‘มิเชลล์ ธัลเลอร์’: บทเรียนจากดาว ถึงมนุษย์ที่ต้องเผชิญการจากลา

‘มิเชลล์ ธัลเลอร์’: บทเรียนจากดาว ถึงมนุษย์ที่ต้องเผชิญการจากลา

‘มิเชลล์ ธัลเลอร์’ ไม่ได้ใช้จักรวาลเพื่อหนีความเศร้า หากใช้มันเพื่อจัดวางความเศร้าให้อยู่ในสัดส่วนใหม่ เมื่อการสูญเสียสามีกลายเป็นหลุมดำกลางชีวิต นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ผู้นี้เลือกหันหน้าเข้าหากาลอวกาศ ความพัวพันเชิงควอนตัม และความคิดของ ‘อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์’ เพื่อประคองหัวใจ 

KEY

POINTS

“ความเศร้าของเราเล็กจิ๋วกว่าละอองดาว เพราะในจักรวาลอาจไม่มีการจากลา จะมีก็แต่การดำรงอยู่อันเป็นนิรันดร์”

ความยิ่งใหญ่ของจักรวาลอาจไม่ได้ลบเลือนความเจ็บปวดของมนุษย์ แต่มันช่วยให้เราเปลี่ยนจุดโฟกัสจากบาดแผลส่วนตัวไปสู่ภาพที่กว้างไกลกว่าเดิม เมื่อสายตาเราเคลื่อนออกจากหัวใจที่แตกสลายไปสู่หมู่ดาวอันไกลโพ้น ความเศร้าที่เคยดูใหญ่โตมโหฬารก็จะเริ่มเปลี่ยนสัดส่วนของมันเอง 

การเงยหน้ามองท้องฟ้าให้พลังกับเรามากกว่าที่เราคิด เราอาจตัวเล็กจิ๋วหลิวเมื่อเทียบกับมาตราส่วนของจักรวาล แต่ความเล็กที่ว่าไม่ได้หมายถึงความโดดเดี่ยว ด้วยโลกไม่เคยปล่อยให้เราอ้างว้างอย่างแท้จริง เพราะในยามค่ำคืนดวงดาวยังคงส่องแสงเหนือหัวของเราเสมอ ราวกับจักรวาลคอยย้ำเตือนว่า เราทุกคนต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของผืนผ้าใบจักรวาล และในผืนผ้าใบนั้นมีการปลอบประโลมอันเงียบงันซ่อนอยู่เสมอ 

นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์หญิงคนหนึ่งในองค์กรนาซาผู้สูญเสียสามี คือหนึ่งในผู้ที่บอกเราว่าจักรวาลช่วยเยียวยาเราได้ เธอไม่อาจทำให้ผู้เป็นที่รักหวนคืนกลับมา แต่เธอเลือกใช้ความเข้าใจเรื่อง ‘กาลอวกาศ’ ‘ความพัวพันเชิงควอนตัม’ และ ‘ธรรมชาติของเอกภพ’ ประคองหัวใจตนเอง เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยที่ไม่มีเขาข้างกาย ต่อให้ใครจะบอกว่ามันเป็นแค่จินตนาการหรือความเพ้อฝันก็ตาม 

สำหรับเธอแล้ว เวลาในจักรวาลอาจไม่ได้ไหลเป็นเส้นตรง หากทุกสิ่งดำรงอยู่พร้อมกันทั้งหมด เช่นกันกับห้วงเวลาที่เธอเคยจับมือคู่ชีวิตยังคงดำรงอยู่ในกาลอวกาศ เขาเปล่าสูญสลายไป เพียงอยู่ไกลเกินกว่าสายตาเธอจะหาพบก็เท่านั้น

การเติบโตขึ้นมาในเมืองวอคีชาสำหรับ ‘มิเชลล์ ธัลเลอร์’ ไม่เคยมีห้วงเวลาใดที่เธอปราศจากความหลงใหลในอวกาศ ผู้เป็นแม่บอกว่าทันทีที่ลูกสาวเริ่มพูดได้ คำพูดของเธอก็พุ่งพวยขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยเธอจะชี้นิ้วไปยังดวงดาวอยู่เสมอ ทั้งพยายามจะออกไปข้างนอกในยามค่ำคืนราวมีอะไรเรียกหาเธอ ธัลเลอร์ใช้เวลาวัยเด็กเฝ้าดูผลงานของ ‘คาร์ล เซแกน’ หนึ่งในบุคคลสำคัญที่ผลักดันงานวิจัยเกี่ยวกับดาวเคราะห์ สิ่งมีชีวิตนอกโลก และการสำรวจอวกาศ แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อของเขาโด่งดังคือความสามารถในการเล่าเรื่องของจักรวาลเยี่ยงกวี ธัลเลอร์ยังแวะเวียนไปที่พิพิธภัณฑ์มิลวอกีและหอดูดาวเยอร์คีส สถานที่ซึ่งจักรวาลหาใช่เพียงภาพในจินตนาการ หากเราสามารถสัมผัสจักรวาลได้ด้วยสายตา

