สวัสดีวันจันทร์: เมื่อความสงบไม่อยู่ที่ปลายทาง แต่อยู่ในการปล่อยวางตัวตนภายในใจ

สวัสดีวันจันทร์: เมื่อความสงบไม่อยู่ที่ปลายทาง แต่อยู่ในการปล่อยวางตัวตนภายในใจ

บทเรียนจาก Meister Eckhart ที่ชวนให้เราหยุดวิ่ง และหันกลับมาฟังความเงียบภายในอีกครั้ง

KEY

POINTS

ประโยคที่ลึกซึ้งข้างต้นนี้ เป็นแนวคิดของ ‘มัยสเตอร์ เอ็คฮาร์ท’ (Meister Eckhart) นักเทววิทยาและนักปรัชญาชาวเยอรมันในยุคกลางตอนปลาย แม้ถ้อยคำเหล่านี้จะถูกกล่าวไว้หลายร้อยปีแล้ว แต่กลับยังคงสะท้อนความจริงอันร่วมสมัยที่ดังก้องอยู่ในใจของมนุษย์ยุคปัจจุบันที่มักจะวิ่งตามหาความสุขอยู่ตลอดเวลา

แนวคิดนี้มาจากงานเขียนที่ชื่อว่า ‘Talks of Instruction’ ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานในช่วงแรก ๆ ของเอ็คฮาร์ทที่รวบรวมขึ้นจากการบรรยายเพื่อชี้แนะแนวทางให้กับเหล่านักบวชใหม่ผู้กำลังแสวงหาความสงบในวิถีแห่งจิตวิญญาณ งานเขียนนี้เต็มไปด้วยปรัชญาการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่ลุ่มลึก โดยมุ่งเน้นไปที่การจัดวางสภาวะจิตใจให้ถูกต้องท่ามกลางการใช้ชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริง

เนื้อหาหลักตั้งใจจะบอกเราว่า มนุษย์มักหลงทางในการแก้ปัญหาความทุกข์ ด้วยการพยายามปรับเปลี่ยนปัจจัยภายนอก เอ็คฮาร์ทชี้ให้เห็นว่า เมื่อเราพยายามหนีความวุ่นวายด้วยการเปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนวิธีการ หรือเปลี่ยนผู้คนรอบตัว ความพยายามเหล่านั้นจะสูญเปล่า เพราะแท้จริงแล้ว สันติสุขไม่ได้ซ่อนอยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง แต่อยู่ที่สภาวะการจัดวางจิตใจภายในของเราเอง

 

ทำไมเอ็คฮาร์ทจึงมีแนวคิดเช่นนี้? 

เหตุผลสำคัญมาจากความเข้าใจของเขาที่ว่า ต้นเหตุที่แท้จริงของความกระวนกระวายใจและความไม่สงบที่เราเผชิญอยู่นั้น ไม่ได้มาจากสิ่งภายนอกเลย แต่เกิดจาก ‘เจตจำนงของตนเอง’  (Self-will) หรือความยึดติดในอัตตาของเราต่างหาก การที่เรามักโทษว่าสิ่งแวดล้อมหรือผู้คนเป็นตัวขัดขวางความสงบของเรานั้น เป็นทัศนคติที่ผิดเพี้ยนและเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด

เอ็คฮาร์ทได้เปรียบเทียบคนที่พยายามแสวงหาความสงบจากสิ่งภายนอกว่า เหมือนกับคนที่เดินหลงไปในทางที่ผิด ยิ่งเดินไปไกลเท่าไหร่ ก็ยิ่งหลงทางมากขึ้นเท่านั้น ตราบใดที่เรายังแบกความยึดติดและตัวตนของเราติดตัวไปด้วย ไม่ว่าเราจะหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่บนภูเขาที่เงียบสงบที่สุด หรือแสวงหาวิธีการที่ซับซ้อนเพียงใด เราก็จะยังคงพบกับความวุ่นวายที่ตามไปหลอกหลอนอยู่ดี

ทางออกที่เอ็คฮาร์ทเสนอคือสิ่งที่เรียกว่า ‘การละทิ้งตัวตน’ (Self-resignation) เขาเชื่อว่ามนุษย์ควรเริ่มต้นที่การจัดการกับตัวเอง หากคน ๆ หนึ่งยอมสละโลกทั้งใบหรือสละทรัพย์สมบัติ แต่ไม่ได้สละตัวตนหรืออัตตาของตนเอง เขาก็ไม่ได้สละอะไรเลย ในทางกลับกัน หากเขาสละความยึดติดในตัวตนได้แล้ว แม้เขาจะยังใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาก็ถือว่าได้สละทุกสิ่งและพบกับความสงบอย่างแท้จริง

