07 ม.ค. 2569 | 14:56 น.

KEY
POINTS
ในเช้าวันที่ 3 มกราคม 2026 กรุงคารากัสของเวเนซุเอลาไม่ได้สั่นสะเทือนจากเพียงเสียงระเบิดหรือการโจมตีทางอากาศ หากแต่สั่นสะเทือนจากคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ ‘นิโคลัส มาดูโร’ อยู่ที่ไหน เขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และใครคือผู้มีอำนาจนิยามความชอบธรรมในเหตุการณ์นี้
สหรัฐอเมริกาอ้างว่ากองกำลังพิเศษได้ควบคุมตัวผู้นำเวเนซุเอลาออกนอกประเทศ ขณะที่รัฐบาลเวเนซุเอลาระบุเพียงว่าเขา “หายตัวไป” และเรียกร้องหลักฐานการมีชีวิตอยู่ ประเทศพันธมิตรแบ่งออกเป็นสองขั้ว บ้างประณามว่าเป็นการรุกราน บ้างมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมือง เหตุการณ์นี้จึงไม่ใช่เพียงข่าวด่วน หากเป็นภาพสะท้อนการเมืองโลกในยุคที่เส้นแบ่งระหว่างกฎหมาย อำนาจ และศีลธรรมเริ่มพร่าเลือน
ย้อนกลับไปก่อนความคลุมเครือนี้ นิโคลัส มาดูโร ไม่ได้ถือกำเนิดจากชนชั้นนำ เขาเกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 1962 ในครอบครัวชนชั้นแรงงานฝ่ายซ้าย เติบโตในย่านแรงงานของกรุงคารากัส และเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นคนขับรถบัส ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสหภาพแรงงาน ชีวิตช่วงต้นของเขาผูกพันกับการเมืองระดับรากหญ้ามากกว่าห้องประชุมของรัฐบาล
เส้นทางสู่ศูนย์กลางอำนาจเกิดขึ้นผ่านความใกล้ชิดกับ ‘อูโก ชาเวซ’ ผู้นำผู้สร้างขบวนการโบลิวาเรียน มาดูโรได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยาวนาน และต่อมาเป็นรองประธานาธิบดีในช่วงสุดท้ายของรัฐบาลชาเวซ ความสัมพันธ์นี้ทำให้เขากลายเป็น ‘ทายาททางการเมือง’ แม้จะไม่ได้มีคาริสมาหรืออิทธิพลทางสัญลักษณ์เทียบเท่าผู้ก่อตั้งขบวนการ
หลังการเสียชีวิตของชาเวซในปี 2013 มาดูโรชนะการเลือกตั้งพิเศษด้วยคะแนนเสียงเพียงเล็กน้อย ชัยชนะที่ฉิวเฉียดนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามเรื่องความชอบธรรม ซึ่งจะติดตามเขาไปตลอดการดำรงตำแหน่ง
นับจากนั้น การปกครองของมาดูโรเริ่มเผยให้เห็นความย้อนแย้งสำคัญ เขายังคงใช้วาทกรรมฝ่ายซ้าย พูดถึงประชาชน ความเสมอภาค และการต่อต้านจักรวรรดินิยม แต่ในทางปฏิบัติ กลับอาศัยเครื่องมือที่มักพบในรัฐอำนาจนิยมแบบฝ่ายขวา ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ หน่วยข่าวกรอง กฎหมายพิเศษ และการควบคุมสื่อ
ความย้อนแย้งนี้ทำให้มาดูโรกลายเป็นตัวอย่างของผู้นำที่อุดมการณ์ยังอยู่ในคำพูด แต่การปกครองต้องพึ่งพา ‘ความมั่นคง’ มากกว่า ‘ความยินยอม’ คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าเขาเป็นฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา หากคือ เมื่ออำนาจต้องพึ่งปืนมากกว่าฉันทามติ อุดมการณ์ยังทำหน้าที่อะไรได้บ้าง
ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา ฝ่ายวิจารณ์มองว่ามาดูโรใช้อำนาจพิเศษเพื่อควบคุมสถานการณ์ทางการเมือง มีการจำกัดบทบาทฝ่ายค้าน ควบคุมสื่อ และลดพื้นที่ของเสรีภาพพลเมือง ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนอธิบายว่านี่คือมาตรการจำเป็นเพื่อปกป้องรัฐจากความพยายามโค่นล้มและแรงกดดันจากต่างชาติ
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “มาตรการเหล่านี้จำเป็นหรือไม่” หากแต่อยู่ที่ว่า ใครเป็นผู้ตัดสินความจำเป็นนั้น และใครเป็นผู้ต้องจ่ายราคาของมัน
