25 พ.ค. 2569 | 13:03 น.

KEY
POINTS
ท่ามกลางบรรยากาศอันเปี่ยมด้วยสไตล์ของ ‘รีเดล เรสเตอรองต์ แอนด์ ไวน์ บาร์’ (Riedel Restaurant & Wine Bar) ณ เกษรวิลเลจ พื้นที่แห่งนี้ได้กลายเป็นจุดนัดพบครั้งสำคัญของคนรักไวน์เมื่อวันก่อน ในงาน ‘Exclusive Wine Tasting’ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง ‘ชาโต คาสติญโญ’ (Chateau Castigno) ไร่ไวน์ออร์แกนิกระดับคุณภาพจากฝรั่งเศส และ The People สื่อออนไลน์ที่นำเสนอเรื่องราวของ ‘คน’ เป็นสำคัญ
งานนี้จึงมีแขกคนพิเศษเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง นำโดยผู้บริหารจากเนชั่น กรุ๊ป นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ คนรักไวน์ และซอมเมลิเยร์แถวหน้าของประเทศ ที่มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การดื่มด่ำไวน์ที่มีอัตลักษณ์
หัวใจหลักของงาน คือ ‘เคลมองต์ เมงกุส’ (Clément Mengus) ซึ่งบินตรงจากประเทศฝรั่งเศส ไวน์เมคเกอร์และผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลังคนนี้ไม่ได้นำแค่ไวน์รสเลิศมาเท่านั้น แต่ยังนำเอา ‘จิตวิญญาณ’ ของหมู่บ้านอัสซิญอง (Assignan) แคว้นออกซีตานี มาบอกเล่าให้เราฟังผ่านเรื่องราวของผืนดินและแสงแดด
บรรยากาศการพูดคุยเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง โดยมี ‘จักรกฤษณ์ ชุมสาย ณ อยุธยา’ ล่ามกิตติมศักดิ์ เป็นผู้ช่วยถ่ายทอดความละเมียดละไมของเนื้อหาให้กลายเป็นภาษาไทยที่สละสลวย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ร่วมงานยังเป็นคนกลุ่มแรก ๆ ที่ได้ชมคลิปวิดีโอภาพบรรยากาศล่าสุดของไร่ ‘Castigno’ ซึ่งเพิ่งถ่ายทำและตัดต่อเสร็จสิ้น เพียง 15 วันก่อนหน้างาน ทำให้ภาพของไร่องุ่นสีเขียวขจีที่ดูแลด้วยวิถีธรรมชาติปรากฏชัดเจนต่อสายตา ราวกับว่ากำแพงระหว่างกรุงเทพฯ และอัสซิญองได้ละลายหายไปในชั่วขณะนั้น
ท่ามกลางแก้วไวน์ที่วางเรียงราย สิ่งที่ทำให้แขกผู้มีเกียรติในงานให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือเรื่องราวของความยั่งยืน (Sustainability) เพราะ ‘Chateau Castigno’ ไวน์ไม่ใช่เพียงแค่ผลผลิตทางการเกษตร แต่คือ ‘ผลึกของธรรมชาติ’ ที่ได้รับการดูแลอย่างเคารพสูงสุด ด้วยการทำไร่แบบ Organic และ Biodynamic ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก อย่าง AB (Agriculture Biologique) และ Demeter ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุดในโลก โดยที่นี่จะให้ความสำคัญกับจังหวะของดวงจันทร์ในการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว เพื่อดึงพลังงานจากธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
Castigno ยังเลือกที่จะ ‘ถอยหลังกลับสู่รากเหง้า’ ด้วยการใช้แรงงานม้า เข้ามาช่วยงานในไร่แทนเครื่องจักรขนาดใหญ่ เหตุผลไม่ใช่เพียงเพื่อภาพลักษณ์ แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ดินถูกกดทับจนแน่นเกินไป ช่วยให้จุลินทรีย์ในดินทำงานได้อย่างอิสระ และส่งผลให้รากของต้นองุ่นเก่าแก่ (Old Vines) ที่บางต้นมีอายุยืนยาวมาตั้งแต่ปี 1902 สามารถดูดซับสารอาหารและแสดงเอกลักษณ์ของแตร์ฮัวร์ (Terroir) ในเขต ‘แซงต์-ชีนียน’ (Saint-Chinian) ออกมาได้อย่างบริสุทธิ์ที่สุด
