รีวิว Beyond The Glass EP.2 เปิดแผนที่ใหม่ตามหาไวน์อิตาลีเหนือ

รีวิว Beyond The Glass EP.2 เปิดแผนที่ใหม่ตามหาไวน์อิตาลีเหนือ

จากห้องเรียนไวน์สู่การเดินทางผ่านแผนที่อิตาลีเหนือ Beyond The Glass EP.2 ชวนเปิดโลกองุ่นพื้นเมือง 7 สายพันธุ์จากแคว้นที่คนรักไวน์อาจยังไม่คุ้นชื่อ ผ่านเรื่องเล่า ประสบการณ์ตรง และไวน์ 6 แก้วที่พาผู้ร่วมงานไปรู้จักอีกด้านของวงการไวน์อิตาลี ก่อนปิดท้ายด้วยบทสนทนาระหว่างคนแปลกหน้าที่กลายเป็นคนคุ้นเคยบนโต๊ะเดียวกัน

KEY

POINTS

บ่ายวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา ณ เดอะ แกลอรี (The Gallery) ชั้นสองของ Roys Hotel ย่านเพชรพระราม สถานที่แห่งนี้กลายเป็นพื้นที่นัดพบของกลุ่มคนหลากหลายสาขาวิชาชีพ บางคนทำธุรกิจส่วนตัว บ้างอยู่ในแวดวงสาธารณสุข บางคนคลุกคลีกับวงการโลจิสติกส์ อัญมณี ราชการ ไปจนถึงสายเทคโนโลยี ต่างวัย ต่างเส้นทางชีวิต แต่ทุกคนโคจรมาที่จุดหมายเดียวกัน นั่นคือ โต๊ะที่มีแก้วไวน์วางเรียงรออยู่

นี่คือพื้นที่แห่งการพบปะเรียนรู้ (Community-Led Platform) ที่ The People เชื่อว่า ‘ไวน์’ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของกฎเกณฑ์และศัพท์เทคนิคเสมอไป แต่เป็นภาษาสากลที่พาคนแปลกหน้าให้นั่งคุยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

และในบ่ายวันนั้น Beyond The Glass EP.2 ภายใต้ธีม ‘Northern Roots: The Native Grapes of Italy’ เราพาทุกคนขึ้นไปเหนือสุดของอิตาลี ไปทำความรู้จักกับองุ่นพื้นเมืองที่คนทั่วไปแทบไม่เคยเอ่ยถึง หลายๆ สายพันธุ์ในวันนั้น ผู้ร่วมงานหลายคนเพิ่งได้ลิ้มรสเป็นครั้งแรก จึงไม่ต่างจากการค้นพบ ‘hidden gems’ แห่งวงการไวน์อิตาลีเท่าใดนัก

รีวิว Beyond The Glass EP.2 เปิดแผนที่ใหม่ตามหาไวน์อิตาลีเหนือ

วิทยากรของวันนั้น คือ ‘ปุ้ย ณพิชญา พันธุมกุล’ Beverage Educator เจ้าของ podcast คอไวน์ และเพจ Reign of Wine โดยบรรยากาศห้องเรียนไวน์วันนั้น ไม่ให้ความรู้สึกเป็นวิชาการจนเกินไป ปุ้ยมีวิธีการเล่าเรื่องเฉพาะตัว ด้วยการหยิบข้อมูลที่ดูซับซ้อน อย่างระบบ appellation ของอิตาลี หรือลักษณะเฉพาะของแต่ละแคว้น มาร้อยเรียงให้ฟังง่าย มีจังหวะ และเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ทำให้ผู้ร่วมงานหลายคนที่ไม่เคยมีพื้นฐานไวน์มาก่อนสามารถติดตามเนื้อหาได้อย่างต่อเนื่อง

 

ความพิเศษของกิจกรรมครั้งนี้ ไม่ได้อยู่แค่เนื้อหาที่เตรียมมาเท่านั้น แต่อยู่ที่ ปุ้ย ซึ่งเพิ่งผ่านหลักสูตร Italian Sommelier ในกรุงเทพฯ มาหมาด ๆ เธอทำคะแนนติดอันดับ Top 5 จากผู้เรียนทั้งหมด 30 คน จนได้รับเลือกให้เดินทางไปดูงานไวน์ที่อิตาลี สิ่งที่เธอนำมาเล่า จึงไม่ใช่แค่ความรู้จากตำรา แต่ผ่านการกลั่นกรองจากประสบการณ์ตรงที่เพิ่งได้สัมผัสมา

