อาอิดา เมร์ลาโน เรโบเยโด : อดีต ส.ว. โคลอมเบีย ผู้พัวพันคดีซื้อเสียง-คอร์รัปชัน-ครอบครองอาวุธ กับแผนโรยตัวแหกคุก 3 ชั้นที่ฮอลลีวูดยังต้องทึ่ง

อาอิดา เมร์ลาโน เรโบเยโด : อดีต ส.ว. โคลอมเบีย ผู้พัวพันคดีซื้อเสียง-คอร์รัปชัน-ครอบครองอาวุธ กับแผนโรยตัวแหกคุก 3 ชั้นที่ฮอลลีวูดยังต้องทึ่ง

‘อาอิดา เมร์ลาโน เรโบเยโด’ อดีต ส.ว. โคลอมเบีย จากเด็กยากไร้สู่เจ้าแม่ซื้อเสียงระดับชาติ และฉากโรยตัวแหกคุกสุดระทึกที่ส่งผลกระทบถึงลูกสาวอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่ปัจจุบันยังคงอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย

KEY

POINTS

คงมีไม่กี่คนนักที่สามารถพลิกชะตาชีวิต จากเด็กหญิงในชุมชนยากจนแห่งเมืองบาร์รังกียา ทะยานไขว่คว้าอำนาจจนก้าวขึ้นสู่เก้าอี้สมาชิกวุฒิสภา

ชื่อของเธอคือ ‘อาอิดา เมร์ลาโน เรโบเยโด’ (Aída Merlano Rebolledo) อดีตนักการเมืองหญิงผู้ถูกศาลตัดสินจำคุกนานถึง 15 ปี จากคดีซื้อเสียง คอร์รัปชัน ไปจนถึงการครอบครองอาวุธ และในระหว่างรับโทษ เธอยังเริ่มปฏิบัติการสุดอื้อฉาวด้วยการวางแผน ‘แหกคุก’ ด้วยการโรยตัวด้วยเชือกสีแดงลงมาจากหน้าต่างคลินิกทำฟันชั้น 3 ว่ากันว่าแผนการนี้มีลูกสาวและลูกชายร่วมมือกันตระเตรียมไว้ให้ จนกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวฉาวโฉ่และด่างพร้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองโคลอมเบีย

และนี่คือเรื่องราวของอาอิดาที่อาจฟังดูเหมือนฉากแอ็กชันในภาพยนตร์ฮอลลีวูด แต่หลังฉากการหลบหนีอันลือลั่น ผลของการกระทำครั้งนั้น กลับไม่ได้หยุดลงแค่ผู้เป็นแม่เพียงอย่างเดียว เพราะลูกสาวของเธอได้ถูกลากเข้ามาพัวพันด้วยโดยไม่ทันตั้งตัว จนพลอยรับตราบาปและถูกตัดสินจำคุกตามผู้เป็นแม่อย่างยาวนานถึง 7 ปี

อาอิดา เมร์ลาโน เรโบเยโด

เด็กสาวผู้ยากจนแห่งบาร์รังกียา สวมร่างเจ้าแม่ Casa Blanca

อาอิดา เมร์ลาโน เกิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 1980 ในเมืองบาร์รังกียา ประเทศโคลอมเบีย เติบโตมาในชุมชนแออัด ต้องเจอกับปัญหาอาชญากรรมไม่เว้นวัน พ่อเป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์ที่ต้องดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ การเติบโตมาในสภาพแวดล้อมเช่นนั้นปลูกฝังให้เธอกลายเป็นคนทะเยอทะยาน และมีความหวังอยู่ในใจลึก ๆ ว่าเธอจะต้องก้าวข้ามความข้นแค้นเช่นนี้ไปให้ได้

