คลังคำรสนัว ทัวร์นางเลิ้งกับ #TikTokไทยไทย

คลังคำรสนัว ทัวร์นางเลิ้งกับ #TikTokไทยไทย

สำรวจคลังคำภาษาไทยผ่านอาหารย่านนางเลิ้งกับกิจกรรม #TikTokไทยไทย พร้อมชวนมองว่าคอนเทนต์ยุคดิจิทัลกำลังช่วยให้คำเก่าและภาษาท้องถิ่นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

KEY

POINTS

คนส่วนใหญ่ใช้ภาษากันทุกวันจนแทบไม่ทันสังเกต แต่ในยุคที่คอนเทนต์สั้นกลายเป็นรูปแบบการสื่อสารหลักของโลกออนไลน์ วิธีที่ครีเอเตอร์เลือกใช้คำ น้ำเสียง หรือสำเนียง เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ชมจดจำตัวตนของคนคนหนึ่งได้ไม่ต่างจากหน้าตาหรือสไตล์การถ่ายทำ ภายใต้กิจกรรม #TikTokไทยไทย ที่พาสื่อมวลชนและครีเอเตอร์ร่วมสำรวจย่านนางเลิ้ง

หนึ่งในประเด็นหลักของทริปคือบทบาทของภาษาไทยในการเล่าเรื่องอาหารและสถานที่ และระหว่างทางที่แวะชิมของกินเก่าแก่ในย่านนี้ ก็ยิ่งเห็นชัดว่าเรื่องภาษากับเรื่องอาหารแยกจากกันแทบไม่ออก

ครูทอม ธนวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาที่ร่วมเดินไปกับเราในทริปนี้ อธิบายว่าภาษาไม่เคยหยุดนิ่ง ตราบใดที่ยังมีคนใช้งานอยู่ ภาษานั้นก็ยังมีชีวิตและเปลี่ยนแปลงได้เสมอ การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หมายความว่าภาษากำลังเสื่อมหรือดีขึ้น เป็นเพียงการปรับไปตามบริบทของผู้ใช้ในแต่ละยุคเท่านั้น

อย่างคำว่า “แซ่บ” ที่มีรากมาจากภาษาอีสาน เดิมแปลว่าอร่อยเฉย ๆ แต่เมื่อเดินทางเข้าสู่ภาษาไทยกลาง ความหมายค่อย ๆ ขยับไปทางอาหารรสจัด รสเผ็ด หรืออาหารที่ให้ความรู้สึกโดดเด่น และไม่จำเป็นต้องไปกังวลกับคำเกิดใหม่ที่ไม่เสนาะหู เพราะถ้ามันไม่ได้ถูกใช้บ่อย ๆ หรือมาตามเทรนด์แล้วก็ไป สุดท้ายแล้วก็จะหายไปเอง สิ่งสำคัญคือทำให้ตัวเองสนุกกับการทดลองใช้ภาษา 

งานที่ #TikTokไทยไทย จัดขึ้นยังชวนให้เราลองปลุกชีพคลังคำเก่า ๆ ที่เคยเงียบหายไปให้ถูกพูดถึงอีกครั้ง ขนมถ้วยตะไล เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดเจน เนื้อขนมนุ่ม หอมกะทิ หวานนวลกำลังดี แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้รสชาติคือชื่อภาชนะ เพราะหลายคนรู้จักแค่คำว่า ‘ขนมถ้วย’ โดยไม่รู้ว่าถ้วยดินเผาใบเล็กที่ใช้หยอดแป้งมีชื่อเรียกว่า ‘ตะไล’ ที่สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากถ้วยตราลาย อันเป็นคำสามัญในครัวไทยสมัยก่อน 

คลังคำรสนัว ทัวร์นางเลิ้งกับ #TikTokไทยไทย

เราเดินต่อมาอีกมุมของตลาดนางเลิ้ง ข้าวแช่โบราณ สูตรต้นตำหรับเพชรบุรี หรือข้าวแช่ชาวบ้าน จานนี้มาพร้อมเครื่องเคียงจัดเต็มแบบที่หากินยากขึ้นทุกปี 

คลังคำรสนัว ทัวร์นางเลิ้งกับ #TikTokไทยไทย

เมื่อทานเครื่องนำหน้าเข้าไปก่อนและตักข้าวพร้อมกับน้ำลอยดอกมะลิตาม นอกเหนือจากความอร่อยลงตัว ก็พบว่ามีกลิ่นหอมนอกเหนือจากดอกมะลิ ซึ่งบอกได้ยากว่าเป็นกลิ่นอะไร จนต้องรีบเข้าไปถาม แม่ค้าเล่าว่าแต่ก่อนน้ำข้าวแช่อบด้วยดอกกระดังงาให้หอมเย็น แต่เดี๋ยวนี้ดอกกระดังงาหายาก จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีอบควันเทียนแทน ได้กลิ่นหอมกรุ่นคล้ายกันเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว แสดงให้เห็นว่าของเก่าไม่จำเป็นต้องหายไปทั้งหมดเมื่อวัตถุดิบดั้งเดิมขาดแคลน แต่ปรับตัวไปพร้อมกับยุคสมัยได้พอ ๆ กับภาษา 

คลังคำรสนัว ทัวร์นางเลิ้งกับ #TikTokไทยไทย

ในโซนเดียวกันยังมีสาคูไส้ปลาที่ไม่ค่อยเจอแล้วในปัจจุบัน รสชาติออกแนวปั้นสิบไส้ปลา ห่อด้วยแป้งสาคูละมุนลิ้น จุดต่างสำคัญคือเนื้อสาคูเป็นสาคูแท้จากต้น ไม่ใช่เม็ดแป้งมันสำปะหลังที่เราคุ้นเคยกันในทุกวันนี้ 

