svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม Thepeople

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด

ฟุจิโกะดำ และฟุจิโกะขาว : ความเป็นหยิน-หยางกับชีวิตคนละแนวทางของผู้เขียนโดราเอมอน

ฟุจิโกะดำ และฟุจิโกะขาว : ความเป็นหยิน-หยางกับชีวิตคนละแนวทางของผู้เขียนโดราเอมอน
***ภาพบน คือ ฟุจิโกะดำ หรือ อะบิโกะ โมะโตะโอะ ส่วนภาพล่าง ฟุจิโกะขาว หรือ ฟุจิโมะโตะ ฮิโระชิ เคยพูดถึงนักเขียนทั้ง 2 ท่านที่เป็นผู้ประพันธ์ผลงานอมตะอย่างโดราเอมอน ไว้ใน “ตอนสุดท้ายโนบิตะไม่ได้ป่วยหนัก ไขปริศนาตอนจบโดราเอมอน ที่จริงจบ 3 แบบ” ( อ่านได้ที่ https://thepeople.co/how-doraemon-ending/ ) ว่าผลงานเรื่องนี้ ทั้ง 2 ท่านจงใจใช้นามปากการาวกับมีนักเขียนเพียงคนเดียว โดยทั้ง 2 ท่านมีนิสัยใจคอ, บุคลิก, ไปกระทั่งวิถีชีวิต แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่เหมือนเติมเต็มให้กันและกันในผลงาน ราวกับหยิน-หยาง ถึงขั้นมีคนเรียกทั้ง 2 ท่านว่า ฟุจิโกะดำและฟุจิโกะขาว ก็มี อะบิโกะ โมะโตะโอะ (安孫子素雄) และ ฟุจิโมะโตะ ฮิโระชิ (藤本弘) นั้นรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ จนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิตของฟุจิโมะโตะ เรียกว่ารู้จักกันแทบจะชั่วชีวิตก็ว่าได้ โดยอะบิโกะได้ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนประถมทะคะโอะกะชิริสึโจสึกะ ในจังหวัดโทะยะมะ ซึ่งฟุจิโมะโตะอยู่โรงเรียนนี้มาก่อนแล้ว ทั้งคู่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็วเพราะมีความชอบต่อมังงะเหมือนกัน และภายหลังก็ชื่นชอบเทะสึกะ โอะซะมุ เหมือน ๆ กันอีก จึงสนิทกันมากตั้งแต่เด็กจนโต (เทะสึกะประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นด้วยผลงานเรื่อง “เกาะมหาสมบัติแห่งใหม่: 新宝島 และกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการมังงะด้วยผลงานชิ้นนี้เป็นจุดหักเหสำคัญ) ทั้งอะบิโกะและฟุจิโมะโตะก็เริ่มวาดมังงะส่งไปตามสำนักพิมพ์หรือส่งประกวดตั้งแต่เข้าเรียนมัธยมต้น แต่หลังจากเรียนจบมัธยมปลาย ทั้ง 2 ก็ต้องหางานทำตามที่สังคมยุคนั้นคาดหวัง แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองฝันไว้ จึงตกลงกันทั้งคู่ว่าจะต้องเป็นนักเขียนการ์ตูนให้ได้ และตัดสินใจว่าจะร่วมกันสร้างผลงานราวกับเป็นคน ๆ เดียว เพราะเชื่อว่า 2 หัวย่อมดีกว่าหัวเดียว และอยากให้คนอ่านรู้สึกว่า “คนเขียนเรื่องนี้มีแค่คนเดียว” จึงใช้ชื่อในนามปากกาว่า “ฟุจิโอะ” ที่ใช้อักษร 不二雄 หมายถึง “บุรุษที่ไม่ใช่สอง” และใช้นามสกุลในนามปากกาว่า “อะชิสึกะ” ที่เป็นอักษรของ เทะสึกะ (เทะ:手 แปลว่ามือ แต่ทั้งสองเห็นว่าตัวเองยังต่ำต้อยเลยเป็นได้แค่ อะชิ:足 แปลว่าเท้า ขอเป็นเท้าของเทะสึกะก็ดีใจมากแล้ว) จึงได้นามปากกาช่วงแรกคือ อะชิสึกะ ฟุจิโอะ (足塚不二雄) หลังจากเข้าวงการแล้วสักพักทั้งคู่จึงเปลี่ยนมาใช้นามปากกาอมตะว่า “ฟุจิโกะ ฟุจิโอะ (藤子不二雄)” โดยใช้ชื่อเหมือนเดิมคือฟุจิโอะที่แปลว่าบุรุษที่ไม่ใช่สอง ส่วนในนามสกุลนั้นใช้ “ฟุจิ” จากนามสกุลของฟุจิโมะโตะ และใช้ “โกะ” จากนามสกุลของอะบิโกะ มารวมกัน เมื่อได้รู้จักกับเทะสึกะ ได้เรียนรู้งานจากเทะสึกะ และได้ย้ายเข้าไปใช้ชีวิตที่หอพักโทะคิวะซึ่งเป็นหอพักที่รวมนักเขียนมังงะดัง ๆ แห่งยุคสมัยมาอยู่รวมกัน ได้แลกเปลี่ยนจินตนาการเรื่องภาพยนตร์, นิยาย, สังคม, วิทยาศาสตร์ ฯลฯ ทำให้ฟุจิโกะ ฟุจิโอะ พัฒนาฝีมือจนสร้างผลงานที่โด่งดังเป็นตำนานหลายเรื่อง สาเหตุที่คนในวงการ ณ ขณะนั้นหลายคนเรียกทั้งคู่ว่า ฟุจิโกะดำและฟุจิโกะขาว คือทั้งคู่เล่นเขียนนามปากการาวกับมีคนเดียว ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ คือ 2 คน ก็จะสร้างความสับสนได้ง่าย แต่นักเขียนมังงะด้วยกันรวมทั้งผู้อ่านที่เป็นแฟนพันธุ์แท้บางคนสามารถแยกแยะลายเส้นของทั้งคู่ได้ คือ อะบิโกะจะวาดเส้นคม, ดำเข้ม, และแรเงามากกว่า ค้นฉบับจะค่อนข้างเลอะหมึกมากเนื่องจากสไตล์การลงน้ำหนัก ในขณะที่ฟุจิโมะโตะจะวาดเส้นนุ่มนวล, ไม่ดำเข้ม, แรเงาน้อยกว่า ต้นฉบับจะขาวสะอาดกว่าของอะบิโกะอย่างชัดเจน จึงมีหลายท่านในตอนนั้นเรียกอะบิโกะว่า “ฟุจิโกะดำ (黒い藤子)” และเรียกฟุจิโมะโตะว่า “ฟุจิโกะขาว (白い藤子)” (จากบทสัมภาษณ์ใน https://www.tokyo-np.co.jp/article/170490 และใน https://bunshun.jp/articles/-/46355?page=2 ) ไม่เพียงแต่สไตล์การวาดที่ต่างกันเท่านั้น ฟุจิโกะดำ (อะบิโกะ) ยังเป็นคนชอบสังสรรค์, ดื่มเหล้าเก่ง, เข้าสังคม, ตีกอล์ฟ, มีความดาร์กในประสบการณ์ชีวิต, ฝึกศิลปะป้องกันประเภทคาราเต้, ใส่แว่นดำตลอดเวลาเพราะมีปัญหาเรื่องสายตาสู้แสงไม่ค่อยได้, ไม่ค่อยเข้าออฟฟิศ แต่ว่ามาส่งต้นฉบับตรงเวลาเป็นประจำ ส่วนฟุจิโกะขาว (ฟุจิโมะโตะ) เป็นคนเงียบ ๆ ไม่เข้าสังคม, ไม่ค่อยดื่มเหล้า, ไม่เที่ยวกลางคืน, จิตใจใสซื่อแบบเด็ก ๆ และเข้าออฟฟิศทำงานตรงเวลาเป๊ะ เลิกงานก็ตรงเวลาเป๊ะ เขียนต้นฉบับหรือทำอะไรตามตารางเวลาเป๊ะ ๆ หมด สรุปคือ แม้จะแยกกันเรียกฟุจิโกะดำและฟุจิโกะขาวด้วยลายเส้นดำเลอะเทอะและลายเส้นขาวสะอาด แต่ที่จริงแล้วในวิถีชีวิตเอง