กอบบุญ ศรีชัย : 30 ปีบนเส้นทางนักลงทุนสัมพันธ์ สู่ผู้นำหญิงของ CPF กับรางวัล Woman’s Leader จาก FinanceAsia

กอบบุญ ศรีชัย : 30 ปีบนเส้นทางนักลงทุนสัมพันธ์ สู่ผู้นำหญิงของ CPF กับรางวัล Woman’s Leader จาก FinanceAsia

จากเด็กจบกฎหมายที่ไม่อยากเป็นทนาย สู่ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ CPF เจ้าของรางวัล Woman’s Leader ระดับ Silver จาก FinanceAsia กับบทเรียน 3 ทศวรรษที่สรุปได้ด้วยคำว่า “น้ำไม่เต็มแก้ว”

KEY

POINTS

เรื่องราวความสำเร็จมักถูกเล่าในรูปของเป้าหมายที่ตั้งไว้ชัดเจนตั้งแต่ต้น แผนที่ลากเส้นทุกก้าวไว้ล่วงหน้า และความมั่นใจว่ารู้คำตอบของทุกอย่าง แต่บางเส้นทางที่น่าสนใจที่สุด กลับเริ่มจากสิ่งตรงข้าม คือการไม่ยึดติดกับแผนตายตัว กล้าเปิดรับสิ่งใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ยอมรับอย่างไม่อายว่ายังมีเรื่องที่ไม่รู้ และเลือกลงมือทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุดในทุกครั้ง

นั่นคือหลักคิดที่สรุปได้ด้วยคำสั้น ๆ ว่า ‘น้ำไม่เต็มแก้ว’ ของ ‘กอบบุญ ศรีชัย’ ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ผู้หญิงที่อยู่กับองค์กรเดียวมานานกว่าสามทศวรรษ จากเด็กจบนิติศาสตร์ที่ไม่ได้มีความคิดอยากเป็นทนายความ ผันตัวสู่งานนักลงทุนสัมพันธ์ในวันที่อาชีพนี้แทบยังไม่มีใครรู้จักในเมืองไทย จนกลายเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่อยู่เบื้องหลังการสื่อสารของบริษัทอาหารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

ในปีที่เธอมีอายุครบ 60 ปี กอบบุญได้รับรางวัล Woman’s Leader ระดับ Silver จาก FinanceAsia ซึ่งมาจากการโหวตของนักลงทุนและนักวิเคราะห์การเงินทั่วเอเชีย “พอรางวัลนี้ออกมาหลังวันเกิด พี่ก็รู้สึกว่า การเป็นผู้หญิงก็สามารถประสบความสำเร็จได้นะ” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย สำหรับคนที่นิยามตัวเองว่าเป็น ‘คนเบื้องหลัง’ มาตลอด รางวัลนี้ไม่ใช่แค่เครื่องหมายของความสำเร็จ แต่เป็นเหมือนคำตอบของชีวิตการทำงานทั้งชีวิต

สิ่งที่พาเธอผ่านมาได้ตลอด 30 ปี ไม่ใช่ความมั่นใจว่ารู้ทุกอย่าง แต่เป็นการกล้าบอกว่าไม่รู้ กล้าถาม และเรียนรู้ใหม่ทุกวัน บนความเชื่อที่ว่า “ถ้าไม่มีปัญหา ก็ไม่ใช่การทำงาน” บทสนทนาต่อจากนี้คือเรื่องราวของผู้หญิงที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับ CPF จากบริษัทที่มีเพียงธุรกิจกุ้งและอาหารสัตว์ในไทย สู่องค์กรที่ลงทุนใน 17 ประเทศ และค้าขายไปกว่า 50 ประเทศทั่วโลก รวมถึงมุมมองของเธอต่อการเป็นผู้นำ ความเท่าเทียมทางเพศ ความยั่งยืน และวันข้างหน้าที่เธอยังเลือกจะก้าวเดินต่อไป

 

กอบบุญ ศรีชัย : 30 ปีบนเส้นทางนักลงทุนสัมพันธ์ สู่ผู้นำหญิงของ CPF กับรางวัล Woman’s Leader จาก FinanceAsia

 

เด็กกฎหมายที่รู้ตัว
ว่าไม่อยากเป็นทนาย

กอบบุญเติบโตมาในครอบครัวนักกฎหมาย คุณพ่อเปิดสำนักงานทนายความ ดูแลทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง เธอเลือกเรียนนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนหนึ่งเพราะคุณพ่อจบที่นี่ และในฐานะลูกคนแรกที่เรียนกฎหมาย เธอจึงถูกคาดหวังให้เดินตามรอย

แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณพ่อพาไปศาลอาญา “พอไปครั้งแรก ในใจเราก็แบบ ไม่เอาแล้ว” เธอเล่าถึงบรรยากาศที่ทำให้รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ทางของตัวเอง เธอจึงขอเรียนต่อ และระหว่างไปเรียนภาษาที่สหรัฐอเมริกาก่อนเข้ามหาวิทยาลัย เธอได้ลงคอร์ส ‘public speaking’ ด้วยความตั้งใจแรกเพียงอยากมีเวลาไปเที่ยว แต่กลับเป็นคอร์สที่ทำให้เธอได้ค้นพบตัวเอง

 

ตอนนั้นรู้ตัวเลยว่าไม่ชอบอยู่บนเวที
ไม่ชอบเป็นสปีกเกอร์

 

เธอบอก ความเป็นคนเบื้องหลังกลายเป็นตัวตนที่ติดตัวมาตั้งแต่นั้น แม้ภายหลังบทบาทการงานจะผลักให้เธอต้องขึ้นเวทีและออกสื่ออยู่บ่อยครั้งก็ตาม

 

กอบบุญ ศรีชัย : 30 ปีบนเส้นทางนักลงทุนสัมพันธ์ สู่ผู้นำหญิงของ CPF กับรางวัล Woman’s Leader จาก FinanceAsia

 

ก่อนจะมาถึง CPF เธอเคยเกือบได้งานสายทรัพยากรบุคคล (HR) ที่บริษัทต่างชาติแห่งหนึ่ง หลังผ่านการสัมภาษณ์หลายรอบ แต่ด้วยจังหวะที่ไม่ลงตัว สุดท้ายเธอจึงมาเริ่มงานเป็นโบรกเกอร์ขายหุ้น ก่อนที่อีกหนึ่งจังหวะของชีวิตจะพาเธอไปเจอกับโลกของตลาดทุนอย่างเต็มตัว

 

 

ก้าวแรกสู่ ‘นักลงทุนสัมพันธ์’ 

ราว 30 ปีก่อน ‘อาจารย์ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา’ ที่ปรึกษาผู้ใหญ่ที่เธอเคารพ ชักชวนเธอเข้ามาทำงาน ‘นักลงทุนสัมพันธ์’ ให้กับกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ “ท่านเป็นคนแรกที่บอกว่า คุณทำได้แน่ ๆ” เธอเล่า ทั้ง ๆ ที่ในตอนนั้นตัวเธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่านักลงทุนสัมพันธ์ต้องทำอะไรแน่

ช่วงนั้นเป็นจังหวะที่กลุ่มธุรกิจเกษตรของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ถึง 4 บริษัท กำลังถูกรวมให้เป็นหนึ่งเดียว ตามวิสัยทัศน์ของประธานอาวุโส ‘ธนินท์ เจียรวนนท์’ ที่ตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงต้องมีหลายบริษัทที่ทำธุรกิจเดียวกัน กอบบุญเข้ามาในจังหวะของการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญนี้พอดี โดยเริ่มจากการเข้าไปช่วยงานด้านเอกสารทางกฎหมายในการรวมบริษัท

ช่วงแรกเธอต้องดูแลงาน IR ให้หลายบริษัทพร้อมกัน ทั้งฝั่งธุรกิจสื่อสารและฝั่งเกษตร “เดี๋ยวคุยเรื่องเทเลคอม เดี๋ยวมาคุยเรื่องเกษตร ก็งงว่าชีวิตจริง ๆ มันคืออะไร” นอกจากจะไม่ใช่นักการเงินแล้ว เธอยังต้องเรียนรู้ธุรกิจที่แตกต่างกันสุดขั้วไปพร้อมกันอีกด้วย

 

โรงเรียนที่ชื่อว่า ‘นาย’
และการบ้านทุกเช้า

เมื่อการรวมบริษัทเสร็จสิ้น ผู้ใหญ่ในองค์กรมอบหมายให้เธอทำงานใกล้ชิดกับซีอีโอ ทั้งที่ตอนนั้นเธอก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังอ่อนประสบการณ์และไม่มั่นใจในตัวเอง ถึงกระนั้นเธอมองว่าเป็นโอกาสและความไว้วางใจที่ควรลองดู 

