‘ธนาธร โล่ห์สุนทร-รภัสสรณ์ นิยะโมสถ’ ตำนานการเมือง ‘รักข้ามค่าย’

‘ธนาธร โล่ห์สุนทร-รภัสสรณ์ นิยะโมสถ’ ตำนานการเมือง ‘รักข้ามค่าย’

เรื่องราวของ ‘ธนาธร โล่ห์สุนทร’ และ ‘รภัสสรณ์ นิยะโมสถ’ ไม่ได้มีแค่ความรัก แต่ยังสะท้อนเส้นแบ่ง อุดมการณ์ และเกมอำนาจที่ซับซ้อนกว่าที่ตาเห็น

KEY

POINTS

“รักระหว่างรบ” 

เป็นหนึ่งในเรื่องราวคลาสสิกในโลกวรรณกรรม ทั้งทหารหนุ่มญี่ปุ่นกับสาวไทยใน ‘คู่กรรม’ หรือ ‘The English Patient’ ที่มีฉากหลังเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างพยาบาลสาวแคนาดาที่พำนักในอิตาลี และนักสำรวจชาวฮังการี ก็กวาดรางวัลในเวทีออสการ์มาแล้ว

เพราะเมื่อ ‘พักรบ’ เราก็อาจจะ ‘พบรัก’

ดั่งเช่นพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคประชาชน (ปชน.) ตั้งแต่ยังใช้ชื่อพรรคก้าวไกล (กก.) ที่ครั้งหนึ่งเคยจับมือร่วมกันตรวจสอบรัฐบาล ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ อย่างเข้มข้น จนเมื่อเลือกตั้งปี พ.ศ. 2566 มีการจับตาว่า 2 พรรคจะจับมือร่วมกันเปลี่ยนผ่านยุค 3 ป. ในนามพรรคการเมือง ‘ฝั่งประชาธิปไตย’ แต่ท้ายที่สุดเมื่อพรรคก้าวไกลขณะนั้นไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลในยุคที่ สว. ยังมีส่วนเลือกนายกฯ จน พท. พลิกข้ามขั้วจับมือกับพรรคการเมือง ‘ฝั่งอนุรักษ์นิยม’ และเลือกปล่อยมือ กก. เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ‘เศรษฐา ทวีสิน’

หลังจากนั้นเส้นทางที่เคย ‘ร่วมเดิน’ ก็กลายเป็น ‘คู่ขนาน’ ในสายตาผู้สนับสนุนทั้ง 2 พรรค …แต่ก็ใช่จะเป็นสำหรับทุกคน เพราะในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา ก่อนยุบสภากลับมี ‘ตำนานรักข้ามขั้ว’ ที่เกิดใน จ.ลำปาง ระหว่างหนุ่มค่ายสีแดงอย่าง ‘น็อต-ธนาธร โล่ห์สุนทร’ และสาวค่ายสีส้ม ‘มิ้ง-รภัสสรณ์ นิยะโมสถ’ จนเกิดเป็นเรื่องฮือฮา

และหลังจากเลือกตั้ง ก็เป็นรภัสสรณ์ที่ย้ายมาลงเลือกตั้งใน จ.ลำปางอีกครั้ง แต่ข้ามค่ายมาในนาม พท.  

เรามาย้อนตำนานรักข้ามขั้ว จนวันนี้กลายเป็นขั้วเดียวกัน เมื่อความรักและอุดมการณ์สามารถเดินทางไปร่วมกันได้ จนเมื่อถึงทางที่ต้องเลือกเดินต่อไป

หนุ่มเศรษฐศาสตร์-สาวบริหาร ลำปางคอนเนกชัน

‘โล่ห์สุนทร’ ถือเป็นบ้านใหญ่ จ.ลำปางที่อยู่เคียงข้างพรรคสีแดงมาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย, พลังประชาชน จนมาถึงเพื่อไทย เรียกว่า ครอบครัวนี้ไม่เคยเปลี่ยนใจย้ายไปย้ายมา และได้รับการตอบรับกลับเป็นความไว้วางใจจาก พท. ถึงขนาดว่า ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2569 ‘ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร’ คุณพ่อที่เป็นแกนนำครอบครัวได้ถูกวางตัวให้เป็นผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4 ต่อจากแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คน

น็อต-ธนาธร โล่ห์สุนทร ลูกชายคนเล็กของบ้านที่เป็นตระกูลการเมืองโดยแท้ เพราะก่อนหน้านี้ ‘กิตติกร โล่ห์สุนทร’ พี่ชายก็ลงเลือกตั้ง สส. มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 และพี่สาวคนโต ‘ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร’ เป็นนายก อบจ.ลำปาง 2 สมัยซ้อน ดังนั้นความเข้มข้นในการเมืองสีแดงไม่ใช่เรื่องไกลตัว ธนาธรเองยังสำเร็จการศึกษาที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีเพื่อนสนิทร่วมรุ่นชื่อ ‘หนิม-จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ หัวหน้า พท. และแคนดิเดตนายกฯ อีกด้วย

หลังจากจบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ ธนาธรตัดสินใจเรียนต่อด้านการเมืองเปรียบเทียบที่มหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะเริ่มเส้นทางการเมืองกับพรรคพลังประชาชน ในปี พ.ศ. 2550 ได้เป็น สส.สมัยแรก และในปัจจุบันถูกวางตัวให้ช่วยในด้านนโยบายเศรษฐกิจของ พท. โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขข้อจำกัดทางกฎหมายด้านการค้า

เมื่อรู้จักตัวเอกฝ่ายชายแล้ว ขอแนะนำตัวเอกฝ่ายหญิงอย่าง 

มิ้ง-รภัสสรณ์ นิยะโมสถ ครอบครัวของเธอทำธุรกิจโรงแรมใน จ.ลำปาง และเธอต่อยอดมาทำธุรกิจตู้คอนเทนเนอร์ โดยใช้ความสามารถจากการเรียนด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเริ่มสร้างชื่อเสียงในจังหวัดก่อนลงเลือกตั้งด้วยการทำงานกับกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในจังหวัดลำปาง กับกลุ่ม YEC (Young Entrepreneurs' Chamber of Commerce หรือกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของหอการค้าจังหวัด) จ.ลำปาง

สิ่งที่ทำให้รภัสสรณ์ ตัดสินใจลงการเมืองกับพรรคก้าวไกลขณะนั้น เพราะเห็นหนุ่มสาวลำปางต้องทิ้งบ้านเกิดออกไปหางานต่างพื้นที่ ภาคเกษตรกรรมก็ไม่ได้ตอบสนองเชิงรายได้ โดยประเด็นที่สนใจก็คือการบริหารจัดการน้ำทั้งน้ำท่วม น้ำแล้งในพื้นที่ และร่วมผลักดัน พ.ร.บ.น้ำประปา และในสมัยที่ผ่านมาเป็น รองประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร

จากมนต์รัก อบจ.ลำปาง ถึงสักขีพยานที่ชื่อ ‘ทักษิณ-พิธา’

ในช่วงเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 ธนาธรกลายเป็นผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ใน จ.ลำปาง เพียงหนึ่งเดียวที่ฝ่ากระแส ‘พิธาฟีเวอร์’ เข้าสภาไปได้ นอกนั้นอีก 3 เขตเป็นของผู้สมัคร สส. พรรคก้าวไกลที่ต่างเป็นนักการเมืองหน้าใหม่รวมไปถึงรภัสสรณ์ 

ช่วงเวลาดังกล่าว สส.ลำปางของพรรคก้าวไกลซึ่งรวมถึงรภัสสรณ์ ชูเรื่องการทำงานกับท้องถิ่นและขอเข้าร่วมประชุมกับ อบจ.ลำปางด้วย ธนาธรเองก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ดี จึงขอเข้าร่วมประชุมด้วย แม้จะทำงานกับคนละพรรค ทำให้ 2 คนได้เริ่มทำความรู้จักกัน

ถึงว่าแม้จัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ พท. จะเป็นแกนนำรัฐบาล ในขณะที่ กก. เป็นแกนนำฝ่ายค้าน แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไป อายุที่ห่างกัน 16 ปีไม่เป็นอุปสรรค ต่างคนต่างทำหน้าที่อย่างเคร่งครัด ตลอดระยะเวลาที่รภัสสรณ์ยังดำรงตำแหน่ง สส.ก้าวไกล-ประชาชน ไม่เคยมีการโหวตสวนมติพรรค แม้กระทั่งการที่จะต้องโหวตเลือก ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ จากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นนายกรัฐมนตรีตามมติพรรค แทนที่จะเป็น ‘ชัยเกษม นิติสิริ’ จาก พท. ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมในการแยกเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

เมื่อความรักสุขงอมทั้งคู่จูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ ซึ่งกลายเป็นที่จับจ้องของคอการเมือง โดยมีพิธีที่บ้านเกิด จ.ลำปางในวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568 โดยมีเถ้าแก่คือ ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ‘นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว’ อดีต รมว.สาธารณสุข ครั้งนั้น นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สส.แพร่จาก พท. โพสต์ว่า “เพื่อไทย จับมือ ประชาชน” ในบรรยากาศชื่นมื่น

‘ธนาธร โล่ห์สุนทร-รภัสสรณ์ นิยะโมสถ’ ตำนานการเมือง ‘รักข้ามค่าย’

และงานเลี้ยงมงคลสมรสที่กรุงเทพฯ ยิ่งทวีความน่าสนใจของสื่อในงานวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2568 ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ ในครั้งนั้น ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกฯ ผู้นำทางจิตวิญญาณของเพื่อไทยเป็นประธานในฝ่ายเจ้าบ่าว และ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ แคนดิเดตนายกฯ จากก้าวไกล เป็นตัวแทนฝั่งเจ้าสาวเป็นอีกครั้งที่ทั้งคู่ได้ย้อนมาพบปะกัน หลังจากที่ ‘ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์’ คนสนิททักษิณเคยแนะนำให้พิธาที่เป็นหลานชายคนนี้ได้เข้ามามีโอกาสช่วยงาน ‘สมคิด จาตุศรีพิทักษ์’ รองนายกฯ ในยุครัฐบาลไทยรักไทย 

