แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ : คุณรู้จัก ‘ฟาลา’ (สุนัข) ของผม และอเมริกาของเราน้อยเกินไป

แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ : คุณรู้จัก ‘ฟาลา’ (สุนัข) ของผม และอเมริกาของเราน้อยเกินไป

แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt) ใช้สุนทรพจน์ "ฟาลา" (Fala speech) ตอบโต้ข้อกล่าวหาของฝ่ายตรงข้ามที่ว่าเขาส่งเรือรบไปรับสุนัข โดยใช้อารมณ์ขันเพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้โจมตีรู้จักตัวตนของเขาน้อยเกินไปจนต้องกุเรื่องขึ้นมา

KEY

POINTS

‘คุณรู้จักผมน้อยไป’ 

คำพูดนี้สำหรับบางคนอาจดูเหมือนเป็นคำข่มขู่ สร้างความสั่นกลัวในจิตใจ แต่สำหรับบางคน สามารถเปลี่ยนคำพูดเชิงข่มขู่ให้กลายเป็นมุกตลก เรียกเสียงหัวเราะให้ผู้ร่วมงานได้อย่างน่าอัศจรรย์

และคนคนนั้นคือ ‘แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์’ (Franklin D. Roosevelt) อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ผู้นำระดับโลกที่เปลี่ยนคำที่แฝงด้วยความมาดร้าย ให้กลับกลายเป็นโอกาสในการตอกกลับด้วยวาทศิลป์อันเหนือชั้นกว่าด้วย 'ความถ่อมตัว' และ 'ผลงาน' จนเปลี่ยนเสียงดูถูกให้กลายเป็นความเชื่อมั่นและศรัทธา

ในปี 1944 ท่ามกลางสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้โลกจะปั่นป่วนแค่ไหน แต่การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งยังคงเดินหน้าต่อไป และแน่นอนว่านี่เป็นการหาเสียงสมัยที่ 4 ของโรสเวลต์ในวัย 62 ปี แถมยังเต็มไปด้วยข่าวลือเรื่องสุขภาพที่ย่ำแย่ของเขา เพราะอย่างที่รู้ดีกันว่าอดีตผู้นำคนนี้ ป่วยเป็นโปลิโอตั้งแต่อายุ 39 ปี ทั้งสูญเสียความสามารถในการใช้ขา ต้องพึ่งอุปกรณ์เหล็กคอยประคองตัวแทบตลอดเวลา จนมีเสียงกระซิบกระซาบอยู่บ่อยครั้งว่า เขาในวัยหกสิบกว่าปีจะยังมีเรี่ยวแรงพอที่จะบริหารประเทศอีกหรือ 

นอกจากปัญหาเรื่องสุขภาพแล้ว ฝ่ายพรรครีพับลิกัน โดย ‘ส.ส. แฮโรลด์ คนุตสัน’ (Harold Knutson) ก็ได้เริ่มโจมตีในสิ่งที่โรสเวลต์มองว่า ‘ล้ำเส้น’ นั่นคือการกุเรื่องว่าเขาส่งเรือพิฆาตของกองทัพเรือ ไปยังหมู่เกาะอะลูเชียนเพียงเพื่อไปรับเจ้าฟาลา สุนัขพันธุ์สก็อตติช เทอร์เรียร์ของเขาที่ลืมทิ้งไว้บนเกาะ

แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ : คุณรู้จัก ‘ฟาลา’ (สุนัข) ของผม และอเมริกาของเราน้อยเกินไป

แทนที่เขาจะโกรธกับคำกล่าวหาเช่นนี้ โรสเวลต์เลือกโต้กลับด้วยสุนทรพจน์ที่กลายเป็นตำนานอย่าง Fala speech ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 23 กันยายน 1944 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในงานประชุมของสหภาพแรงงาน Teamsters โดยเขาไม่ได้แสดงความโกรธแค้นออกมาแต่อย่างใด แต่เลือกใช้อารมณ์ขันอันเจ็บแสบเป็นอาวุธแทน โดยมีเนื้อหาว่า

“These Republican leaders have not been content with attacks on me, or my wife, or on my sons.

