‘ศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ’ ตัวแทงค์เพื่อไทย ผู้ท้าชนได้ไม่สนรุ่น

‘ศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ’ ตัวแทงค์เพื่อไทย ผู้ท้าชนได้ไม่สนรุ่น

‘ศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ’ คือชื่อของโฆษกที่ยืนแถวหน้า รับแรงปะทะแทนพรรค ชนได้ทุกสี ไม่สนรุ่น ไม่สนหน้า และกลายเป็น ‘ตัวแทงก์’ ที่ถูกจับตามองที่สุดในเกมการเมืองรอบนี้

KEY

POINTS

‘ตัวแทงก์’

ในเกมส์ออนไลน์ เราจะเรียกพวกที่พร้อมลุย พร้อมชนในแถวหน้าว่า ‘ตัวแทงก์’ มีหน้าที่เปิดพื้นที่ โจมตี ตัดจังหวะ และทำลายล้างคู่แข่ง พวกนี้มักจะเป็นคนรับแรงกระแทกแทนทีม มีความถึกความทน อาจจะไม่ได้พิฆาตศัตรูโดยตรง แต่เป็นคนเปิดทางให้สายแครี่เข้าไปโจมตีต่อ

หากเปรียบเทียบกับพรรคการเมือง คงเปรียบได้กับ ‘โฆษกพรรค’ ที่ทำหน้าที่คอยตอบโต้ เปิดประเด็น ท้าชน และเบี่ยงกระแส

ในการเลือกตั้งรอบนี้ พรรคหนึ่งที่ถูกเป็นเป้าโจมตีมากที่สุด ก็คือ ‘พรรคเพื่อไทย’ (พท.) ทั้งประเด็นการข้ามขั้วจับมือฝั่งอนุรักษ์นิยมตั้งรัฐบาล การไม่สามารถส่งมอบนโยบายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในการบริหาร 2 ปีที่ผ่านมา รวมไปถึง ‘คลิปอังเคิล’ ที่ทำให้เสียท่าในเกมการเมืองระหว่างประเทศ จนเป็นที่มาของการจัดตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย

ดังนั้น การมีตัวแทงค์ที่ไว้ใจได้ย่อมเป็นประโยชน์กับทีม ในรอบนี้โฆษก พท. ที่ตระเวนไปเวทีทั่วประเทศ ท้าชนบนเวทีดีเบต และการแถลงข่าวตอบโต้อย่างมีสีสัน จนน่าจับตามองมาจากหนุ่มชื่อแปลกแต่นามสกุลคุ้นหู

‘จอม-ศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ’

จากทายาทดีลเลอร์โตโยต้า ที่ปลีกตัวจากโลกธุรกิจเข้าสู่วงจรการเมืองจนมาเป็นโฆษก พท. นี่คือตัวแทงก์ระดับแถวหน้า และน่าจะมีสีสันทางการเมืองต่อไปจนกระทั่งหลังเลือกตั้ง

The People ขอพาไปรู้จักศึกษิษฎ์ ให้มากขึ้น

จากโลกธุรกิจสู่ชีวิตทางการเมืองของทายาทดีลเลอร์โตโยต้า

รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นขวัญใจชาวไทยแบรนด์แรก ๆ ที่มักจะถูกนึกถึงก็คือ ‘โตโยต้า’ (Toyota) ซึ่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมายาวนาน และตระกูล ‘ศรีจอมขวัญ’ เป็นหนึ่งในดีลเลอร์รายใหญ่ ที่ทำธุรกิจนี้มาอย่างยาวนาน 

ศึกษิษฎ์เป็นลูกคนเดียวของครอบครัวศรีจอมขวัญ ที่ทำธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ ‘โตโยต้า สยามออโต้ ซาลอน’ และเขาเองก็เคยผ่านช่วงเวลา ที่เป็นกรรมการผู้จัดการ โตโยต้า สยามออโต้ ซาลอน เช่นกัน

นอกจากนั้นในงานภาคเอกชน เขาผ่านงานองค์กรระดับโลกอย่าง AIA และ Citibank ประจำประเทศไทย โดยใช้ความรู้ความสามารถด้านการบริหารธุรกิจ-เศรษฐศาสตร์ จากการเรียนปริญญาตรีที่ Flagler College สหรัฐอเมริกา ก่อนจะกลับมาเรียนต่อ MBA สาขาการเงินและการตลาด ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อต้องกลับมาบริหารกิจการครอบครัว นอกจากนั้นยังเคยร่วมก่อตั้งบริษัท ‘Advanced Greenfarm’ สตาร์ทอัพด้านอาหารแห่งอนาคต เช่น สินค้าประเภทไข่ผำ อีกด้วย

ดูเหมือนไปได้ดีกับเส้นทางอาชีพทางธุรกิจ จนมีโอกาสได้ซึมซับบรรยากาศในช่วงเกิดการชุมนุมของม็อบราษฎร และเริ่มเข้ามาทำงานการเมืองในฐานะ Think Tank ของ พท. ผ่านการชักชวนของผู้ใหญ่ในพรรค ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ช่วงก่อนการเลือกตั้ง 

นั่นคือก้าวแรกสู่สังเวียนของศึกษิษฎ์ ที่เริ่มต้นในบทมันสมองที่ทำงานด้านนโยบาย หรือที่คนบางส่วนมักเรียกกันว่า พวก ‘นักรบห้องแอร์’

