‘เค้กบามคูเฮน’ ขนมจากเชลยศึกชาวเยอรมันสู่ของขวัญวันพิเศษในญี่ปุ่น

‘เค้กบามคูเฮน’ ขนมจากเชลยศึกชาวเยอรมันสู่ของขวัญวันพิเศษในญี่ปุ่น

จากขนมท้องถิ่นในยุโรป สู่ของขวัญมงคลในงานแต่งงานญี่ปุ่น ‘บามคูเฮน’ คือเค้กวงปีไม้ที่เดินทางผ่านสงคราม และการสูญเสีย ก่อนจะหยั่งรากลึกลงไปในวัฒนธรรมแดนอาทิตย์อุทัย พร้อมความหมายอันเป็นสิริมงคล

KEY

POINTS

ในทุกวันสำคัญ ทั้งวันขึ้นปีใหม่ วันครบรอบวันเกิดของใครสักคน หรือโอกาสมงคลต่าง ๆ สิ่งที่เราหากันให้ควั่กในช่วงเวลาแสนพิเศษนั้น คงไม่พ้น ‘ของขวัญ’ สักชิ้นที่คิดว่าตัวผู้รับน่าจะชอบ แฝงด้วยความหมายดี ๆ เป็นกิมมิค 

อย่างวาเลนไทน์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป คนหนุ่มสาวมักจะให้ช็อกโกแลตแทนการบอกรัก และในวันตรุษจีน ผู้ใหญ่ก็จะมอบอั่งเปาให้กับลูกหลานเพื่ออวยพรเรื่องโชคทรัพย์ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงไร้โรคภัย

แต่รู้หรือไม่ว่า ในวันแต่งงานที่ประเทศญี่ปุ่น จะมี ‘เค้ก’ ชนิดหนึ่งที่มักจะถูกซื้อไปมอบให้กัน หรือใช้ร่วมประกอบพิธี ทว่าขนมชิ้นนั้นไม่ได้คิดค้นโดยชาวญี่ปุ่นแต่อย่างใด 

วันนี้เราเลยขอพาทุกคนมาทำความรู้จัก ‘เค้กบามคูเฮน’ (Baumkuchen) ซึ่งคนไทยอาจเรียกติดปากกันในชื่อ ‘เค้กขอนไม้’ พร้อมไขข้อข้องใจว่า ทำไมเค้กชนิดนี้ถึงกลายเป็นของขวัญยอดนิยมในญี่ปุ่น

จุดกำเนิด ‘บามคูเฮน’ เค้กแห่งราชา

เค้กบามคูเฮนมีต้นกำเนิดดั้งเดิมจากทางทวีปยุโรป ใช้รากศัพท์เยอรมนีในการตั้งชื่อ โดยคำว่า ‘Baum’ แปลว่าต้นไม้ และ ‘Kuchen’ ที่แปลว่าเค้ก เพราะรูปลักษณ์ของมันที่เปรียบเหมือนกับต้นไม้ซึ่งมีวงแหวนซ้อนกันหลาย ๆ ชั้น เมื่อตัดออกมาตามแนวขวางจะเห็นภาพของมันที่คล้ายวงปีของต้นไม้ และยังถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเค้กที่ทำด้วยการย่างในยุโรป อันเป็นวัฒนธรรมที่แพร่หลาย

แม้ความชัดเจนของผู้คิดค้นแท้จริงจะยังเป็นข้อถกเถียงกัน แต่ก็มีหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรในตำราอาหารเก่าแก่ ‘Ein neu Kochbuch’ (A New Cookbook) ในปี ค.ศ. 1581 เขียนโดย ‘มาร์กซ รุมพอลท์’ (Marx Rumpolt) เพื่อเป็นคู่มือทำอาหารสำหรับเซฟมือใหม่ ในสมัยนั้นบามคูเฮนเป็นที่นิยมอย่างมากในงานแต่งของคู่รัก ด้วยรูปทรงวงแหวนอันสื่อถึงแหวนแต่งงาน

เค้กบามคูเฮนยังถูกเรียกขานว่าเป็น ‘ราชาแห่งเค้ก’ เนื่องจากเป็นขนมจานโปรดของ ‘พระเจ้าฟรีดริช วิลเฮล์มที่ 4 แห่งปรัสเซีย’ ซึ่งทรงโปรดปรานมากเมื่อครั้งได้เสวยที่เยอรมนี และเพราะต้องใช้ทักษะในการรังสรรค์ความอร่อยอย่างวิจิตรบรรจง พิถีพิถันในทุกขั้นตอน เป็นส่วนหนึ่งของการแต่งตั้งฉายาอันยิ่งใหญ่นี้เช่นเดียวกัน

