27 ม.ค. 2569 | 16:16 น.

ในโลกธุรกิจค้าปลีกที่ต้องให้บริการผู้บริโภคทั่วประเทศนับล้านคนในทุกวัน การปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในทุกวินาทีถือเป็นงานหิน แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่า คือการรักษา ‘คน’ ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุดให้อยู่ในสภาวะที่พร้อมจะส่งต่อความสุขให้กับลูกค้า
ล่าสุด วัตสัน ประเทศไทย ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จในด้านการบริหารคนด้วยการคว้า 2 รางวัลใหญ่บนเวทีระดับภูมิภาคอย่าง Asian Management Excellence Awards 2026 ในสาขา Health and Wellness Initiative of the Year และ Diversity and Inclusion Initiative of the Year ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและความเท่าเทียมของพนักงานเป็นอันดับต้นๆ ในเอเชีย
เราได้นั่งพูดคุยกับ คุณจิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ People Director วัตสัน ประเทศไทย ถึงเบื้องหลังกลยุทธ์ที่ทำให้วัตสันกลายเป็นองค์กรที่ครองใจคนทำงานยุคนี้
หากถามว่าอะไร คือจุดเริ่มต้นของรางวัลระดับเอเชียเหล่านี้ คุณจิระวัฒน์ตอบอย่างชัดเจนว่า เริ่มจากคอนเซปต์ที่เรียกว่า People Centric Organization
"เราพยายามออกแบบวัฒนธรรม โครงสร้าง และรูปแบบการทำงานเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคน ให้เขาสามารถแสดงศักยภาพได้ดีที่สุด"
ในแผนยุทธศาสตร์ภายใน ‘คน’ ถูกวางไว้เป็นหนึ่งในเสาหลักของความยั่งยืน ภายใต้หลัก 3P คือ Planet, People และ Product โดยในมิติของ People นั้น วัตสันไม่ได้มองแค่เรื่องการจ้างงาน แต่ครอบคลุมไปถึงการเคารพสิทธิมนุษยชน (Respect Human Rights) การดูแลพนักงาน (Caring for Our People) และการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน (Supporting Our Community) โดยเฉพาะในด้านการดูแลพนักงาน ที่ทำได้ดีจนคว้ารางวัลระดับเอเชียมาได้
“ถ้าเราอยากให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจ สิ่งแรกที่องค์กรต้องเริ่ม คือการใส่ใจทีมงานของเรา เพราะความรู้สึกที่ทีมงานของเราได้รับ จะสะท้อนผ่านประสบการณ์ที่ลูกค้าพบเจอในทุก ๆ วัน”
หนึ่งในรางวัลที่ได้รับคือด้าน Health and Wellness ซึ่งวัตสันมองภาพของ สุขภาวะ ใหญ่กว่าแค่การไม่เจ็บป่วย แต่เป็นการดูแลพนักงานที่ครอบคลุมถึง 4 มิติสำคัญ ได้แก่ สุขภาพกาย (Physical) สุขภาพจิต (Mental) สังคมและการอยู่ร่วมกัน (Social) และความรู้ทางการเงิน (Financial Knowledge)
“เรามองว่า 4 ด้านนี้มีผลสำคัญกับพนักงานทั้งหมด เช่น บางคนกายพร้อมแต่ใจไม่พร้อม สมาธิในการทำงานก็ไม่เต็มร้อย หรือบางคนมีปัญหาหนี้เยอะ เวลามาทำงานก็คิดแต่เรื่องเงินจนส่งผลกระทบต่องานและลูกค้า
“เราทำแบบ Inside Out คือดูแลคนข้างในให้พร้อมที่สุด”
ที่วัตสันมีกิจกรรมเยียวยาจิตใจกว่า 10 อย่าง เช่น การจัดดอกไม้ หรือทำศิลปะทรายในโหลแก้ว ไปจนถึงการให้พนักงานปรึกษาจิตแพทย์แบบตัวต่อตัวได้ ส่วนเรื่องการเงิน เราไม่ได้ให้เงินไปใช้หนี้ แต่เราให้ความรู้เรื่องการวางแผนภาษี การจัดการหนี้ และการลงทุน เพื่อให้เขามั่นคงในระยะยาว