จากนักรบห้องแอร์ สู่ตัวแทงค์หน้าจอของศึกษิษฎ์

งานการเมืองในช่วงแรกของศึกษิษฎ์ เป็นงานเชิงความคิดเมื่อ พท. อยากจัดตั้งคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ ขึ้นมา 1 ชุด มี ‘หมอมิ้ง’ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เป็นประธาน และ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ พท. ขณะนั้นเป็นที่ปรึกษา เป็นโอกาสที่เขาจะได้ทำงานร่วมกับกูรูระดับประเทศ ทั้ง ‘พันศักดิ์ วิญญรัตน์’ และ ‘ศุภวุฒิ สายเชื้อ’ นี่คือโอกาสที่ไม่ได้หามาได้ง่าย ๆ

ในฐานะรองเลขานุการชุดดังกล่าว ทำให้หลังจากจัดตั้งรัฐบาล พท. ได้ ศึกษิษฎ์ได้รับโอกาสเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง โดยทำงานใกล้ชิดกับครูการเมืองอย่าง นพ.พรหมินทร์ โดยมีส่วนร่วมผลักดันนโยบายเรือธง ทั้งแลนด์บริดจ์, รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และที่สำคัญ Entertainment Complex

และนโยบาย Entertainment Complex นี่เองที่เปลี่ยนผู้ชายสายซอฟต์ผมสีดอกเลา กลายเป็น ‘ตัวแทงค์เพื่อไทย’ เนื่องจากเป็นหนึ่งในนโยบายที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลากหลาย

ในช่วงเวลาดังกล่าว ประเด็น Entertainment Complex มีทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ ทั้งเกมการเมืองจากพรรคร่วมรัฐบาลขณะนั้น อย่างพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ต้องการให้ พท. ถอยเรื่องดังกล่าว และกลุ่มคัดค้านที่มองว่าเป็นการมอมเมาเยาวชน แม้จะมีเสียงสนับสนุนจากประชาชนบางส่วนที่มองว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้ประเทศ รอบนั้น คนที่ได้รับหน้าที่ในการชี้แจงให้คำตอบ ก็คือ ศึกษิษฎ์ สถานการณ์มันหล่อหลอมให้เขาได้ลับคมและเขี้ยวเล็บทางการเมือง

แต่ท้ายที่สุดโครงการ Entertainment Complex ก็ไม่ได้ไปต่อทั้งจากกระแสสังคม และ ‘อุบัติเหตุคลิปเสียง’ เมื่อ พท. ต้องถูกสลับบทเป็นฝ่ายค้าน ช่วงปลายปี พ.ศ. 2568 วันนั้นคือการแจ้งเกิดของเขาในบทบาท ‘โฆษก พท.’

โฆษกสายโหดชน ปะ ฉะ ดะ ลุยส้ม ขย่มน้ำเงิน

เมื่อ พท. กลายเป็นฝ่ายค้าน สถานการณ์เปลี่ยนเป็นฝ่ายรุกไล่ตรวจสอบรัฐบาลบ้าง ศึกษิษฎ์เป็นแนวหน้าท้าชนรัฐบาล ภท. ในปมกับการรับมือของแก๊งแสกมเมอร์ที่ล้มเหลว การทำสัญญาแร่แรร์เอิร์ธที่ไทยเสียเปรียบ การโอนย้ายข้าราชการที่เอื้อประโยชน์ต่อพรรคสีน้ำเงิน และซีนแจ้งเกิดเมื่อสร้างวิวาทะกับ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกฯ ขณะนั้น ถึงการที่ พท. ผิดสัญญาจะเอาเก้าอี้มหาดไทยคืนจนพัง ว่าที่จะเอาเก้าอี้คืนก็เพราะว่าอนุทินทำงานไม่เป็นเสียมากกว่า เรียกได้ว่าเป็นการชกข้ามรุ่นที่สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย

รวมไปถึงการโจมตีพรรคประชาชน ที่ศึกษิษฎ์มองว่าเป็นพรรคที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยได้อำนาจ และต้องมีความรับผิดชอบต่อ MOA ระหว่างส้ม-น้ำเงิน เปิดโอกาสให้รัฐบาลภูมิใจไทยเข้ามาบริหารงานผิดพลาดทั้งการรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ หรือแม้กระทั่งเหตุเครนถล่มที่ จ.นครราชสีมา เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันดั่ง ‘จิวยี่แห่งง่อก๊ก’ โดยมีการกล่าวว่าเตรียมจะยื่นซักฟอกรัฐบาลภูมิใจไทยในช่วงกลางธันวาคม พ.ศ. 2568 แต่ได้มีการยุบสภาก่อน

พอเปิดโหมดเลือกตั้ง จากลูกหลานตระกูลดัง กลายเป็นโฆษกหน้าม่านประจำเวทีปราศรัยทั่วประเทศ ทำให้ศึกษิษฎ์แทบจะเป็นพิธีกรคู่ขวัญเวทีของ พท. คู่กับ ‘เดียร์’ ขัตติยา สวัสดิผล เรียกได้ว่า จังหวะถึงลูกถึงคน ทั้งงานปราศรัย งานพื้นที่ และงานดีเบต วิ่งรอกสลับเวที

ต้องจับตาว่าหลังเลือกตั้งหาก พท. เป็นรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายค้าน ศึกษิษฎ์จะอยู่ตำแหน่งแห่งที่ใด เพราะบอกได้เลยว่าตัวแทงก์แบบนี้มักจะได้รับแรงสนับสนุนจากฐานเสียงและคนในพรรค  

 

เรื่อง: ตินตินผจญภัย

ภาพ: Jomsuksit