05 ต.ค. 2569 | 08:23 น.

KEY
POINTS
ประโยคนี้มาจาก ‘ดาโกต้า จอห์นสัน’ (Dakota Johnson) ที่ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Hollywood Authentic เมื่อถูกทักว่าเธอมักวางตัวนิ่งและสง่างามเหมือนดารายุคเก่า ซึ่งดาโกต้าอธิบายว่าอาจซึมซับมาจากคุณแม่ ‘เมลานี กริฟฟิธ’ (Melanie Griffith) และคุณยาย ‘ทิปปี เฮเดรน’ (Tippi Hedren)
แต่สิ่งที่เธอยึดถือจริง ๆ คือการไม่พยายามสวมบทบาทเป็นใครทั้งนั้น!
สำหรับคนทำงานจำนวนมาก ความเหนื่อยล้าส่วนหนึ่งเกิดจากการพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับคนอื่น ๆ ในออฟฟิศ ดาโกต้ายอมรับว่าในวัยรุ่น เธอเองก็เคยพยายามค้นหาตัวตนและทดลองเป็นคนอื่นจนเหน็ดเหนื่อย ทว่าเมื่อโตขึ้น เธอพบว่าการเสแสร้งเป็นคนอื่นมันสูบพลังงานมหาศาล การยอมรับตัวตนจริงจึงเป็นวิธีที่ทำให้ชีวิตเบาสบายขึ้นมาก
ในอดีต ภาพจำของดาโกต้ามักจะเป็นคนที่มีขอบเขตชัดเจนและไม่ทนฟังเรื่องไร้สาระ ถ้าใครพูดอะไรไม่เข้าท่า เธอจะบอกตรง ๆ ว่า “ยินดีที่ได้รู้จัก บาย” แล้วเดินออกมาทันที บุคลิกนิ่ง ๆ ตรงไปตรงมา และมีอารมณ์ขันหน้าตาย เคยเป็นเกราะป้องกันตัวจากการเติบโตมาในตระกูลดาราดัง และเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้เธอตั้งหลักในวงการได้อย่างมั่นคง
แต่หากติดตามเธอในช่วงหลัง ๆ จะสังเกตเห็นว่าดาโกต้าดูผ่อนคลาย ยิ้มแย้ม และเฟรนด์ลี่กับผู้คนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความเปลี่ยนแปลงนี้คือวิวัฒนาการตามธรรมชาติ เมื่อชีวิตเติบโตและรากฐานข้างในมั่นคงพอ เราก็ไม่จำเป็นต้องตั้งการ์ดหรือสร้างเกราะป้องกันตัวเองที่แข็งตึงตลอดเวลาอีกต่อไป
ส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอผ่อนคลายขึ้น มาจากการลุกขึ้นมาคุมทิศทางชีวิตและงานของตัวเอง ผ่านการร่วมก่อตั้งบริษัทโปรดักชัน TeaTime Pictures กับ ‘โร ดอนเนลลี’ (Ro Donnelly) เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัยและสบายใจ นอกเหนือจากงานภาพยนตร์ล่าสุด ‘Verity’ ภาพยนตร์แนวทริลเลอร์จิตวิทยาที่ดัดแปลงจากนิยายชื่อดัง เธอยังขยายขอบเขตสร้างสรรค์ไปเล่นเอ็มวีเพลง Patient Zero ให้กับ ‘เทย์เลอร์ สวิฟต์’ (Taylor Swift)
ทัศนคติการทำงานของเธอยังสะท้อนผ่านความจริงจังที่ไม่ยึดติด ดาโกต้าเคยบอกว่าเธอจริงจังกับงาน แต่ไม่ได้เอาตัวเองไปจริงจังขนาดนั้น เธอเข้าใจดีว่าความผิดพลาดหรือการโดนปฏิเสธเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนตอนสอบออดิชันเข้าสถาบัน Juilliard ไม่ผ่าน เธอก็แค่ยอมรับความจริงแล้วย้ายออกจากบ้านไปหาเส้นทางใหม่ให้ตัวเองทันที
ความมั่นใจและผ่อนคลายยังส่งผลให้เธอสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลายและตรงใจตัวเองมากขึ้น ทั้งการรับงานแสดงที่ท้าทาย ไปจนถึงการเปิดสโมสรหนังสือของตัวเอง การได้เลือกทำในสิ่งที่รักทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ทำให้เธอเพลิดเพลินกับชีวิตการทำงานในทุก ๆ วัน
การเติบโตของดาโกต้าให้บทเรียนที่น่าสนใจกับคนทำงานว่า ‘การเป็นตัวเอง’ ไม่ได้มีรูปแบบที่ตายตัว ในวันที่ยังเป็นน้องใหม่หรือเจอมรสุมงาน การตั้งการ์ด นิ่ง และสร้างขอบเขตอาจเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อปกป้องความรู้สึก แต่เมื่อเราสั่งสมประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยของตัวเองได้แล้ว การเปิดใจ เป็นมิตร และส่งมอบพลังงานบวกให้คนรอบข้าง ก็คืออีกขั้นของการเป็นตัวเองที่สมบูรณ์และมีความสุขขึ้น
เราจึงไม่จำเป็นต้องฝืนเป็นคนนิ่ง ๆ ตลอดไป และไม่จำเป็นต้องเสแสร้งเฟรนด์ลี่เพื่อเอาใจใคร การเป็นตัวเองที่แท้จริงคือการรู้ว่าตอนไหนควรนิ่งเพื่อรักษาขอบเขต และตอนไหนควรผ่อนคลายเพื่อเชื่อมโยงกับผู้คน เมื่อเราหยุดเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานของคนอื่น และเลิกแบกความคาดหวังที่ไม่จำเป็น การทำงานในทุก ๆ วันก็จะเบาลงจนน่าแปลกใจ
สวัสดีวันจันทร์ค่ะ
พาฝัน ศรีเริงหล้า