27 พ.ค. 2569 | 14:07 น.

ในยุคที่ตลาดอาหารเสริมเมืองไทยกลายเป็น Red Ocean ที่เต็มไปด้วยสินค้าใหม่ๆ พุ่งตัวเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็วตามกระแสโซเชียลมีเดีย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้บริโภคชาวไทยกลับมีความรู้ความเข้าใจในระดับที่ 'ใกล้เคียงแพทย์' และกำลังมองหาคำตอบที่มากกว่าแค่การตลาดแบบฉาบฉวย
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Prime Health Pharmaceutical ตัดสินใจก้าวสู่บทใหม่ในชื่อ “PHP Pharma” ภายใต้การร่วมทุนครั้งสำคัญกับ Chugai Iyaku Seisan บริษัทยาเก่าแก่กว่า 100 ปีจากญี่ปุ่น อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ 'หมอ-นักธุรกิจ-ยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น' มาบรรจบกันเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่าแค่การขายของ? เราจะไปหาคำตอบผ่านบทสนทนาที่เข้มข้นนี้
หมอโอ๊ค-นพ.สมิทธิ์ อารยสกุล แพทย์ผิวหนังที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี เริ่มต้นด้วยการฉายภาพความเปลี่ยนแปลงของคนไทยว่า ปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงง่ายจนการตลาดกลายเป็นแบบ Data-driven อย่างเต็มตัว
“ผู้บริโภคปัจจุบันมีองค์ความรู้ที่เข้าใจใกล้เคียงแพทย์ เขาไม่ได้แข่งกันที่เรื่องราคาอย่างเดียวแล้ว แต่แข่งกันที่คุณภาพและสิ่งที่เป็นความจริง” หมอโอ๊คอธิบาย พร้อมเสริมว่าแม้คนจะกลัวการตกเทรนด์ แต่สุดท้ายสิ่งที่ทำให้อยู่รอดได้คือ 'ความเชื่อใจ' ในระยะยาว
นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ PHP Pharma เลือกเดินบนเส้นทางที่ ‘ช้าแต่ชัวร์’ โดยเน้นอัตราการซื้อซ้ำที่สูงมากจนลูกค้าหลายครอบครัวโตมาพร้อมกับแบรนด์
“เราอยากสร้างบริษัทที่ทำธุรกิจอย่างยั่งยืน เราคิดถึงเจเนอเรชันต่อๆ ไปที่เขาจะได้ผลดี และความซื่อสัตย์ในระยะยาว”
ความพิเศษของ PHP Pharma คือการมี Chugai Iyaku Seisan บริษัทยาและอาหารเสริม Top 5 จากญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ปี 1919 มาร่วมทุนเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีมาตรฐานการผลิตเดียวกับอุตสาหกรรมยาจากญี่ปุ่นซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล ซึ่ง คุณทายามะ ตัวแทนจาก Chugai เล่าว่านิยามของ 'Japan Quality' สำหรับพวกเขาคือความไม่ประนีประนอมในคุณภาพของสินค้า ความพิถีถิพัน และความละเอียดรอบคอบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็น ‘ความธรรมดา’ ที่พวกเขาทำอยู่ทุกวัน
“คุณภาพไม่ใช่เป้าหมายปลายทาง แต่มันคือสิ่งที่เราทำอยู่ตลอดเวลา เหมือนการเดินขึ้นบันไดที่ต้องเข้มงวดขึ้นทุกปี แม้ตอนนี้จะไม่มีปัญหาก็ตาม”
PHP Pharma เกิดจากความตั้งใจที่จะเป็นแบรนด์อาหารเสริมไทยที่มีคุณภาพมาตรฐานการผลิตเทียบเท่าระดับญี่ปุ่น ในช่วงปีแรกเป็นการทำงานร่วมกับทาง Chugai Iyaku Seisan ในลักษณะให้คำปรึกษาในการพัฒนาสูตรและผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ซึ่งภายหลังเมื่อเห็นว่ามีวิสัยทัศน์ตรงกันจึงตัดสินใจร่วมทุนกันในที่สุด เพื่อให้ได้อาหารเสริมที่เรียกได้ว่ามีมาตรฐานการผลิตแบบเดียวกับการผลิตยาจากญี่ปุ่น ซึ่งทั่วโลกให้การยอมรับ