กอบบุญเล่าว่าสไตล์การทำงานของผู้ใหญ่ที่นี่ไม่ใช่การบอกคำตอบ แต่เป็นการ ‘ให้โจทย์’ แล้วให้เธอไปหาคำตอบเอง “ท่านจะไม่บอกว่าผมรู้อะไร แต่จะบอกว่า คุณไปทำการบ้านมา ผมอยากรู้เรื่องนี้” เธอเล่า และสิ่งที่ถูกสอนย้ำเสมอคือ ก่อนจะตอบโจทย์ ต้องมีข้อมูลครบและเห็นภาพใหญ่ก่อน

เธอยกตัวอย่างว่า เวลาซีอีโอถามคำถาม เธอเรียนรู้ที่จะไม่ตอบแค่ผิวเผิน “เขาถามว่าไก่กับไข่เกิดก่อนกัน เราไม่ใช่ไปตอบแค่นั้น แต่ต้องคิดว่า ทำไมท่านถามเรื่องนี้ มันจะมีอิมแพคอะไร” เช่นเดียวกับงาน IR ที่เธอบอกว่า การตอบว่านักวิเคราะห์แนะนำซื้อหรือขายเท่าไรนั้น ใคร ๆ ก็ทำได้ แต่สิ่งที่ผู้บริหารคาดหวังคือการวิเคราะห์ที่ลึกกว่านั้น “ต้องวิเคราะห์ว่าตอนนี้เขาชอบเราเพราะอะไร ไม่ชอบเราเพราะอะไร แล้วราคาหุ้นจะไปทางไหน

 

กอบบุญ ศรีชัย : 30 ปีบนเส้นทางนักลงทุนสัมพันธ์ สู่ผู้นำหญิงของ CPF กับรางวัล Woman’s Leader จาก FinanceAsia

 

การฝึกฝนเกิดขึ้นแทบทุกวัน “พี่เจอนายทุกเช้า ส่งการบ้านทุกเช้า ส่งเสร็จก็มีอีกเรื่อง” เธอเล่า นั่นทำให้การเรียนรู้สิ่งใหม่กลายเป็นนิสัยที่ติดตัว “มันมีอะไรเกิดขึ้นทุกวัน จนเคยชิน ตื่นมาก็ต้องดูว่าวันนี้มีอะไร

แต่บทเรียนเรื่องการไม่ยอมแพ้ต่อปัญหา เริ่มก่อตัวตั้งแต่สมัยเธอไปเรียน MBA ที่ต่างประเทศ ด้วยพื้นฐานกฎหมายที่ไม่เน้นเลขและภาษาอังกฤษ การสอบ GMAT แทบทำให้เธอท้อ เธอโชคดีที่เจอมหาวิทยาลัยที่ไม่ต้องใช้คะแนน GMAT แต่ต้องกระโดดเข้าเรียนเทอมสุดท้ายของปี 4 ซึ่งเป็นวิชาการเงินขั้นสูงทั้งหมด ทั้งที่เธอไม่มีพื้นฐานการเงินเลย ผลสอบกลางภาคที่ออกมาไม่ดีเกือบทำให้เธออยากกลับบ้าน

จุดเปลี่ยนคือคำแนะนำจากคนรู้จักคนหนึ่งที่เธอไปรู้จักตอนทำงานพิเศษในคาเฟทีเรียของมหาวิทยาลัย “เขาบอกว่า ยูต้องกล้าเดินไปหาอาจารย์ ไปถามว่าทำไมให้คะแนนน้อย แล้วต้องทำยังไงให้ดีขึ้น” เธอกล้าเดินไปคุย อาจารย์ช่วยติว และสุดท้ายเธอก็สอบผ่าน “ทุกอย่างมันเรียนมาจากชีวิต ถ้าเรามีปัญหาแล้วไม่เผชิญกับมัน ไม่พยายามหาทางออก มันก็จบ

นั่นคือที่มาของปรัชญา ‘น้ำไม่เต็มแก้ว’ ที่เธอยึดถือจนถึงกระทั่งปัจจุบันนี้ที่ตัวเธอเองนั้นไม่อายที่จะบอกว่าไม่รู้ และโทรหาเพื่อนในวงการ ทั้งนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน เพื่อขอให้ช่วยอธิบาย “มันคือการกล้าถาม กล้าบอกว่าไม่รู้” มิตรภาพที่เกิดขึ้นในวันนั้น หลายคนยังเป็นเพื่อนกันมาจนถึงทุกวันนี้ และเธอย้ำว่า แม้จะมาถึงจุดนี้แล้ว เธอก็ยังเป็นน้ำไม่เต็มแก้วเหมือนเดิม “พี่ไม่ได้เก่งร้อยเปอร์เซ็นต์ บางเรื่องก็ยังต้องถามอยู่

