17 ม.ค. 2569 | 16:43 น.

KEY
POINTS
“รักระหว่างรบ”
เป็นหนึ่งในเรื่องราวคลาสสิกในโลกวรรณกรรม ทั้งทหารหนุ่มญี่ปุ่นกับสาวไทยใน ‘คู่กรรม’ หรือ ‘The English Patient’ ที่มีฉากหลังเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างพยาบาลสาวแคนาดาที่พำนักในอิตาลี และนักสำรวจชาวฮังการี ก็กวาดรางวัลในเวทีออสการ์มาแล้ว
เพราะเมื่อ ‘พักรบ’ เราก็อาจจะ ‘พบรัก’
ดั่งเช่นพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคประชาชน (ปชน.) ตั้งแต่ยังใช้ชื่อพรรคก้าวไกล (กก.) ที่ครั้งหนึ่งเคยจับมือร่วมกันตรวจสอบรัฐบาล ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ อย่างเข้มข้น จนเมื่อเลือกตั้งปี พ.ศ. 2566 มีการจับตาว่า 2 พรรคจะจับมือร่วมกันเปลี่ยนผ่านยุค 3 ป. ในนามพรรคการเมือง ‘ฝั่งประชาธิปไตย’ แต่ท้ายที่สุดเมื่อพรรคก้าวไกลขณะนั้นไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลในยุคที่ สว. ยังมีส่วนเลือกนายกฯ จน พท. พลิกข้ามขั้วจับมือกับพรรคการเมือง ‘ฝั่งอนุรักษ์นิยม’ และเลือกปล่อยมือ กก. เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ‘เศรษฐา ทวีสิน’
หลังจากนั้นเส้นทางที่เคย ‘ร่วมเดิน’ ก็กลายเป็น ‘คู่ขนาน’ ในสายตาผู้สนับสนุนทั้ง 2 พรรค …แต่ก็ใช่จะเป็นสำหรับทุกคน เพราะในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา ก่อนยุบสภากลับมี ‘ตำนานรักข้ามขั้ว’ ที่เกิดใน จ.ลำปาง ระหว่างหนุ่มค่ายสีแดงอย่าง ‘น็อต-ธนาธร โล่ห์สุนทร’ และสาวค่ายสีส้ม ‘มิ้ง-รภัสสรณ์ นิยะโมสถ’ จนเกิดเป็นเรื่องฮือฮา
และหลังจากเลือกตั้ง ก็เป็นรภัสสรณ์ที่ย้ายมาลงเลือกตั้งใน จ.ลำปางอีกครั้ง แต่ข้ามค่ายมาในนาม พท.
เรามาย้อนตำนานรักข้ามขั้ว จนวันนี้กลายเป็นขั้วเดียวกัน เมื่อความรักและอุดมการณ์สามารถเดินทางไปร่วมกันได้ จนเมื่อถึงทางที่ต้องเลือกเดินต่อไป
‘โล่ห์สุนทร’ ถือเป็นบ้านใหญ่ จ.ลำปางที่อยู่เคียงข้างพรรคสีแดงมาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย, พลังประชาชน จนมาถึงเพื่อไทย เรียกว่า ครอบครัวนี้ไม่เคยเปลี่ยนใจย้ายไปย้ายมา และได้รับการตอบรับกลับเป็นความไว้วางใจจาก พท. ถึงขนาดว่า ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2569 ‘ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร’ คุณพ่อที่เป็นแกนนำครอบครัวได้ถูกวางตัวให้เป็นผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4 ต่อจากแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คน
น็อต-ธนาธร โล่ห์สุนทร ลูกชายคนเล็กของบ้านที่เป็นตระกูลการเมืองโดยแท้ เพราะก่อนหน้านี้ ‘กิตติกร โล่ห์สุนทร’ พี่ชายก็ลงเลือกตั้ง สส. มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 และพี่สาวคนโต ‘ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร’ เป็นนายก อบจ.ลำปาง 2 สมัยซ้อน ดังนั้นความเข้มข้นในการเมืองสีแดงไม่ใช่เรื่องไกลตัว ธนาธรเองยังสำเร็จการศึกษาที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีเพื่อนสนิทร่วมรุ่นชื่อ ‘หนิม-จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ หัวหน้า พท. และแคนดิเดตนายกฯ อีกด้วย
หลังจากจบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ ธนาธรตัดสินใจเรียนต่อด้านการเมืองเปรียบเทียบที่มหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะเริ่มเส้นทางการเมืองกับพรรคพลังประชาชน ในปี พ.ศ. 2550 ได้เป็น สส.สมัยแรก และในปัจจุบันถูกวางตัวให้ช่วยในด้านนโยบายเศรษฐกิจของ พท. โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขข้อจำกัดทางกฎหมายด้านการค้า
เมื่อรู้จักตัวเอกฝ่ายชายแล้ว ขอแนะนำตัวเอกฝ่ายหญิงอย่าง