ฟุจิโกะดำก็ค่อนข้างดาร์กกว่าฟุจิโกะขาวอย่างมาก ในบทสัมภาษณ์เอง ฟุจิโกะดำ (อะบิโกะ) ก็ยังกล่าวถึงฟุจิโกะขาว (ฟุจิโมะโตะ) ว่า “ฟุจิโมะโตะนั้นสามารถแสดงออกด้วยความรู้สึกของเด็ก ๆ ได้อย่างไร้เดียงสา (純粋に、子供の気持ちを表現していました)” อาจจะเดาได้ว่าเนื้อเรื่องบางตอนที่ดาร์กมาก ๆ น่าจะมาจากไอเดียของฟุจิโกะดำ ในขณะที่เนื้อเรื่องใส ๆ น่ารักทำให้ใจพองโตน่าจะมาจากฟุจิโกะขาว แต่อย่างไรก็ตามที่เป็นเพียงการคาดเดา เพราะผู้ที่รู้ข้อเท็จจริงที่สุดคือทั้ง 2 ท่านนั้นได้ลาจากโลกไปแล้วทั้งคู่ ทั้งคู่เริ่มการจับคู่เขียนตั้งแต่ปี ค. ศ. 1951 และสิ้นสุดการเขียนร่วมกันในปี ค. ศ. 1987 โดยที่ไม่มีการประกาศสาเหตุชัดเจนที่แท้จริงว่าทำไม แต่ผู้เกี่ยวข้องหลายท่านให้เหตุผลว่า เพราะฟุจิโกะดำชีวิตดาร์กขึ้นเรื่อย ๆ จนผลงานยุคหลังหม่นหมองสุดขีด อาจจะเกรงว่าจะไปกระทบกับโดราเอมอนที่โด่งดังติดตลาดแล้ว ในขณะที่ฟุจิโกะขาวป่วยเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร อาจจะมีชีวิตได้อีกไม่นาน จึงจำเป็นต้องตกลงใจสิ้นสุดสัมพันธภาพนักเขียนคู่ เพราะยังมีเรื่องปัญหามรดกมากมาย เพราะแม้ทั้งคู่จะสนิทกันมากจนไม่คิดเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ แล้ว แต่ครอบครัวและญาติ ๆ ของทั้งคู่ย่อมไม่คิดเช่นนั้น จึงเคลียร์ผลประโยชน์ทุกอย่างให้ลงตัวเสีย และรักษาสัมพันธภาพอันดีต่อกันมาตลอด โดยฟุจิโกะขาวเปลี่ยนไปใช้นามปากกาใหม่ว่า Fujiko F. Fujio (藤子・F・不二雄) และยังรับผิดชอบดูแลเรื่องโดราอมอนต่อมาจนวาระสุดท้ายของชีวิตด้วยโรคตับวายคือวันที่ 23 กันยายน ค. ศ. 1996 ส่วนฟุจิโกะดำเปลี่ยนไปใช้นามปากกาใหม่ว่า Fujiko Fujio A. (藤子不二雄Ⓐ) และไม่ได้สร้างผลงานโดราเอมอนอีกเลย แต่มีสัมพันธภาพอันดีมาตลอดกับมิตรรัก จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 เมษายน ค. ศ. 2022 ที่ฟุจิโกะดำก็ตามมิตรรักไปอยู่โลกโน้นด้วยกันโดยยังไม่ได้มีการประกาศสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด แม้ว่าทั้งสองท่านจะจากไปแล้ว แต่ผลงานที่สร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ ทั่วเอเชียจะยังคงอยู่ตลอดไป ลูกศิษย์และทีมงานก็ยังคงผลิตผลงานโดราเอมอนออกมาเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง ความอมตะนั้นคงไม่ได้หมายความถึงอายุขัย แต่คือสิ่งดีงามที่ทิ้งไว้ชนรุ่นหลังได้ชื่นชม รายการอ้างอิง 1) https://bunshun.jp/articles/-/46355?page=2 2) https://www.tokyo-np.co.jp/article/170490 ภาพ : https://en.m.wikipedia.org/wiki/Fujiko_Fujio