 

ทุกอย่างเรียนมาจากชีวิต
ถ้าเรามีปัญหาแล้วไม่เผชิญ
ไม่พยายามหาทางออก มันก็จบ

 

ถ้าไม่มีปัญหา
ก็ไม่ใช่การทำงาน

เมื่อถามถึงวิธีรับมือกับวิกฤตและอุปสรรคที่ดูเหมือนยากจะข้าม กอบบุญย้อนกลับไปที่หลักคิดที่ได้จากผู้ใหญ่อีกครั้ง “นายบอกว่า ถ้าไม่มีปัญหา ก็ไม่ใช่การทำงาน” เธอบอกว่าเมื่อเครียด คนเราจะคิดอะไรไม่ออก วิธีของเธอคือถอยออกมาจากความเครียดตรงหน้า แล้วมองภาพใหญ่ “ต้องถอยหลังมาก่อน แล้วดูว่ามันคืออะไร แตกออกมาเป็นหนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ดูให้ครบทุกมุม หาข้อมูลให้ครบ แล้วค่อยมาบอกว่า อันนี้ยอมแพ้เถอะ หรืออันนี้ยังมีทางออก

หัวใจคือการไม่จมอยู่กับความรู้สึกว่าทำไม่ได้ “ตราบใดที่เราคิดในใจว่าฉันทำอะไรไม่ได้ งานมันก็จะไม่ออก ต้องคิดเสมอว่ามันต้องมีทางออกสิ เราตกอะไรไปหรือเปล่า” และเช่นเคย เธอยังใช้วิธีเดิมคือการถามคนอื่นเมื่อไม่รู้

 

กอบบุญ ศรีชัย : 30 ปีบนเส้นทางนักลงทุนสัมพันธ์ สู่ผู้นำหญิงของ CPF กับรางวัล Woman’s Leader จาก FinanceAsia

 

อีกบทบาทที่เธอยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่สุดในการเป็นหัวหน้า คือการบริหารคน “เป็นคนไม่ค่อยชอบบริหารคน เพราะคนมีหลายนิสัย การจะทำให้ทุกคนเข้าใจตรงกันมันยากมาก” สมัยทำ IR ทีมของเธอไม่เคยเกินห้าคน เป็นทีมเล็ก ๆ ที่ทำงานกันอย่างสนุกสนาน และลูกทีมคนแรกก็ยังอยู่ด้วยกันจนถึงวันนี้ แต่เมื่อขอบเขตงานใหญ่ขึ้น เธอก็ต้องเรียนรู้ศาสตร์ของการบริหารคนจากผู้ใหญ่ 

 

การบริหารคนเป็นศาสตร์
ใครทำได้ดีถือว่าสุดยอดมาก
ตัวของเราเองก็ยังเรียนรู้อยู่
ยังไม่คิดว่าตัวเองทำได้ดีเท่าไหร่

 

สิ่งที่เธอพยายามสื่อสารกับทีมเสมอคือเรื่อง ‘ค่างาน-ค่าคน’ ทุกคนต้องเข้าใจว่าองค์กรคาดหวังอะไรจากตำแหน่งที่ตัวเองนั่งอยู่ “ถ้าคุณไม่สร้าง value เพิ่มให้บริษัท เขาก็ไม่ขึ้นเงินเดือนให้คุณหรอก” เธอเชื่อว่าทุกคนอยากเติบโต และการพัฒนาตัวเองคือสิ่งจำเป็น เพราะโลกใบนี้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 

แม้แต่กระแส AI ที่หลายคนกังวล เธอกลับมองเป็นโอกาส “ถ้าเรากำกับมันเป็น ใช้งานมันเป็น งานเราจะมีค่ามากขึ้น” งาน routine และงานแอดมินอาจหายไป แต่นั่นจะยิ่งผลักให้ทุกคนต้องยกระดับตัวเองขึ้นไปเรียนรู้สิ่งใหม่ เธอจึงมองว่าเป็นเรื่องดีมากกว่าน่ากลัว

 

