27 ม.ค. 2569 | 14:49 น.

KEY
POINTS
‘ตัวแทงก์’
ในเกมส์ออนไลน์ เราจะเรียกพวกที่พร้อมลุย พร้อมชนในแถวหน้าว่า ‘ตัวแทงก์’ มีหน้าที่เปิดพื้นที่ โจมตี ตัดจังหวะ และทำลายล้างคู่แข่ง พวกนี้มักจะเป็นคนรับแรงกระแทกแทนทีม มีความถึกความทน อาจจะไม่ได้พิฆาตศัตรูโดยตรง แต่เป็นคนเปิดทางให้สายแครี่เข้าไปโจมตีต่อ
หากเปรียบเทียบกับพรรคการเมือง คงเปรียบได้กับ ‘โฆษกพรรค’ ที่ทำหน้าที่คอยตอบโต้ เปิดประเด็น ท้าชน และเบี่ยงกระแส
ในการเลือกตั้งรอบนี้ พรรคหนึ่งที่ถูกเป็นเป้าโจมตีมากที่สุด ก็คือ ‘พรรคเพื่อไทย’ (พท.) ทั้งประเด็นการข้ามขั้วจับมือฝั่งอนุรักษ์นิยมตั้งรัฐบาล การไม่สามารถส่งมอบนโยบายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในการบริหาร 2 ปีที่ผ่านมา รวมไปถึง ‘คลิปอังเคิล’ ที่ทำให้เสียท่าในเกมการเมืองระหว่างประเทศ จนเป็นที่มาของการจัดตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย
ดังนั้น การมีตัวแทงค์ที่ไว้ใจได้ย่อมเป็นประโยชน์กับทีม ในรอบนี้โฆษก พท. ที่ตระเวนไปเวทีทั่วประเทศ ท้าชนบนเวทีดีเบต และการแถลงข่าวตอบโต้อย่างมีสีสัน จนน่าจับตามองมาจากหนุ่มชื่อแปลกแต่นามสกุลคุ้นหู
‘จอม-ศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ’
จากทายาทดีลเลอร์โตโยต้า ที่ปลีกตัวจากโลกธุรกิจเข้าสู่วงจรการเมืองจนมาเป็นโฆษก พท. นี่คือตัวแทงก์ระดับแถวหน้า และน่าจะมีสีสันทางการเมืองต่อไปจนกระทั่งหลังเลือกตั้ง
The People ขอพาไปรู้จักศึกษิษฎ์ ให้มากขึ้น
รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นขวัญใจชาวไทยแบรนด์แรก ๆ ที่มักจะถูกนึกถึงก็คือ ‘โตโยต้า’ (Toyota) ซึ่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมายาวนาน และตระกูล ‘ศรีจอมขวัญ’ เป็นหนึ่งในดีลเลอร์รายใหญ่ ที่ทำธุรกิจนี้มาอย่างยาวนาน
ศึกษิษฎ์เป็นลูกคนเดียวของครอบครัวศรีจอมขวัญ ที่ทำธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ ‘โตโยต้า สยามออโต้ ซาลอน’ และเขาเองก็เคยผ่านช่วงเวลา ที่เป็นกรรมการผู้จัดการ โตโยต้า สยามออโต้ ซาลอน เช่นกัน
นอกจากนั้นในงานภาคเอกชน เขาผ่านงานองค์กรระดับโลกอย่าง AIA และ Citibank ประจำประเทศไทย โดยใช้ความรู้ความสามารถด้านการบริหารธุรกิจ-เศรษฐศาสตร์ จากการเรียนปริญญาตรีที่ Flagler College สหรัฐอเมริกา ก่อนจะกลับมาเรียนต่อ MBA สาขาการเงินและการตลาด ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อต้องกลับมาบริหารกิจการครอบครัว นอกจากนั้นยังเคยร่วมก่อตั้งบริษัท ‘Advanced Greenfarm’ สตาร์ทอัพด้านอาหารแห่งอนาคต เช่น สินค้าประเภทไข่ผำ อีกด้วย
ดูเหมือนไปได้ดีกับเส้นทางอาชีพทางธุรกิจ จนมีโอกาสได้ซึมซับบรรยากาศในช่วงเกิดการชุมนุมของม็อบราษฎร และเริ่มเข้ามาทำงานการเมืองในฐานะ Think Tank ของ พท. ผ่านการชักชวนของผู้ใหญ่ในพรรค ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ช่วงก่อนการเลือกตั้ง
นั่นคือก้าวแรกสู่สังเวียนของศึกษิษฎ์ ที่เริ่มต้นในบทมันสมองที่ทำงานด้านนโยบาย หรือที่คนบางส่วนมักเรียกกันว่า พวก ‘นักรบห้องแอร์’
งานการเมืองในช่วงแรกของศึกษิษฎ์ เป็นงานเชิงความคิดเมื่อ พท. อยากจัดตั้งคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ ขึ้นมา 1 ชุด มี ‘หมอมิ้ง’ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เป็นประธาน และ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ พท. ขณะนั้นเป็นที่ปรึกษา เป็นโอกาสที่เขาจะได้ทำงานร่วมกับกูรูระดับประเทศ ทั้ง ‘พันศักดิ์ วิญญรัตน์’ และ ‘ศุภวุฒิ สายเชื้อ’ นี่คือโอกาสที่ไม่ได้หามาได้ง่าย ๆ
