04 มิ.ย. 2569 | 18:44 น.

KEY
POINTS
ก่อนที่ ‘อันโดนี อิราโอลา’ (Andoni Iraola) ในวัย 40 ปี จะตบเท้าเข้าสู่เวทีพรีเมียร์ลีกอังกฤษเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เขาเคยถูกถามว่า เขาอยากจะทำงานในพรีเมียร์ลีกอังกฤษไหม คำตอบของโค้ชหนุ่มชาวสเปน ณ ตอนนั้นเต็มไปด้วยความถ่อมตัว
“ผมอยากจะคุมทีมในอังกฤษนะ เพราะนี่คือลีกที่ดีที่สุดในโลก แต่ผมรู้ตัวดีว่านี่มันเพิ่งจะเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของผม ผมยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกมากในฐานะโค้ช”
วันนี้ผ่านมาแล้ว 3 ปีที่อิราโอลาได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะเฮดโค้ชของทีมบอร์นมัธ ทีมเล็ก ๆ ที่พร้อมเอาชนะทุกทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีก ผลงานชิ้นโบว์แดงของอิราโอลาคือการพาสโมรไร้พ่าย 17 นัดติดในฤดูกาลล่าสุด และพาทีมไปเตะถ้วยยูโรปาลีกในฤดูกาลหน้า ในรอบ 127 ปีของสโมสร
มาวันนี้อิราโอล่าจะต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ในฐานะเฮดโค้ชของทีมเล็ก ๆ ทั่วไป แต่เป็นในฐานะเฮดโค้ชของสโมสรลิเวอร์พูล นี่คือการเดินทางครั้งใหม่ในชีวิตของอิราโอลาที่จะต้องเปลี่ยนจากการเป็นเฮดโค้ชทีมเล็ก ๆ มาเป็นเฮดโค้ชที่ต้องแบกความคาดหวังในการคุมสโสรใหญ่
การเดินทางครั้งนี้ถ้าไม่เปลี่ยนให้เขากลายเป็นเฮดโค้ชระดับเวิลด์คลาส ก็จะกลายเป็นเพียงโค้ชหนุ่มที่ตามรอย แกรม พ็อตเตอร์, เลียม โรซีเนียร์ หรือโธมัส แฟรงก์ โค้ชที่ถูกผู้คนจดจำว่าเป็นโค้ชที่เหมาะกับทีมเล็ก ๆ เท่านั้น
โค้ชหนุ่มชาวสเปนที่ไม่เคยคุมทีมใหญ่มาก่อน เป็นใครมาจากไหน ทำไมลิเวอร์พูลถึงเลือกเขาคนนี้มาประกอบสร้างทีมยุคใหม่จากเศษซากอันพังทลายที่ ‘อาร์เนอ สล็อต’ ทิ้งไว้ ? บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักโค้ชรุ่นใหม่ไฟแรงคนนี้ ทั้งในแง่ของชีวิต และฟุตบอลที่อิราโอลาอุทิศให้
‘อันโดนี อิราโอลา ซาการ์นา’ (Andoni Iraola Sagarna) เกิดในเมือง ‘อูซูร์บิล’ เมืองเล็ก ๆ ของแคว้นบาสก์ประเทศสเปน เขาเริ่มเตะฟุตบอลเยาวชนสมัครเล่นกับสโมสร Antiguoko ก่อนจะย้ายเข้าสู่ระบบเยาวชนของบิลเบาในปี ค.ศ.1999 ก่อนจะเดบิวต์ขึ้นทีมชุดใหญ่ตอนอายุ 22 ปี ในตำแหน่งแบ็คขวา ภายใต้การคุมทีมของ ‘เอร์เนสโต บัลเบร์เด’ (Ernesto Valverde) เฮดโค้ชที่มีปรัชญาการทำทีมแบบ High press ในยุคแรก ๆ ของฟุตบอลสเปน
ในฤดูกาลแรกที่อิราโอลาเดบิวต์ เขาลงเล่น 30 นัด เป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญที่พาทีมจบที่ 5 ของตาราง คว้าโควตาไปเตะถ้วยยูโรป้าได้สำเร็จ ในฤดูกาลแรกนี้อิราโอล่าคือนักเตะที่สร้างความ ‘เหนือความคาดหมาย’ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาได้รับโอกาส
ภายหลังหมดสัญญากับบิลเบาในวัย 33 ปี เขาย้ายไปเล่นให้กับ New York City FC ในเมเจอร์ลีกสหรัฐ ก่อนจะแขวนสตั๊ดในปี 2016 ปิดฉาก 18 ปี บนเส้นทางนักฟุตบอลมืออาชีพ ทว่าหัวใจของอิราโอลายังคงอยู่กับเกมฟุตบอล เขาใช้เวลาเพียง 2 ปี ก่อนจะกลับลงสู่สนามอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ในฐานะ 11 ตัวจริงทีมไหน แต่คือผู้จัดการทีมที่ยืนอยู่ข้างสนามของสโมสรฟุตบอล ‘เออีเค ลาร์นาก้า’ ที่ลีกประเทศไซปรัส ในปี 2018
และนี่คือจุดเริ่มต้นในการเดินทางของอาชีพเฮดโค้ชของ ‘อันโดนี อิราโอลา’
จริง ๆ ในโลกของฟุตบอล เส้นทางหลังแขวนสตั๊ดของนักบอลอาชีพหลายคนก็จะไปทำงานโค้ช อิราโอลาก็เป็นหนึ่งในนั้น คือไปเริ่มจากการคุมทีมเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักก่อน แล้วค่อย ๆ ไต่ระดับมาคุมทีมที่ใหญ่ขึ้น แต่ดูเหมือนว่าก้าวแรกของอิราโอลาดูจะไม่เป็นไปตามที่เขาคาดหวังนัก เขาไม่สามารถพาทีม เออีเค ลาร์นาก้า เก็บชัยชนะได้เลยเป็นเวลาเกือบ 2 เดือน ก่อนจะโดนทีมจากไซปรัสไล่ออก หลังคุมทีมไปได้แค่ 7 เดือนเท่านั้น ตอนนั้นอิราโอลาว่างงานไปครึ่งปี
แต่ก็เหมือนฟุตบอลนัดชิงในหลาย ๆ ครั้งจากประสบการณ์ชีวิตของอิราโอลา ถ้านัดนี้แพ้ ก็มีแต่ต้องทำใจและลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง คราวนี้เขาได้โอกาสครั้งที่ 2 ที่ประเทศบ้านเกิด ในการคุมสโมสรเล็ก ๆ ชื่อ ‘มิรานเดส’ ในลีกเซกุนด้า ดิวิชั่น (ลีกรองของสเปน ระดับเดียวกับเดอะแชมเปียนชิพ อังกฤษ) และนี่คือที่ ๆ อิราโอลาเริ่มเฉิดฉายในฐานะเฮดโค้ชของ ‘ทีมเล็กผู้ล้มยักษ์’
ผลงานการคุมทีมครั้งนี้ของอิราโอลาโดดเด่นมากในฐานะ ‘ผู้ล้มยักษ์’ แค่เพียงฤดูกาลแรก (2019/2020) เขาพาทีมเอาชนะทีมในลาลีกาอย่าง Celta Vigo, Sevilla และ Villarreal ในบอลถ้วย Copa del Rey ก่อนจะไปแพ้ Real Sociedad ในรอบรองชนะเลิศ กลายเป็นเฮดโค้ชคนที่ 2 ของสโมสร ที่พาทีมทะลุมาถึงรอบรองชนะเลิศของทัวร์นาเมนต์ในรอบ 93 ปี
สไตล์ฟุตบอลของอิราโอลา ณ เวลานั้นค่อนข้างแตกต่างจากทีมอื่นในลีกรอง เพราะอิราโอลาเคยร่วมงานกับ ‘มาร์เซโล บิเอลซา’ ที่ได้รับฉายาว่า ‘คนบ้า’ และ ‘เอร์เนสโต บัลเบร์เด’ สมัยที่ยังค้าแข้งกับบิลเบา ซึ่งการได้ร่วมงานกับโค้ชระดับโลกทั้ง 2 คนที่มีปรัชญาการทำทีมชัดเจน เหมือนเป็นแรงบรรดาลใจให้อิราโอลาพัฒนาการเล่นของทีมตัวเองให้เล่นแบบกล้าได้กล้าเสีย ทำเกมรุกดุดัน วิ่งไล่บีบกดดันคู่แข่ง อดีตเพื่อนร่วมงานของอิราโอลาเคยนิยามว่าสไตล์บอลของอิราโอล่าจะเป็นเหมือนดนตรี ‘ร็อกแอนด์โรล’
และด้วยสไตล์ที่โดดเด่น ทำให้พอจบฤดูกาล 2019/2020 เขาก็ได้รับการติดต่อให้ไปคุมทีมที่ใหญ่ขึ้น ณ เมืองหลวงของสเปน ‘ราโย บาเยกาโน’ ทันที และภายในปีแรกที่อิราโอลาคุมราโย เขาก็ได้สร้าง ‘ความเหนือความคาดหมาย’ ขึ้นอีกครั้ง กับการพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นไปเตะในลีกสูงสุดของสเปน
ดูเหมือนว่า ‘ความเหนือความคาดหมาย’ ของอิราโอลาดูจะเป็นจุดเด่นของโค้ชหนุ่มชาวสเปนคนนี้ ตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะจนมาเป็นเฮดโค้ช
ราโยภายใต้การคุมทีมของอิราโอลาขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในทีมที่ pressing ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุดในสเปน ทีมของอิราโอลาจะดันไลน์กองหลังสูง และพยายามบีบให้คู่แข่งเสียบอลในพื้นที่อันตราย เขาเคยให้สัมภาษณ์ถึงสไตล์การเล่นของตัวเองไว้ว่า
“ถ้าเราเอาแต่ตั้งรับและรอเล่นเกมโต้กลับ ผมว่าเราคงอยู่รอดในลาลีกาไม่ได้ เพราะถ้าเราปล่อยให้คู่แข่งเอาแต่ครองบอล บุกกดดันเรา ปล่อยให้สร้างโอกาสบ่อย ๆ ไม่นานพวกเขาก็จะยิงเราได้”
ไม่เพียงเท่านั้นจากปากของอิราโอลา เขายังยืนยันว่าตัวเขาไม่ได้มีแค่แทกติคนี้เพียงแทกติคเดียว แต่พร้อมจะปรับตัวให้เข้ากับคู่แข่งเสมอ
ซึ่งสไตล์และแนวทางที่อิราโอลายึดมั่นนี้ทำให้ในฤดูกาลแรกที่ราโยเลื่อนชั้นขึ้นมา เขาสามารถพาทีมเอาชนะบาโซโลน่าในลีกได้ทั้งเหย้า-เยือน ชนะบิลเบาเกมเยือน และไม่แพ้บาเลนเซียตลอดทั้งฤดูกาล และพาทีมจบอันดับ 12 แบบสบาย ๆ โดยที่ทั้งฤดูกาลใช้งบเสริมทัพแค่ 4.3 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินปอนด์ราว ๆ 3.7 ล้านปอนด์เท่านั้น
ด้วยคาแรคเตอร์และสไตล์อันโดดเด่นของอิราโอลาทำให้ในปี 2023 มีทีมในพรีเมียร์ลีก 2 ทีมรุมจีบ คือลีดส์ และบอร์นมัธ แต่สุดท้ายด้วยสายสัมพันธ์ของ ‘ริชาร์จ ฮิวส์’ ที่ตอนนั้นเป็น Sporting director อยู่บอร์นมัธ ทำให้สามารถพาตัวโค้ชหนุ่มชาวสเปนคนนี้บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาจรดปากกาเป็นเฮดโค้ช ณ ถิ่น เดอะ เชอร์รีส์ได้สำเร็จ และพร้อมสร้างทีมลุยในศึกพรีเมียลีกอังกฤษฤดูกาล 2023/2024 ทันที
อันโดนี อิราโอลา ใช้เวลาแค่ 5 ปีจากวันแรกที่ลีกในประเทศไซปรัส มายังสเปน ก่อนจะมาลงเอยที่บอร์นมัธ เป็นหนึ่งในโค้ชรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในเวทีพรีเมียลีก
มาวันนี้ตลอด 3 ฤดูกาลที่อิราโอลาคุมบอร์นมัธ เขาสร้างให้ทีม ๆ นี้เล่นบอลอย่างมีระบบ เน้นการวิ่งบีบกดดัน (pressing) คู่แข่งทั้งแบบโซนและวิ่งบีบแบบแมนมาร์ก (และนักเตะของอิราโอลาต้องวิ่งเยอะมาก) แทกติคที่มักเห็นได้บ่อยครั้งของทีมคือการยืนแบบ 4-2-3-1 หรือ 4-3-3 กองหลังดันสูงเวลาครองบอล มีปีกที่มีความเร็วจัดจ้าน มีการต่อบอลจากแดนหลังแบบเท้าสู่เท้า แต่ก็ยืดหยุ่นมากพอที่จะให้ผู้รักษาประตูหรือกองหลังเล่นบอลยาวเมื่อจำเป็น โดยเน้นความเร็วในการทำเกมให้ถึงแดนสุดท้ายของคู่แข่ง ซึ่งสไตล์การเล่นแบบนี้ของบอร์นมัธสร้างความลำบากให้กับทีมใหญ่อยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะแมนยูฯ แมนซิตี้ อาเซนอล เชลซี หรือแม้แต่ลิเวอร์พูล