อาอิดาฉายแววความสนใจทางการเมืองมาตั้งแต่ยังเยาว์ ซึ่งไม่น่าแปลกใจเท่าไรนัก เพราะในเวลาว่างเธอมักจะอ่านหนังสือและวรรณกรรมอยู่เป็นนิจ การอ่านหนังสือเปิดโลกของเด็กหญิงคนนี้ให้กว้างไกล เธอกลายเป็นคนช่างพูดช่างคุย ทั้งศัพท์แสงที่ล้ำกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน บวกกับความมั่นใจ กล้าแสดงออก หน้าตาสะสวย บุคลิกเหล่านี้หล่อหลอมให้เธอก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำภาคประชาสังคมในท้องถิ่นตั้งแต่วัยเพียง 11 ขวบเมื่อปี 1991

อาอิดา เมร์ลาโน เรโบเยโด และนั่นก็กลายเป็นว่าเท้าข้างหนึ่งของเด็กหญิงอาอิดากำลังสัมผัสกับ ‘อำนาจ’ ที่ต่อมาจะเปลี่ยนตัวตนของเธอไปตลอดกาล ซึ่งจุดเปลี่ยนในชีวิตของเธอเกิดขึ้นเร็วกว่าเด็กส่วนใหญ่อยู่มากโข เธอในวัยเพียง 15 ปี ได้รู้จักกับ ‘ฮูลิโอ เกรเลน’ (Julio Gerlein) มหาเศรษฐีวัย 50 กว่าปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแห่งบริษัท Valorcón และนายทุนใหญ่ทางการเมืองผู้มีอิทธิพลกว้างขวางในพื้นที่

ฮูลิโอ เกรเลน ชายคนนี้ก็กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในชีวิตเธอ เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังทุกสิ่งทุกอย่าง แม้ว่าเขาจะแต่งงานแล้วก็ตาม แต่เกรเลนก็สานสัมพันธ์รักลับ ๆ กับสาวแรกรุ่นอย่างอาดิดา และด้วยความมีอิทธิพลคับฟ้าจึงไม่แปลกที่ชายคนนี้จะกลายเป็น ‘ป๋าดัน’ พาเธอเข้าสู่วงการการเมืองใต้เงาพรรคอนุรักษนิยม (Conservative Party) นอกจากนี้ยังได้หยิบยื่นความสุขสบาย เปลี่ยนแปลงฐานะทางบ้านของอาอิดา เปิดประตูสู่วงการสังคมไฮโซ และปูทางอำนาจทางการเมืองให้สาวน้อยคนนี้

การรู้จักกับนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง ทำให้เธอกลายเป็นแม่คนโดยไม่ทันตั้งตัว ในช่วงวัยรุ่นนี้เอง เธอได้กำเนิดลูกสาวคนแรกคือ ‘อาอิดา วิกตอเรีย เมร์ลาโน’ (Aida Victoria Merlano) และต่อมามีลูกชายอีกหนึ่งคน ‘เอสเตบัน มันซาเนดา’ (Esteban Manzaneda) การเป็นแม่คนตั้งแต่ยังเด็กท่ามกลางมรสุมชีวิตและวงล้อมของตระกูลการเมืองใหญ่ ทำให้ชีวิตครอบครัวของเธอผูกติดอยู่กับเกมอำนาจอย่างแยกไม่ออก

นอกจากตระกูลเกรเลนแล้ว อาอิดายังได้รู้จักกับตระกูล 'ชาร์' (Char Clan) ผู้ครองอำนาจทางภาคเหนือ ทำให้เส้นทางการเมืองของเธอยิ่งรุ่งโรจน์มากขึ้นไปอีก เธอยังพิสูจน์ให้เห็นว่าตนมีคุณสมบัติพรั่งพร้อมด้วยการจบการศึกษาวิจัยด้านกฎหมายที่ Universidad Libre (แม้ในเวลาต่อมาสื่อ El País จะตรวจพบว่าเธอไม่เคยได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความก็ตาม) อาอิดาไต่เต้าอย่างรวดเร็ว เริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกท้องถิ่นในปี 2011 ก่อนเขยิบขึ้นมาลงสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2014 ด้วยภาพลักษณ์นักการเมืองรุ่นใหม่ หน้าตาสะสวย และเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้สู้ชีวิต เพียงเท่านี้เรื่องราวของเธอก็ครองใจประชาชนในพื้นที่ได้อย่างง่ายดาย

