จากละครทีวีสู่โลกการทำงาน: ทำไมยิ่งโต เรายิ่งพบว่า ‘เพียงดาว’ และ ‘ดีนี่’ มีอยู่จริงในชีวิตเรา?

จากละครทีวีสู่โลกการทำงาน: ทำไมยิ่งโต เรายิ่งพบว่า ‘เพียงดาว’ และ ‘ดีนี่’ มีอยู่จริงในชีวิตเรา?

จากละครในความทรงจำวัยเด็ก สู่ภาพสะท้อนโลกการทำงานในวันที่เราเติบโต ‘เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล’ พา ‘เพียงดาว’ และ ‘ดีนี่’ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง พร้อมชวนสำรวจว่าเบื้องหลังการแข่งขัน การเมืองในองค์กร และการไต่เต้าในโลกมายา ล้วนมีด้านที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาดในชีวิตจริง

KEY

POINTS

ตอนที่นั่งมองเรื่องราวในละคร ‘มารยาริษยา’ สมัยยังเป็นเด็ก เราคิดว่าความตลบแตลง ตีสองหน้า และวงเวียนความแค้นระหว่างสองตัวละครหลัก คงมีให้เห็นแค่ในจอโทรทัศน์ 

แต่เมื่อเวลาผ่านไป จนเราเติบโตเป็นคนทำงานเต็มตัว การได้ก้าวเท้าเข้าไปนั่งชม ‘เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล’ ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ กลับทำให้เราตระหนักได้ทันทีว่า ‘โลกมายา’ ที่อยู่บนเวที มันคือภาพสะท้อนระบบนิเวศการทำงานที่แสนจะสมจริงจนขนหัวลุก 

การนำละครโทรทัศน์ระดับตำนานอย่าง ‘มารยาริษยา’ และ ‘เมืองมายา’ มาผสมผสานใหม่ภายใต้การกำกับของ ‘บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ’ ถือเป็นสารตั้งต้นที่ชาญฉลาด ไม่เพียงแต่โปรดักชันจะจัดเต็มทั้งลูกเล่นบนจอแอลอีดี แสง สี เสียง และคอสตูมงดงามเพลินตา สิ่งที่กระแทกหัวใจของคนทำงานหนักที่สุด คือการที่ละครเรื่องนี้ตอกย้ำสิ่งที่เราหลายคนหลงลืมไป นั่นคือ ในโลกแห่งความจริง ตัวละครอย่าง ‘เพียงดาว’ และ ‘ดีนี่’ มีให้เราเห็นจนชาชินในที่ทำงาน 

เปิดม่านด้วยการคืนสู่เวทีในรอบ 7 ปีของ ‘แพ็ท-สุธาสินี พุทธินันทน์’ ในบท ‘เพียงดาว’ ด้วยพลังเสียงระดับควีนรัชดาลัย ไม่ว่าจะส่งประโยคหรือเนื้อเพลงอะไรเข้าปาก แพ็ทพิถีพิถันจนทุกการเปล่งเสียงออกมาอย่างไพเราะตั้งแต่คำแรกถึงคำสุดท้าย…. (แม้แต่ตอนพี่แพ็ทด่า “ตอแหล” มันยังดูไม่ใช่แค่คำหยาบ แต่มันทั้งเจ็บแสบ เย้ยหยัน และน่าเกรงขาม)

จากละครทีวีสู่โลกการทำงาน: ทำไมยิ่งโต เรายิ่งพบว่า ‘เพียงดาว’ และ ‘ดีนี่’ มีอยู่จริงในชีวิตเรา?

เพียงดาวคือตัวแทนของ ‘พนักงานรุ่นใหญ่เก๋าเกม’ ในองค์กร เป็นคนที่เก่งขั้นเทพ เพอร์เฟกชันนิสต์ตัวแม่ ให้คุณค่ากับเนื้องานสูงสุด ทว่ากลับยึดถือความสมบูรณ์แบบจนสร้างบรรยากาศกดดัน และสะสมศัตรูรอบตัวโดยไม่รู้ตัว

ฉากที่คนในกองถ่ายแอบนินทาเธอ แล้วเพียงดาวปรากฏตัวขึ้นมาจากด้านหลังจนทุกคนตกใจเหมือนเห็นผี บ่งบอกชัดเจนว่า เพียงดาวคนที่มาเพื่อทำงานจริง ๆ ไม่ได้มาหาเพื่อน ข้อดีคือผลงานออกมาเป๊ะปังไร้ที่ติ แต่ข้อเสียร้ายแรงคือการมองข้าม ‘คนตัวเล็กตัวน้อย’ ซึ่งในวันหนึ่ง ปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอาจเปลี่ยนคนเหล่านั้นให้กลายเป็นระเบิดเวลาที่กลับมาผลักเราตกจากบัลลังก์ได้

