจากแบรนด์คู่แข่ง แต่เป็นสิ่งที่คน ๆ หนึ่งเห็นและพบเจอในหนึ่งวัน เช่น คอนเทนต์ใน TikTok, Music Marketing หรือแม้แต่ content ไวรัลที่อยู่ในกระแส 

 

‘นนท์ ธนนท์’ ศิลปินที่เป็นที่รักของทุกคน
ภาพแทนแห่งพื้นที่ Safe Zone ของ ‘มาม่า’

ปีที่ผ่านมาเราเห็น มาม่า ไปปรากฏเป็นคอลเลคชันพิเศษร่วมกับ Carnival เสื้อผ้าสตรีทแบรนด์ไทย เห็นมาม่าไปร่วมบทเพลงกับโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ด้วยแนวคิดที่ว่าถ้ารสชาติเป็นเสียงเพลงจะออกมาเป็นแบบไหน ฯลฯ
เรื่องนี้ตอกย้ำว่าถ้ามาม่า ยังแข่งในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มาม่าก็จะยังอยู่แค่ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่มาม่าจะเป็นมากกว่านั้น มองภาพที่กว้างขึ้น และแข่งกับอะไรก็ตามเพื่อที่จะได้เข้าไปอยู่ “ใกล้ตัวคน” มากที่สุด อะไรที่เราไม่เคยได้เห็น เราก็อาจจะได้เห็นมาม่านี่แหละที่ลุกขึ้นมาทำ


......................................................... 


อ้างอิง

  • ข่าวประชาสัมพันธ์, เมื่อมาม่าเป็นมากกว่าบะหมี่! มาม่าเปิด DNA ใหม่ พร้อมโปรเจ็กต์ MAMACREW ร่วมสร้างคอมมูนิตี้ของทุกเจเนอเรชัน พร้อมทรานส์ฟอร์มจากสินค้า…สู่ Life Partner ‘นี่ไม่ใช่บะหมี่ แต่คือเพื่อน’
  • The People, ตัวตนเบื้องหลังความปังของ นนท์ ธนนท์ ที่ทำให้แฟนเพลงหลงรัก-โกอินเตอร์. https://youtu.be/r2GtgAyue9c?si=39fjATzcWPJn-jnK
  • วิจัยกรุงศรี, แนวโน้มธุรกิจ/อุตสาหกรรมปี 2567-2569: อุตสาหกรรมอาหารพร้อมทาน. https://www.krungsri.com/th/research/industry/industry-outlook/food-beverage/ready-to-eat-food/io/io-ready-to-eat-food-2024-2026