จนกระทั่งในปี 2018 อาอิดาประสบความสำเร็จสูงสุดบนเส้นทางอาชีพ ด้วยการคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายกว่า 73,000 เสียง แต่ใครจะไปรู้ว่าเบื้องหลังชัยชนะนั้น กลับแลกมาด้วยกลไกการทุจริตที่เน่าเฟะที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โคลอมเบีย

Casa Blanca มหกรรมซื้อเสียง คลังอาวุธ และซอฟต์แวร์ควบคุมมนุษย์

Casa Blanca หรือบ้านขาว คือสถานที่ที่กอบกุมความทุจริตทุกอย่างของเธอคนนี้ เพราะนี่คือโรงงานซื้อเสียงระดับชาติ ถูกออกแบบราวกับบริษัทเทคโนโลยีร่วมกับค่ายทหาร เมื่ออัยการและตำรวจบุกเข้าค้น Casa Blanca ในวันเลือกตั้ง พวกเขาได้พบหลักฐานความฉ้อฉลที่วางระบบไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน 

ภายในตู้เซฟสีดำ เจ้าหน้าที่พบกระแสเงินสดสูงถึง 261 ล้านเปโซ พร้อมเครื่องนับธนบัตรยี่ห้อ NHI เพื่อความรวดเร็วในการกระจายเงิน นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 18 เครื่อง ฮาร์ดไดรฟ์ 10 ตัว และเครื่องบันทึก DVR กล้องวงจรปิด โดยทีมงานของอาอิดาจะใช้เซิร์ฟเวอร์ติดตั้งโปรแกรมฐานข้อมูลพิเศษ บันทึกข้อมูลส่วนบุคคลทั้งทะเบียนราษฎร์ ลายนิ้วมือ และหมายเลขบัตรประชาชนเพื่อลงทะเบียนผู้ลงคะแนนเสียงรายบุคคล

ผู้ขายสิทธิ์ทุกคนจะได้รับสติกเกอร์บาร์โค้ดประจำตัวที่มีข้อความว่า "Gracias por tu apoyo" (ขอบคุณสำหรับการสนับสนุน) พร้อมรับเงินมัดจำล่วงหน้า 50% และเมื่อลงคะแนนเสียงเสร็จเรียบร้อย จะต้องนำใบรับรองการลงคะแนนกลับมาสแกนเทียบกับฐานข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนก่อนรับเงินส่วนที่เหลืออีก 50%

แน่นอนว่ากระบวนการที่อุกอาจเช่นนี้ ย่อมต้องพึ่งพาเงินทุนมหาศาล สภาการเลือกตั้งแห่งชาติ (CNE) กำหนดเพดานค่าใช้จ่ายหาเสียงวุฒิสภาไว้ที่ไม่เกิน 884 ล้านเปโซ แต่แคมเปญของเธอกลับมีเอกสารยืนยันยอดใช้จ่ายสูงถึง 1,730 ล้านเปโซ ซึ่งเกินเกณฑ์กฎหมายเกือบเท่าตัว นำไปสู่การตัดสิทธิ์ทางการเมือง

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น จากการสืบสวนเชิงลึกก็ได้พบความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่า เพราะวงเงินทุจริตสะพัดในภาคเหนือแท้จริงอาจสูงถึง 4,000 ล้านถึง 6,000 ล้านเปโซ (ราว 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยแกะรอยพบเส้นทางการโอนเงินผ่านธนาคารบังกอลอมเบีย (Bancolombia) จากบัญชีกระแสรายวันของฮูลิโอ เกรเลน จำนวนกว่า 2,426 ล้านเปโซ และบัญชีของ เมาริซิโอ เกรเลน พี่ชายอีกกว่า 1,887 ล้านเปโซ รวมเป็นเงินอุดหนุนนอกระบบเฉพาะจากตระกูลเกรเลนสูงถึงกว่า 4,314 ล้านเปโซ