(ผู้นำพรรครีพับลิกันเหล่านี้ไม่เพียงโจมตีผม ภรรยาของผม หรือแม้แต่ลูกชายของผมเท่านั้น)

No, not content with that, they now include my little dog, Fala.

(พวกเขายังลากสุนัขของผม ‘ฟาลา’ เข้ามาเกี่ยวด้วย)

Well, of course, I don't resent attacks, and my family don't resent attacks, but Fala does resent them.

(แน่ล่ะ ว่าผมไม่ได้ถือโทษการโจมตีของเขา และครอบครัวผมก็ไม่ถือโทษเช่นกัน แต่ฟาลาน่ะคงถือโทษน่าดู)

You know, Fala is Scotch, and being a Scottie, as soon as he learned that the Republican fiction writers in Congress and out had concocted a story that I'd left him behind on an Aleutian island and had sent a destroyer back to find him — at a cost to the taxpayers of two or three, or eight or twenty million dollars — his Scotch soul was furious. 

(ฟาลาเป็นสก็อตช์ (ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความประหยัดมัธยัสถ์ สามารถตีความได้ว่าเขาคงไม่ผลาญเงินภาษีของประชาชนไปกับเรื่องเช่นนี้) และในฐานะสก็อตตี้ตัวหนึ่ง ทันทีที่มันได้รู้ว่านักแต่งนิยายการเมืองของพรรครีพับลิกัน ทั้งในและนอกสภา กุเรื่องว่าผมลืมมันทิ้งไว้บนเกาะอะลูเชียน และส่งเรือพิฆาตของกองทัพเรือกลับไปรับมัน โดยเสียภาษีประชาชนไปสองสามล้าน หรือแปดล้าน หรือยี่สิบล้านดอลลาร์ จิตวิญญาณแบบสก็อตของมันก็เดือดดาลขึ้นมาทันที)

He has not been the same dog since.

(ตั้งแต่นั้นมา มันก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย)

I am accustomed to hearing malicious falsehoods about myself ... But I think I have a right to resent, to object, to libelous statements about my dog.”

(ผมชินกับการถูกใส่ร้ายป้ายสีเกี่ยวกับตัวเองแล้ว ... แต่ผมคิดว่าผมมีสิทธิที่จะไม่พอใจ ที่จะคัดค้าน ต่อคำกล่าวหมิ่นประมาทที่มีต่อสุนัขของผม)

แม้จะเป็นส่วนเล็ก ๆ มีเพียง 5% ที่เขาพูดถึงฟาลา แต่กลับสร้างความประทับใจให้เหล่าคนงานมากเสียจนทุกคนต่างเทใจให้กับไหวพริบในการแก้ไขปัญหาของ ‘ว่าที่’ ประธานาธิบดีของพวกเขาในอนาคต ไม่ใช่แค่ความขบขันเท่านั้นที่คว้าใจเหล่าแรงงาน แต่ยังช่วยยืนยันอีกว่าโรสเวลต์มีสุขภาพกายและใจที่ดีพร้อม เหมาะสมแก่การขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศไม่น้อยหน้าไปกว่าใคร

แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ : คุณรู้จัก ‘ฟาลา’ (สุนัข) ของผม และอเมริกาของเราน้อยเกินไป ซึ่งการดึงสุนัขมาเป็นตัวละครหลักช่วยให้โรสเวลต์ เปลี่ยนภาพลักษณ์จากการถูกโจมตีเป็นการแสดงให้เห็นว่า ฝ่ายตรงข้ามรู้จัก ‘ตัวตน’ ของเขา หรือแม้กระทั่ง ‘สุนัข’ ของเขาน้อยเกินไปจนต้องแต่งเรื่องขึ้นมา

