วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร: ไพ่ลับใบสุดท้ายของพรรคประชาชน

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร: ไพ่ลับใบสุดท้ายของพรรคประชาชน

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของพรรคประชาชนที่น่าจับตามอง เพราะเขาคือนักวิชาการที่เลือกมาลงเล่นสนามการเมือง

หากมองด้วยสายตาคนนอก ‘วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร’ ถือเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนสำคัญที่น่าจับตามองของพรรคประชาชน เพราะเขาเป็นแคนดิเดตคนนอกที่ไม่ติดคดีการเมือง เพราะเขาคือนักวิชาการที่เข้ามาเป็นผู้วางแผนนโยบายให้พรรคตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่

ขณะที่ ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 และ ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 อาจมีความเสี่ยงในการยุติปฏิบัติหน้าที่จากการเป็นสองสส. ที่ร่วมกันลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมยื่นให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยความผิดภายใน 9 มีนาคม 2569

“การเปลี่ยนแปลงมันไม่เท่ากับการอยู่แบบเดิม เพราะเรากำลังจะดิ่งไปลงก้นเหว และอาจจะกลับมาไม่ได้อีกเลย”

นี่คือคำที่เขาพูดไว้ในการหาเสียงครั้งสุดท้ายของพรรค เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เพราะเขาเชื่อว่า ความเชื่อแบบเดิม ๆ คือ กับดักสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยยังคงอยู่กับสังคมเดิม เศรษฐกิจเดิม และยากที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร: ไพ่ลับใบสุดท้ายของพรรคประชาชน

รู้จักความหลากหลาย

วีระยุทธเติบโตที่อำเภออ่างศิลา จังหวัดชลบุรี นั่งมอเตอร์ไซค์ไปดูทะเลอยู่บ่อย ๆ  แต่หลังจากนั้น เขาย้ายตามคุณพ่อคุณแม่ที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ แต่ปัจจัยหลักที่เขาเริ่มมองเห็นความแตกต่างหลากหลาย คือ วันที่คุณแม่เลือกเปิดโรงเรียนเนอสเซอรี่ ซึ่งมีเด็กต่างฐานะ เด็กต่างชาติ รวมถึงผู้ปกครองที่ต้องทำงานเช้าถึงค่ำ และคนที่เป็นพ่อแม่ฟูลไทม์ 

“สิ่งที่คุณแม่สอนมาตลอด คือ เราต้องเข้าใจความหลากหลาย เพราะมีเด็กลูกครึ่ง หลายสถานะ เราจึงได้เห็นชีวิตของแต่ละครอบครัวที่แตกต่างกัน เรียกว่าเราเห็นความหลากหลายและวิธีจัดการให้ความหลากหลายเหล่านี้ให้อยู่ด้วยกันได้”

พอโตขึ้นมาถึงวัยรุ่น เขาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ และนั่นก็อาจเป็นครั้งแรก ๆ ที่ทำให้เขาได้เริ่มใช้ชีวิตในเมืองผ่านขนส่งสาธารณะยอดนิยมอย่าง ‘รถเมล์’ 

เริ่มจากการนั่งรถเมล์จากบ้านฝั่งธนไปเรียนแถวสมุทรปราการ แล้วเริ่มเปลี่ยนสายรถเมล์ที่วิ่งผ่านบ้านเพื่อนบริเวณใกล้ ๆ โรงเรียน และเริ่มมองเห็นความแตกต่างในชีวิตของผู้คน

“ตอนเด็กเวลาบางทีเราเดินผ่านบ้านคนอื่นแล้วเราเห็น เราเริ่มเข้าใจว่าสังคมมันแตกต่าง มีบ้านคนรวย บ้านคนจน”

การมองเห็นชีวิตจริงตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามอยากเป็นคนที่มีเงิน และพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่ดีกว่าเดิมได้

“คุณแม่ก็เคยบอกว่า ในสังคมเรามีโอกาส ถ้าเก็บหอมรอมริบก็ลืมตาอ้าปากได้”

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร: ไพ่ลับใบสุดท้ายของพรรคประชาชน

วีระยุทธเลยเลือกเดินเข้าห้องสมุด มองหาหนังสือ How To และค้นพบว่า จริง ๆ แล้ว เราสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ แต่ยังไม่ได้ลงมือทำแล้วทดไว้ในใจ 

ประสบการณ์เหล่านี้ค่อย ๆ หล่อหลอมให้วีระยุทธเป็นคนที่มองโลกผ่านความแตกต่างของผู้คน เห็นต้นทุนที่แต่ละคนมีไม่เท่ากัน และเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมบางคนไปได้ไกลกว่า ทำไมบางคนต้องเหนื่อยมากกว่า ทั้งที่พยายามเหมือนกัน