หากว่าการซื้อเสียงน่ารังเกียจแล้ว สิ่งที่สกปรกไม่แพ้กันคือการซ่อนอาวุธปืนไว้ในบ้าน เจ้าหน้าที่ตรวจยึดอาวุธปืนจำนวน 4 กระบอก ประกอบด้วยปืนพก Glock ปืนลูกซอง Mossberg และปืนรีวอลเวอร์ Smith & Wesson อีก 2 กระบอก ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นของพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ไม่มีใบอนุญาต พร้อมกระสุนปืนสงครามจำนวนมหาศาล สำหรับใช้คุมพื้นที่ ข่มขู่ และคุ้มกันความปลอดภัยให้เครือข่ายทุจริตแห่งนี้

แน่นอนว่าอาอิดาไม่ได้จัดตั้งระบบนี้ขึ้นมาเพียงลำพัง ข้อมูลสืบสวนระบุว่าเธอทำหน้าที่เป็นเสมือน ‘ข้อต่อ’ ให้กับกลุ่มอิทธิพลหลักในพื้นที่ คนแรกคือ ฮูลิโอ เกรเลน ท่อน้ำเลี้ยงหลักที่ทำให้เธอก้าวสู่เส้นทางโสมมเช่นนี้ แต่ในวันที่ 15 สิงหาคม 2024 ศาลเมืองบาร์รันกียาได้มีคำตัดสินยกฟ้องเกรเลน เนื่องจากคำให้การของพยานหลักฐานมีความขัดแย้งกันเอง ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม มิเกล อังเฆล เดล ริโอ จึงได้ยื่นคำร้องคัดค้านและอยู่ระหว่างกระบวนการอุทธรณ์ พร้อมเปิดหลักฐานคลิปเสียงที่เกรเลนระบุว่าตนทุ่มเงินไปกว่า 14,000 ล้านเปโซ

อาร์ตูโร ชาร์ ภาพจากอินสตาแกรม arturocharc

อีกกลุ่มคือ อาร์ตูโร ชาร์ (Arturo Char) อดีตประธานวุฒิสภาและทายาทตระกูลชาร์ ขั้วอำนาจการเมืองและเศรษฐกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดทางตอนเหนือ ศาลฎีกาพบว่าอาร์ตูโรร่วมวางแผนทุจริตตั้งแต่ปี 2017 เพื่อหนุนให้อาอิดาได้เป็น ส.ว. ในขณะเดียวกันก็ได้ดัน ลิลีเบธ ลินาส (Lilibeth Llinás) เป็น ส.ส. และเทคะแนนการันตีเก้าอี้วุฒิสภาของตัวอาร์ตูโร ชาร์ เอง

ถึงแม้ว่าชาร์จะเคยหลบหนีไปต่างประเทศ และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในเดือนมกราคม 2024 เนื่องจากหมดกรอบเวลาควบคุมตัวโดยศาลยังไม่สรุปสำนวนคดี แต่ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 ศาลฎีกาโคลอมเบียก็ได้มีมติเอกฉันท์ปฏิเสธคำร้องอุทธรณ์ ยืนยันส่งฟ้องและเรียกตัว อาร์ตูโร ชาร์ เข้าสู่การพิจารณาคดีเต็มรูปแบบ ในข้อหาร่วมกันก่ออาชญากรรมและทุจริตการเลือกตั้ง

อาอิดา เมร์ลาโน เรโบเยโด ภาพจาก Getty Images

การรับโทษ แผนแหกคุกโรยตัวชั้น 3 และการยอมจำนน

ส่วนการดำเนินคดีต่ออาอิดานั้น เธอถูกตัดสินโทษจำคุกใน 3 คดีหลัก เริ่มจากคดีความผิดต่อระบบเลือกตั้งเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2019 ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 15 ปี (ภายหลังปรับลดเหลือ 11 ปี 4 เดือน) ในความผิดฐานร่วมกันวางแผนก่ออาชญากรรมขั้นร้ายแรง ทุจริตต่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และครอบครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย

ต่อมาในคดีละเมิดเพดานค่าใช้จ่ายหาเสียง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาพิพากษาจำคุกเพิ่มเติมอีก 5 ปี 6 เดือน พร้อมสั่งปรับเงินจำนวน 3,430 ล้านเปโซโคลอมเบีย 

ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยุติลงด้วยดี คนกระทำผิดได้รับผลของการกระทำ แต่ในใจลึก ๆ ของอาอิดากลับไม่คิดเช่นนั้น ตลอดเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่อยู่ในเรือนจำ Good Pastor Penitentiary ในกรุงโบโกตา เธอวางแผน ‘แหกคุก’ อยู่ในหัวไม่เว้นวัน 

และแผนของเธอก็เกิดขึ้นจริงในวันที่ 1 ตุลาคม 2019 เมื่ออาอิดาได้รับอนุญาตให้ออกมารักษาฟันที่คลินิกของ ‘หมอเฆเวียร์ เซลี’ (Dr. Javier Cely) ทางตอนเหนือของกรุงโบโกตา เมื่อสบโอกาสในห้องตรวจชั้น 3 เธอจูบลาลูกสาววัย 20 ปี และรอให้ลูกชาย ซึ่งขณะนั้นอายุ 17 ปี รวมถึงหมอฟันเดินออกจากห้องไปเสียก่อน

หลังจากนั้น เธอหยิบเชือกสีแดงออกจากกระเป๋า แล้วโรยตัวออกทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ กล้องวงจรปิดตัวหนึ่งบันทึกภาพเชือกที่ห้อยลงมาจากด้านข้างอาคาร ก่อนที่อาอิดาจะลื่นตกลงบนทางเท้า เธอลุกขึ้นทันที ก่อนกระโดดซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของพนักงานส่งของแอปพลิเคชัน Rappi ที่จอดรอไว้เพื่อพาหลบหนี

เธอหนีไปกบดานที่เวเนซุเอลา ก่อนจะถูกจับกุมในเมืองมาราไกโบ โดยกองกำลังตำรวจพิเศษเวเนซุเอลาในปี 2020 และถูกส่งตัวกลับโคลอมเบียในปี 2023 หลังกลับมารับโทษ อาอิดายอมรับสารภาพข้อหาหลบหนีและทำข้อตกลงร่วมมือกับอัยการ ส่งผลให้ถูกพิพากษาโทษจำคุกจำเพาะในส่วนนี้เพิ่มเติมอีก 32 เดือน ขณะที่ เฆเวียร์ เซลี ทันตแพทย์เจ้าของไข้ ศาลได้พิพากษายกฟ้องและพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งหมด เนื่องจากไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงกับการร่วมกระบวนการหลบหนี

อาอิดา เมร์ลาโน เรโบเยโด ภาพจาก Getty Images

"ฉันไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ตัวเองหลบหนีออกไปได้... แต่ฉันเสียใจอย่างที่สุดที่ฉันตัดสินใจทำความผิดตั้งแต่แรก ฉันทำลายชีวิตตัวเอง และสุดท้าย ความผิดนั้นมันลามไปทำร้ายลูก ๆ ของฉันเอง"

ผลจากการหลบหนีอันอุกอาจ ทำให้อัยการสั่งฟ้อง วิกตอเรีย ลูกสาวผู้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง มีผู้ติดตามในอินสตาแกรมราว 9.6 ล้านคน ในข้อหาร่วมมือพาผู้ต้องขังหลบหนี และการใช้ผู้เยาว์ (น้องชายวัย 17 ปี) เข้ามาร่วมก่ออาชญากรรม โดยการลักลอบนำเชือกสีแดงและถุงมือซุกซ่อนในกระเป๋าเป้เข้าไปในห้องตรวจทันตกรรมเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้เป็นแม่ ศาลตัดสินจำคุกเธอสูงถึง 7 ปีในศาลชั้นต้น โดยอนุญาตให้กักตัวอยู่ที่บ้านที่มีทั้งที่ออกกำลังกายส่วนตัว แหล่งความบันเทิงอีกมากมายให้ชีวิตที่ถูกกักขังไม่ทรมานมากนัก