ทักษิณ กล่าวกับสื่อในงานถึงการได้พบปะกับพิธาว่า “ดี ๆ ได้เจอกันบ้างไม่ได้พบปะกันนานเลย งานนี้คงไม่ได้คุยเรื่องการเมืองกัน” ด้านพิธากล่าวกับสื่อว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องความรักของคนสองคน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขั้วการเมืองแต่อย่างใด เท่าที่ทราบทั้งสองคนรู้จักกันในช่วงทำงาน สส. ใน จ.ลำปาง ลงพื้นที่ใกล้ชิดกับประชาชน จนมีโอกาสได้พบกัน เรื่องของความรักเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม น่าเฉลิมฉลอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน” 

จะมีงานแต่งงานสักกี่งาน ที่มีบุคคลการเมืองระดับทักษิณและพิธา มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานเดียวกัน

เมื่อ สส.พรรคส้ม ย้ายมาเป็นสะใภ้พรรคแดง บนทางแยก ‘2 ธนาธร’

ธันวาคมหลังจากมีประกาศยุบสภาโดยรัฐบาลเสียงข้างน้อยของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ตัดสินใจเล่นเกมเร็วหลังจากมีการประชุมร่วมเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองต่าง ๆ เข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ให้หลังไม่กี่วันรภัสสรณ์ได้มีการโพสต์เฟสบุ๊คขอไม่ได้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อกับพรรคประชาชน โดยกล่าวตอบกับผู้ที่มาคอมเมนต์ในโพสต์ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับสามีโดยทิ้งท้ายว่า “หากจะบอกว่าอุดมการณ์มิ้งเปลี่ยนไป ก็คงไม่ถูก 100% โบราณท่านว่า คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก ขอบคุณค่ะ”

โดยพรรคประชาชนมีการเปิดตัว ‘บอนด์ สุริยะ’ มาลงในเขต 4 ลำปาง และเมื่อถึงวันที่ประกาศรับสมัคร ส.ส. ทางรภัสสรณ์ เปิดตัวลงสมัครในนามค่ายสีแดงพรรคเพื่อไทย และชนวนความเดือดเริ่มเมื่อต้นปี 2569 เมื่อ ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ ไปลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดลำปางและมีการกล่าวพาดพิงรภัสสรณ์ว่า เรื่องการที่พรรคมีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งที่ไม่ใช่คนเดิมในเขต 4 ว่าได้มีอดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล ลำปาง คนหนึ่งย้ายออกไปสังกัดพรรคเพื่อไทยสาเหตุเพราะมีการแต่งงานกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ส่งผลทำให้พื้นที่ ลำปาง พรรคต้องขาดตัวผู้สมัครลงไปทันที 

เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับรภัสสรณ์จนต้องโพสต์เฟสบุ๊คตอบโต้ว่า “อยากยึดคืน พื้นที่จนน่าผิดหวัง” โดยเธอได้ขยายความว่า ผู้ปราศรัยให้ข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน โดยตนต้องการจากพรรคเดิมด้วยดีและให้เกียรติกัน แต่ทั้งในและนอกพรรคกังวลเรื่องการแต่งงานและการตั้งครรภ์ของตนจึงมีการประกาศรับสมัครผู้จะลงเลือกตั้งในเขต 4 จ.ลำปาง นอกจากนี้ก่อนที่ตนจะหารือกับกรรมการพรรค ทางพรรคก็ได้ส่งผู้สมัครในขณะนี้ (บอนด์ สุริยะ) ลงพื้นที่แนะนำตัวเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการย้ายพรรคของตนจึงไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้พรรคประชาชนขาดผู้สมัคร

เรื่องนี้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เลือกตั้งลำปางในครั้งนี้น่าจับตา เมื่อสัญญาณจากรักระหว่างรบ กลายเป็น สงครามคนเคยรักกัน ต้องดูว่าท้ายที่สุด รภัสสรณ์จะประสบความสำเร็จ Lucky in Love แล้วจะ Lucky in game หรือไม่? คนที่ชื่อ ‘ธนาธร’ ที่จะมีชัยคือ ธนาธรสามีของเธอที่คอยสนับสนุนเคียงข้างในเส้นทางใหม่ หรือ ธนาธร อดีตผู้นำจิตวิญญาณพรรคส้มที่ส่งตัวแทนมาลงแทนเธอ

บอกได้คำเดียวว่ารอบนี้ “ลำปางหนาวมาก”

 

เรื่อง : ตินตินผจญภัย

ภาพ: ศูนย์ภาพเครือเนชั่น (Nation Photo)