สวัสดีวันจันทร์: “พฤติกรรมที่ถูกต้องและมีศีลธรรมที่สุดคือการไม่ทำสงคราม”

สวัสดีวันจันทร์: “พฤติกรรมที่ถูกต้องและมีศีลธรรมที่สุดคือการไม่ทำสงคราม”

จากโต๊ะทำงานในเช้าวันจันทร์สู่สนามรบของมหาอำนาจ บทความชิ้นนี้ชวนเรามอง ‘สงคราม’ ผ่านสายตาของ ไมเคิล วอลเซอร์ อีกครั้ง เพื่อทบทวนว่าในโลกที่เต็มไปด้วยความกลัวและผลประโยชน์ ความกล้าหาญที่แท้จริงอาจไม่ใช่การต่อสู้ แต่คือการยับยั้งไม่ให้ความรุนแรงเกิดขึ้นเลยต่างหาก

“พฤติกรรมที่ถูกต้องและมีศีลธรรมที่สุดคือการไม่ทำสงคราม”

เช้าวันจันทร์ มนุษย์เงินเดือนจำนวนไม่น้อยอาจรู้สึกเหมือนกำลังจะออกไปรบกับกองงานตรงหน้า แต่หากมองออกไปพิจารณาถึง ‘สงคราม’ ที่กำลังเกิดขึ้นจริงในโลก มุมมองที่มีต่อความขัดแย้งอาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เมื่อพูดถึงสงคราม สังคมในอดีตมักถูกหล่อหลอมให้ยกย่องความกล้าหาญในการจับอาวุธ ทว่า ‘ไมเคิล วอลเซอร์’ (Michael Walzer) นักปรัชญาการเมืองผู้ชุบชีวิตแนวคิด ‘สงครามที่ชอบธรรม’ ในโลกสมัยใหม่ กลับนำเสนอแง่มุมที่ลึกซึ้งกว่านั้น

ในผลงานคลาสสิกอย่าง ‘Just and Unjust Wars’ เขาย้ำชัดเจนว่า การก่อสงครามเพื่อรุกรานผู้อื่นถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง และเส้นแบ่งสุดท้ายที่ทำให้เรายังเป็นมนุษย์ คือการไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ 

สำหรับวอลเซอร์แล้ว จุดสูงสุดของความกล้าหาญและศีลธรรมจึงไม่ใช่การเดินหน้าเข่นฆ่า แต่คือความกล้าที่จะ ‘ปฏิเสธ’ การเข้าร่วมในสงครามที่อยุติธรรมต่างหาก

แต่คำถามคือ ในโลกที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์และความหวาดกลัว หลักการนี้ยังถูกยึดถืออยู่จริงหรือไม่?

 

ลองพิจารณาวิกฤตการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กำลังสั่นคลอนโลกอยู่ขณะนี้ เบื้องหลังการตัดสินใจเปิดฉากโจมตีนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อนทางการเมืองและผลประโยชน์ของมหาอำนาจ ยิ่งเมื่อข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เองระบุว่า อิหร่านไม่ได้อยู่ในขั้นพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างที่ถูกอ้าง ความชอบธรรมของการโจมตีก็ยิ่งพร่าเลือนลงไปอีก

ผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือความสูญเสียที่ตกอยู่กับประชาชนตาดำ ๆ ทั่วโลก และผลกระทบที่กระแทกหน้าคนทำงานเข้าอย่างจัง ไม่ใช่เรื่องของกระสุนปืน แต่คือวิกฤตความมั่นคงทางพลังงานจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จนราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยาน สิ่งนี้นำมาสู่ความกังวลเรื่องน้ำมันที่เริ่มกดดันชีวิตประจำวัน ภาระค่าครองชีพที่สูงลิ่วและการต้องไปต่อคิวตามปั๊มน้ำมัน ได้กลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกติดอยู่กับบ่าของมนุษย์เงินเดือนที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในแต่ละวัน

สงครามของมหาอำนาจไม่เคยนำมาซึ่งเกียรติยศใด ๆ ซากปรักหักพังและภาระทางเศรษฐกิจที่กดทับผู้บริสุทธิ์คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่าในสงครามไม่มีใครเป็นผู้ชนะที่แท้จริง

เช้าวันจันทร์นี้ ก่อนที่เราจะต้องกลับไปเผชิญหน้ากับอีเมลและงานกองโต อาจเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เราลองทบทวนว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งนั้น ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่การเอาชนะใคร หากคือการรู้ว่าอะไรควรต่อสู้ และอะไรไม่ควรถูกทำให้กลายเป็นสงครามตั้งแต่ต้น 

.

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การยับยั้งไม่ให้ความขัดแย้งลุกลาม อาจเป็นรูปแบบหนึ่งของความกล้าหาญ และมีความหมายมากที่สุดในชีวิตของคนธรรมดาอย่างเรา ๆ

 

สวัสดีวันจันทร์ค่ะ

พาฝัน ศรีเริงหล้า