โดยเชฟจะต้องทาแป้งเค้กที่ผสมไข่ น้ำตาล และเนย ทีละชั้นลงบนแกนหมุนหน้าเตาไฟเพื่อทำการย่าง รอให้แต่ละชั้นสุกจนเป็นสีน้ำตาลทองแล้วค่อยทาแป้งอีกชั้นทับ ซึ่งในระดับมาตรฐานจะต้องซ้อนกันตั้งแต่ 15-25 ชั้น 

พร้อมกันนั้นก็ต้องเกลี่ยแป้งให้มีความหนาอย่างสม่ำเสมอ คอยป้องกันไม่ให้แรงเหวี่ยงทำเค้กเสียทรง หากพลาดจากสายตาไปเพียงวินาทีเดียวอาจหมายถึงการโละทิ้งแล้วเริ่มทำใหม่ตั้งแต่ต้น 

กรรมวิธีแต่ละขั้นตอนบ่งบอกถึงความอดทน ความเอาใจใส่ของเชฟคนนั้น ๆ รวมถึงการใช้สมาธิและความชำนาญอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นงานที่ทำด้วยหัวใจก็ไม่ได้เกินจริงนัก

เชลยสงครามผู้นำเข้าบามคูเฮน

ย้อนกลับไปยังช่วงปี ค.ศ.1914 ‘คาร์ล จูชไฮม์’ (Carl Juchheim) นักอบขนมชาวเยอรมันจากเมืองเล็ก ๆ ทางตะวันตกของแฟรงก์เฟิร์ต ได้แต่งงานกับหญิงสาวนาม ‘เอลิเซ’ (Elise) ผู้หลักแหลมด้านธุรกิจ ทั้งสองย้ายถิ่นฐานไปยังเมืองชิงเต่า ประเทศจีน แล้วเปิดร้านเบเกอรี่เล็ก ๆ ในเมืองท่าที่อยู่ภายใต้การปกครองของประเทศเยอรมนี หวังทำมาค้าขายและเติบโตสร้างครอบครัวกันที่นี่ 

ในขณะที่ทุกอย่างกำลังเป็นไปอย่างราบรื่น ท่ามกลางชีวิตแสนธรรมดาริมชายฝั่งทะเล สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้อุบัติขึ้นมาพร้อมกับความสงบสุขที่จางหายไป กองทัพญี่ปุ่นตั้งกำลังปิดล้อมเมืองที่ทั้งสองคนกำลังใช้ชีวิตอยู่ ก่อนจะนำตัวพวกเขาไปยังแดนอาทิตย์อุทัยในฐานะ ‘เชลยสงคราม’ นับเป็นจังหวะชีวิตที่แย่ที่สุดสำหรับคู่รักที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว 

ผ่านไปถึงปี ค.ศ. 1919 ทางการญี่ปุ่นได้ให้คาร์ลเข้าร่วมการจัดแสดงนวัตกรรมสินค้าประจำจังหวัดฮิโรชิมา กลายเป็นจุดพลิกผันที่เปลี่ยนชีวิตของเขาจากหลังเท้าสู่หน้ามือ เมื่อคนในงานได้ลิ้มลองรสชาติของเค้กบามคูเฮนเป็นครั้งแรก ไม่ว่าใครต่างก็ถูกใจจนต้องบอกต่อกันปากต่อปาก เค้กได้รับความนิยมจนได้ขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ ด้วยเหตุนั้นทำให้คาร์ลตัดสินใจที่จะปักหลักอยู่ในประเทศญี่ปุ่นต่อไปแม้สงครามจะจบลง

คาร์ล และเอลิเซ ได้เปิดร้านเบเกอรี่โดยมีเค้กบามคูเฮนเป็นตัวชูโรงอยู่ที่จังหวัดโยโกฮามา ชีวิตของเขากลับมาพบกับความสงบสุขอีกครั้ง มีร้านขนมเล็ก ๆ อยู่กับคนที่เขารัก ลูกค้าคอยแวะเวียนกันมาไม่ขาดสาย ดูเป็นชีวิตเรียบง่ายเหมือนดั่งฝันของใครหลายคน แต่ในโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดคงอยู่ตลอดกาล