ถ้าอิราโอลายังคุมบอร์นมัธต่อก็มีแนวโน้มอย่างมากที่จะค่อย ๆ นำพาทีมนี้ไต่เต้าไปสู่การเป็นทีมที่ใหญ่ขึ้น เริ่มจาการตั้งเป้าคว้าแชมป์ในประเทศซักถ้วย หรือสู้เพื่อพื้นที่ยูฟ่าแชมเปียนลีกส์ ทว่าเวลาแห่งการเดินทางของอิราโอลาและบอร์นมัธก็ถึงวันที่ต้องสิ้นสุดลง เฮดโค้ชชาวสเปนคนนี้ให้สัมภาษณ์ว่า “นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว” ที่จะยุติการเดินทางอันแสนพิเศษในถิ่น เดอะ เชอรีส์
และบางทีเวลานี้นี่แหละก็อาจจะเหมาะสมแล้ว ที่ ‘อันโดนี อิราโอลา’ จะต้องพิสูจน์ความสามารถตัวเองในฐานะเฮดโค้ชของสโมสรใหญ่ กับโอกาสครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้คุมทีมลิเวอร์พูล
บัญชีอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการของบอร์นมัธมีผู้ติดตาม 1.3 ล้านคน ในขณะที่บัญชีอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการของลิเวอร์พูลมีผู้ติดตาม 48.5 ล้านคน นี่เป็นเพียงฐานแฟนคลับที่สามารถนับได้บนสื่อสังคมออนไลน์แพลตฟอร์มเดียวเท่านั้น ยังไม่นับรวมช่องทางอื่น ๆ หรือแม้แต่ฐานแฟนคลับทั่วโลกที่แตกต่างราวฟ้ากับเหว
หนื่งในเรื่องสำคัญที่สุดของการก้าวขึ้นมาคุมทีมครั้งนี้ที่อิราโอลาที่ต้องเผชิญคือ ‘ความคาดหวัง’
ตอนคุมทีมเล็กคุณจะพาทีมแพ้บ้าง ฟอร์มหลุดบ้าง ก็ไม่เสียหายมากนัก ตลอดชีวิตการคุมทีมของอิราโอลาสามารถสร้างความเหนือความคาดหมายได้บ่อยครั้ง เพราะอิราโอลาไม่ต้องแบกความคาดหวังมากนัก แต่เรื่องนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นที่สโมสรลิเวอร์พูล
โปรเจกต์ระยะยาวและการประกอบสร้างทีมใหม่ของลิเวอร์พูลในมือของอิราโอลาจะเต็มไปด้วยความคาดหวังจากทั้งบอร์ดบริหารและแฟนคลับทั่วโลก ถ้าสโมรสรและแฟน ๆ อยากได้โค้ชที่เข้ามาทำเกมรุก มีระบบที่ชัดเจน หรือแม้แต่ต้องได้แชมป์ซักถ้วยภายใน 2-3 ปี อิราโอลาก็ต้องทำให้ได้ นี่คือประสบการณ์ใหม่ที่เขาไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต
ทว่าเรากลับเชื่อได้ว่าเรื่องนี้คือสิ่งที่อิราโอลาเตรียมใจไว้แล้ว เพราะเขาเองก็เป็นนักสู้คนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เรื่องนี้สะท้อนออกมาจากคำบอกเล่าของเพื่อนในวัยเด็กที่โตมาด้วยกัน
“เรื่องแย่ที่สุของการเติบโตขึ้นมากับเขา (อิราโอลา) คือคุณจะต้องคุ้นชินกับความพ่ายแพ้ เพราะเขาอยากจะเป็นผู้ชนะเสมอ”