และคำถามเหล่านั้นเองพาเขาเดินต่อไปสู่รั้วมหาวิทยาลัย พื้นที่ที่เขาเริ่มค้นหาคำอธิบายอย่างจริงจัง ว่าระบบแบบไหนกันที่กำหนดชะตาของผู้คนในสังคม

หนุ่มวิศวะที่เริ่มสนใจเศรษฐศาสตร์

จริง ๆ แล้ว วีระยุทธไม่ได้อยากเป็นวิศวกร ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเขาก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร แต่ก็สอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้สำเร็จ 

ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้เรียนอย่างเดียว แต่เริ่มตั้งคำถาม รู้จักคนหลากหลาย และเริ่มสนใจสังคม และเป็นสมาชิกชมรมค่ายอาสา ค่ายที่พาเขาเดินทางทั่วประเทศ เปิดโลกและเรียนรู้สิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

“ค่ายอาสาทำให้ตอนมหาวิทยาลัยเราเริ่มตั้งคำถามของตัวเองกับสังคมไปพร้อมกัน เราอาจจะเข้าใจคนจนเมือง แต่ถ้าเราไปเห็นภาคชนบท แง่หนึ่งมันมีความงดงามเรื่องอาหาร แต่จะมีความยากจน งานที่ดีหายาก เราจะเข้าใจว่าความลำบากมันมีความแตกต่างหลากหลายเรื่องวัฒนธรรมอยู่”

พอเรียนจบ 4 ปี เขาไปทำงานเป็นวิศวกรอยู่ในโรงงาน มีการตั้งยอดขายและเรียกร้องให้ทำงานล่วงเวลาสิ่งเหล่านั้นทำให้เขารู้ว่า โลกมันถูกกำหนดจากนอกโรงงาน เขาเลยเริ่มไปอ่านหนังสือพิมพ์ อ่านหนังสือเศรษฐศาสตร์เพื่อดูว่าเขาสนใจงานด้านนี้จริง ๆ 

แล้วคำตอบ คือ ใช่… เขาอยากเป็นคนที่เข้าใจเศรษฐศาสตร์ในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ส่งผลต่อประเทศไทย

เขาจึงเลือกเรียนต่อปริญญาโทคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่นำไปสู่คำถามที่เขาพยายามหาคำตอบมาตลอด หลังจากเรียนวิชาพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งเปรียบเทียบไทย เกาหลี และบราซิล เกาหลีเริ่มพัฒนาพร้อมไทย แต่ตอนนี้ดินแดนแห่งนั้นกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว แต่ไทยยังอยู่ที่เดิม 

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร: ไพ่ลับใบสุดท้ายของพรรคประชาชน

ถึงอย่างนั้น เขาก็ต้องการหาคำตอบที่ชัดเจนขึ้น ไม่ได้อยากได้คำตอบผ่านหนังสือหรือคำบอกเล่า เขาจึงตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศด้วยการชิงทุน Cambridge Trust และ Cambridge Political Economy Society Trust ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก สาขาเศรษฐศาสตร์การพัฒนาที่มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ (University of Cambridge)

“การเรียนปริญญาเอกเหมือนบันไดงานวิชาการ ส่วนตัวรู้ว่า เราใช้เวลาและพลังงาน ย้อนกลับไปเรายังมีแรง เรายังอดนอนได้ ถ้าเป้าหมายชัดมันก็ไปถึงได้ ตอนนั้นเป้าหมายจบแล้วหางานในต่างประเทศให้ได้”

การเลือกศึกษาต่อด้านเศรษฐศาสตร์การพัฒนาที่มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการขทำความเข้าใจประเด็นเหล่านี้อย่างเป็นระบบด้วย ‘คำถาม’ ในทุกขั้นตอนที่เขาเริ่มชีวิตบทใหม่

ออกสำรวจโลก

ที่อังกฤษ วีระยุทธเป็นอาจารย์ที่เคร่งอย่างฮาจุนชาง นักเศรษฐศาสตร์เกาหลีชื่อดังที่เป็นคนละเอียดและชวนให้เขาตั้งคำถามกับทุกตัวอักษรที่อ่าน

“อาจารย์ผม ฮาจุนชาง เวลาน้อยนะ เขาเดินทางตลอดเวลา เวลาผมส่งดราฟต์เปเปอร์ไป เขาจะพกไปอ่านพร้อมหนังสือพิมพ์ แต่เขาอ่านทุกบรรทัดทุกประโยค เขาสอนให้เราคิดทุกประโยคว่า เราเขียนไปผ่าน ๆ เราคิดผ่าน ๆ หรือเปล่า 