ในฐานะรองเลขานุการชุดดังกล่าว ทำให้หลังจากจัดตั้งรัฐบาล พท. ได้ ศึกษิษฎ์ได้รับโอกาสเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง โดยทำงานใกล้ชิดกับครูการเมืองอย่าง นพ.พรหมินทร์ โดยมีส่วนร่วมผลักดันนโยบายเรือธง ทั้งแลนด์บริดจ์, รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และที่สำคัญ Entertainment Complex
และนโยบาย Entertainment Complex นี่เองที่เปลี่ยนผู้ชายสายซอฟต์ผมสีดอกเลา กลายเป็น ‘ตัวแทงค์เพื่อไทย’ เนื่องจากเป็นหนึ่งในนโยบายที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลากหลาย
ในช่วงเวลาดังกล่าว ประเด็น Entertainment Complex มีทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ ทั้งเกมการเมืองจากพรรคร่วมรัฐบาลขณะนั้น อย่างพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ต้องการให้ พท. ถอยเรื่องดังกล่าว และกลุ่มคัดค้านที่มองว่าเป็นการมอมเมาเยาวชน แม้จะมีเสียงสนับสนุนจากประชาชนบางส่วนที่มองว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้ประเทศ รอบนั้น คนที่ได้รับหน้าที่ในการชี้แจงให้คำตอบ ก็คือ ศึกษิษฎ์ สถานการณ์มันหล่อหลอมให้เขาได้ลับคมและเขี้ยวเล็บทางการเมือง
แต่ท้ายที่สุดโครงการ Entertainment Complex ก็ไม่ได้ไปต่อทั้งจากกระแสสังคม และ ‘อุบัติเหตุคลิปเสียง’ เมื่อ พท. ต้องถูกสลับบทเป็นฝ่ายค้าน ช่วงปลายปี พ.ศ. 2568 วันนั้นคือการแจ้งเกิดของเขาในบทบาท ‘โฆษก พท.’
เมื่อ พท. กลายเป็นฝ่ายค้าน สถานการณ์เปลี่ยนเป็นฝ่ายรุกไล่ตรวจสอบรัฐบาลบ้าง ศึกษิษฎ์เป็นแนวหน้าท้าชนรัฐบาล ภท. ในปมกับการรับมือของแก๊งแสกมเมอร์ที่ล้มเหลว การทำสัญญาแร่แรร์เอิร์ธที่ไทยเสียเปรียบ การโอนย้ายข้าราชการที่เอื้อประโยชน์ต่อพรรคสีน้ำเงิน และซีนแจ้งเกิดเมื่อสร้างวิวาทะกับ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกฯ ขณะนั้น ถึงการที่ พท. ผิดสัญญาจะเอาเก้าอี้มหาดไทยคืนจนพัง ว่าที่จะเอาเก้าอี้คืนก็เพราะว่าอนุทินทำงานไม่เป็นเสียมากกว่า เรียกได้ว่าเป็นการชกข้ามรุ่นที่สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย
รวมไปถึงการโจมตีพรรคประชาชน ที่ศึกษิษฎ์มองว่าเป็นพรรคที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยได้อำนาจ และต้องมีความรับผิดชอบต่อ MOA ระหว่างส้ม-น้ำเงิน เปิดโอกาสให้รัฐบาลภูมิใจไทยเข้ามาบริหารงานผิดพลาดทั้งการรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ หรือแม้กระทั่งเหตุเครนถล่มที่ จ.นครราชสีมา เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันดั่ง ‘จิวยี่แห่งง่อก๊ก’ โดยมีการกล่าวว่าเตรียมจะยื่นซักฟอกรัฐบาลภูมิใจไทยในช่วงกลางธันวาคม พ.ศ. 2568 แต่ได้มีการยุบสภาก่อน
พอเปิดโหมดเลือกตั้ง จากลูกหลานตระกูลดัง กลายเป็นโฆษกหน้าม่านประจำเวทีปราศรัยทั่วประเทศ ทำให้ศึกษิษฎ์แทบจะเป็นพิธีกรคู่ขวัญเวทีของ พท. คู่กับ ‘เดียร์’ ขัตติยา สวัสดิผล เรียกได้ว่า จังหวะถึงลูกถึงคน ทั้งงานปราศรัย งานพื้นที่ และงานดีเบต วิ่งรอกสลับเวที
ต้องจับตาว่าหลังเลือกตั้งหาก พท. เป็นรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายค้าน ศึกษิษฎ์จะอยู่ตำแหน่งแห่งที่ใด เพราะบอกได้เลยว่าตัวแทงก์แบบนี้มักจะได้รับแรงสนับสนุนจากฐานเสียงและคนในพรรค
เรื่อง: ตินตินผจญภัย
ภาพ: Jomsuksit