ไม่มีใครแปลกใจเลยเมื่อธัลเลอร์เติบโตขึ้นมาเป็นนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ กระทั่งเธอเดินทางเข้าสู่วัยรักแย้มบาน เธอใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ‘แอนดรูว์ บูธ’ ชายผู้ทำงานวิจัยด้านทัศนศาสตร์ควอนตัมและการสอดแทรกของคลื่นในอวกาศ ทั้งสองเป็นคู่ขาแห่งการวิจัยอวกาศประจำอยู่ที่ NASA's Jet Propulsion Laboratory และ Goddard Space Flight Center ขณะที่ธัลเลอร์ค่อย ๆ ไต่ระดับความลึกซึ้งถึงจักรวาลมากขึ้นไปอีก เธอขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารวิทยาศาสตร์ ทั้งยังเป็นพิธีกรและโปรดิวเซอร์รายการพอดแคสต์อันเกี่ยวเนื่องกับอวกาศ เธออยากถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของจักรวาลให้ผู้คนได้เงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยหัวใจอันเปิดกว้างขึ้น

แต่แล้วในปี 2019 คู่ชีวิตของธัลเลอร์ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งสมองชนิดหายาก ธัลเลอร์หูอื้ออึง เธอจมดิ่งลงในหลุมดำแห่งความโศกเศร้าหลังบูธจากไปนิจนิรันดร์ แม้ธัลเลอร์จะตัดสินใจลาออกจากนาซาและหายตัวไปพักใหญ่ แม้ธัลเลอร์จะรู้ว่าบูธไม่หวนกลับมาในจักรวาลของเธออีก แต่เธอก็ไม่เคยหยุดฟังเสียงเพรียกของจักรวาล เธอย้ายกลับไปอาศัยอยู่ในรัฐวิสคอนซิน และมีโอกาสสนทนากับ ‘แอนน์ สเตรนแชมป์ส’ ในรายการ To The Best of Our Knowledge ถึงการปลอบประโลมความสูญเสียที่ธัลเลอร์ค้นพบผ่านวิชาดาราศาสตร์ฟิสิกส์ผ่านทฤษฎีใหม่ ๆ เกี่ยวกับธรรมชาติของอวกาศและกาลเวลา 

“คุณเคยเขียนไว้ว่ามุมมองต่อจักรวาลในแบบนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ช่วยให้คุณผ่านพ้นความโศกเศร้าหลังการจากไปของสามี และมันก็เป็นเรื่องที่คุณทั้งสองพูดคุยกันบ่อยครั้งในปีสุดท้ายที่ได้อยู่ด้วยกันใช่ไหม” พิธีกรกล่าวถามธัลเลอร์ 

“ใช่ กว่าหนึ่งศตวรรษก่อน ไอน์สไตน์และนักฟิสิกส์หลายคนพร่ำกันว่าอวกาศและเวลาอาจเป็นสิ่งเดียวกัน หากเรามีมุมมองที่ถูกต้องต่อมันนะ เราสามารถเห็นเวลาทั้งหมดในทุกหนแห่งเคลื่อนไปพร้อมกันในภาพเดียวเลย หลังจากบูธได้รับการวินิจฉัยว่าเขาเป็นมะเร็ง เราทั้งสองสูดลมหายใจเข้าลึกและบอกต่อกันว่าเราคงไม่ได้จากกันไปไหนจริง ๆ หรอก ฉันอาจจะต้องเดินต่อไปลำพังก็จริง แต่ในวันที่จักรวาลถือกำเนิดขึ้น ฉันก็จับมือบูธอยู่ และแม้จักรวาลจะสิ้นสุดลงแล้ว ฉันก็ยังจับมือบูธอยู่ ไอน์สไตน์เองก็เคยเขียนจดหมายถึงภรรยาหม้ายของเพื่อนสนิทหลังเพื่อนสนิทเขาจากไป ไอน์สไตน์บอกว่าคนที่จากไปแล้วยังคงอยู่กับเรา พวกเขามีชีวิตอยู่ไม่ต่างจากที่เคยมี หากแต่ในภูมิทัศน์แห่งกาลเวลา มันทำให้พวกเขาอยู่ไกลจากเราราวว่าพวกเขายืนอยู่บนเนินเขาที่ไกลสุดสายตา เรามองไม่เห็นพวกเขา แต่พวกเขายังอยู่ตรงนั้น ฉันกับบูธยึดความคิดนี้ไว้ขณะที่เราเดินทางผ่านช่วงเวลาสุดท้ายมาด้วยกัน” ธัลเลอร์บอก