การตัดสินใจร่วมทุนกับ PHP Pharma จึงถือเป็น ‘Big Move’ เพราะปกติวัฒนธรรมการทำงานของบริษัทญี่ปุ่นจะมีลักษณะเฉพาะและความ Conservative สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทยาญี่ปุ่นซึ่งจะค่อนข้างระมัดระวังเรื่องสูตรการผลิตและมาตรฐาน GMP มาก การร่วมทุนจึงมักมาพร้อมกับสัญญาควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด และไม่ค่อยเปิดสูตรหรือร่วมทุนกับใครได้ง่ายๆ
เบื้องหลังการเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะยากนี้ คือ คุณแตงกวา-ลักขณา เชาว์วิศิษฐ นักธุรกิจสาวผู้คลุกคลีกับมาตรฐานญี่ปุ่นจาก Toyota Tsusho มาอย่างยาวนาน เธอเปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อม Japan Quality เข้ากับความต้องการของคนไทย ความท้าทายที่สุดคือเรื่องกฎระเบียบ (Regulation) ที่บางทีไทยกับญี่ปุ่นไม่ตรงกัน
คุณแตงกวาเล่าถึงกระบวนการทำงานที่ต้องปรับจูนกันตลอดเวลา แต่สิ่งที่ทำให้ความร่วมมือนี้มั่นคงคือ ‘Principle’ หรือหลักการที่ตรงกันของทั้ง 3 ฝ่าย คือการมุ่งเน้นคุณภาพและไม่ทำธุรกิจแบบฉาบฉวย
เธอยังย้ำว่าความไว้วางใจกับพาร์ทเนอร์ญี่ปุ่นสร้างได้จากความสม่ำเสมอ
“ถ้าเราคุยอะไรไว้ตั้งแต่วันแรก แล้วผลลัพธ์มันเป็นไปตามภาพที่คุยกัน ความน่าเชื่อถือก็จะเกิด”
เพื่อให้เห็นภาพการทำงานที่ชัดเจน ยกตัวอย่างการพัฒนา PHP Pharma Vitamin C 500 mg ซึ่งเป็นโปรดักส์แรกหลังการร่วมทุนอย่างเป็นทางการ
โจทย์นี้เริ่มจาก 'ฝั่งการแพทย์' (Medical Driven) ต้องการวิตามินซีที่ร่างกายดูดซึมได้จริงและอยู่ในร่างกายได้นาน เนื่องจากวิตามินซีปกติจะถูกขับออกทางปัสสาวะอย่างรวดเร็ว
PHP Pharma และทีม R&D ของ Chugai ใช้เวลาถึง 2 ปี ในการพัฒนาเทคโนโลยี Sustain Release ที่แบ่งการออกฤทธิ์เป็นระยะต้น-กลาง-ปลาย เพื่อให้หล่อเลี้ยงเซลล์ได้ตลอดทั้งวัน แม้ในตลาดจะมีวัตถุดิบราคาถูกจากหลายแหล่ง แต่พวกเขากลับเลือกใช้วิตามินซีเกรดพรีเมียมจากญี่ปุ่นที่ตอบโจทย์ฟังก์ชันทางการแพทย์อย่างไม่ประนีประนอม
เมื่อถามถึงอนาคตของอาหารเสริมไทย คุณแตงกวามองว่าสิ่งที่ PHP Pharma จะทำคือการรักษามาตรฐาน และความโปร่งใสต่อผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หมอโอ๊คเน้นย้ำถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มี 'คุณค่า' ต่อโลกจริงๆ
“ถ้าเราผลิตสินค้าที่เราไม่ได้เห็นคุณค่าในตัวมัน มันจะกลายเป็นแค่ขยะของโลก เราอยากเห็นโปรดักส์ของเรายืนอยู่บนเชลฟ์ได้อย่างภาคภูมิใจ แม้จะผ่านไปกี่ปีก็ตาม”
ทางด้านคุณทายามะปิดท้ายด้วยเทรนด์ที่น่าสนใจว่า ตลาดประเทศไทยจะขยับจากความงามภายนอก ไปสู่ความงามที่คู่กับสุขภาพ และจะมีผลิตภัณฑ์ที่เจาะลึกเฉพาะบุคคลมากขึ้น เช่น กลุ่มช่วยการนอนหลับหรือโปรไบโอติกเฉพาะทาง
การเปลี่ยนชื่อสู่ PHP Pharma ภายใต้สโลแกน "PHARMA-PROVE STANDARD, REACHING YOUR PRIME" จึงไม่ใช่แค่การรีแบรนด์ แต่คือการประกาศเจตนารมณ์ว่าต่อจากนี้ 'มาตรฐานยา' จะกลายเป็นมาตรฐานของ 'อาหารเสริมไทย' เพื่อให้ทุกคนได้รับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองในระยะยาว