15 ก.ค. 2569 | 20:00 น.

KEY
POINTS
"ทุกครั้งที่ผมเดินออกจากสนาม เป้าหมายของผมคือทำให้เท้าของผมยังติดอยู่กับพื้นเสมอ"
เราคิดว่าประโยคนี้ ไม่ได้พูดถึงฟุตบอล แต่มันกำลังพูดถึงชีวิต
ในโลกที่ทุกคนพยายามปีนขึ้นไปให้สูงที่สุด โรดริกลับพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเดินลงมาจากจุดนั้น เพราะบางที...สิ่งที่ยากที่สุดของความสำเร็จ อาจไม่ใช่การก้าวขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุด แต่คือการเดินออกจากมัน โดยไม่ปล่อยให้ชื่อเสียงกลายเป็นตัวตนของเรา เราเรียกสิ่งนี้ว่า "ศิลปะการถอดหัวโขน"
ทุกอาชีพต่างมีหัวโขนของตัวเอง หมอมีเสื้อกาวน์ ผู้พิพากษามีครุย ผู้บริหารมีตำแหน่ง ส่วนนักฟุตบอลมีเสียงเชียร์ เงินมหาศาล และแสงไฟจากคนทั้งโลก หัวโขนเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งผิด เพราะมันคือหน้าที่ แต่สิ่งที่ยากกว่าคือ เมื่อกลับถึงบ้าน เรายังถอดมันออกได้อยู่หรือเปล่า หรือสุดท้าย...เราเริ่มเชื่อว่าหัวโขนนั้นคือตัวตนของเรา
โรดรีเคยพูดไว้ว่า “โลกฟุตบอลเต็มไปด้วยการตลาดและสื่อ จนวันหนึ่งนักฟุตบอลค่อย ๆ กลายเป็นตัวละคร" ที่ผู้คนคาดหวังให้เป็นมากกว่าจะเป็นตัวของตัวเอง”
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ตลอดชีวิตของเขา โรดรีกลับพยายามรักษา โลกอีกใบเอาไว้ โลกที่ไม่มีใครสนใจว่าเขาเป็นนักฟุตบอล
"ในสายตาของอาจารย์... ผมก็เป็นแค่นักศึกษาคนหนึ่ง"
ทั้งที่ลงเล่นในลาลีกาแล้ว ทั้งที่เป็นนักฟุตบอลอาชีพแล้ว เขายังคงเดินเข้าห้องเรียน ทำรายงาน สอบปลายภาค และเรียนจนจบปริญญา หลายคนอาจมองว่านี่คือแผนสำรองสำหรับวันที่ต้องเลิกเล่นฟุตบอล แต่ยิ่งฟังโรดริเล่าเรื่องชีวิตของตัวเอง ผมกลับคิดว่า สิ่งที่เขาตามหาอาจไม่ใช่ใบปริญญา หากแต่เป็นสถานที่แห่งเดียวที่ไม่มีใครเรียกเขาว่า "นักฟุตบอล"
มีช่วงหนึ่งที่โรดรีเล่าเรื่องน่ารักมาก เขากำลังนั่งอ่านหนังสือสอบอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ พอหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้ง เขาพบข้อความนับสิบ สายที่ไม่ได้รับอีกหลายสาย และเมื่อโทรกลับ เพื่อนร่วมทีมถามเพียงว่า "นายอยู่ไหน?"
โรดรีตอบอย่างซื่อ ๆ ว่า "อยู่มหาวิทยาลัย"
ก่อนจะได้รับคำตอบกลับว่า "ทุกคนอยู่บนรถบัสแล้ว เรามีเกมกับบาเลนเซียวันนี้!"
