‘ไชยชนก ชิดชอบ’ ลูกชายคนโตของนายเนวิน และนางกรุณา ชิดชอบ

‘ไชยชนก ชิดชอบ’ ลูกชายคนโตของนายเนวิน และนางกรุณา ชิดชอบ

จากลูกชายคนโตของนายเนวิน และนางกรุณา ชิดชอบ สู่รัฐมนตรีดิจิทัลฯ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยที่อายุน้อยที่สุด ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ คือภาพแทนของการเมืองเจเนอเรชันที่ 3 แห่งบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ระหว่างคำถามเรื่องบารมีตระกูลกับการพิสูจน์ตัวเองบนเวทีอำนาจ เขากำลังเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่าง ‘เงา’ และ ‘ตัวตน’ ของตัวเอง

KEY

POINTS

‘ชาติกำเนิด’ 

นั้นเป็นสิ่งที่เราได้ติดตัวมาฟรี ๆ เราไม่สามารถเลือกได้ว่า เราจะเกิดในครอบครัวแบบใด ฐานะมั่งมีหรือยากจน แต่สิ่งที่ต้องสร้างขึ้นเองหลังจากนั้นย่อมเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า

ตระกูล ‘ชิดชอบ’ เป็นตระกูลที่อยู่คู่กับการเมืองไทยมาช้านาน ตั้งแต่ ‘ปู่ชัย ชิดชอบ’ ต่อยอดธุรกิจโรงโม่หินศิลาชัย ผันตัวมาเล่นการเมืองและได้เป็น สส. นั่นคือการลงทะเบียนของตระกูลการเมืองแห่งอีสานใต้ ที่มี จ.บุรีรัมย์ เป็นศูนย์กลางจักรวาล

เพราะไล่มาตั้งแต่รุ่นลูกที่มีหัวหอกอย่าง ‘เนวิน ชิดชอบ’ นักการเมืองลายครามที่เจนสนามมากว่า 30 ปี ที่ตอนนี้ขยับเป็น ‘ครูใหญ่’ แห่งป้อมค่ายสีน้ำเงินอย่างพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และได้แผ่อิทธิพลมาถึงน้องชายอย่าง ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’ ที่ก้าวไปถึง รมว.กระทรวงคมนาคม และ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีต รมว.กระทรวงสาธารณสุข

รวมไปถึงนายก อบจ.บุรีรัมย์ อย่าง ‘ภูศิต เล็กอุดากร’ ที่เป็นหลานชายเนวิน การเลือกตั้ง สส. รอบนี้ยังส่ง ‘พลอย-ณัฐธิดา เล็กอุดากร’ ลงสมัคร สส.บุรีรัมย์ ใต้สังกัด ภท. ในเขตซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามฟุตบอลปราสาทสายฟ้า จนลอยลำเข้าวินกลายเป็น สส.ที่อายุน้อยที่สุดในสภาชุดล่าสุด

แต่รุ่นหลานของตระกูลชิดชอบ ไม่มีใครมีแสงเท่ากับ ‘นก-ไชยชนก ชิดชอบ’ บุตรชายคนโตของเนวิน ที่ก้าวขึ้นเป็น รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในรัฐบาล ภท. ที่ผ่านมา

ตามการรีแบรนด์ของพรรคน้ำเงินที่ชูว่า ‘รุ่นใหม่ บ้านใหญ่ มีของ’ นี่คือเจเนอเรชันที่ 3 ของบ้านชิดชอบ ที่จะมีบทบาททางการเมืองบนเส้นทางของตัวเอง หรือจะเป็นเพียงเงาที่สืบทอดจากตระกูล

ความคลุมเครือของเรื่องเล่าเกี่ยวกับ ‘ไชยชนก’ 

ชีวิตในวัยเด็กของไชยชนกนั้นมีความย้อนแย้งและคลุมเครือหลายประการ ครั้งหนึ่งเขาเคยอภิปรายแย้งประเด็น Entertainment Complex ในยุครัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โดยกล่าวอ้างว่าตนเองเป็น “เด็กบ้านนอกคนหนึ่ง ใน จ.บุรีรัมย์” 

