31 พ.ค. 2569 | 16:19 น.

KEY
POINTS
นี่เป็นคำกล่าวของ ‘แดเนียล คาห์เนแมน’ (Daniel Kahneman) นักจิตวิทยาเจ้าของรางวัลโนเบล และผู้เขียนหนังสือชื่อดังอย่าง ‘Thinking, Fast and Slow’
เข้าเช้าวันจันทร์ทีไร เชื่อว่าคนทำงานหลายคนน่าจะเคยมีความรู้สึกว่า “เวลามันหายไปไหนหมด?” ทำงาน ประชุม ตอบแชทยิบย่อย รู้ตัวอีกทีก็หมดวัน พอกลับถึงบ้านก็เหนื่อยจนทำได้แค่ทิ้งตัวลงนอนไถหน้าจอไปเรื่อย ๆ ความสุขที่เคยมีก็ดูเหมือนจะหล่นหายไปกับตารางงานที่อัดแน่น
คาห์เนแมนพยายามจะบอกพวกเราว่า จริง ๆ แล้วความสุขอาจไม่ได้ซับซ้อน หรือต้องรอคอยให้ได้เลื่อนตำแหน่งหรือได้โบนัสก้อนโตหรอกค่ะ แต่มันเริ่มต้นง่าย ๆ จากการที่เรามีสิทธิ์ในการคุมตารางชีวิตตัวเองในแต่ละวันต่างหาก ลองถามตัวเองดูสิคะว่า ทุกวันนี้เราสามารถหาเวลาไปทำในสิ่งที่เราชื่นชอบได้มากขึ้นอีกนิดไหม?
คุณอาจจะสงสัยว่า แล้วทำไมการคุมเวลาตัวเองมันถึงทำได้ยากนัก? เรื่องนี้อธิบายได้ง่าย ๆ ผ่านการทำงานของสมองเราเองค่ะ คาห์เนแมนบอกว่าสมองเรามี ‘โหมดออโต้’ (หรือที่เขาเรียกว่า System 1) ซึ่งทำงานไวและมักจะพาเราไปทำสิ่งที่ใช้พลังงานน้อยที่สุดเสมอ ตามกฎแห่งความพยายามน้อยที่สุด (Law of least effort) นี่แหละค่ะคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงมักจะปล่อยให้เวลาอันมีค่า ถูกดูดไปกับความเคยชินอย่างการเล่นโซเชียล มากกว่าจะลุกไปทำกิจกรรมที่สร้างความสุขให้เราจริง ๆ
นอกจากการโดนโหมดออโต้ขโมยเวลาแล้ว พวกเราหลายคนยังชอบขโมยเวลาพักผ่อนของตัวเองด้วยการ ‘คิดมาก’ อีกด้วยนะคะ คาห์เนแมนมีอีกประโยคหนึ่งที่ช่วยสะกิดใจได้ดีมาก คือเขาบอกว่า “ไม่มีอะไรในชีวิตที่สำคัญเท่ากับสิ่งที่คุณกำลังคิดถึงมันอยู่ ในขณะที่คุณกำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น”
ลองนึกภาพตามนะคะ บางทีปัญหาเรื่องงานมันอาจจะไม่ได้ใหญ่โตคอขาดบาดตายขนาดนั้น แต่เป็นเพราะเราเผลอไปโฟกัสและหมกมุ่นกับมันมากเกินไป ปัญหานั้นเลยถูกขยายให้ใหญ่โตในความรู้สึก จนบดบังความสุขในวันหยุดของเราไปเสียหมด
แล้วเราจะทวงคืนเวลาและความสุขกลับมาได้อย่างไร?
วิธีแก้คือเราต้องหัดเปิดสวิตช์สมอง ‘โหมดตั้งใจ’ (System 2) ให้บ่อยขึ้นค่ะ สมองโหมดนี้จะทำงานช้ากว่าและต้องใช้สมาธิ แต่มันคือตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้เราดึงตัวเองออกจากความเคยชิน และกล้าที่จะขีดเส้นแบ่งเวลา หรือปฏิเสธสิ่งที่เข้ามาเบียดเบียนเวลาส่วนตัวของเรา
ลองเริ่มง่าย ๆ จากการแบ่งเวลาทำงานกับเวลาพักให้ชัดเจนดูนะคะ เผื่อเวลาให้ตัวเองได้พักหายใจ และจัดตารางเวลาอย่างตั้งใจเพื่อไปทำกิจกรรมที่ฮีลใจเราจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูซีรีส์เรื่องโปรด อ่านหนังสือ รดน้ำต้นไม้ หรือแค่นั่งดื่มกาแฟเงียบ ๆ แบบไม่ต้องคิดเรื่องงาน
โลกของการทำงานอาจจะผลักดันให้เราต้องวิ่งตามเป้าหมายจนเหนื่อยหอบ แต่ขอให้จำไว้เสมอว่า ความมั่งคั่งที่แท้จริงของมนุษย์เราก็คือ ‘เวลา’ นี่แหละค่ะ อย่าลืมใจดีกับตัวเองและทวงคืนเวลาของคุณกลับมานะคะ
เพราะคนเดียวบนโลกใบนี้ที่จะอนุญาตให้คุณมีความสุขได้ ก็คือตัวคุณเอง
สวัสดีวันจันทร์ค่ะ
พาฝัน ศรีเริงหล้า