คลังคำรสนัว ทัวร์นางเลิ้งกับ #TikTokไทยไทย

ถัดมา ปลาแนมเป็นอีกหนึ่งอาหารที่ปัจจุบันหาชิมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะขั้นตอนการทำค่อนข้างประณีตและใช้เวลานาน เครื่องที่ต้องกินแนมก็เยอะ ในคำคำเดียวมีรสจัดจ้านอร่อยจนเหงื่อตก ผสานความหอมของตัวใบชะพลู เข้ากันในทุกองค์ประกอบ

คลังคำรสนัว ทัวร์นางเลิ้งกับ #TikTokไทยไทย

ส่วนขนมไทยจากร้านแม่สมจิตต์ก็ยังคงใช้วิธีอบควันเทียนแบบดั้งเดิม ขนมใส่ไส้หอมนวลกะทิสด ตัวไส้เป็นมะพร้าวอ่อนผัดน้ำตาลหวานฉ่ำ มีเค็มตัดปะแล่ม ทานแล้วติดใจมากทีเดียว 

คลังคำรสนัว ทัวร์นางเลิ้งกับ #TikTokไทยไทย

อีกหนึ่งไฮไลต์ของทริปคือขนมเทียนร้านแม่อรุณ หรือขนมนมสาว ซึ่งจุดขายอยู่ที่ ‘หญ้าชูคัก’ เป็นวัตถุดิบที่หลายคนยังไม่เคยได้ยินมาก่อน เนื้อขนมนุ่ม กลิ่นเครื่องเทศของตัวไส้หอมตีจมูกตั้งแต่คำแรก รสหวานลงตัว ไม่มากไม่น้อย เป็นอีกเมนูที่ถูกพูดถึงมากหลังจบทริป 

เมื่อมาถึงวงเสวนาหลังจากที่ไปเดินชิมของอร่อยในตลาดนางเลิ้ง ครูทอมตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาของภาษาไทยในโลกคอนเทนต์อาจไม่ได้อยู่ที่ไม่มีคำให้เลือก เพราะคลังคำภาษาไทยเรานั้นมหาศาลมาก แต่อยู่ที่คนใช้คุ้นชินกับคำเดิม ๆ จนลืมไปว่าภาษาไทยมีรายละเอียดมากกว่าที่คิด 

โดยเฉพาะเรื่องรสชาติ คำว่า “อร่อย” สื่อสารได้ตรงไปตรงมาก็จริง แต่รสหวานไม่ได้มีแบบเดียว อาจเป็นหวานเจี๊ยบ หวานจ๋อย หวานติดคอ หวานละมุน หรือหวานนวล ความเค็มก็มีตั้งแต่เค็มปี๋ เค็มโด่ง เค็มแสบคอ ไปจนถึงเค็มตัดไต ความเปรี้ยวแบ่งได้เป็นเปรี้ยวจี๊ด เปรี้ยวเข็ดฟัน และเปรี้ยวโด่ง ส่วนความเผ็ดก็ไม่ได้มีแค่ระดับ เผ็ดมาก เผ็ดกลาง เผ็ดน้อย แต่มีทั้งเผ็ดสะดุ้ง เผ็ดหูดับตับไหม้ เผ็ดร้อน หรือถึงพริกถึงขิง รสที่ครบเครื่องก็มีคำอย่างนัว ครบรส กลมกล่อม หรือถึงเครื่อง และความหอมยังแยกย่อยได้ทั้งหอมกรุ่น หอมหวน หอมจรุงใจ หอมกลิ่นกระทะ หรือหอมเตาถ่าน คำเหล่านี้ช่วยให้ผู้ฟังจินตนาการถึงประสบการณ์ได้ละเอียดขึ้น บางครั้งอาจจะสะดุดหูจนต้องไปหาข้อมูล และอาจเป็นการเพิ่มยอดเข้าชม และทำให้ผู้ชมตัดสินใจไปลิ้มลองร้านนั้น ๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย เพราะจินตนาการรสชาติได้ชัดเจนมากขึ้น

คุณเบลล่า จากช่องวิถีไทย มองว่าคำท้องถิ่นแบบนี้คือเสน่ห์สำคัญของการเล่าเรื่อง เพราะภาษาแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดและอารมณ์ต่างกัน บางคำนอกจากบอกความหมายแล้ว ยังบอกภูมิหลังของผู้พูดไปด้วยในตัว การใช้ภาษาท้องถิ่นจึงช่วยสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนให้กับผู้ชม ขณะเดียวกันก็ยังใช้ซับไตเติลภาษากลางช่วยขยายฐานผู้ชมได้ โดยไม่ต้องละทิ้งเอกลักษณ์ของตัวเอง

ทริปนางเลิ้งครั้งนี้ทำให้เห็นชัดว่าภาษาและอาหารมีชะตากรรมคล้ายกันมาก อยู่รอดต่อไปได้ก็ต่อเมื่อยังมีคนเลือกใช้และเลือกกินอยู่เรื่อย ๆ และตราบใดที่ยังมีคนหยิบคำไทยขึ้นมาเล่าเรื่อง ถ่ายทอดรสชาติ และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ภาษาไทยก็จะไม่หยุดที่จะเติบโต

 

เรื่อง: สุธัณนานัฏฐ์ อุดมศิริสุข