25 เม.ย. 2562 | 16:33 น.

ย้อนไปในงานประกาศรางวัลสุพรรณหงส์ครั้งที่ 28 เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจาก “มะลิลา” (พ.ศ. 2561) หนังไทยอิสระได้รางวัลไปครองหลายรางวัลจนมาถึงสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม ซึ่งตกเป็นของผู้กำกับ นุชี่ – อนุชา บุญยวรรธณะ เธอขึ้นกล่าวขอบคุณที่ได้รับรางวัลนี้พร้อมวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่า วงการหนังไทยไม่ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลที่ผ่านมาเท่าที่ควร หลังจากนั้นไม่กี่นาที วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีก็ขึ้นมาบนเวทีเพื่อประกาศรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ซึ่งก็ตกเป็นของ “มะลิลา” อีกเช่นกัน แต่ก่อนจะประกาศก็มิวายสวนกลับว่า รัฐบาลนี้ให้การสนับสนุนวงการหนังไทยแล้ว (สามารถอ่านวิวาทะของทั้งคู่แบบเต็ม ๆ ได้ทาง https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_2271728) ประเด็นดังกล่าวร้อนระอุในโลกโซเชียลมีเดียทันที ในขณะที่คนทำหนังต่างออกมาสนับสนุนคำพูดของอนุชาว่าถูกต้องและพูดแทนความในใจ “นักทำหนัง” จำนวนมาก แต่ก็มีการเปิดเผยข้อมูลว่า “มะลิลา” ได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมเป็นจำนวน 700,000 บาท เกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ย้อนกลับไปทางผู้สร้างหนังต่าง ๆ นานา อาทิ “รัฐบาลสนับสนุนแล้วนี่” “ทำไมถึงต้องโกหกด้วย” ฯลฯ อย่างไรก็ตามคนในวงการหนังก็ยืนยันว่า การให้ทุนสนับสนุนไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะสิ่งที่ผู้กำกับอนุชาหมายถึงคือภาครัฐควรต้องหาวิธีช่วยให้หนังไทยสามารถยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงและยืนยาว เปิดให้มีพื้นที่ฉายเพียงพอ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งนั่นเรื่องใหญ่และสำคัญกว่าการได้ทุนเสียอีก นอกจากคนเบื้องหลัง ยังมีคนเบื้องหน้าที่ออกมาปกป้องอนุชาเช่นกัน หนึ่งนั้นคือ โอ – อนุชิต สพันธุ์พงษ์ นักแสดงมากฝีมือจาก “มะลิลา” เจ้าของรางวัลสมทบชายยอดเยี่ยมจากทุกสถาบันนั่นเอง เขาเป็นปากเป็นเสียงให้กับนุชี่และ “มะลิลา” หลายครั้งผ่านช่องทางบนสื่อออนไลน์ ทางทวิตเตอร์ส่วนตัว @Obojama เขาพยายามพูดคุยถกเถียงเรื่องนี้กับชาวเน็ตอย่างใจเย็น สุขุม แม้จะมีคนจำนวนมากกรูเข้ามาโต้เถียง ใส่อารมณ์และประชดประชันอย่างไม่เข้าใจ ไม่มากไม่น้อย นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ The People สนใจคุยกับ โอ อนุชิต ถึงเรื่องวงการหนังไทยในความคิดของเขา นอกจากนั้นเมื่อติดตามอ่านความคิดเห็นของเขาในเรื่องต่าง ๆ ทางทวิตเตอร์ ก็ยิ่งพบประเด็นน่าสนใจอีกหลายประเด็น อะไรหล่อหลอมความคิดและทำให้เขาใจเย็น คิดบวกได้มากถึงเพียงนี้ และนี่คือสิ่งที่เราจะพาท่านผู้อ่านไปหาคำตอบกัน