‘ดร. ตฤณห์ โพธิ์รักษา’: ‘ความรัก’ อย่างเดียว ไม่เคยพอในการเลี้ยงเด็กหนึ่งคน

‘ดร. ตฤณห์ โพธิ์รักษา’: ‘ความรัก’ อย่างเดียว ไม่เคยพอในการเลี้ยงเด็กหนึ่งคน

อาชญากรรมอาจไม่ได้เริ่มต้นในวันที่ลงมือก่อเหตุ แต่เริ่มต้นจากวันที่เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นโดยขาดความพร้อมในการเลี้ยงดู บทเรียนจากมุมมองอาชญาวิทยาของ ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา ชวนมองว่า การสร้างสังคมที่ปลอดภัย ต้องเริ่มจากการสร้างครอบครัวที่พร้อม เพราะความรักเพียงอย่างเดียว ไม่อาจหล่อหลอมชีวิตหนึ่งชีวิตได้

KEY

POINTS

เมื่อใดก็ตามที่สังคมต้องเผชิญกับข่าวคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญ คำถามแรก ๆ ที่ผู้คนมักตั้งขึ้นมาด้วยความสงสัยคือ 

“อะไรคือปัจจัยที่หล่อหลอมให้มนุษย์คนหนึ่งกลายเป็นผู้ก่อเหตุร้ายแรงได้ถึงเพียงนี้” 

การพยายามสืบหาเบื้องหลังพฤติกรรมทางอาชญาวิทยา ไม่ใช่การหาข้อแก้ตัวให้ผู้กระทำผิด แต่เป็นการค้นหาต้นตอเพื่อสร้างความตระหนักรู้และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยในสังคม

ในหลายกรณี การสืบประวัติผู้ก่อเหตุมักพบร่องรอยของความรุนแรงหรือปมปัญหาในวัยเด็ก แม้ข้ออ้างเรื่องปมบาดแผลในอดีตหรืออาการป่วยทางจิตจะไม่สามารถนำมาใช้เป็นข้ออ้างทางกฎหมายเพื่อปฏิเสธความรับผิดชอบได้ หากพฤติกรรมขณะก่อเหตุยังคงมีการวางแผน หลบหนี หรือพยายามปิดบังอำพรางความผิด แต่ในมิติทางสังคมศาสตร์ สถาบันครอบครัวและสภาพแวดล้อมแรกสุดในชีวิตก็ยังคงเป็นรากฐานสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการหล่อหลอมตัวตนและพฤติกรรมของมนุษย์อย่างมหาศาล

‘ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา’ นักอาชญาวิทยา เคยอธิบายไว้ในรายการ The Moment Talk ว่า ทุกพฤติกรรมของมนุษย์ล้วนมีสาเหตุและปัจจัยชี้แนะซ่อนอยู่เสมอ การศึกษาอาชญาวิทยาจึงเป็นการมองปรากฏการณ์ผ่านเลนส์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อเข้าใจความซับซ้อนของมนุษย์ พร้อมกับเน้นย้ำว่า การพยายามเข้าใจสาเหตุไม่ได้ทำไปเพื่อความสงสารผู้ก่อเหตุ แต่ทำเพื่อสร้างความตระหนักรู้และป้องกันไม่ให้เกิดเหยื่อรายใหม่ ในสังคม

ความรักอย่างเดียวไม่เพียงพอในการสร้างหนึ่งชีวิต

เมื่อย้อนกลับไปดูต้นทางของการป้องกันปัญหาพฤติกรรม จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือ ‘ความพร้อม’ ของสถาบันครอบครัว ดร.ตฤณห์ ได้สะท้อนมุมมองที่ตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการมีลูกไว้อย่างน่าสนใจว่า “การเลี้ยงลูก อย่าสักแต่ว่าแค่ความรักมันจะพอนะครับ เลี้ยงลูกหนึ่งคนต้องใช้เงินด้วย อันนี้ปฏิเสธไม่ได้ ต้องฉีดวัคซีน ต้องพาไปโรงพยาบาล ต้องพาไปเรียนหนังสือ คุณจะบอกว่าความรักเกิดจากคนสองคนอย่างเดียวพอแล้ว ไม่จริง” เพราะลำพังแค่คำบอกรักไม่อาจทำให้อิ่มท้อง หรือสร้างอนาคตและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เด็กได้ หากขาดปัจจัยเกื้อหนุน

ดร.ตฤณห์ ชี้ว่าการจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตมาได้อย่างมีคุณภาพนั้น จำเป็นต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานครบถ้วน โดยย้ำเตือนไว้ว่า