“บางทีคนเราจำแล้วพูดตาม เขียนตามคนอื่น แต่แกจะจี้ว่า คิดแบบนั้นจริงเหรอ มันจริงหรือเปล่า เจาะลึกลงไปด้วยมาตรฐานสากล”

พอเรียนจบ เขาเลือกเป็นอาจารย์ที่ปรึกษานิสิตปริญญาตรีที่ King’s College London และเป็นผู้บรรยายระดับปริญญาเอกที่ Centre of Development Studies มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ แล้วเข้ามาเป็นอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองที่ สถาบันบัณฑิตศึกษาด้านนโยบายสาธารณะในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ( National Graduate Institute for Policy Studies - GRIPS)

“GRIPS ใกล้ชิดกับภาครัฐและเอกชน เพราะจะมีคนจากหน่วยงานเข้ามาสอน เราจะเห็นการทำงานภาควิชาการ เอกชน และรัฐบาลที่ดีเป็นอย่างไร สามารถย้ายกระทรวงได้ พอคนนั้นมาอยู่ตำแหน่งสูงก็สามารถออกแบบนโยบายที่เชื่อมโยงได้”

วีระยุทธสอนวิชาเศรษฐศาสตร์การเมืองเชิงเปรียบเทียบและการพัฒนายุคปัจจุบันไปพร้อมกับการทำงานวิจัยและเริ่มสร้างครอบครัวที่เมืองอาทิตย์อุทัยที่ยืนอันดับต้น ๆ เรื่องอุตสาหกรรมในเอเชีย

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร: ไพ่ลับใบสุดท้ายของพรรคประชาชน

แล้วถ้ามองกลับมายังประเทศไทย เขาก็มองเห็นปัญหาเศรษฐกิจไทยที่ยังคงติดกับดักโลกทุนนิยมและไม่มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน

“เศรษฐกิจไทยที่ผ่านมามักรอ ‘สายลมแห่งโชคชะตา’ ช่วยเหลือเรา แต่สิ่งที่ควรทำคือควรมองตัวเองมากกว่านี้ กล้าจะผ่าตัดตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ต่างชาติมากระทุ้งเราก่อนถึงจะแก้ไข เหมือนไปตรวจสุขภาพแล้วเห็นตัวเลขบางด้านจนรู้สึกไปเองว่าร่างกายเราแข็งแรงดี แต่ยังไม่ได้ตรวจภายใน”

ประสบการณ์ที่ได้รับพาเขาออกจากบทบาทนักวิชาการมาสู่พื้นที่นโยบายสาธารณะ เพราะหากความรู้ไม่ถูกใช้เปลี่ยนความจริง มันก็อาจเป็นเพียงตัวอักษรบนหน้ากระดาษเท่านั้น

ลงสนามการเมือง

ย้อนกลับไปปี 2563 วีระยุทธคือคนที่อยู่เบื้องหลังนโยบายที่ลดความเหลื่อมล้ำและทลายทุนผูกขาด ในฐานะที่ปรึกษานโยบายของพรรคอนาคตใหม่

“ผมอยากเห็นพรรคการเมืองที่ทำแนวคิดภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Social Democracy หมายความว่าไม่ใช่แค่ยืนยันหลักการประชาธิปไตย แต่อยากให้ไปไกลกว่านั้นคือลดความเหลื่อมล้ำ ลดทุนผูกขาดด้วย”

ในช่วงปีเดียวกัน เขายังเป็นผู้เขียนหนังสือ ‘เศรษฐกิจสามสี’ ที่เคยวิจารณ์ระบบเศรษฐกิจไทยว่า ไม่มียุทธศาสตร์และการจัดการชีวิตของผู้คนในโลกทุนนิยม

“เรามียุทธศาสตร์ชาติ แต่เราเป็นชาติที่ไม่มียุทธศาสตร์ เพราะแก่นของการมียุทธศาสตร์ คือ ต้องกล้าที่จะเลือกจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมาย ยุทธศาสตร์อย่างแรก ๆ คือคุณต้องรู้ว่า priority คืออะไร ความสำคัญของสิ่งที่คุณจะเลือกในระยะ 3-5 ปีข้างหน้าคืออะไร คุณต้องแลกมาด้วยอะไร และคนในชาติยอมไหม

“ถ้าคุณต้องการความเท่าเทียมจริง คุณต้องแลกมาด้วยต้นทุนบางอย่าง การเติบโตอาจจะช้าลง นักลงทุนบางเซ็คเตอร์อาจจะถอย ทั้งประเทศมีฉันทามติในการแลกหรือเปล่า ถ้ามี นั่นแหละคือยุทธศาสตร์ชาติ แต่ถ้าไม่มีการจัดลำดับความสำคัญ คนไม่รู้ต้นทุนที่ต้องแลก และคนไม่มีฉันทามติในสังคมว่ากำลังทำอะไรอยู่ ผมถือว่าไม่มียุทธศาสตร์”

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร: ไพ่ลับใบสุดท้ายของพรรคประชาชน

ต่อมา เขาก็เปิดตัวในฐานะ 1 ใน 7 สมาชิกทีมเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2566 ทำงานร่วมกับศิริกัญญา ตันสกุลในการวางนโยบายเศรษฐกิจของพรรค อีกทั้งเป็นที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ และทำงานในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 และ 2568

แต่หลังจากศาลรัฐธรรมนูญถูกตัดสินให้ยุบพรรคเมื่อเดือนสิงหาคม เขาตัดสินใจกลับมาประเทศไทยให้เวลาตัวเอง 10 ปีในการทำงานการเมือง และเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน 

แคนดิเดตนายกฯ คนนอกและคนเดียวของพรรคประชาชน

การเลือกตั้งปี 2569 ที่ผ่านมา วีระยุทธปรากฏตัวในฐานะของรองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน 

นอกจากความโดดเด่นเรื่องเศรษฐกิจแล้วที่ชูเรื่องการฟื้นคืนเสือตัวที่ 5 ของภาคอุตสาหกรรมไทย เขาให้สัมภาษณ์กับ The Momentum ว่าเขาอยากผลักดันให้ประเทศไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเชิงการผลิต

“เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดจาก ‘Made in Thailand’ เป็น ‘Made with Thailand’ ทลายความคิดเรื่องขอบเขต ยืนยันความสําคัญเรื่องแรงงาน ความสําคัญของการผลิต และขอไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานต่างๆ

“หลายคนอาจจะคิดว่า เพียงแค่มีนักท่องเที่ยวกลับมาในประเทศไทยก็พอใจแล้ว แต่สําหรับผมขอยืนยันว่า สิ่งที่จีรังยั่งยืนกว่าคือ การมี ‘เทคโนโลยี’ เป็นของตัวเอง ซึ่งการผลิตจะทําให้เราเรียกว่าแข่งกับโลกได้”

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร: ไพ่ลับใบสุดท้ายของพรรคประชาชน

แต่ปัจจัยที่ทำให้ ‘วีระยุทธ’ เป็นแคนดิเดตคนสำคัญและเป็นคนเดียวที่ไม่มีคดีชักหลัง เพราะแคนดิเดตอีก 2 คนอย่าง ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ และ ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ มีรายชื่ออยู่ในคดีกรณีเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. …. หรือการแก้ไขมาตรา 112

แล้วในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล รวมถึง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ ศิริกัญญา ตันสกุล กรณีร่วมกันลงชื่อ และเสนอร่างแก้ไขประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112  เห็นว่า การกระทำดังกล่าวมีเจตนาลดระดับการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ เข้าข่ายไม่ยึดมั่นต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของตำแหน่ง สส. ซึ่งป.ป.ช. จะส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปยังศาลฎีกา เพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยภายใน 30 วัน

ดังนั้น ‘วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร’ จึงถือเป็นไพ่ลับใบสุดท้ายที่เรายังคงต้องจับตาเส้นทางการเมืองที่เพิ่งเริ่มของเขาต่อไป

 

อ้างอิง

Coming of Age | EP. 283 | อ.ต้น วีระยุทธ แคนดิเดตนายกพรรคประชาชน บทเรียนชีวิตจากอีสาน อังกฤษ ญี่ปุ่น / The Cloud

เปิดมุมคิด วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร จาก ‘นักวิชาการ’ สู่ ‘นักการเมือง’ เลือดใหม่-รุ่นใหม่ของพรรคส้ม / The Momentum

ประชาชนเปลี่ยนประเทศ / พรรคประชาชน

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เรายังฝันถึงประเทศไทยที่ดีกว่านี้ได้ l 30 ยังจ๋อย EP123 / The MATTER

วาดฉากทัศน์เศรษฐกิจไทยในระลอกคลื่นโลกาภิวัตน์ลูกที่สาม กับ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร / The 101.World

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร: เรามียุทธศาสตร์ชาติ แต่เราเป็นชาติที่ไม่มียุทธศาสตร์ / ประชาไท

เปิดรายชื่อ 10 ว่าที่ สส.ปชน.ส่ออดไปต่อ โดน ป.ป.ช.ฟันคดี 44 สส. / กรุงเทพธุรกิจ

ประวัติ “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 3 ของพรรคประชาชน / ไทยรัฐ