ใช่ว่าจะมีแค่เรื่องส่วนตัวเท่านั้นที่ทำให้ชายคนนี้ไม่พึงใจ เพราะย้อนกลับไปในปี 1942 ช่วงที่ไฟสงครามเพิ่งปะทุ เขาก็เคยลุกขึ้นมาปกป้อง ‘ศักดิ์ศรี’ ของคนทั้งชาติมาแล้ว  โรสเวลต์ปกป้องชาวอเมริกันด้วยการตอกกลับคนนอกที่บอกว่า คนอเมริกัน ‘นิ่งนอนใจ’ ไม่กระตือรือร้นในการช่วยประเทศให้รอดพ้นจากช่วงเวลายากลำบาก โดยเขาได้กล่าวผ่านสุนทรพจน์ Fireside Chat ครั้งที่ 21 เมื่อวันที่ 28 เมษายน เพื่อพิสูจน์ว่าคนเหล่านั้นมอง ‘อเมริกา’ ของ ‘พวกเรา’ ผิดไป

โรสเวลต์เล่าถึงกองจดหมายมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาในทำเนียบขาวซึ่งถามเพียงประโยคเดียวว่า 

"ข้าพเจ้าจะช่วยประเทศชาติให้ชนะสงครามได้อย่างไร?" 

คำถามเหล่านี้เข้าไปสะกิดในเขาเข้าอย่างจัง เพราะเมื่อไล่เรียงประสบการณ์ทางการเมืองมาตลอดทั้งชีวิต ก็ยิ่งตอกย้ำว่าคนที่มาวิจารณ์พลเมืองของเขานั้น ‘รู้จักประชาชนน้อยเกินไป’

"ข้าพเจ้ารู้จักเกษตรกรอเมริกัน คนงานอเมริกัน และนักธุรกิจอเมริกัน ข้าพเจ้ารู้ว่าพวกเขาจะยอมรับช่วงเวลาแห่งการเสียสละร่วมกันนี้ด้วยความเต็มใจ เพราะรู้ว่ามันจำเป็นต่อเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขา นั่นคือชัยชนะ

เพื่อยืนยันว่านักวิจารณ์รู้จักพลังของอเมริกาน้อยไป เขาได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘ดร. คอร์รีดอน เอ็ม. วอสเซล’ (Dr. Corydon M. Wassell) ที่เสี่ยงชีวิตช่วยทหารบาดเจ็บในชวาและ ‘กัปตัน ฮิววิตต์ ที. วีเลส’ (Captain Hewitt T. Wheless) ที่นำเครื่องบินทิ้งระเบิดฝ่าการรุมโจมตีของศัตรู 18 ลำกลับสู่ฐานทัพได้สำเร็จ เรื่องราวเหล่านี้สามารถใช้ตอกกลับคนนอกที่ไม่รู้จักประเทศแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ : คุณรู้จัก ‘ฟาลา’ (สุนัข) ของผม และอเมริกาของเราน้อยเกินไป

และนี่คือส่วนหนึ่งในสุนทรพจน์ที่เขากล่าวเพื่อปลุกขวัญกำลังใจให้คนในชาติในวันเดียวกัน

“ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสได้ต่อสู้กับศัตรูในดินแดนอันห่างไกล

ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสทำงานในโรงงานอาวุธ อู่ต่อเรือ ฟาร์ม แหล่งน้ำมัน หรือเหมือง เพื่อผลิตอาวุธและวัตถุดิบที่กองทัพของเราต้องการ

แต่มีสมรภูมิหนึ่ง และมีการต่อสู้หนึ่ง ที่ทุกคนในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นชาย หญิง หรือเด็กทุกคนต่างมีส่วนร่วม และจะยังคงมีส่วนร่วมตลอดสงครามครั้งนี้

แนวรบนั้นอยู่ที่นี่เอง ในชีวิตประจำวันและหน้าที่ประจำวันของเรา

ที่แนวรบภายในประเทศนี้ ทุกคนจะมีโอกาสเสียสละในสิ่งที่จำเป็น ไม่เพียงเพื่อสนับสนุนทหารของเราเท่านั้น แต่เพื่อค้ำจุนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคง ทั้งระหว่างสงครามและหลังสงครามด้วย