เส้นทางไวน์ 6 ขวด

การเดินทางเริ่มต้นที่ Veneto ด้วย Allegrini Soave Oasi San Giacomo DOC ซึ่งทำจากองุ่น Garganega ล้วน แคว้นนี้เป็นพื้นที่ปลูกองุ่นมากที่สุดของอิตาลี และเป็นบ้านของ Soave หนึ่งในไวน์อิตาลีที่เก่าแก่และประสบความสำเร็จ จนได้รับการยอมรับเป็นระดับ fine wine มาตั้งแต่ปี 1931 ก่อนที่ระบบ DOC จะถือกำเนิดขึ้นเสียอีก ตัวไวน์ให้กลิ่นมะนาว ลูกแพร์ ดอกไม้ขาว ปิดท้ายด้วยอัลมอนด์บาง ๆ เป็นการเปิดตัวที่สดชื่นและอ่อนโยน

แก้วที่สอง เดินทางต่อไปยัง Friuli-Venezia Giulia กับ Livio Felluga Friulano DOC องุ่นตัวนี้เคยมีชื่อเรียกว่า Tocai มาก่อน จนกระทั่งศาลยุโรปตัดสินในปี 1995 ให้ชื่อ Tocai หรือ Tokaj เป็นชื่อเรียกเฉพาะของฮังการีเท่านั้น อิตาลีจึงต้องเปลี่ยนชื่อองุ่นตัวนี้เป็น Friulano อย่างเป็นทางการในปี 2007 

รีวิว Beyond The Glass EP.2 เปิดแผนที่ใหม่ตามหาไวน์อิตาลีเหนือ รีวิว Beyond The Glass EP.2 เปิดแผนที่ใหม่ตามหาไวน์อิตาลีเหนือ รีวิว Beyond The Glass EP.2 เปิดแผนที่ใหม่ตามหาไวน์อิตาลีเหนือ

ดินแดนแห่งนี้ผสมผสานความเย็นแบบเทือกเขาแอลป์ เข้ากับความอบอุ่นแบบเมดิเตอร์เรเนียน ให้กำเนิดไวน์ที่มีผลไม้เขตร้อน ลูกแพร์ พีชสุก แซมด้วยความขมอ่อน ๆ ของอัลมอนด์และแร่ธาตุที่ชัดเจนเป็นเอกลักษณ์

ในพื้นที่ ‘ฟรีอูลี-เวเนเซีย จูเลีย’ ยังมีองุ่นอีกสายพันธุ์รออยู่ เป็นไวน์ Eufem Ribolla Gialla D.O.C. จากไร่ La Viarte ในเขต Prepotto องุ่น Ribolla Gialla เป็นสายพันธุ์พื้นเมืองแท้ ๆ ของแคว้นนี้ ปลูกบนพื้นที่เนินเขาสูงจากระดับน้ำทะเลราว 150-200 เมตร หันหน้ารับแดดทิศตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ บนดิน ‘Ponca’ ดินยุคอีโอซีนที่เป็นชั้นหินปูนดินดานสลับทราย เอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ Collio และ Colli Orientali

องุ่นเก็บด้วยมือ กดเบา หมักในถังสเตนเลสควบคุมอุณหภูมิ พักบนกากไวน์ในถังสเตนเลสอีก 6 เดือน ก่อนบ่มต่อในขวดอีกอย่างน้อย 3 เดือน ถึงจะออกจำหน่าย จึงได้ไวน์สีเหลืองฟางเข้มใสประกาย กลิ่นดอกไม้ขาวและอัลมอนด์สด รสสัมผัสสดชื่น มีชีวิตชีวา และมีน้ำหนักปานกลาง เป็นอีกสุ้มเสียงหนึ่งของ ฟรีอูลี ที่ต่างจาก ฟรีอูลาโน ในแก้วก่อนหน้าอย่างชัดเจน แต่ยังคงความเป็นแคว้นเดียวกันไว้ในทุกอณู

แก้วถัดมา มาจาก Emilia-Romagna ดินแดนแห่งพาร์มีจาโน เรจจาโน และปรอสชุตโต ดิ ปาร์มา กับ Villa Cialdini Lambrusco Grasparossa di Castelvetro DOC ไวน์แดงมีฟองระดับ Frizzante จากไร่ organic สีทับทิมเข้มออกม่วง กลิ่นไวโอเล็ต สตรอว์เบอร์รี พลัม เชอร์รีดำ เป็นไวน์ที่มีความรื่นเริงในตัวเอง 