แต่ถ้าหากดูตามประวัติแล้ว ไชยชนกเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุ 8 ปี โดยเรียนระดับแถวหน้าโรงเรียน Millfield Preparatory School ค่อนข้างจะห่างจากคำว่าเด็กบ้านนอกไปพอสมควร โดยก่อนหน้านี้ประวัติจะถูกเล่าเพียงว่า ไชยชนกเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่ประเทศอังกฤษ แต่เวลาต่อมา COFACT หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงได้นำเสนอว่า ไชยชนกเข้าศึกษาต่อที่ University of London แต่ไม่สำเร็จการศึกษา ก่อนกลับมาศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนใน จ.บุรีรัมย์ อย่าง ‘มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา’ จนสำเร็จการศึกษา

เรื่องเล่าหนึ่งที่สำคัญทางการเมือง คือเรื่องราวของเนวินและ ‘สุเทพ เทือกสุบรรณ’ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่มีการจัดตั้งรัฐบาล ปชป. ที่ดัน ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ. 2551 โดยมีพรรคภูมิใจไทย (สมัยที่ยังใช้ชื่อว่า ‘กลุ่มเพื่อนเนวิน’) ที่แยกออกมาจากพรรคพลังประชาชน ทั้งคู่นัดเจอกันที่ร้านนาฬิกาแห่งหนึ่งในอังกฤษ โดยนัดหมายกันและอ้างเหตุผลที่เดินทางไปพบกันว่า ไปส่งลูกเรียนต่างประเทศทั้งคู่ และไชยชนกคือลูกที่เรียนในอังกฤษขณะนั้น

เรียกได้ว่าชื่อของไชยชนกนั้นดูเป็นบุคคลที่มีความลับและคลุมเครือในเชิงการเมือง เราได้เห็นไชยชนกครั้งแรกในการเปิดตัวต่อหน้าสื่อ คือการกลับประเทศไทยมาเพื่อเข้าเกณฑ์ทหาร กองประจำการผลัด 1 และจากนั้นชื่อของเขาค่อย ๆ เข้ามาเป็นตัวแทนของบ้านใหญ่บุรีรัมย์แห่งพรรคน้ำเงิน

ประกาศให้รู้ว่า “ลูกชายคนโตของนายเนวิน และนางกรุณา ชิดชอบ”

ธุรกิจครอบครัวที่ทางไชยชนกเข้ามาช่วยดูแลในช่วงแรกคือทีม Buriram United E-sports อันเป็นทีมแข่งขันอีสปอร์ตที่ต่อยอดจากทีมฟุตบอล ‘ปราสาทสายฟ้า’ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เขามีส่วนผลักดันให้ทีมประสบความสำเร็จในการแข่งขัน และเคยมีไอเดียอยากผลักดันให้ไทยเป็น E-Sports Tourism หากมีการจัดการแข่งขันระดับโลกมาแข่งที่ไทย

แต่ท้ายที่สุดด้วยภารกิจตระกูลจำเป็นต้องมาลงเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2566 ในเขตฐานที่มั่น จ.บุรีรัมย์ ต่อมาเมื่อ ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’ คุณอาต้องวางมือจากเลขาธิการ ภท. ต่อมาในปี 2567 ไชยชนกก้าวขึ้นมาเป็นเลขาธิการ ภท. ที่อายุน้อยที่สุดของพรรค พร้อมการเปลี่ยนถ่ายเลือดกรรมการบริหารพรรค ที่เป็นลูกหลานบ้านใหญ่คนรุ่นใหม่ทั้ง ‘เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์’ หลานชาดา ไทยเศรษฐ์ แห่ง จ.อุทัยธานี และ ‘ภราดร ปริศนานันทกุล’ ลูกชายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แห่ง จ.อ่างทอง

วิบากกรรมของคนรุ่นใหม่ของ ภท. นั้น ถูกไปโยงกับภารกิจ ‘ฮั้ว สว.’ หลังจากมีการเลือก สว. ในปี พ.ศ. 2567 โดยมีการกล่าวหาในการมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ไชยชนกเองก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา และต้องเข้าเซ็นรับทราบหมายคดีฮั้ว สว. จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ด้วยเช่นกัน ซึ่งคดีดังกล่าวยังคงเป็นที่จับตาของประชาชน และยังไม่สู่ช่วงไคลแม็กซ์ของคดี