เมื่อถึงช่วงการชิมไวน์ทั้ง 8 ฉลาก บรรยากาศภายใน Riedel Wine Bar ก็ทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อ ‘เคลมองต์ เมงกุส’ เริ่มบรรยายถึงไวน์แต่ละตัวอย่างลึกซึ้ง การได้จิบไวน์ไปพร้อม ๆ กับการฟังผู้ที่ ‘ปั้น’ ไวน์มากับมือ บอกเล่าถึงที่มาของกลิ่นและรสสัมผัส คือประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟที่หาได้ยากยิ่ง
เริ่มต้นการต้อนรับด้วย ‘Rosé Brut Nature 2021’ เคลมองต์ เล่าถึงความประณีตในจิตวิญญาณของสปาร์คกลิ้งไวน์ที่ผลิตจากองุ่นพันธุ์ผสมที่ไม่ธรรมดา อย่าง Cinsault (65%), Syrah (20%) และ Grenache Noir (15%) โดยบ่มบนตะกอนนานถึง 24 เดือนและไม่มีการเติมน้ำตาล แขกในงานสัมผัสได้ถึงพรายฟองที่นุ่มนวล รสชาติของสตรอว์เบอร์รีป่าอย่างชัดเจน แต่เหนืออื่นใดคืออาฟเตอร์เทสต์ที่มีความลึกซึ้งตามสไตล์โรเซ่
ต่อด้วยกลุ่มไวน์ขาวที่สะท้อน Terroir ได้อย่างน่าทึ่ง นั่นคือ ‘Chateau Castigno Blanc 2020’ ที่ใช้ Roussanne (65%) และ Grenache Blanc (35%) ให้สีทองสดใสและกลิ่นหอมของดอกไม้ขาว และผลไม้เนื้อขาว และ ‘Nirwana Blanc 2020’ ที่ใช้ Grenache Blanc (70%) ผสมกับ Carignan Blanc (30%) จากต้นองุ่นอายุ 10-30 ปี ไวน์ตัวนี้มีสีเหลืองคาราเมลมันเงา รสชาติเด่นชัดและคงรสยาวนาน จนอาจชวนให้นึกถึงไวน์ Riesling ชื่อดัง
เข้าสู่ช่วงไวน์แดงซึ่งเป็นหัวใจของไร่ เริ่มด้วย ‘Secret Des Dieux 2019’ (ชื่อไวน์ หมายถึง ‘ความลับของพระเจ้า’!) ที่ผสมผสาน Carignan (41%), Syrah (35%) และ Grenache (24%) ให้กลิ่นสมุนไพรในแบบการิกก์ (Garrigue) และเครื่องเทศที่ซับซ้อน อันเป็นเอกลักษณ์ของเขตผลิตนี้ ตามมาด้วย ‘Combebelle 2023’ ที่ใช้ Syrah (51%) และ Carignan (49%) เป็นไวน์ที่สะท้อนสมดุลระหว่างพลังของพันธุ์องุ่นท้องถิ่นและความประณีตในการทำไวน์แบบยั่งยืน
ช่วงท้ายของการเดินทางเข้มข้นขึ้น ด้วย ‘Chateau Castigno Rouge 2019’ ที่เน้น Grenache Noir (71%) ร่วมกับ Syrah และ Carignan ต้นเก่าแก่อายุเกิน 100 ปี ให้กลิ่นยาสูบสีทองและเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลเป็นเอกลักษณ์ และ ‘Nirwana Rouge 2017’ ที่ทำจาก Grenache Noir (100%) จากต้นองุ่นเก่าแก่อายุถึง 80 ปี บ่มในถังไม้โอ๊ก 18 เดือนจนได้กลิ่นเปลือกส้มแมนดารินอันเป็นเอกลักษณ์
ปิดท้ายอย่างสมบูรณ์แบบด้วย ‘Merlot 2014’ (ซึ่งใช้ Merlot 100% จากต้นอายุ 40 ปี) ให้กลิ่นผลไม้สีดำสุกฉ่ำและวานิลลาอ่อนๆ โดย เคลมองต์ ย้ำว่าไวน์ทุกขวดคือผลลัพธ์ของกาลเวลาที่ไม่โดนบังคับให้โต ทำให้ทุกจิบที่แขกได้สัมผัสคือการดื่มด่ำกับ ‘พลังชีวิต’ จากผืนดินอย่างแท้จริง
บรรยากาศความเอ็กซ์คลูซีฟเปลี่ยนมาเป็นความสนุกสนานท้าทาย เมื่อทุกคนได้ร่วมกิจกรรม Blind Tasting หรือการชิมไวน์แบบปิดฉลาก ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ที่พิสูจน์ประสาทสัมผัสของเหล่าซอมเมลิเยร์และผู้เชี่ยวชาญที่มารวมตัวกันในวันนั้น