ราคาที่ประชาชนเวเนซุเอลาต้องจ่ายปรากฏชัดในมิติทางเศรษฐกิจ ประเทศที่เคยมีน้ำมันเป็นทรัพยากรหลักเผชิญภาวะเงินเฟ้อรุนแรง ค่าเงินแทบไร้ค่า ระบบสาธารณสุขและสวัสดิการทรุด สินค้าจำเป็นขาดแคลน และรายได้ของประชาชนไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ วิกฤตนี้ผลักดันให้ชาวเวเนซุเอลาหลายล้านคนต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ กลายเป็นหนึ่งในวิกฤตผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ลาตินอเมริกา
รัฐบาลเวเนซุเอลาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผลจากการบริหารภายในเพียงอย่างเดียว โดยชี้ไปที่ผลกระทบของการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และพันธมิตร ซึ่งกลายเป็นทั้งปัจจัยจริงและกรอบอธิบายทางการเมืองไปพร้อมกัน ขณะที่ฝ่ายวิจารณ์มองว่า แม้การคว่ำบาตรจะซ้ำเติมวิกฤต แต่โครงสร้างการบริหารและการรวมศูนย์อำนาจก็เป็นปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการอธิบายความล้มเหลว
ในเวทีระหว่างประเทศ มาดูโรยังถูกตั้งข้อหาร้ายแรงจากสหรัฐอเมริกาในคดีที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและความร่วมมือกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ รัฐบาลเวเนซุเอลามองข้อกล่าวหาเหล่านี้ว่าเป็นเครื่องมือทางการเมือง มากกว่ากระบวนการยุติธรรม ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นการบังคับใช้กฎหมายต่ออาชญากรรมที่กระทบความมั่นคงระหว่างประเทศ
ความชอบธรรมทางการเมืองยิ่งสั่นคลอนจากการเลือกตั้งในปี 2018 และ 2024 ซึ่งถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากฝ่ายค้านและนานาชาติ แม้จะยังมีการเลือกตั้ง แต่ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการกลับลดลงเรื่อย ๆ จนเกิดคำถามว่า การมีพิธีกรรมประชาธิปไตยเพียงอย่างเดียว เพียงพอหรือไม่ หากผลลัพธ์ไม่อาจสร้างความยินยอมร่วมกันได้
เหตุการณ์ล่าสุด จึงไม่ใช่เพียงจุดเปลี่ยนของผู้นำคนหนึ่ง หากเป็นบททดสอบของระเบียบโลก เมื่อการใช้กำลังข้ามพรมแดนถูกอ้างในนามความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรม หรือแม้แต่ประชาธิปไตยเอง คำถามคือ โลกกำลังยอมรับบรรทัดฐานแบบใด และใครเป็นผู้กำหนดเส้นแบ่งนั้น
จากอดีตคนขับรถบัสสู่ผู้นำที่กุมอำนาจยาวนาน ‘นิโคลัส มาดูโร’ อาจไม่อาจอธิบายได้ด้วยคำว่า ‘ทรราช’ หรือ ‘เหยื่อ’ เพียงคำเดียว เขาเป็นทั้งผลผลิตและผู้ขับเคลื่อนของโครงสร้างการเมืองที่บีบคั้น และทิ้งคำถามสำคัญไว้กับโลก
ไม่ใช่เพียงว่าอำนาจจะเปลี่ยนมืออย่างไร แต่คือ ในระหว่างการต่อสู้ของรัฐ อุดมการณ์ และมหาอำนาจนั้น ชีวิตของประชาชน ยังถูกนับเป็นต้นทุนที่ยอมรับได้อยู่หรือไม่
เรียบเรียง: พาฝัน ศรีเริงหล้า
ภาพ: Getty Images
อ้างอิง:
Venezuela president Nicolás Maduro. CNBC. Retrieved January 3, 2026, from https://www.cnbc.com/2026/01/03/trump-us-operation-captured-venezuela-president-nicolas-maduro.html
Venezuela and capture of Maduro. BBC News. Retrieved January 3, 2026, from https://www.bbc.com/news/live/c5yqygxe41pt
Venezuela, allies focus on diplomacy as U.S. military buildup continues. CNN. Retrieved January 3, 2026, from https://edition.cnn.com/2025/12/01/americas/venezuela-allies-diplomacy-us-military-caribbean-latam-intl
Wikipedia. Retrieved January 3, 2026, from https://en.wikipedia.org/wiki/2026_United_States_strikes_in_Venezuela Wikipedia
Trump says Maduro captured. CBS News. Retrieved January 3, 2026, from https://www.cbsnews.com/live-updates/venezuela-us-military-strikes-maduro-trump/