“สำหรับผม ผมคิดว่าเลี้ยงเด็กคนหนึ่งต้องมีเงิน ต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ต้องมีเวลาให้ ต้องมีความรักให้ ทุกอย่างเลย มีหรือยัง ถ้ายังไม่มี อย่ามีเลยลูก”

ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่ต้องดิ้นรนสูง หากผู้ปกครองยังไม่มีความพร้อมในปัจจัยเหล่านี้ การตัดสินใจมีลูกอาจเป็นการสร้างความเสี่ยงให้เด็กต้องเติบโตมาในภาวะยากลำบากและขาดการดูแลอย่างเหมาะสม

นอกจากปัจจัยทางการเงินและสภาพแวดล้อมแล้ว กระบวนการเลี้ยงดูลูกยังต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งสองฝ่าย สังคมไม่ควรมองว่างานบ้านหรือการเลี้ยงลูกเป็นภาระของผู้หญิงหรือแม่เพียงฝ่ายเดียว ดร.ตฤณห์ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทการเป็นพ่อแม่ยุคใหม่ว่า “การเลี้ยงลูกไม่ใช่หน้าที่ของแม่ คุณสร้างมาด้วยกัน หน้าที่เลี้ยงลูกเท่ากัน” 

“ลูกฉันเป็นคนดี”

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการเลี้ยงดูคือ วลีคุ้นหูอย่าง “ลูกฉันเป็นคนดี” ซึ่ง ดร.ตฤณห์ ชี้ว่าเกิดจากภาวะอคติและความรักบังตาเนื่องจากมีผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) ในฐานะผู้ปกครอง โดยระบุว่า “คำว่าลูกฉันเป็นคนดีเนี่ย มันก็สะท้อนการรักลูกไม่ถูกทางด้วย เป็นคนดีของคุณ อาจจะเป็นคนชั่วของคนอื่นก็ได้... กับสมาชิกในบ้านเขาก็ต้องดีสิครับ กับคนอื่นนั่นคือตัวจริงไง คุณเลี้ยงลูกยังไงต้องดูว่านอกบ้านลูกเป็นยังไง” 

และในหลายครั้ง การปฏิเสธความจริงของพ่อแม่ก็เป็นเพียงกลไกการป้องกันตัวเอง (defense mechanism) เพราะเจ็บปวดและไม่อยากเชื่อว่าลูกที่ตนเลี้ยงมาจะไปทำร้ายผู้อื่น

การที่พ่อแม่ไม่เคยรู้ว่าลูกไปทำผิดอะไร หรือไม่รู้ว่าลูกซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมายไว้ ยังสะท้อนให้เห็นว่าผู้ปกครองไม่ได้มีความใกล้ชิดหรือให้เวลามากพอ เพราะการเลี้ยงลูกให้ดีไม่ใช่แค่การให้เงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความใส่ใจ คอยสังเกตพฤติกรรมทั้งในและนอกบ้าน รับฟังฟีดแบ็กจากคนรอบข้าง รวมถึงการปลูกฝังนิสัยช่างสังเกตและช่างสงสัยให้เด็กตั้งแต่เล็ก เพื่อไม่ให้ปล่อยผ่านปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ จนสะสมเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคต

บทเรียนเพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัย

เมื่อพิจารณาในภาพรวม การป้องกันอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพที่สุด จึงไม่ได้เริ่มต้นที่มาตรการทางกฎหมาย การเพิ่มบทลงโทษ หรือการแก้ไขที่ปลายเหตุเท่านั้น แต่ต้องเริ่มต้นจากการไตร่ตรองความพร้อมของพ่อแม่ตั้งแต่ก่อนการกำเนิดชีวิต เพื่อให้เด็กไม่ต้องเติบโตมาด้วยบาดแผล ขาดการขัดเกลาที่ถูกต้อง หรือเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่บิดเบี้ยวจนกลายเป็นปัญหาสังคม

จากถอดบทเรียนจากมุมมองทางอาชญาวิทยาและแนวคิดการเลี้ยงดูของ ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา สะท้อนให้เห็นว่า ทุกครอบครัวคือปราการด่านแรกของสังคม การเลี้ยงดูลูกด้วยความพร้อมทั้งเรื่องเงิน เวลา สภาพแวดล้อม ความรัก และความใส่ใจในการสังเกตพฤติกรรม คือการลงทุนที่สำคัญที่สุดในการหล่อหลอมพฤติกรรมของมนุษย์ และเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

 

เรียบเรียง: พาฝัน ศรีเริงหล้า

ถ่ายภาพ: ดำรงค์ฤทธิ์ สถิตดำรงธรรม