พิธีกรฉงนในคำตอบ ธัลเลอร์จึงอธิบายเพิ่มเติม “เราเรียกแนวคิดดังกล่าวว่าการพัวพันเชิงควอนตัม เราทดลองเรื่องนี้ในห้องปฏิบัติการทั่วโลกอยู่ตลอดเวลา ประเทศจีนถึงกับทดลองส่งสถานะควอนตัมขึ้นไปยังสถานีอวกาศและส่งกลับลงมา เป็นการทดลองนำอนุภาคสองตัวที่เคยอยู่ใกล้กันมาจับมันแยกออกจากกัน แม้พวกมันจะต้องห่างกันเป็นพันล้านปีแสงแต่ก็ยังจดจำกันได้ และปรับสถานะพร้อมกันอยู่เสมอ กาลอวกาศเองอาจถูกถักทอขึ้นจากความพัวพันเหล่านี้ ทั้งเราทุกคนอาจพัวพันกับทุกสิ่งในจักรวาล ฉันจึงบอกว่าฉันและบูธยังพัวพันกันอยู่เสมอในกาลเวลา”

“การที่ฉันใช้ทฤษฎีนี้เยียวยาใจตัวเองไม่อาจช่วยฉันได้ทั้งหมดหรอก แต่มันเป็นหนึ่งในวิถีแห่งการปล่อยวาง เพราะมันทำให้เรายอมรับว่ามีอะไรอีกมากที่เราไม่อาจรู้ซึ้งถึงจักรวาลทุกส่วน ฉันไม่ได้คาดหวังว่าจะพบบูธในโลกหลังความตาย แต่เวลาทุกขณะที่เรามีร่วมกันจะดำรงอยู่ในกาลอวกาศเสมอ มันยังคงอยู่ตรงนั้นเสมอไป หากทุกสิ่งที่คุณเคยประสบพบเจอทั้งความสุข ความหวาดกลัว ความอยากมีชีวิตอยู่ กระทั่งวันที่คุณไม่อยากตื่นขึ้นมาเลยมันเกิดขึ้นพร้อมกันล่ะ นี่เป็นภาพจักรวาลแบบที่ไอน์สไตน์เคยจินตนาการไว้ ฉันจึงอดสงสัยไม่ได้เลยว่าเราทุกคนอาจเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนิรันดร์บางอย่างที่เราเองยังมองไม่เห็นมันทั้งหมดก็ได้”

ในมุมมองของธัลเลอร์ที่เป็นนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์อาจฟังดูไกลตัวเกินไปสำหรับใครหลายคน ทั้งมุมมองการจากไปของใครคนหนึ่งที่ศาสนาปลูกฝังเรามา หากพวกเขาไม่ขึ้นสวรรค์ด้วยบุญหนาก็จำต้องลงนรกด้วยบาปมหาศาลที่ตนก่อ เราแทบไม่เคยจินตนาการว่าการจากไปของใครคนหนึ่งจะเกี่ยวข้องกับจักรวาล หรือความเป็นนิรันดร์ของกาลอวกาศอย่างแท้จริง มันจึงเป็นเรื่องเข้าใจยากนิดหน่อยที่จะลองเยียวยาความเศร้าด้วยทฤษฎีจักรวาลเหมือนธัลเลอร์