แต่ซีนที่ทำให้สังคมจับตาไชยชนก ก็คือการที่ช่วงเมษายน พ.ศ. 2568 ขณะนั้นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย (พท.) พยายามผลักดันโครงการ Entertainment Complex แต่พรรคร่วมแบบ ภท. ขณะนั้นคัดค้าน โดยการลุกอภิปรายของไชยชนกสร้างความประหลาดใจให้กับสื่อและสภาท่อนหนึ่งว่า “ฉะนั้นด้วยความจริงใจ ผมขอประกาศในสภาฯอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า ผมนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ลูกชายคนโตของนายเนวิน และนางกรุณา ชิดชอบ จะไม่มีวันเห็นด้วยกับกาสิโน”

เป็นที่มาของการที่นักวิเคราะห์การเมืองเอาไปคิดต่อว่า นี่คือข้อความของไชยชนกหรือมาจากใครที่เกี่ยวข้องกับ ภท. กันแน่?

เจ้ากระทรวง First time สินบน 40 ล้าน และการล่าแม่มด?

เมื่อดวงเมืองเคลื่อน กลายเป็น ภท. ที่เข้ามาเป็นรัฐบาลแทน พท. ที่เพลี่ยงพล้ำในปมชายแดน เมื่อ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ คนแรกของพรรค ไชยชนกเองก็กลายเป็นรัฐมนตรีคนใหม่ของตระกูลชิดชอบ โดยได้ดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ

และเพียงยังไม่ถึงวันเข้ารับตำแหน่งเป็นทางการ ไชยชนกฟอร์มร้อนแรงด้วยการเปิดเผยเรื่อง ‘สินบน 40 ล้าน’ เพื่อให้ละเว้นการดำเนินการปราบปรามแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์และเว็บพนัน โดยยืนยันว่าได้ปฏิเสธข้อเสนอทันที และพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องนี้ แต่เมื่อเปิดประเด็นนี้กลับกลายดาบสองคม โดยเป็นเป้าโจมตีว่า ถ้าหากมีหลักฐานอะไรให้ออกมามอบให้หน่วยงานตรวจสอบ และพรรคฝ่ายค้านเองก็จี้ในเรื่องดังกล่าวในการเป็นเป้าโจมตี

อีกประเด็นที่เกิดในช่วงเป็น รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ก็คือกรณีที่คุณแม่กรุณาของไชยชนก นำข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์โลกโซเชียล ออกมาโพสต์ผ่านช่องทางออนไลน์ จนสังคมตั้งคำถามว่านี่เข้าข่ายการล่าแม่มดหรือไม่? ละเมิดกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA หรือไม่? 

ในฐานะลูกชายต้องเป็นผู้กำกับดูแลกฎหมายดังกล่าว ไชยชนกออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า “เราต้องดำเนินการตามกฎระเบียบและต้องตรวจสอบกับทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ซึ่งตนได้สอบถามทางนั้นว่า กรณีเช่นนี้สามารถดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้องเรียนได้หรือไม่ ก่อนได้รับคำตอบว่า ไม่สามารถทำได้โดยไม่มีการร้องเรียน ด้วยเหตุว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกปล่อยออกมา เป็นข้อมูลที่ผู้ซึ่งปล่อยข้อมูลออกมาควรจะได้ เนื่องจากว่า ได้มีการมอบอำนาจให้ไปทำเรื่องของการแจ้งความเพื่อเตรียมดำเนินคดี เพราะฉะนั้นเขาจะได้ข้อมูลนี้มาอยู่แล้ว” พร้อมกับยืนยันว่า ไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติกับแม่ของตนแต่อย่างใด

และหลังจากยุบสภา นี่คือครั้งแรกที่ไชยชนกจะต้องทำหน้าที่เลขาธิการ ภท. เพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง ในวันที่พรรคสีน้ำเงินมีโอกาสชนะเลือกตั้งครั้งแรก และเขาก็ทำได้สำเร็จ โดยได้เป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค พร้อมนำภูมิใจไทยเอาชนะเป็นครั้งแรกในการเลือกตั้ง

ต้องดูว่าท้ายที่สุดเขาจะสามารถนำพรรคประสบความสำเร็จในรัฐบาลครั้งนี้แค่ไหน เพื่อเสริมบารมีทางการเมือง หรือจะถูกมองว่ายังอยู่ภายใต้ร่มเงาของครูใหญ่เนวิน และเป็นเพียง another ‘ชิดชอบ’ ที่มาได้ไกลเพียงเพราะอาศัยบารมีของตระกูล หลังตั้งรัฐบาลเสร็จเราคงได้รู้กัน

 

เรื่อง: ตินตินผจญภัย