โจทย์ในครั้งนี้ คือการให้ผู้ร่วมงานชิมเปรียบเทียบไวน์แดง 2 แก้ว โดยแก้วแรกคือ Merlot 100% (Castigno 2014) ไวน์ตัวแทนจากอัสซิญองที่มีโครงสร้างอบอวลและสง่างาม ปะทะกับไวน์ปริศนาอีกหนึ่งขวดที่ถูกห่อปกปิดฉลากไว้อย่างมิดชิด ความท้าทายคือการทายว่าไวน์ปริศนาขวดนั้น คือไวน์อะไร และมาจากเขตผลิตใด
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นเบา ๆ รอบโต๊ะ แขกแต่ละท่านต่างแกว่งแก้วพินิจสี ดมกลิ่นสัมผัส และจิบเพื่อวิเคราะห์ ‘โครงสร้าง’ และ ‘ความหนาแน่น’ ของตัวไวน์ หลายท่านตั้งข้อสังเกตถึงความคล้ายคลึงของสัมผัสที่นุ่มนวลแต่หนักแน่น จนในที่สุดก็มีผู้ตอบได้อย่างแม่นยำว่า ไวน์ปริศนาขวดนี้มาจากเขต Right Bank ของบอร์กโดซ์ (Bordeaux) !
เมื่อเฉลยไวน์ออกมาก็สร้างความฮือฮาไปทั้งงาน เพราะไวน์ปริศนาขวดนั้น คือไวน์จากเขต ปอเมอโรล (Pomerol อันเลื่องชื่อ ซึ่งมีสัดส่วนของ Merlot 90% และ Cabernet Franc 10% บทเรียนสำคัญจากกิจกรรมนี้ไม่ใช่เพียงแค่ใครทายถูกหรือผิด แต่สะท้อนให้เห็นว่า ไวน์ Merlot จากเขตอัสซิญองของ Chateau Castigno นั้น มีคุณภาพและศักยภาพที่ยอดเยี่ยมจนสามารถเคียงบ่าเคียงไหล่กับไวน์จากเขตผลิตระดับโลกอย่าง Pomerol ได้อย่างสง่างาม บรรยากาศในช่วงนี้จึงเต็มไปด้วยความชื่นมื่น และคำชื่นชมในความประณีตของการทำไวน์ที่ Castigno ตั้งใจรังสรรค์ขึ้น
เมื่องานดำเนินมาถึงช่วงท้าย บรรยากาศภายในงานไม่ได้มีเพียงแค่ความอิ่มเอมจากรสชาติของไวน์ชั้นเลิศเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยความรู้สึกของการได้ค้นพบ ‘ความหมายใหม่’ ของการดื่มไวน์ที่เคารพต่อธรรมชาติ แขกผู้มีเกียรติหลายท่านได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับ เคลมองต์ เมงกุส อย่างใกล้ชิด
ก่อนที่งานจะจบลงด้วยรอยยิ้มและความชื่นมื่น ยังมีการแย้มข่าวดีที่เป็นประเด็นสำคัญสำหรับคนรักไวน์และนักเดินทาง โดยทาง Chateau Castigno ได้เตรียมแผนความร่วมมือครั้งสำคัญกับสื่อในเครือเนชั่น อย่าง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และ The People ในการรังสรรค์ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘Sustainable Wine Tour’ ทริปนี้จะพาทุกท่านเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของหมู่บ้านอัสซิญอง (Assignan) ประเทศฝรั่งเศส ด้วยตัวเองในช่วงเดือนกันยายน 2026 เพื่อไปดูให้เห็นกับตาว่า ‘Sustainable Wine Resort’ ที่มีมากกว่าแค่ไร่ไวน์ แต่มีทั้งที่พักระดับพรีเมียม อาหารระดับมิชลินสตาร์ และวิถีชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติอย่างยั่งยืนนั้นมีเสน่ห์เพียงใด
งาน Exclusive Wine Tasting ในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่จะเชื่อมต่อคนรักไวน์ชาวไทยเข้ากับจิตวิญญาณแห่งผืนดินฝรั่งเศส สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเดินทางไปกับทริปพิเศษนี้ สามารถติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวได้ทางสื่อทั้งสองแห่งในเร็ว ๆ นี้
เรื่อง: อนันต์ ลือประดิษฐ์
ภาพ: พิชญุตม์ ชคารักษ์