แต่มีหนึ่งสิ่งที่เราอาจแบ่งปันแก่ผู้อ่านได้ในวันที่ต้องสูญเสียใครสักคนไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ หรือแม้กระทั่งวันที่เรารู้สึกเหมือนสูญเสียตัวเองไปชั่วคราว คือการเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในคืนที่มืดพอจะเห็นดวงดาว การเฝ้ามองจักรวาลไม่จำเป็นต้องพ่วงเข้ากับการแสวงหาคำตอบเชิงอภิปรัชญาเสมอไป มันคือความเรียบง่ายที่เรายอมให้ตัวเองถอยออกจากความทุกข์ชั่วขณะ เมื่อเราตระหนักว่ามีบางสิ่งที่ใหญ่กว่าชีวิตที่กำลังเผชิญอยู่ ความเศร้าอาจไม่ได้หายไปเพียงเพราะเราเงยหน้ามองฟ้า แต่สัดส่วนของมันจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป 

เพราะเหตุนี้เอง นักวิจัยจำนวนมากจึงกล่าวว่า “การมองดาวช่วยเยียวยาจิตใจ” ไม่ใช่เพราะมันให้คำตอบแก่ชีวิตเรา หากเพราะมันมอบระยะห่างอันอ่อนโยนที่ช่วยให้เราว่ายออกจากความคิดที่หมุนวนไม่สิ้นสุดของตัวเอง ชายชราคนหนึ่งที่เพิ่งสูญเสียภรรยาเล่าว่าเขาเริ่มรับมือกับความโศกเศร้าได้ดีขึ้น หลังจากออกไปดูดาว ขณะที่นักศึกษาปริญญาเอกคนหนึ่งบอกว่าการจ้องมองท้องฟ้าช่วยให้ใจเธอสงบลงมากกว่าการฝึกนั่งสมาธิที่ใครต่อใครแนะนำ เพราะมันทำให้เธอวางปัญหาลงได้ชั่วคราว เพราะอย่างน้อยก็ยังมีลมพัดผ่านร่างกายเป็นเพื่อนเธอ ต่อให้มิตรภาพในชีวิตจริงจะโหดร้าย มีอากาศบริสุทธิ์ให้เธอสูดลึกเข้าไป และเธอรู้ว่าตัวเองยังหายใจอยู่แม้ท่ามกลางความโศกเศร้าที่เข้ารุมเร้า

งานวิจัยในปี 2016 จากมหาวิทยาลัยโคเวนทรีพบว่าการมองดาวช่วยส่งเสริมสุขภาวะและทำให้ความรู้สึกไหลลื่นขึ้น ความพิศวงที่จักรวาลมอบให้ทำให้เราลืมกาลเวลาไปชั่วขณะ หรือนักวิจัยในแอฟริกาใต้ก็พบว่ากิจกรรมดาราศาสตร์ช่วยบรรเทาความคิดลบในผู้มีภาวะซึมเศร้าได้ รวมถึงองค์กรในรัฐแอริโซนายังใช้การดูดาวเพื่อช่วยเหลือเยาวชนที่เผชิญปัญหาสุขภาพจิต ทำให้เห็นว่าหนึ่งในสิ่งที่มนุษย์มีร่วมกันมากที่สุดและแบ่งปันกันได้โดยไม่ต้องช่วงชิงคือการเฝ้ามองจักรวาล

เราต่างต้องเดินทางเพื่อค้นหาความหมายของชีวิต ต้องก้าวออกไปภายนอกเพื่อเผชิญความเสี่ยง การมองดาวระหว่างทางจึงเป็นวิธีเรียบง่ายในการเยียวยาใจให้เรากล้าเผชิญชีวิตอันหนักหน่วง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เลย

คุณไม่จำเป็นต้องสวมเสื้อหนาวราคาหลักล้านเพื่อยืนต้านลมท่ามกลางแสงเหนือสีเขียวเรืองรอง คุณไม่ต้องเดินทางไปอีกฟากหนึ่งของโลกหากยังไม่อาจไปได้ และไม่จำเป็นต้องเช่ากล้องโทรทรรศน์หมื่นบาทเพื่อส่องดูดาว เพราะดวงดาวอยู่บนฟ้าเสมอเพื่อเราทุกคน มันอาจนำทางเราไปสู่อีกฟากของความฝัน และในเวลาเดียวกันก็ทำให้เราหยั่งรากอยู่บนพื้นดินอย่างมั่นคง

คืนนี้ลองออกไปดูดาวกันไหม

 

เรื่อง: ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม 

ภาพ: จำลองเหตุการณ์โดย AI 

 

อ้างอิง:

https://www.wpr.org/culture/healing-grief-space-time-astrophysicist-wisconsin-michelle-thaller

https://www.thearticle.com/star-gazing-how-astronomy-can-change-your-life