ผู้หญิงกับโลกธุรกิจ

ในวันที่ธุรกิจเกษตรยังมีผู้หญิงน้อยมาก กอบบุญบอกว่าเธอไม่เคยรู้สึกว่าถูกเลือกปฏิบัติ “ไม่ใช่ว่าเขา discriminate แต่ธุรกิจเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ บางทีผู้หญิงก็ไม่ค่อยอยากเข้ามาเอง โดยธรรมชาติของธุรกิจ” ขณะที่งานของเธอเองอยู่ที่สำนักงานใหญ่ ไม่เกี่ยวกับงานปฏิบัติการในฟาร์ม เธอจึงไม่เคยมองว่าผู้หญิงกับผู้ชายต่างกัน

 

ส่วนตัวไม่เคยมองว่าผู้หญิงมีจุดด้อย
ทุกคนถ้าเก่งก็ทำได้ ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย
” 

 

แม้จะมีกระแสสังคมที่พูดกันว่าผู้หญิงเติบโตยากและต้องมีการ empowerment เธอกลับเห็นผู้หญิงที่ CPF จำนวนมากที่ทำงานหนักและ ‘ลุย’ ไม่แพ้ใคร ในช่วงที่งานยุ่ง เธอเองก็เคยทำงานเจ็ดวันต่อสัปดาห์ “ไม่เห็นมีผู้หญิงคนไหนบ่นว่าต้องกลับไปสปา ต้องไปทำผม” สำหรับเธอ ความเท่าเทียมไม่ใช่เรื่องเพศ แต่อยู่ที่ความตั้งใจของแต่ละคน

 

ความยั่งยืนในยุคปัจจุบัน

เมื่อพูดถึงความยั่งยืน กอบบุญชวนมองให้กว้างกว่าคำว่าสิ่งแวดล้อม “พอพูดถึงความยั่งยืน ทุกคนคิดถึงสิ่งแวดล้อมก่อนเลย แต่จริง ๆ มันมีหลายมุมมาก” ทั้งเรื่องการกำกับดูแลกิจการ (governance) และการดูแลสิทธิมนุษยชน

เธอเชื่อว่าทุกคนช่วยสร้างความยั่งยืนได้ในแบบของตัวเอง เช่น การซื้อของท้องถิ่นเวลาไปเที่ยว ซึ่งช่วยทั้ง SME และเศรษฐกิจของประเทศ เหมือนที่จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีพยายามส่งเสริม และในมุมของบริษัท เธอมองว่าสิ่งสำคัญที่ภาคธุรกิจทำให้ประเทศได้ คือการสร้างรายได้เพื่อจ่ายภาษีที่จะนำกลับไปพัฒนาประเทศ “ถ้าบริษัทใหญ่ ๆ ไม่มีการเติบโตของกำไร แล้วจะเอาภาษีที่ไหนมาบริหารประเทศ

 

กอบบุญ ศรีชัย : 30 ปีบนเส้นทางนักลงทุนสัมพันธ์ สู่ผู้นำหญิงของ CPF กับรางวัล Woman’s Leader จาก FinanceAsia

 

ที่สำคัญ เธอมองธุรกิจในฐานะระบบนิเวศที่โยงถึงผู้คนจำนวนมาก ทั้งครอบครัวของพนักงานและซัพพลายเออร์ “เราซื้อกระเทียมเข้ามา ถ้าธุรกิจเราแย่ คนขายก็แย่ไปกับเราด้วย” สำหรับเธอ ความยั่งยืนที่แท้จริงจึงเริ่มจาก mindset ที่ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าต้องร่วมมือกัน

 

เติบโตไปพร้อมองค์กร
และการมองวันข้างหน้า

ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา กอบบุญได้เห็น CPF เติบโตจากบริษัทที่มีเพียงธุรกิจกุ้งและอาหารสัตว์ในประเทศไทย จนวันนี้มีการลงทุนใน 17 ประเทศ และค้าขายไปกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ด้วยรายได้เกือบ 600,000 ล้านบาท “เราอยู่มาตั้งแต่บริษัทเล็ก ๆ ยอดขายไม่เท่าไร จนวันนี้เกือบ 600,000 ล้าน แล้วยังเอาความเชี่ยวชาญของคนไทยไปสร้างธุรกิจในต่างประเทศได้” เธอบอกว่านี่คือความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ “ปักธงไทย” อยู่ในหลายประเทศ