“ฉันร้องไห้ในส่วนที่ต้องร้องไห้ไปหมดแล้ว ตอนนี้ฉันสามารถบอกข่าวกับทุกคนได้ว่า ฉันจะไม่ต้องเข้าเรือนจำ ฉันจะได้ใช้ช่วงคริสต์มาสกับครอบครัว” เธอโพสต์พร้อมอีโมจิหน้าร้องไห้และรูปหัวใจ 

“สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นจริง ๆ ในวันนี้คือ ฉันอาจถูกส่งเข้าเรือนจำอย่างน้อย 15 ปี แต่ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เพราะสุดท้ายเหลือเพียง 7 ปีครึ่ง และจะเป็นการรับโทษภายใต้การกักบริเวณในบ้าน”

อาอิดา วิกตอเรีย เมร์ลาโน ภาพจากอินสตาแกรม aidavictoriam แต่ในวันที่ 19 มีนาคม 2024 ศาลสูงแห่งโบโกตาได้แก้ไขคำพิพากษา ปฏิเสธสิทธิ์การกักตัวที่บ้านและเพิ่มโทษจำคุกเป็น 13 ปี 8 เดือน ในข้อหาเป็นผู้ร่วมสนับสนุนการหลบหนีและใช้เยาวชนในการกระทำความผิดทางอาญา

ซึ่งเธอในวัย 26 ปี ก็ได้ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกผ่านทางรายการ El Reporte Coronell ในปี 2025 หลังจากทราบคำตัดสินโดยมี ‘มิเกล อังเฆล เดล ริโอ’ (Miguel Ángel del Río) ทนายความคดีอาญาของเธอนั่งอยู่เคียงข้าง ซึ่งเขาได้ประกาศไว้แล้วว่าจะยื่นคำร้องขอฎีกา ต่อศาลฎีกาเพื่อให้ศาลสูงสุดของโคลอมเบียทบทวนคดีนี้อีกครั้ง

เธอบอกว่า สถานการณ์ดังกล่าวถูกบิดเบือนทางกฎหมายเพื่อยัดข้อหาให้เธอแทนที่จะเป็นแม่ โดยหยิบเอาประเด็นการใช้ประโยชน์จากน้องชายเพื่อการหลบหนี และคำตัดสินนี้มีไว้เพื่อสร้างกระแสความนิยมเพื่อดัดหลังแม่ของเธอ และที่สำคัญคือศาลก็คงต้องการสร้างคอนเทนต์ไม่ต่างจากเธอที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งมีผู้ติดตามหลักล้าน

"ฉันไม่ได้เห็นตอนแม่กระโดดหนีเลย แม่เดินมาบอกให้พวกเราออกจากห้องไปก่อน ... ทุกวันนี้ แม่ของฉันต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดนี้ เธอใจสลายไปหมดแล้วเมื่อรู้ว่าแผนการของเธอ ทำให้ชีวิตของฉันต้องมาแขวนอยู่บนเส้นขนานของกรงขัง"

เธอเล่าว่าเหตุการณ์การหลบหนีของแม่เป็นเรื่องที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน เพราะกว่าจะรู้ว่าแม่ทำแบบนั้นก็ผ่านไปแล้วหนึ่งชั่วโมง หลังจากเพื่อนโทรศัพท์มาบอกข่าว ซึ่งตอนนั้นเธอก็ได้ออกไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า Centro Andino มาสักพักแล้ว

ใช่ว่าการถูกตราหน้าว่าเป็นลูกสาวที่ช่วยแม่แหกคุก จะทำให้ชีวิตเธอตกต่ำไปเสียทีเดียว วิกตอเรีย บอกว่าเรื่องเลวร้ายก็นำพาเรื่องดี ๆ เข้ามาเช่นกัน และความนิยมของเธอในโซเชียลมีเดีย รวมถึงงานต่าง ๆ ที่ตามมาจากชื่อเสียงนั้น ต้องยกความดีความชอบให้กับข่าวอื้อฉาวตอนที่เธอถูกจับกุมในเมืองบาร์รันกียา