หัวใจที่ไม่ยอมแพ้และมุ่งมั่นของอิราโอลาคือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เขาคว้าโอกาสนี้ไว้ เพราะจริง ๆ อิราโอลามีโอกาสและสามารถที่จะย้ายไปคุม ‘ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน’ หรือแม้แต่ ‘เอซี มิลาน’ ได้ จากข่าวที่มีความเชื่อมโยงมาตลอดตั้งแต่ปิดฤดูกาล แต่อิราโอลาเลือกเส้นทางที่เขารู้ดีว่าเป็นงานที่ท้าทายที่สุดในชีวิตของเขา คือการตอบตกลงมาคุมทีมลิเวอร์พูล
ถ้าในอนาคต อิราโอลาสามารถประกอบร่างสร้างทีมใหม่จนคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 21 หรือคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 7 ได้ เขาจะถูกแฟนบอลทั่วโลกจดจำในฐานะโค้ชเวิลด์คลาส แต่ถ้าเขาทำไม่สำเร็จ ผู้คนทั่วโลกก็จะจดจำเขาเหมือน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส, แกรม พ็อตเตอร์, เลียม โรซีเนียร์ หรือโธมัส แฟรงก์ โค้ชที่ถูกผู้คนจดจำว่าเป็นโค้ชที่เหมาะกับการคุมทีมเล็ก ๆ เท่านั้น
จากนี้ความคาดหวังแรกที่เขาจะต้องเจอคือการที่จะถูกแฟน ๆ คาดหวังให้ทีมเล่นเกมรุกที่รวดเร็ว การวิ่งบีบแย่งบอลแบบดุดันแบบ Heavy Metal ซึ่งเป็นสไตล์การเล่นแบบที่แฟน ๆ โหยหา
พรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้ากำลังจะเต็มไปด้วยยุคใหม่ของโค้ชอย่างแท้จริง ชาบี อลอนโซ ของเชลซี, เอนโซ มาเรสก้า ของแมนซิตี้ฯ ไมเคิล แคร์ริก ของแมนยูฯ หรือแม้แต่ มิเกล อาร์เตตา ของทีมแชมป์อาร์เซนอล
แม้ชื่อชั้นของโค้ชทีมอื่นอาจจะเป็นชื่อที่ได้ยินแล้วทำให้แฟน ๆ หงส์รู้สึกเสียวสันหลังบ้าง ไม่มากก็น้อย แต่นาทีนี้ไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะอันโดนี่ อิราโอลา คือโค้ชที่พร้อมจะเข้ามาสร้างความ ‘เหนือความคาดหมาย’ ตั้งแต่ปีแรกที่คุมทีมเสมอ
นี่จะเป็นทั้งบทพิสูจน์ของอิราโอลาในการยกระดับตัวเองมาเป็นโค้ชระดับหัวแถวของโลก เป็นบทพิสูจน์ทีมงานหลังบ้านของลิเวอร์พูลที่เหลือสัญญาอีกแค่ 1 ปีว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะถูกต้องหรือไม่ และเป็นบทพิสูจน์ใจของแฟน ๆ ที่จะต้องอดทนรอทีม ๆ นี้กลับขึ้นมาผงาดอีกครั้ง
เรื่อง: เก่ง หลังเกม
ภาพ: Getty Images
อ้างอิง
https://www.thepeople.co/read/27879
https://www.transfermarkt.com/jumplist/profil/trainer/60677
https://www.bbc.com/sport/football/64566884
https://www.planetsport.com/soccer/andoni-iraola
https://kids.kiddle.co/Andoni_Iraola
https://sports.yahoo.com/articles/andoni-iraola-ex-bournemouth-boss-162602100.html
https://www.transfermarkt.com/rayo-vallecano/transfers/verein/367/saison_id/2021
https://www.premierleague.com/en/news/3547631
https://www.newyorkcityfc.com/news/andoni-iraola-retires