รีวิว Beyond The Glass EP.2 เปิดแผนที่ใหม่ตามหาไวน์อิตาลีเหนือ

รีวิว Beyond The Glass EP.2 เปิดแผนที่ใหม่ตามหาไวน์อิตาลีเหนือ

ช่วงเวลาที่ผู้ร่วมงานหลายคนตื่นเต้นที่สุดของบ่ายวันนั้นเกิดขึ้น เมื่อเราเดินทางไปถึง Valle d'Aosta แคว้นเล็ก ๆ และมีประชากรน้อยที่สุดของอิตาลี บนไหล่เขาสูงชันที่ต้องอาศัยแรงงานคนล้วนในการดูแลไร่แบบขั้นบันได จนวงการไวน์เรียกวิธีทำไร่แบบนี้ว่า ‘heroic viticulture’ 

La Kiuva Rouge de Vallée Arnad 2024 DOC ที่เสิร์ฟในแก้วนี้ ผสม 70% Picotendro หรือที่นักไวน์เรียกกันว่า ‘Nebbiolo แห่งเทือกเขาแอลป์’ เข้ากับ Gros Vien, Neyret และ Fumin ให้กลิ่นสมุนไพรป่า สตรอว์เบอร์รีป่า และทับทิม เบากว่า Barolo และ Barbaresco แต่ความสดชื่นและมิติแร่ธาตุไม่แพ้กันเลย หลายคนในวันนั้นบอกว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่าอิตาลีมีไวน์แบบนี้อยู่ด้วย โดย ปุ้ย ยังได้นำมีไวน์องุ่น Nebbiolo จาก Langhe ในเขต Piedmont มาให้ชิมเปรียบเทียบความแตกต่างด้วย

เมื่อวกกลับมาที่ Piedmont ดินแดนที่คุ้นหูในฐานะบ้านของ Barolo และ Barbaresco แต่ ปุ้ย เลือกจะเล่าอีกด้านผ่าน La Spinona Dolcetto d'Alba DOC องุ่น Dolcetto สุกเร็วกว่า Nebbiolo และ Barbera กรดต่ำ แทนนินสูง ดื่มง่ายตั้งแต่แก้วแรก ด้วยกลิ่นเชอร์รี แบล็กเบอร์รี และดอกไวโอเล็ต เป็นภาพของไวน์ที่ไม่ต้องการคำอธิบายยืดยาวก็เข้าถึงได้ทันที

แก้วสุดท้ายเดินทางไปยัง Alto Adige ดินแดนที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของออสเตรีย ยังคงมีร่องรอยวัฒนธรรมเยอรมันปะปนอยู่ในทุกมิติ Meran Alto Adige Lagrein ‘Graf’ 2023 คือตัวแทนของแคว้นนี้ องุ่น Lagrein มีบันทึกการปลูกในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 1318 ให้ไวน์แดงเข้มข้น กลิ่นเชอร์รี ดอกไวโอเล็ต แบล็กเบอร์รี และช็อกโกแลตขม โครงสร้างแน่นหนักที่รู้สึกได้ถึงความจริงจัง

อาหารว่างจาก Roys Hotel

นอกจากไวน์ทั้ง 6 แก้วแล้ว สิ่งที่เติมเต็มบ่ายวันนั้นให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น คืออาหารว่างจากครัว Fuzio ของ Roys Hotel ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงของกินเล่นระหว่างการบรรยาย แต่ช่วยเปิดต่อมรับรสและเสริมประสบการณ์การชิมให้ครบรสยิ่งขึ้น

สแกลลอปในยำสลัดรสจัดจ้าน เป็นเมนูที่หลายคนพูดถึงตั้งแต่คำแรก ความสดของสแกลลอปผสานกับรสเปรี้ยวเผ็ดของยำ ช่วยกระตุ้นให้ประสาทสัมผัสพร้อมสำหรับการเดินทางที่กำลังจะเริ่มต้น

เช่นเดียวกับ โคลด์คัท ที่พรั่งพร้อมทั้งแฮม มิกซ์นัท และชีส ตามด้วยมินิพิซซ่าที่เสิร์ฟในกล่องไม้ ให้ความรู้สึกสบาย ๆ แบบอิตาเลียนแท้ ตัดรสชาติได้ลงตัวตลอดช่วงกลางของการบรรยาย ก่อนที่ข้าวซอยคอหมูย่างจะปิดท้ายด้วยความเข้มข้นแบบอาหารเหนือของไทย เครื่องแกงหอมกรุ่นและเนื้อคอหมูย่างนุ่ม ๆ กลายเป็นจุดตัดที่น่าสนใจ ระหว่างวัฒนธรรมอาหารไทยกับไวน์จากอิตาลีตอนเหนือที่กำลังเล่าเรื่องอยู่บนโต๊ะ ซึ่งเมนูที่ไปได้ดีกับองุ่นพันธุ์ Lagrein ยิ่งนัก

รีวิว Beyond The Glass EP.2 เปิดแผนที่ใหม่ตามหาไวน์อิตาลีเหนือ

สุนทรียภาพและความสุขของบ่ายวันนั้นไม่ได้จบลงด้วยแก้วไวน์ที่ว่างเปล่า เพราะทุกคนที่มาร่วมงาน Beyond The Glass EP.2 ต่างเดินกลับบ้านพร้อมของที่ระลึกติดไม้ติดมือไปด้วย โดย Lucaris แบรนด์แก้วไวน์คริสตัลสัญชาติไทยที่คุ้นเคยกันดีในแวดวงคอไวน์ มอบแก้วคริสตัลให้ผู้ร่วมงานทุกท่านนำกลับบ้าน เป็นเสมือนบันทึกเล็ก ๆ ของบ่ายวันนั้นที่จะยังอยู่ติดโต๊ะอาหารไปอีกนาน

และสำหรับผู้ที่ตอบคำถามระหว่างการบรรยายได้อย่างแม่นยำ ยังมีรางวัลพิเศษรอคอยอยู่ Lucaris มอบแก้วรุ่น Muse ให้กับผู้โชคดีสามท่าน ท่านละสองใบ เป็นรางวัลที่ไม่เพียงตอบแทนความตั้งใจฟัง แต่ยังเป็นแรงกระตุ้นเล็ก ๆ ที่ทำให้บรรยากาศห้องเรียนไวน์เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการแข่งขันที่สนุกสนาน

รีวิว Beyond The Glass EP.2 เปิดแผนที่ใหม่ตามหาไวน์อิตาลีเหนือ รีวิว Beyond The Glass EP.2 เปิดแผนที่ใหม่ตามหาไวน์อิตาลีเหนือ

สามชั่วโมงเต็มของบ่ายวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมผ่านไปเร็วกว่าที่ทุกคนคาดคิด เหลือทิ้งไว้เพียงแก้วเปล่าบนโต๊ะ และความทรงจำอันอบอุ่น เมื่อคนแปลกหน้ามานั่งฟังเรื่องราวขององุ่นพื้นเมืองอิตาลีเหนือด้วยกัน สร้างบทสนทนาร่วมกัน จนแปรเปลี่ยนเป็นคนคุ้นเคย

ความสมบูรณ์แบบของบ่ายวันนั้นเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากแรงสนับสนุนจากหลายฝ่าย ขอขอบคุณ Roys Hotel ที่เอื้อเฟื้อพื้นที่ห้อง เดอะ แกลอรี อันอบอุ่นและเป็นกันเอง ขอบคุณ IC Wine ผู้นำเข้าไวน์ ที่สนับสนุนไวน์เลิศรสที่นำมาใช้ในการเรียนมาสเตอร์คลาสคราวนี้ ขอบคุณ Lucaris สำหรับแก้วไวน์พรีเมียมที่ช่วยให้ทุกกลิ่นและรสของไวน์ได้เปล่งประกายอย่างเต็มที่ และขอบคุณ PSAT ที่ร่วมสนับสนุนให้พื้นที่การเรียนรู้ไวน์แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างมีคุณภาพ

และที่ขาดไม่ได้ ขอบคุณ ปุ้ย ณพิชญา พันธุมกุล ที่พาทุกคนเดินทางผ่านองุ่นพื้นเมืองอิตาลีตอนเหนือได้อย่างมีชีวิตชีวา และขอบคุณผู้ร่วมงานทุกท่านที่เปิดใจมาลองสิ่งใหม่ แลกเปลี่ยนมุมมอง และทำให้ห้องเรียนไวน์ตามอัธยาศัยแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่แห่งการพบปะที่มีเสน่ห์อีกครั้ง

Beyond The Glass จะเดินทางต่อไปยัง EP.3 ในบทใหม่ที่กำลังจะเผยโฉมเร็ว ๆ นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ The People

 

เรื่อง: อนันต์ ลือประดิษฐ์

ภาพ: ดำรงค์ฤทธิ์ สถิตดำรงธรรม