เธอให้เครดิตการเติบโตของตัวเองกับองค์กรอย่างตรงไปตรงมา “มันไม่ใช่ว่าตัวของเราเองเก่งอย่างเดียว องค์กรก็ต้องสร้างเรามาดีด้วย มีโอกาสให้ มีการสอน มีการเทรน ถ้าเก่งมาคนเดียว คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรอด” เธอย้ำว่าการจะขึ้นมาเป็นผู้นำได้ ความเก่งอย่างเดียวไม่พอ ยังต้องอาศัยวัฒนธรรมและระบบที่สร้างคนขององค์กรด้วย

 

กอบบุญ ศรีชัย : 30 ปีบนเส้นทางนักลงทุนสัมพันธ์ สู่ผู้นำหญิงของ CPF กับรางวัล Woman’s Leader จาก FinanceAsia

 

เมื่อถามถึงวันข้างหน้า เธอยอมรับว่าเดิมตั้งใจจะเกษียณตอนอายุ 60 เพราะเป็นคนรักการใช้ชีวิตและชอบเดินทางท่องเที่ยว แต่เมื่อองค์กรยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และยังมีความไว้วางใจมอบหมายงานให้ เธอจึงเลือกที่จะอยู่ต่อเพื่อช่วยประคององค์กรผ่านช่วงเวลานี้ เหตุผลหนึ่งที่เธอย้ำคือเรื่อง ‘ความกตัญญูกับองค์กร

 

ตราบใดที่เรายังอยู่ เขาเลี้ยงเรามา
วันนี้พี่เลี้ยงลูกโตได้ก็ด้วยรายได้จากองค์กรนี้
เราก็ต้องตอบแทนด้วยการทำให้ดีที่สุด
” 

 

แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่คิดจะทำงานไปตลอดชีวิต สิ่งที่เธอทำคือบริหารจัดการตัวเองให้สมดุล ทำงานให้ดีโดยไม่ละทิ้งการใช้ชีวิต และในเส้นทางที่ยาวนานนี้ เธอบอกว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ 

 

คนไม่มีข้อผิดพลาด
คือคนที่ไม่เคยทำอะไร
” 

 

สิ่งที่สำคัญกว่าคือการยอมรับ เรียนรู้ และแก้ไข ไม่ใช่การปกปิด “การปกปิดความผิดพลาดเป็นความผิดมหันต์ เพราะมันจะสุมจนสุดท้ายอาจแก้ไม่ได้

 

คนเบื้องหลังที่เลือกทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

แม้บทบาทจะผลักให้เธอต้องอยู่หน้าฉาก ทั้งการขึ้นเวที และสื่อสารกับนักลงทุน แต่ลึก ๆ แล้วกอบบุญยังเป็นคนเบื้องหลังคนเดิมที่ชอบทำงานสนับสนุนอยู่ข้างหลังมากกว่าออกมาข้างหน้า “พี่ไม่ชอบให้สอนหนังสือ ไม่ชอบขึ้นเวที แต่มันต้องทำ ก็ต้องทำให้ดีที่สุด

ประโยคที่เธอพูดบ่อยที่สุดตลอดบทสนทนาคือ “ทำให้ดีที่สุด” เธอมองว่าถ้ายังเลือกอยู่ในบทบาทนี้ ก็ต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่ แม้จะเป็นสิ่งที่ไม่ได้ชอบ “ถ้าเราคิดว่าไม่อยากทำ ก็อย่าอยู่ตรงนี้ เพราะมันจะทำให้บทบาทมันเพี้ยนไป” และเมื่อต้องทำ เธอก็ทำการบ้าน ศึกษาคนอื่น และเรียนรู้ใหม่ทุกวันเหมือนที่เป็นมาตลอด 30 ปี

จากเด็กที่เดินตามจังหวะชีวิตโดยไม่รู้ว่าปลายทางคืออะไร วันนี้กอบบุญ ศรีชัย พิสูจน์ให้เห็นว่า บางครั้งความสำเร็จไม่ได้มาจากการวางแผนทุกก้าวล่วงหน้า แต่มาจากการเปิดใจเรียนรู้ กล้ายอมรับว่าไม่รู้ และลงมือทำสิ่งตรงหน้าให้ดีที่สุด ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกลายเป็นผู้นำหญิงที่ได้รับการยอมรับในระดับเอเชีย

 

กอบบุญ ศรีชัย : 30 ปีบนเส้นทางนักลงทุนสัมพันธ์ สู่ผู้นำหญิงของ CPF กับรางวัล Woman’s Leader จาก FinanceAsia