เธอยืนยันว่าเธอไม่รู้เรื่องการหลบหนีของแม่ แต่ถึงแม้เธอจะรู้ เรื่องนั้นก็ไม่ได้เป็นความผิดทางอาญาอยู่ดี

อาอิดา วิกตอเรีย เมร์ลาโน ภาพจากอินสตาแกรม aidavictoriam "ฉันอาจจะนั่งกินป๊อปคอร์นดูแม่หนีไปเลยก็ได้" แต่เธอมีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะไม่แจ้งความ และ "ไม่ได้มีหน้าที่ทั้งทางกฎหมายหรือทางศีลธรรมที่จะต้องไปแจ้งความแม่ตัวเอง"

เธอยังกล่าวอีกว่า อัยการไม่สามารถหาหลักฐานใด ๆ มาพิสูจน์ข้อหาร่ำรวยผิดปกติที่เคยพยายามจะดำเนินคดีกับเธอได้ ทำให้คดีดังกล่าวจึงถูกตีตกไป

ส่วนทนายความของเธอ ระบุว่า ศาลฎีกาอาจใช้เวลาตั้งแต่นาน 18 เดือน ถึง 2 ปี ในการชี้ขาดว่าจะส่งตัวเธอเข้าเรือนจำ หรือปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ ซึ่งก็อาจจะรู้ผลในช่วงปลายปี 2026 นี้ก็เป็นได้

ถึงเรื่องราวของอาอิดาผู้เป็นแม่จะลุ้นระทึกเพียงใด แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่อาจหนีผลของการกระทำไปได้ โดยในมิติของคดีความ เธอต้องรับโทษจำคุกรวมหลายคดี ส่วนพันธมิตรทางการเมืองอย่างอาร์ตูโร ชาร์ ถูกศาลฎีกายืนยันส่งฟ้องเข้าสู่การพิจารณาคดีเต็มรูปแบบในปี 2026 ขณะที่พ่อของลูกทั้งสองอย่าง ฮูลิโอ เกรเลน แม้จะได้รับการยกฟ้องในศาลชั้นต้นแต่ยังคงต้องเผชิญกับการยื่นอุทธรณ์จากฝ่ายโจทก์ร่วม

ส่วนในมิติของความเป็นแม่ การตัดสินใจโรยตัวลงมาจากหน้าต่างชั้น 3 วันนั้น ได้กลายเป็นตราบาปแห่งชีวิตที่ลากลูกสาวอินฟลูฯ ชื่อดังของเธอไปตลอดชีวิต ถึงจะหลั่งน้ำตาในชั้นศาล แต่ผลของการตัดสินใจแหกคุกในครั้งนั้นก็ยังคงตามหลอกหลอนเธอและลูกสาวมาจนถึงทุกวันนี้

 

เรื่อง : วันวิสาข์ โปทอง

ภาพ : Getty Images

 

อ้างอิง

Abogado de la creadora de contenido Aida Victoria Merlano pidió la revocatoria de la pena de 13 años por la fuga de su madre en 2019. 

Aida Victoria Merlano se juega su última carta en la Corte para ser absuelta por la fuga de su mamá. 

Arturo Char, ilustre Defensor de la Patria: rumbo al juicio por comprar votos, con el clan sentado en el gabinete. 

Colombian influencer who was found guilty of helping her jailed congresswoman mother escape from a dental office will serve a 90-month sentence in luxurious apartment that has its own gym to train. 

El principio del fin del poderoso Julio Gerlein. 

Exclusivo: Corte Suprema condena a excongresista Aida Merlano. 

Exclusivo: Primera entrevista de Aída Victoria Merlano después de su condena. 

Instagram Model Who Broke Her Mom Out of Prison Given 7 Years.

La “herencia” de Aída Merlano y el caso Casablanca – Pares, 

Sala Penal confirmó condena a la excongresista Aída Merlano Rebolledo por delitos electorales. 

Sentencia 01294 de 2018 Consejo de Estado. 

“Presidente del Senado desconoce régimen de responsabilidad política de los partidos en caso Merlano”: MOE. 

“Yo estoy muy arrepentida de haber cometido los delitos que me llevaron a la cárcel”: Aida Merlano.