แนวคิดนี้ยังสอดคล้องกับปรัชญาของเขาเรื่อง ‘Ground of the soul’ เอ็คฮาร์ทเชื่อว่าในส่วนที่ลึกที่สุดของจิตใจมนุษย์ มีพื้นที่ที่สงบนิ่ง ไร้กาลเวลา ไร้พื้นที่ และไม่ถูกเจือปนด้วยความวุ่นวายทางโลกหลั่งไหลเข้าไปถึง หากเราสามารถนำพาจิตใจกลับมาตั้งมั่นอยู่ที่ก้นบึ้งนี้ได้ เราก็จะพบกับอิสรภาพและความสงบสุขที่ไม่สั่นคลอน

นอกเหนือจากนั้น เขายังสอนให้เราแยกแยะระหว่าง ‘มนุษย์ภายนอก’ และ ‘มนุษย์ภายใน’ มนุษย์ภายนอกอาจจะต้องทำงาน เผชิญปัญหา และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในสังคม แต่มนุษย์ภายในสามารถเป็นอิสระและสงบนิ่งได้อย่างสมบูรณ์ เขาเปรียบเทียบจิตใจเหมือนบานพับประตูที่เป็นแกนกลางอยู่นิ่ง ๆ ในขณะที่บานประตูเปิดปิดไปมาตามสถานการณ์ภายนอก

ด้วยเหตุนี้ หากบุคคลมีสภาวะจิตใจที่ถูกต้อง เขาจะอยู่ในสภาวะที่ถูกต้องเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรืออยู่กับใครก็ตาม แต่หากจิตใจยังเต็มไปด้วยความวุ่นวายและมีสภาวะที่ไม่ถูกต้อง แม้จะหนีไปปลีกวิเวกในโบสถ์หรือหลีกหนีผู้คน ก็ไม่อาจพบกับสันติสุขได้ ความสุขจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราอยู่ที่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเราวางใจอย่างไรต่างหาก

เมื่อนำแนวคิดนี้มาปรับใช้กับชีวิตผู้คนในยุคสมัยนี้ ยุคที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ข้อมูลข่าวสารที่ล้นทะลัก และความกดดันจากการแข่งขัน เรามักจะรู้สึกเหนื่อยล้าและโหยหาการพักผ่อน เรามักทุ่มเงินและเวลาไปกับการเดินทางเพื่อตามหาความสงบ โดยลืมไปว่ากระเป๋าเดินทางที่หนักที่สุดที่เราแบกไปด้วยและทำให้เราเหนื่อยล้าที่สุดคือ ‘อัตตา’ และ ‘ความคาดหวัง’ ของเราเอง

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวาระแห่งการขึ้นปีใหม่ไทย ผู้คนมากมายเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่และเล่นน้ำเพื่อคลายความร้อน นี่จึงเป็นช่วงเวลาอันเหมาะสมอย่างยิ่งที่เราจะนำปรัชญาของเอ็คฮาร์ทมาใช้เป็นเครื่องนำทางในการ ‘เดินทางกลับบ้าน’ เข้าสู่ภายในจิตใจของเราเองเช่นกัน เพื่อค้นหาสันติสุขที่แท้จริงที่ไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอก

น้ำสงกรานต์ที่ชุ่มฉ่ำและเย็นสบายเป็นสัญลักษณ์ของการชำระล้างและการเริ่มต้นใหม่ ในปีใหม่นี้ แทนที่เราจะมุ่งเปลี่ยนสิ่งรอบตัวหรือวิ่งตามหาสถานที่พักผ่อนเพื่อให้ตัวเองมีความสุข ลองเปลี่ยนมาใช้ความปล่อยวางชำระล้าง ‘เจตจำนงของตนเอง’ ที่เป็นต้นเหตุของความร้อนรุ่มภายในใจ ปล่อยวางความกังวล ความคาดหวัง และความยึดติดทั้งปวงให้ไหลไปกับสายน้ำ

ให้สงกรานต์ปีนี้เป็นการเฉลิมฉลองที่เราได้ฝึกฝนศิลปะแห่งการเป็นอิสระจากภายใน เมื่อเราต้องเผชิญกับรถติดบนท้องถนน เผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว หรือแม้แต่ความวุ่นวายจากผู้คน จงรักษาจุดศูนย์กลางของจิตใจให้เป็นดั่งบานพับประตูที่สงบนิ่ง ปล่อยให้มนุษย์ภายในของเรามีสันติสุขท่ามกลางกิจกรรมรื่นเริงของมนุษย์ภายนอก

ท้ายที่สุดนี้ สันติสุขที่แท้จริงไม่เคยอยู่ไกลตัวและไม่ต้องออกเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อไปค้นหา เพราะความสงบที่แท้จริงนั้นสถิตอยู่ภายในใจที่ได้รับการจัดวางอย่างถูกต้องแล้วเสมอ ขอให้ปีใหม่ไทยนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบความสงบสุขที่ไม่พึ่งพาสถานที่ ผู้คน หรือวิธีการภายนอก แต่เป็นความสุขที่เบ่งบานและร่มเย็นจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณคุณเอง 

 

สวัสดีวันจันทร์และวันสงกรานต์ค่ะ

พาฝัน ศรีเริงหล้า