และหนึ่งในระเบิดเวลาลูกนั้นก็คือ ‘ดีนี่’ ที่ ‘อแมนด้า ออบดัม’ แจ้งเกิดในโลกละครเวทีได้อย่างมีมิติ อแมนด้าไม่ได้ถ่ายทอดตัวร้ายแบบมิติเดียว แต่ค่อย ๆ ไล่ระดับความซับซ้อน จากดาราสาวจริตน่ารักสไตล์ลูกสาวพี่กะเทย ไปสู่ภาวะไร้ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Psychopathy) อย่างสิ้นเชิง ถึงขนาดมองความสูญเสียใกล้ตัวแบบไม่รู้สึกรู้สาอะไรแม้แต่น้อย 

จากละครทีวีสู่โลกการทำงาน: ทำไมยิ่งโต เรายิ่งพบว่า ‘เพียงดาว’ และ ‘ดีนี่’ มีอยู่จริงในชีวิตเรา?

ในชีวิตจริง ดีนี่คือภัยเงียบในโลกการทำงาน คนที่รู้จักนำ Beauty Privilege มาผสมผสานกับเทคนิค ‘การเล่นบทเหยื่อ’ เอะอะร้องไห้ ตีหน้าซื่อ ไหว้ย่อจนเข่าติดพื้น เรียกความสงสารจากคนรอบข้าง แต่เบื้องหลังกลับพร้อมเหยียบทุกคนเป็น ‘นั่งร้าน’ เพื่อพาตัวเองขึ้นสู่จุดสูงสุด ประโยคนั่งร้านในตำนานที่ถูกนำมาร้อยเรียงใหม่บนเวที จึงทำงานกับอารมณ์ของคนดูที่เคยผ่านประสบการณ์ถูกเหยียบย่ำในชีวิตจริงได้อย่างรุนแรง

แต่ข้อดีประการเดียวที่ต้องยอมรับในตัวดีนี่ คือความสามารถในการ ‘มูฟออน’ อย่างรวดเร็ว เมื่อความรักหรือโอกาสหลุดลอย เธอไม่เคยจมปลักกับความเศร้า แต่เลือกเปลี่ยนความเจ็บปวดเป็นเชื้อเพลิงผลักดันตัวเองให้ไปได้ไกลยิ่งขึ้น 

เหตุของพฤติกรรมนี้ถูกคลี่คลายผ่านฉากเด็กหญิงดีนี่กับกล่องคุกกี้ ที่นักแสดงเด็กแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมจนเราขนหัวลุก โดยเฉพาะซีนแสดงอาการกราดเกรี้ยวต่อหน้าผู้ใหญ่ และการต่อปากต่อคำกับเพียงดาวได้อย่างไม่เกรงกลัว 

ขอปรบมือให้ทีมเขียนบทที่เล่นกับแนวคิด “เด็กน้อยคนนั้นไม่เคยหายไปไหน” และไม่ลืมที่จะให้เด็กน้อยกลับมาอีกครั้งในฉากท้าย ๆ เพื่อให้คนดูเข้าใจปมวัยเด็กของดีนี่ 

จากละครทีวีสู่โลกการทำงาน: ทำไมยิ่งโต เรายิ่งพบว่า ‘เพียงดาว’ และ ‘ดีนี่’ มีอยู่จริงในชีวิตเรา?

ท่ามกลางสงครามประสาท ละครเวทีได้ใส่ตัวละครที่ช่วยดึงสติและเซฟอารมณ์คนดูอย่าง ‘โอม’ ช่างภาพหนุ่มที่รับบทโดย ‘เจมส์ มาร์’ รวมถึงตัวละคร ‘พี่ก้อง’ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ รับบทโดย ‘ชาย ชาตโยดม’ ที่เปรียบเสมือน ‘หัวหน้าในฝัน’ ที่ทำงานด้วยความปรารถนาดี เขาเลือกตัดชื่อเพียงดาวออกจากงาน เพราะต้องการปกป้องชื่อเสียงของเธอในวันที่เธอสติหลุดและถูกขับเคลื่อนด้วยโทสะ

จากละครทีวีสู่โลกการทำงาน: ทำไมยิ่งโต เรายิ่งพบว่า ‘เพียงดาว’ และ ‘ดีนี่’ มีอยู่จริงในชีวิตเรา?

หลายโมเมนต์เราแอบเชียร์ให้เพียงดาวเลือกลงเอยกับพี่ก้อง ด้วยเคมีที่บียอนด์คำว่ารัก เพราะมีทั้งความห่วงใย และความสามารถในการปกป้อง ที่มากกว่าโอม แต่โอมดันมาชนะตอนท้าย แล้วดันทำได้ดีจนเราใจอ่อน เลยปลื้มปริ่มกับเจ๊เพียงดาวในตอนจบด้วย