ในการดูแลพนักงานวัตสันจำนวนเกือบ 6,000 คน หัวใจของความสำเร็จ คือ Watsons Wellness Club Committee ซึ่งเป็นอาสาสมัครพนักงานจากทั้งออฟฟิศ คลังสินค้า และหน้าร้าน ที่มาร่วมกันออกแบบกิจกรรมให้ ‘โดนใจ’ เพื่อนพนักงานด้วยกันเอง โดยที่บริษัทสนับสนุนงบประมาณให้ และสร้างแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า FUNARIUM ให้พนักงานเข้ามาสะสม Fun Coins จากการเข้าร่วมกิจกรรม หรือการทำความดี เช่น บริจาคเลือด หรืออาสาอ่านหนังสือให้คนตาบอด เมื่อสะสมเหรียญได้มากพอ สามารถเอามาแลกรางวัล ตั้งแต่มาม่า ลอตเตอรี่ ไปจนถึงรางวัลใหญ่คือวันหยุดพิเศษ พร้อมเงิน Pocket Money สิ่งนี้ทำให้พนักงานรู้สึกสนุกและมีส่วนร่วมได้ตลอดเวลา
อีกหนึ่งรางวัลที่วัตสันได้รับ คือด้าน Diversity and Inclusion (D&I) ที่ไม่ได้มองแค่เรื่องเพศสภาพ แต่รวมถึงช่วงอายุและพื้นฐานความคิด รางวัลนี้จึงเป็นผลผลิตจากการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างอย่างแท้จริง มุ่งสร้างวัฒนธรรมที่ ทุกคนรู้สึกมีคุณค่า ได้รับความเคารพ และเป็นตัวของตัวเองได้ จากการยึดถือพันธสัญญา 5 ประการ ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ร่วมกันของ AS Watson Group ทั่วโลก นั่นคือ
คุณจิระวัฒน์บอกว่า “หัวใจสำคัญ คือการขจัดอคติ เช่น การไม่เลือกที่รักมักที่ชัง หรือการไม่ตัดสินคนจากข้อมูลเพียงด้านเดียว เราไม่ได้สนใจเพศสภาพ แต่เราให้ความสำคัญกับ Performance ถ้าผลงานคุณดี คุณก็มีโอกาสเติบโต”
ตัวอย่างที่สะท้อนความเชื่อนี้ได้ดีที่สุด คือ การจ้างงานเภสัชกรวัยเกษียณ วัตสันมองเห็นศักยภาพของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ในยุค Aging Society จึงเปิดโอกาสให้พวกเขากลับมาทำงานด้วยเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น เช่น สัญญาจ้างระยะสั้นหรือพาร์ทไทม์ รวมถึงการสนับสนุนกลุ่ม LGBTQ+ ที่คุณจิระวัฒน์ย้ำว่า
“เราต้องการให้พนักงานรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรโดยไม่รู้สึกแปลกแยก เราเคารพในตัวตนที่เขาเป็น เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าวัตสัน คือ พื้นที่ปลอดภัย ที่เขาสามารถจะฉายแสงและโชว์ศักยภาพได้อย่างเต็มที่”
ปัจจุบัน พนักงานของวัตสันกว่า 51% คือ Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะกลายเป็นอนาคตขององค์กร คุณจิระวัฒน์เข้าใจดีว่าคนรุ่นใหม่มองหามากกว่าแค่ ‘งาน’ และ ‘เงิน’
“คนรุ่นใหม่มองหาองค์กรที่ตอบโจทย์เขาได้มากกว่าแค่งานกับเงิน ซึ่งระดับเงินเดือนเราไม่ได้น้อยหน้าใครอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะชนะใจเขาได้ คือปัจจัยอื่นๆ ที่นอกเหนือจากนั้น
“ที่วัตสันเราพยายามปั้น Employer Brand เพื่อเปิดรับน้องๆ ให้มาเลือกเรา เราจะพัฒนาความเป็น People Centric ต่อไป เพื่อให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย น่าทำงาน และพร้อมรองรับความต้องการที่เปลี่ยนไปของพนักงานในทุกยุคสมัย”
รางวัลระดับเอเชียอาจเป็นเครื่องหมายการันตีความสำเร็จในวันนี้ แต่สำหรับวัตสัน ประเทศไทย รางวัลที่แท้จริง คือรอยยิ้มของพนักงานเกือบ 6,000 คน ที่พร้อมจะส่งต่อความสุขนั้นไปยังลูกค้าทุกๆ ราย