การลงทุนครั้งสุดท้าย

โชคร้ายวกกลับมาทักทายคาร์ลอีกครั้ง พร้อมกับทิ้งบาดแผลไว้สาหัสไม่แพ้สงครามโลก ภัยพิบัติธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในคันโตได้พรากเอาร้านขนมของเขาไป ทลายมันลงจนราบเป็นหน้ากลองยากที่จะซ่อมแซมให้กลับมาเหมือนเช่นเดิม เขาและครอบครัวจึงตัดสินใจย้ายออกไปอยู่ที่เมืองโกเบ

ตราบใดที่ชีวิตยังไม่สิ้นสุด คาร์ลก็ยังคงไม่ยอมแพ้ ว่ากันว่าเขายืมเงินจำนวนมากเพื่อ ‘ลงทุนครั้งสุดท้าย’ สร้างร้านเบเกอรี่ขึ้นมาแล้วผลักดันมันให้กลับมาอยู่ในจุดที่รุ่งเรืองอีกครั้ง แน่นอนว่าความพยายามในครั้งนี้ของเขาประสบผลสำเร็จ ผู้คนหันมาให้ความสนใจกับเค้กบามคูเฮน และเริ่มมอบความหมายอันแสนพิเศษให้แก่มัน ด้วยวงชั้นของแป้งที่ซ้อนทับกันเสมือนวงปีไม้ยาว ๆ ของตัวเค้ก ชาวญี่ปุ่นจึงเปรียบมันเป็นดัง ‘โชคลาภ’ และ ‘ความยั่งยืน’ ของชีวิต 

หากแต่ว่าขนมที่มีความหมายดุจพรจากเทพ กลับไม่ได้มอบโชคให้มากพอจะหยุดโศกนาฏกรรมที่คาร์ลกับครอบครัวต้องเผชิญ สงครามโลกได้เกิดขึ้นอีกครั้ง ในครั้งที่ 2 นี้ทำให้ ‘เนย’ กลายเป็นของหายาก ผสมกับการขาดแคลนอาหารในประเทศญี่ปุ่น ทำให้กิจการต้องปิดตัวลง ซ้ำร้าย ลูกชายของคาร์ลได้เสียชีวิตลงในช่วงก่อนสงครามจะสิ้นสุด ตามด้วยตัวของคาร์ลที่จากไปในปี ค.ศ. 1945 ส่วนเอลิเซถูกขับกลับไปยังประเทศเยอรมนี อันเป็นบ้านเกิดของเธอ

แม้ว่าตัวคาร์ลกับเอลิเซผู้ริเริ่มนำเค้กบามคูเฮนเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นจะไม่อยู่แล้ว แต่เหล่าลูกศิษย์และพนักงานกลุ่มเล็ก ๆ ต่างได้รับแรงบันดาลใจจากความทุ่มเทของผู้ก่อตั้งที่ไม่เคยยอมแพ้แม้จะเจอกับอุปสรรคมามากมาย พวกเขารวมตัวกันเปิดร้านเบเกอรี่นี้ขึ้นมาอีกครั้ง ช่วยกันโน้มน้าวรัฐบาลให้อนุญาตเอลิเซกลับเข้ามายังญี่ปุ่นได้ในปี ค.ศ.1953 และมอบตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัทจูชไฮม์แก่เธอ

เรื่องราวของครอบครัวนักอบขนมชาวเยอรมนีและร้านเบเกอรี่ ‘JUCHEIM’ แห่งนี้ได้ผ่านกาลเวลามาแล้วกว่า 100 ปี มีหน้าร้านมากกว่า 300 สาขา ไม่นับรวมกับที่กระจายไปอยู่ในแถบเอเซียอย่างสิงคโปร์ เวียดนาม และฮ่องกง ในประเทศไทยเองก็มีให้ได้ลิ้มลองชิมกัน

บามคูเฮนแห่งญี่ปุ่น

ปัจจุบัน ชาวญี่ปุ่นมักมอบเค้กบามคูเฮนให้แก่กันเนื่องในโอกาสพิเศษต่าง ๆ โดยเฉพาะตาม ‘งานแต่งงาน’ เพราะนอกจากมันจะมีความหมายถึงเรื่องของโชคและความยั่งยืนแล้ว มันยังสามารถสื่อถึง “ความรักที่จะเติบโตไปด้วยกัน” และ “มีความสุขตลอดไป” ดังเช่นวงปีของต้นไม้ที่ยืดยาวอันเป็นแบบของขนมเค้กก้อนนี้

รวมถึงรูปทรงกลมที่มีรูตรงกลางก็ยังเปรียบได้ดั่งแหวนแต่งงานซึ่งคู่รักมักจะแลกกันใส่ให้แก่กันตามประเพณี และด้วยกรรมวิธีอันประณีตที่ต้องทำวงแหวนไปทีละชั้น ทีละขั้นตอนนั้น ยังหมายถึงการ “ใช้ชีวิตเพื่อสร้างครอบครัวไปด้วยกัน” ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ก็ยังสามารถมอบให้กันในวันเคารพผู้สูงอายุ พร้อมคำอวยพรให้มีอายุยืนยาว ด้วยเนื้อสัมผัสแสนนุ่มนิ่มทำให้รับประทานได้ง่าย ส่วนในวันไวท์เดย์ที่ไม่ได้ต่างกับวันวาเลนไทน์มากนัก เค้กบามคูเฮนยังเป็นของขวัญพิเศษที่เหมือนการบอกรักกันอ้อม ๆ ว่าอยากใช้เวลาร่วมกันไปอีกยาวนาน

เค้กบามคูเฮนเป็นของฝากยอดนิยมจนทำให้วันที่ 4 มีนาคมของทุกปี รัฐบาลประเทศญี่ปุ่นจัดให้เป็น ‘วันบามคูเฮนแห่งชาติ’ เพื่อระลึกถึงประวัติศาสตร์การถือกำเนิดของขนมชนิดนี้ในญี่ปุ่น ซึ่งหยั่งรากลึกลงไปในวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน เฉลิมฉลองในความมงคล ความมั่งคั่งและอายุที่ยืนยาว 

และเมื่อครบรอบ 100 ปี ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมานั้น ชาวเมืองนิโนชิมะและอาสาสมัครได้รวมกันสร้างสถิติโลก ด้วยการอบบามคูเฮนที่มีความยาวถึง 20.87 เมตร ซึ่งได้รับการบันทึกสถิติจาก Guinness Book of World Records ว่าเป็นเค้กบามคูเฮนที่ยาวที่สุดในโลกอีกด้วย

บางทีความหมายของเค้กบามคูเฮนอาจไม่ได้ตั้งขึ้นจากการเปรียบเปรยลักษณะของมันที่เหมือนวงปีไม้เพียงอย่างเดียว แต่อาจนิยามตามเรื่องราวของ ‘คาร์ล จูซไฮม์’ ที่ต่อสู้กับกาลเวลา อดทนฝ่าฟันอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ท้อถอย จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นหลังช่วยกันเปิดกิจการเบเกอรี่นี้ขึ้นมาได้อีกครั้ง

นี่จึงอาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมเค้กชนิดนี้ยังคงถูกส่งต่อไปยังมือของใครอีกคนอยู่เสมอ ส่งมอบสัมผัสนุ่มนิ่มหวานอร่อยด้วยรสชาติ พร้อมคำอวยพรอันเปี่ยมล้นด้วยความหมายแสนลึกซึ้งแทรกเอาไว้ในแต่ละวงชั้นของเค้กอย่างลงตัว

 

เรียบเรียง: ตะวัน ฤกษ์ล้วน (The People Junior)

ภาพ: Getty Images 

 

อ้างอิง

“Baumkuchen: Exploring the Origins of German Tree Cake in Japan.” Kokoro Cares, https://kokorocares.com/ja/blogs/blog/baumkuchen-exploring-the-origins-of-german-tree-cake-in-japan. สืบค้นเมื่อ 3 มีนาคม 2026.

“Baumkuchen and Japan’s Love for German Tree Cake.” VICE, https://www.vice.com/en/article/baumkuchen-japan/. สืบค้นเมื่อ 3 มีนาคม 2026.

“Baumkuchen Japan History: Karl Juchheim, The Father of Japanese Baumkuchen.” Unseen Japan, https://unseen-japan.com/baumkuchen-japan-history/. สืบค้นเมื่อ 3 มีนาคม 2026.

“Baumkuchen.” Google Sites, https://share.google/7sWN2EVIbETAQDAax. สืบค้นเมื่อ 3 มีนาคม 2026.