เขาเล่าว่าตอนนั้นรู้สึกเหมือนฝันร้ายของนักเรียนที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าลืมวันสอบ เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ใช่สอบ แต่เป็นเกมลาลีกา เขารีบขับรถโอเปิล คอร์ซา ไปหาเพื่อนร่วมทีม และเมื่อเปิดประตูเข้าไป และยอมรับทีหลังว่า ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไร มันก็ฟังดูเหมือนข้ออ้างของเด็กคนหนึ่งอยู่ดี
ฉากนี้ทำให้เราเชื่อว่า การเรียนของโรดรีไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อให้คนชื่นชม แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริง ถึงขั้นที่โลกของมหาวิทยาลัยกับโลกของฟุตบอลเคยชนกันอย่างจัง
โรดรียังเล่าว่า การเรียนทำให้เขามองฟุตบอลต่างออกไป เขาพูดประโยคหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นหัวใจของทั้งบทความว่า
“การเรียนไม่ได้ทำให้เขาจ่ายบอลแม่นขึ้น แต่มันทำให้ฟุตบอลกลับไปอยู่ในสัดส่วนที่ควรอยู่"
เพราะเมื่อชีวิตของเรามีเพียงอาชีพ ทุกความผิดพลาดก็จะรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังลง แต่เมื่อชีวิตยังมีมหาวิทยาลัย มีครอบครัว มีเพื่อน และมีโลกอีกใบให้กลับไป ฟุตบอลก็จะยังสำคัญแต่ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
รายละเอียดเล็ก ๆ หลายอย่างยิ่งทำให้เห็นตัวตนของเขาชัดขึ้น เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยยังจำวันที่นักเตะลาลีกาคนหนึ่งกลับมายืนซักผ้าเอง เล่นปิงปอง และนั่งกินพิซซ่าในหอพักได้เหมือนนักศึกษาทั่วไป พวกเขาพูดเหมือนกันว่า เขาไม่เปลี่ยนไปเลย แม้จะก้าวขึ้นสู่ลีกสูงสุดของสเปนแล้วก็ตาม
เพื่อนสนิทของเจ้าตัวอย่าง ‘บาเลนติน เอนาเรโฆ’ เคยได้สแนปภาพในช่วงเวลาที่ชีวิตโรดรีกำลังค้าแข้งให้กับ ‘บียาร์เรอัล’ ซึ่งแม้ว่าในตอนนั้นเขาจะลงเล่นในลีกสูงสุดของสเปนแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในหอพักนักศึกษาร่วมกับเพื่อน ๆ ที่ Universidad Jaume I ในระหว่างที่เขากำลังศึกษาต่อระดับปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์
ขณะที่หลายคนแนะนำให้เปลี่ยนรถ โรดรีกลับไม่เข้าใจว่าทำไมต้องซื้อรถราคาแพง ในเมื่อหน้าที่ของรถก็แค่พาเราจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง
อีกสิ่งที่เราชอบคือ โรดรีตั้งใจรักษาเพื่อนนอกวงการฟุตบอลเอาไว้ เขาบอกว่าการได้พูดคุยกับคนที่ไม่ได้หมกมุ่นอยู่กับฟุตบอล ช่วยให้เขาจำได้ว่าโลกไม่ได้หมุนอยู่รอบการแข่งขันเพียงอย่างเดียว นั่นอาจเป็นเหตุผลที่หลังจบเกม เขามัก FaceTime หาแฟนสาวที่กำลังเรียนแพทย์ คนที่ไม่ได้คุยกับเขาในฐานะนักฟุตบอล แต่คุยกับเขาในฐานะคนรัก และเมื่อโรดริแบกความกดดันกลับมาจากสนาม คำพูดที่เธอมีให้กลับเรียบง่ายเหลือเกิน
"ใจเย็น ๆ มันก็แค่ฟุตบอล"
ในคืนที่โลกยกให้เขาเป็นเจ้าของบัลลงดอร์ โรดรีไม่ได้พูดถึงตัวเองก่อน แต่กล่าวว่า
“รางวัลนี้เป็นของฟุตบอลสเปน และของนักเตะทุกคนที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง”
ก่อนจะปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งประโยคที่เรียบง่ายไม่แพ้กัน
"ผมก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง"
เราอาจไม่มีวันพิสูจน์ได้ว่า ใบปริญญาทำให้โรดริจ่ายบอลแม่นขึ้นหรือไม่ หรือวิชาบริหารธุรกิจทำให้เขาอ่านเกมเก่งขึ้นจริงหรือเปล่า แต่ชีวิตของเขาพิสูจน์ให้เห็นบางอย่างว่า การศึกษาไม่ได้ทำให้เขาเป็นนักฟุตบอลน้อยลง ตรงกันข้าม มันทำให้เขามีโลกอีกใบที่ไม่ต้องเป็นนักฟุตบอลเลย
และบางทีศิลปะการถอดหัวโขนที่แท้จริง อาจไม่ใช่การปฏิเสธชื่อเสียงหรือความสำเร็จ แต่คือการสร้างชีวิตที่ไม่ได้มีเพียงหัวโขนใบเดียว เพราะเมื่อชีวิตของเรามีอะไรมากกว่าอาชีพ
เราจึงรู้ว่า…
เมื่อไรควรสวมมัน
และเมื่อไรควรถอดมันออกมา
อ้างอิง
Rodri: Football Can Wait
https://www.theplayerstribune.com/posts/rodri-premier-league-manchester-city-soccer-spain
Rodri: I always make sure my feet are on the floor
https://www.premierleague.com/news/4108212
The university student who became a football star
https://www.marca.com/en/football/spanish-football/2018/10/19/5bc8e2cf46163fc0898b45bc.html
Rodri reacts after Ballon d'Or