มิ้ง-รภัสสรณ์ นิยะโมสถ ครอบครัวของเธอทำธุรกิจโรงแรมใน จ.ลำปาง และเธอต่อยอดมาทำธุรกิจตู้คอนเทนเนอร์ โดยใช้ความสามารถจากการเรียนด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเริ่มสร้างชื่อเสียงในจังหวัดก่อนลงเลือกตั้งด้วยการทำงานกับกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในจังหวัดลำปาง กับกลุ่ม YEC (Young Entrepreneurs' Chamber of Commerce หรือกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของหอการค้าจังหวัด) จ.ลำปาง
สิ่งที่ทำให้รภัสสรณ์ ตัดสินใจลงการเมืองกับพรรคก้าวไกลขณะนั้น เพราะเห็นหนุ่มสาวลำปางต้องทิ้งบ้านเกิดออกไปหางานต่างพื้นที่ ภาคเกษตรกรรมก็ไม่ได้ตอบสนองเชิงรายได้ โดยประเด็นที่สนใจก็คือการบริหารจัดการน้ำทั้งน้ำท่วม น้ำแล้งในพื้นที่ และร่วมผลักดัน พ.ร.บ.น้ำประปา และในสมัยที่ผ่านมาเป็น รองประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร
ในช่วงเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 ธนาธรกลายเป็นผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ใน จ.ลำปาง เพียงหนึ่งเดียวที่ฝ่ากระแส ‘พิธาฟีเวอร์’ เข้าสภาไปได้ นอกนั้นอีก 3 เขตเป็นของผู้สมัคร สส. พรรคก้าวไกลที่ต่างเป็นนักการเมืองหน้าใหม่รวมไปถึงรภัสสรณ์
ช่วงเวลาดังกล่าว สส.ลำปางของพรรคก้าวไกลซึ่งรวมถึงรภัสสรณ์ ชูเรื่องการทำงานกับท้องถิ่นและขอเข้าร่วมประชุมกับ อบจ.ลำปางด้วย ธนาธรเองก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ดี จึงขอเข้าร่วมประชุมด้วย แม้จะทำงานกับคนละพรรค ทำให้ 2 คนได้เริ่มทำความรู้จักกัน
ถึงว่าแม้จัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ พท. จะเป็นแกนนำรัฐบาล ในขณะที่ กก. เป็นแกนนำฝ่ายค้าน แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไป อายุที่ห่างกัน 16 ปีไม่เป็นอุปสรรค ต่างคนต่างทำหน้าที่อย่างเคร่งครัด ตลอดระยะเวลาที่รภัสสรณ์ยังดำรงตำแหน่ง สส.ก้าวไกล-ประชาชน ไม่เคยมีการโหวตสวนมติพรรค แม้กระทั่งการที่จะต้องโหวตเลือก ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ จากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นนายกรัฐมนตรีตามมติพรรค แทนที่จะเป็น ‘ชัยเกษม นิติสิริ’ จาก พท. ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมในการแยกเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว
เมื่อความรักสุขงอมทั้งคู่จูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ ซึ่งกลายเป็นที่จับจ้องของคอการเมือง โดยมีพิธีที่บ้านเกิด จ.ลำปางในวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568 โดยมีเถ้าแก่คือ ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ‘นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว’ อดีต รมว.สาธารณสุข ครั้งนั้น นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สส.แพร่จาก พท. โพสต์ว่า “เพื่อไทย จับมือ ประชาชน” ในบรรยากาศชื่นมื่น
และงานเลี้ยงมงคลสมรสที่กรุงเทพฯ ยิ่งทวีความน่าสนใจของสื่อในงานวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568 ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ ในครั้งนั้น ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกฯ ผู้นำทางจิตวิญญาณของเพื่อไทยเป็นประธานในฝ่ายเจ้าบ่าว และ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ แคนดิเดตนายกฯ จากก้าวไกล เป็นตัวแทนฝั่งเจ้าสาวเป็นอีกครั้งที่ทั้งคู่ได้ย้อนมาพบปะกัน หลังจากที่ ‘ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์’ คนสนิททักษิณเคยแนะนำให้พิธาที่เป็นหลานชายคนนี้ได้เข้ามามีโอกาสช่วยงาน ‘สมคิด จาตุศรีพิทักษ์’ รองนายกฯ ในยุครัฐบาลไทยรักไทย