ส่วนตัวละครอื่น ๆ ก็มองข้ามไม่ได้เลย โดยเฉพาะ ‘หญิง รฐา’ ที่ถอดวิกผมหยิกจาก ‘ทนายปีศาจ’ ปรับลุคให้ดูสูงวัยขึ้น เพื่อรับบท ‘เจ๊กบ’ aka ‘คุณแม่ของน้องดีนี่’ กับ ‘นนท์ อินทนนท์’ ในบทผู้จัดการส่วนตัวของเพียงดาว ซีนที่ทั้งคู่ปะทะ(ฝีปาก)กัน คือเสน่ห์จังหวะรับส่งที่ถูกต้องของละครเวที แถมยังหยิบเอามุขโบท็อกซ์มาเล่นได้อย่างแนบเนียน เรียกทั้งเสียงกรี้ดสะใจและเสียงหัวเราะจากคนดูดังลั่นโรงละคร  

จากละครทีวีสู่โลกการทำงาน: ทำไมยิ่งโต เรายิ่งพบว่า ‘เพียงดาว’ และ ‘ดีนี่’ มีอยู่จริงในชีวิตเรา? จากละครทีวีสู่โลกการทำงาน: ทำไมยิ่งโต เรายิ่งพบว่า ‘เพียงดาว’ และ ‘ดีนี่’ มีอยู่จริงในชีวิตเรา?

แต่นอกเหนือจากความสู้มือ บทคุณแม่ของน้องดีนี่ยังทำหน้าที่สะท้อนภาพการหล่อหลอมมนุษย์ได้เป็นอย่างดี ดูละครจบแล้วเราจะเห็นว่า ความรักและการปกป้องที่ผิดทิศทางของผู้ใหญ่ คือการปลูกฝังพฤติกรรมสุดโต่งให้แก่เด็กในท้ายที่สุด

จากละครทีวีสู่โลกการทำงาน: ทำไมยิ่งโต เรายิ่งพบว่า ‘เพียงดาว’ และ ‘ดีนี่’ มีอยู่จริงในชีวิตเรา?

ยิ่งไปกว่านั้น ละครยังสอดแทรกมิติร่วมสมัยได้อย่างรู้เท่าทัน โดยเฉพาะประเด็นกระแสไซเบอร์บูลลี่และแรงเหวี่ยงของโซเชียลมีเดีย ที่สามารถทำลายชีวิตและคุณค่าของคนคนหนึ่งให้ดับสูญได้ในพริบตา ตลอดจนการสอดแทรกเส้นเรื่องความสัมพันธ์ยุคใหม่ ที่ได้ตะวัน พันวา, ก้าวหน้า กิตติภัทร และ ปาว ปวรดา เป็นผู้ถ่ายทอด… และเราขอเตือนว่า ความรักที่ยุ่งเหยิงของสามคนนี้จะทำให้คุณเสียน้ำตาได้ในตอนท้าย 

จากละครทีวีสู่โลกการทำงาน: ทำไมยิ่งโต เรายิ่งพบว่า ‘เพียงดาว’ และ ‘ดีนี่’ มีอยู่จริงในชีวิตเรา? จากละครทีวีสู่โลกการทำงาน: ทำไมยิ่งโต เรายิ่งพบว่า ‘เพียงดาว’ และ ‘ดีนี่’ มีอยู่จริงในชีวิตเรา?

ความสำเร็จของละครเวทีเรื่องนี้ ต้องยกความดีความชอบให้ทีมเขียนบทที่ทำการบ้านอย่างหนักเพื่อให้เมืองมารยาไม่ตกยุคตกสมัย พร้อมด้วยทีมนักแสดงทุกคนตั้งแต่บทนำไปจนถึงนักแสดงประกอบที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างเป๊ะปัง ไร้รอยต่อ และน่าประทับใจมากที่ตัวละครสามารถปรับอารมณ์มาเล่นฉากต่อเนื่องได้ในทันที 

จริงอยู่ว่าจุดจบของเรื่องราวอาจจะดูรวบรัดไปเสียหน่อย แต่การได้เห็นสภาวะพังพินาศของดีนี่ในตอนจบ ที่ไม่เหลือใครข้างกายเลยแม้แต่คนเดียว ก็มอบสัจธรรมให้กับคนทำงานทุกคนว่า “การพยายามไต่เต้าด้วยการเหยียบหัวผู้อื่นขึ้นไป ท้ายที่สุดแล้ว ยอดเขาแห่งนั้นอาจเต็มไปด้วยความเงียบเหงาและว่างเปล่าอย่างน่าเวทนา”

เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความบันเทิงที่ครบรสบนเวทีเมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ เท่านั้น แต่มันคือบทเรียนราคาแพงของทุกคนในโลกการทำงานว่า เราไม่จำเป็นต้องพยายามดับแสงของใคร เพื่อให้ตัวเองดูโดดเด่น... เพราะบนท้องฟ้าแห่งนี้ กว้างใหญ่พอที่จะมีดาวเปล่งประกายพร้อมกันได้มากกว่าหนึ่งดวงเสมอ

เรื่อง: พาฝัน ศรีเริงหล้า

#ThePeople #HardOpinions #เมืองมารยาเดอะมิวสิคัล #ละครเวที #เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์