13 ก.พ. 2562 | 16:18 น.

ณัฐวุฒิ ศรีหมอก หรือที่เรารู้จักเขาในนาม “กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” ถือเป็นแรปเปอร์แถวหน้าคนหนึ่งของวงการเพลงในบ้านเรา ย้อนกลับไปเมื่อ 17 ปีที่แล้ว กอล์ฟก็เหมือนกับนักล่าฝันทั่วไป เขาเป็นเพียงเด็กเชียงรายธรรมดาคนหนึ่งที่หลงใหลในดนตรีฮิปฮอป แต่จุดเปลี่ยนในชีวิตของชายคนนี้เกิดขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจยื่นเดโม่ไปที่ค่ายก้านคอคลับ ค่ายเพลงของเจ้าพ่อเพลงฮิปฮอปในบ้านเราอย่าง “โจอี้บอย” ต่อมาเขาได้ออกผลงานร่วมกับเพื่อนอีกคนภายใต้ชื่อว่า “สิงห์เหนือเสือใต้” ซึ่งไม่นานชื่อของเขาก็สามารถติดลมบนของวงการได้สำเร็จ ในนาม “ฟักกลิ้งฮีโร่” กอล์ฟถือเป็นแรปเปอร์ที่มีลายเซ็นต์เป็นของตัวเอง ท่อนแรปของเขาแอบแฝงไปด้วยการเสียดสีสังคม รวมถึงข้อคิดในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะผลงานสร้างชื่อที่เขาร่วมเขียนกับแสตมป์ อภิวัฒน์ ในอดีตอย่าง "ราตรีสวัสดิ์" แต่ปัจจุบันกอล์ฟได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตที่จะก้าวออกมาจาก comfort zone ของตัวเองเพื่อเริ่มต้นเส้นทางใหม่ในชีวิต โดยเฉพาะการย้ายออกจากค่ายที่เปรียบเสมือนบ้านของเขา ร่วมถึงการใช้ชื่อย่ออันใหม่อีกด้วย แม้ไม่รู้ว่าหนทางจะยาวไกลหรือขรุขระแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจมากๆ คือการได้มีโอกาสสร้างชื่ออีกครั้งด้วยตัวของตัวเอง วันนี้เราได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับชายคนนี้เกี่ยวกับมุมมองที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ ทั้งมุมมองของเขาต่อความหยาบคายของแรป หรือแนวคิดทางการเมืองที่อดีตเคยหนักแน่นแต่ตอนนี้เหลือเพียงแค่เครื่องหมายคำถาม The People : อัปเดตชีวิตช่วงนี้หน่อยทำอะไรอยู่บ้าง F.Hero : ก็สนุกสนานดีครับ ช่วงนี้ก็ทำอัลบั้มตัวเองเป็นหลัก แล้วก็ทัวร์คอนเสิร์ต รายการซีซั่นใหม่นะครับ แล้วก็เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียประมาณนี้ครับ The People : เล่าถึงวินาทีที่ต้องออกจากบ้านที่ชื่อว่า ‘ก้านคอคลับ’ หน่อย F.Hero : วินาทีตอนนั้นก็...ก็เต็มไปด้วยความลำบากใจ เพราะว่าก็อย่างที่รู้ว่าเราทำงานกับครอบครัวเรามา เราทำงานกับบ้านเรามา เราทำงานกับพ่อเรา เหมือนคนที่ให้กำเนิดเรามา ก็จนมาถึงวันหนึ่งเราก็เกิดคำถามในใจว่าปีนี้ก็ 36 แล้ว หมายถึงว่าปีก่อนนะ ปีก่อนตอนที่ออกก็ 36 แล้ว ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันใดๆ ก็เลยคิดว่าคืออยู่กับพี่โจ้ อยู่กับก้านคอเนี่ยสบาย คือเป็นที่ๆ สบายมากเพราะว่าพี่โจ้อะงานจ้างเขามีตลอดทุกปี ไม่ว่า 10 ปีผ่านไปกระแสก็ไม่เคยตก คืองานแกเยอะทุกเดือน คือถ้าเราจะเกาะพี่โจ้กินไปเรื่อยๆ ก็คงสบาย ก็คงไม่ได้มีปัญหาอะไร คือที่ผ่านมาก็ไม่ได้รู้สึกดิ้นรนอะไรเพราะว่าสบายมาก ต่อเดือนก็รายได้ดีมากๆ พี่โจ้ก็เลี้ยงดี ให้ความเมตตา ให้ความรักดี จนรู้สึกว่าขยับตัวไม่ได้ จนมาถึงคำถามตอนที่แบบว่าเราก็มีลูกแล้ว แล้วก็ไม่มีเพลงเป็นของตัวเองเลย เราก็เลยรู้สึกว่าก็ถึงเวลาที่เราจะต้องขยับออกจากความสบาย คือต้องลองโดดลงไปลุยกับมันสักตั้งดู คือถ้ายังอยู่ที่เดิมก็คงไม่ได้ทำ อยู่กับพี่โจ้คงไม่ได้ทำเพราะว่ามันสบาย ต้องผลักดันตัวเองด้วยการออกมาทำเอง ตัดสินใจเอง เป็นหัวหน้าเอง The People : ยากขนาดไหนตอนที่ต้องบอกความจริงนี้ F.Hero : ใช้เวลา ผมใช้เวลาตั้งแต่เมษาของปีก่อน มาบอกตอนสิงหาของปีก่อน ใช้เวลาตั้งแต่เมษาครับ มาบอกเอาอีกทีสิงหาของปีก่อน คือไม่ใช่เมษาของปีก่อน มันเมษาของปีนู้น เมษาของปีอีกปีหนึ่ง ครบเมษาแล้วก็มาบอกอีกทีสิงหา คือใช้เวลาเตรียมใจและเตรียมตัวอยู่นานมากๆ เหมือนกัน ตั้งปีกว่าถึงจะตัดสินใจบอกกันเป็นกิจจะลักษณะ