สิ่งนี้ย่อมหมายถึงการละทิ้ง ไม่ใช่เพียงของฟุ่มเฟือย แต่รวมถึงความสะดวกสบายอีกหลายอย่างในชีวิตประจำวัน

ชาวอเมริกันผู้จงรักภักดีทุกคนต่างตระหนักถึงความรับผิดชอบส่วนตัวของตนเอง ทุกครั้งที่ผมได้ยินใครบางคนพูดว่า “ประชาชนอเมริกันกำลังชะล่าใจ พวกเขาต้องถูกปลุกให้ตื่น” ผมมักอยากเชิญเขามาวอชิงตัน เพื่ออ่านจดหมายที่หลั่งไหลเข้ามายังทำเนียบขาวและทุกหน่วยงานของรัฐบาล

หนึ่งในคำถามที่ปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่าในจดหมายนับพันเหล่านั้นคือ “ผมจะช่วยประเทศให้ชนะสงครามนี้ได้มากกว่านี้อย่างไร?”

ไม่เคยมีสงครามครั้งใดในความทรงจำของมนุษย์ ที่ความกล้าหาญ ความอดทน และความจงรักภักดีของพลเรือนจะมีบทบาทสำคัญเท่านี้มาก่อน … และในขณะที่พวกเราที่อยู่แนวหลัง กำลังพิจารณาหน้าที่และความรับผิดชอบของตัวเอง ขอให้เราคิดให้หนักถึงแบบอย่างที่ทหารของเรากำลังแสดงให้เห็น

พวกเขาคือเกษตรกร คนงาน นักธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ ศิลปิน และเสมียน

พวกเขาคือสหรัฐอเมริกา และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาต่อสู้

พวกเราก็เช่นกัน คือสหรัฐอเมริกา และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องทำงานและเสียสละ

เพื่อพวกเขา เพื่อพวกเรา และเพื่อชัยชนะ”

แม้ในภายหลังจะมีบทวิเคราะห์ที่ชี้ว่าโรสเวลต์อาจประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจอเมริกันต่ำไป ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ แต่ในทางการเมือง สิ่งที่ทำให้เขาชนะเลือกตั้งถึง 4 สมัยคือความสามารถในการปกครอง และแน่นอนว่าวาทศิลป์ที่สามารถโน้มน้าวใจคนจนอยู่หมัด

โรสเวลต์ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า เขาคือผู้ที่อยู่เคียงข้างและรู้จักพลเมืองของตนดีที่สุด เห็นได้จากสุนทรพจน์เรื่องเจ้าฟาลา และการเรียกร้องการเสียสละจากทุกภาคส่วนในยามวิกฤตที่สุด แต่เขาก็ยังคงอยู่เคียงข้างไม่หนีหายไปไหน เพราะ ‘คนนอก’ ไม่มีทางรู้ดีกว่าคนในประเทศ ว่าประชาชนที่ทุกข์ยากจากภัยสงคราม กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่ในรอดในแต่ละวันอย่างไร

นี่คือจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของชาวอเมริกันที่โรสเวลต์มองเห็นและศรัทธา 

จิตวิญญาณที่หากใครมองไม่เห็นหรือสบประมาทพลังนี้ 

นั่นก็แปลว่าคุณยังรู้จักใครคนนั้น ‘น้อยเกินไป’

แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ : คุณรู้จัก ‘ฟาลา’ (สุนัข) ของผม และอเมริกาของเราน้อยเกินไป

เรื่อง : วันวิสาข์ โปทอง

 

อ้างอิง

April 28, 1942: Fireside Chat 21: On Sacrifice. 

FDR and the Great Deflation. 

Fireside Chat. 

Paws, Pathos and Presidential Persuasion: Franklin Roosevelt’s “Fala Speech” as Precursor and Model for Richard Nixon’s “Checkers Speech”