ทักษิณ กล่าวกับสื่อในงานถึงการได้พบปะกับพิธาว่า “ดี ๆ ได้เจอกันบ้างไม่ได้พบปะกันนานเลย งานนี้คงไม่ได้คุยเรื่องการเมืองกัน” ด้านพิธากล่าวกับสื่อว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องความรักของคนสองคน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขั้วการเมืองแต่อย่างใด เท่าที่ทราบทั้งสองคนรู้จักกันในช่วงทำงาน สส. ใน จ.ลำปาง ลงพื้นที่ใกล้ชิดกับประชาชน จนมีโอกาสได้พบกัน เรื่องของความรักเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม น่าเฉลิมฉลอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน”
จะมีงานแต่งงานสักกี่งาน ที่มีบุคคลการเมืองระดับทักษิณและพิธา มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานเดียวกัน
ธันวาคมหลังจากมีประกาศยุบสภาโดยรัฐบาลเสียงข้างน้อยของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ตัดสินใจเล่นเกมเร็วหลังจากมีการประชุมร่วมเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองต่าง ๆ เข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ให้หลังไม่กี่วันรภัสสรณ์ได้มีการโพสต์เฟสบุ๊คขอไม่ได้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อกับพรรคประชาชน โดยกล่าวตอบกับผู้ที่มาคอมเมนต์ในโพสต์ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับสามีโดยทิ้งท้ายว่า “หากจะบอกว่าอุดมการณ์มิ้งเปลี่ยนไป ก็คงไม่ถูก 100% โบราณท่านว่า คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก ขอบคุณค่ะ”
โดยพรรคประชาชนมีการเปิดตัว ‘บอนด์ สุริยะ’ มาลงในเขต 4 ลำปาง และเมื่อถึงวันที่ประกาศรับสมัคร ส.ส. ทางรภัสสรณ์ เปิดตัวลงสมัครในนามค่ายสีแดงพรรคเพื่อไทย และชนวนความเดือดเริ่มเมื่อต้นปี 2569 เมื่อ ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ ไปลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดลำปางและมีการกล่าวพาดพิงรภัสสรณ์ว่า เรื่องการที่พรรคมีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งที่ไม่ใช่คนเดิมในเขต 4 ว่าได้มีอดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล ลำปาง คนหนึ่งย้ายออกไปสังกัดพรรคเพื่อไทยสาเหตุเพราะมีการแต่งงานกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ส่งผลทำให้พื้นที่ ลำปาง พรรคต้องขาดตัวผู้สมัครลงไปทันที
เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับรภัสสรณ์จนต้องโพสต์เฟสบุ๊คตอบโต้ว่า “อยากยึดคืน พื้นที่จนน่าผิดหวัง” โดยเธอได้ขยายความว่า ผู้ปราศรัยให้ข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน โดยตนต้องการจากพรรคเดิมด้วยดีและให้เกียรติกัน แต่ทั้งในและนอกพรรคกังวลเรื่องการแต่งงานและการตั้งครรภ์ของตนจึงมีการประกาศรับสมัครผู้จะลงเลือกตั้งในเขต 4 จ.ลำปาง นอกจากนี้ก่อนที่ตนจะหารือกับกรรมการพรรค ทางพรรคก็ได้ส่งผู้สมัครในขณะนี้ (บอนด์ สุริยะ) ลงพื้นที่แนะนำตัวเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการย้ายพรรคของตนจึงไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้พรรคประชาชนขาดผู้สมัคร
เรื่องนี้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เลือกตั้งลำปางในครั้งนี้น่าจับตา เมื่อสัญญาณจากรักระหว่างรบ กลายเป็น สงครามคนเคยรักกัน ต้องดูว่าท้ายที่สุด รภัสสรณ์จะประสบความสำเร็จ Lucky in Love แล้วจะ Lucky in game หรือไม่? คนที่ชื่อ ‘ธนาธร’ ที่จะมีชัยคือ ธนาธรสามีของเธอที่คอยสนับสนุนเคียงข้างในเส้นทางใหม่ หรือ ธนาธร อดีตผู้นำจิตวิญญาณพรรคส้มที่ส่งตัวแทนมาลงแทนเธอ
บอกได้คำเดียวว่ารอบนี้ “ลำปางหนาวมาก”
เรื่อง : ตินตินผจญภัย
ภาพ: ศูนย์ภาพเครือเนชั่น (Nation Photo)