ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ : เรื่องราวของศิลปินประติมากรแห่งรัชสมัย

ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ : เรื่องราวของศิลปินประติมากรแห่งรัชสมัย

เรื่องราวของ ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ผู้ปั้นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เป็นพระบรมรูปแบบที่ใช้ในการสร้างเหรียญกษาปณ์ ราคา 5 บาท

KEY

POINTS

สำหรับบางคน ศิลปินและศิลปะอาจเป็นเรื่องไกลตัวเพราะคิดว่าเป็นเรื่องของอารมณ์สุนทรียะ ความรู้สึกนึกคิด และความลึกซึ้งที่ยากจะสัมผัสเข้าถึง จนถึงขั้นบางคนอาจเคยเย้ยหยันว่าศิลปิน ‘ไส้แห้ง’ และ ‘กินไม่ได้’

แต่ศิลปินและศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด เพราะสำหรับผู้ที่เย้ยหยัน แม้แต่แบงก์ธนบัตรและเหรียญสตางค์ที่พวกเขาใช้ซื้อข้าวกินก็ล้วนเป็นผลงานสร้างสรรค์ของศิลปินด้วยจิตวิญญาณแห่งศิลปะ เช่นเดียวกับคนธรรมดาทั่วไปในทุกสาขาอาชีพที่ดำรงตนเป็นพุทธมามกะก็ล้วนต้องเคยยกมือพนมกราบไหว้องค์พระพุทธรูปสีเหลืองทองอร่ามในอุโบสถด้วยจิตบริสุทธ์ โดยอาจมิได้รู้สึกว่าเบื้องหลังความสวยสดงดงาม
และน่าเลื่อมใสศรัทธาขององค์พระปฏิมานั้นก็คือฝีมือผลงานของ ‘ศิลปิน’

ในชีวิตคนไทยหลายคนนั้นเกี่ยวพันเชื่อมโยงกับศิลปินและศิลปะไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะกับศิลปินประติมากรชั้นครูนาม ‘ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์’ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ผู้ปั้นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เป็นพระบรมรูปแบบที่ใช้ในการสร้างเหรียญกษาปณ์ ราคา 5 บาท (เหรียญ 5 บาท รุ่นแรก พ.ศ. 2515–2520) และเป็นศิลปินผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 ปฏิบัติงานราชการด้านประติมากรรมสนองพระมหากรุณาธิคุณ โดยเฉพาะงานสร้างพระพุทธรูปและพระเครื่องในรัชสมัย

ลูกศิษย์อาจารย์ศิลป์ พีระศรี
และอาจารย์รุ่นแรกของมหาวิทยาลัยศิลปากร

นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2465 ณ ตำบลท่าราบ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เป็นผู้สนใจงานศิลปะมาตั้งแต่เยาว์วัย เริ่มศึกษาวิชาวาดเขียนเมื่ออายุได้ 11 ปี โดยศึกษาเล่าเรียนกับครูอาจารย์และศิลปินที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบุรี อาทิ พระอาจารย์เป้า ญาณปัญโญ แห่งวัดพระทรง, ครูพฤกษ์ หุตางกูร และครูภู่ นิวาสบุตร ที่โรงเรียนวัดคงคาราม และอาจารย์เลิศ พ่วงพระเดช ครูช่างและศิลปินที่มีชื่อเสียงแห่งเมืองเพชรบุรี

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในงานศิลปะ ระหว่างปี พ.ศ. 2480 – 2482 นายไพฑูรย์จึงเข้าศึกษาวิชาศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่างจนจบหลักสูตร จากนั้นเข้าศึกษาวิชาประติมากรรมกับอาจารย์ ‘ศิลป์ พีระศรี’ บิดาแห่งวงการศิลปะร่วมสมัยไทย ผู้บุกเบิกวงการศิลปกรรมของไทย ที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรม สังกัดกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ. 2483 

เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว นายไพฑูรย์เข้ารับราชการที่แผนกหัตถศิลป์ กองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ในปี พ.ศ.2487 โดยทำงานด้านประติมากรรมภายใต้การควบคุมดูแลของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ทั้งนี้ เมื่อโรงเรียนประณีตศิลปกรของกรมศิลปกรรม ได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากรในปี พ.ศ.2486 นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ก็ได้เป็นอาจารย์ประจำสอนวิชาประติมากรรม ซึ่งถือว่าเป็นอาจารย์รุ่นแรกของมหาวิทยาลัยศิลปากร ภายใต้การอำนวยการของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี

นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ เป็นศิลปินประติมากรที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากไปศิลปินท่านอื่น ๆ ในยุคเดียวกัน เนื่องจากในช่วงทศวรรษ 2480 ศิลปินประติมากรส่วนใหญ่นิยมปั้นรูปบุคคล และสร้างงานอนุสาวรีย์ แต่นายไพฑูรย์กลับนิยมถ่ายทอดผลงานประติมากรรมออกมาในรูปแบบของรูปปั้นสิงห์สาราสัตว์ อาทิ ลูกไก่ ลูกแพะ ลูกม้า ลูกวัว และกวาง ซึ่งอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้เป็นอาจารย์ถึงกับเคยกล่าวชื่นชมลูกศิษย์ผู้นี้ว่า 

 

เป็นศิลปินซึ่งเกิดมาสำหรับปั้นสัตว์เหมือนจริง
และในงานประเภทนี้แล้วนับว่าหาตัวจับยาก

 

ด้วยฝีมือและความสามารถที่โดดเด่น จึงทำให้นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ ๒ (เหรียญเงิน) ในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 1 เมื่อปีพ.ศ. 2492 จากผลงาน ‘ลูกแพะ’ และได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ ๑ (เหรียญทอง) ในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2493) ครั้งที่ 3 (พ.ศ. 2494) และครั้งที่ 4 (พ.ศ. 2496) ติดต่อกันถึง 3 ครั้งซ้อนจากผลงานรูปปั้น ‘ลูกม้า’ ‘ลูกวัว’ และ ‘กวาง’ ตามลำดับ

นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ เป็นลูกศิษย์ที่มีความใกล้ชิดกับอาจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นอย่างมาก และได้ทำงานรับใช้อาจารย์ศิลป์ พีระศรี  จนอาจารย์ศิลป์ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อ พ.ศ. 2505 และได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สืบทอดตามปณิธานของอาจารย์ ในฐานะ ‘สี่ทหารเสือ’ ของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี

 

ศิลปินประติมากรแห่งรัชสมัย

นับเป็นความเจริญงอกงามทางศิลปะบนผืนแผ่นดินไทย ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงสนพระราชหฤทัยในงานด้านศิลปะหลากหลายแขนง โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้านประติมากรรมทรงพระปรีชาสามารถ ทรงสนพระราชหฤทัย และทรงมีพระราชปฏิสันถารกับศิลปินประติมากรถึงเทคนิคและวิธีการต่าง ๆ อยู่เสมอ

ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ถือเป็นศิลปินประติมากรแห่งรัชสมัย และเป็นศิลปินประติมากรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้ปฏิบัติงานด้านประติมากรรมถวายตามพระราชประสงค์มาตั้งแต่ในช่วงทศวรรษ 2500 ดังปรากฏข้อมูลว่า ในปี พ.ศ. 2500 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ออกแบบพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล โดยมีนายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ช่วยปั้น นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ยังได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ทำงานประติมากรรมถวายอีกหลายครั้ง เช่น ปั้นพระรูปสมเด็จพระสังฆราช 

ด้วยผลงานและความสามารถเป็นที่ประจักษ์ ในปี พ.ศ. 2508 นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เข้าไปปฏิบัติราชการสนองพระมหากรุณาธิคุณ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน โดยส่วนใหญ่เป็นงานปั้นพระบรมรูปและพระพุทธรูป อาทิ พระบรมรูปรัชกาลที่ 1 เต็มพระองค์ สูง 14 นิ้ว ใช้เป็นแบบขยายใหญ่ตามความเหมาะสม เพื่อประดิษฐาน ณ พระที่นั่งศิวาลัย, ปั้นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระบรมรูปแบบที่ใช้ในการสร้างเหรียญกษาปณ์ ราคา 5 บาท ตามที่กรมธนารักษ์ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้ช่วยปั้นให้

นอกจากประติมากรรมพระบรมรูป นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ยังได้ปฏิบัติราชการสนองพระมหากรุณาธิคุณ ปั้นแบบพระพุทธรูปสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น อาทิ พระพุทธรูปปางประทานพร ภ.ป.ร. พ.ศ. 2508 (วัดบวรนิเวศ), พระพุทธนวราชบพิตร และพระพุทธรูปปางนาคปรก (ประดิษฐาน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน) รวมทั้งเป็นผู้แกะแบบพระพิมพ์สมเด็จจิตรลดา พระเครื่องทรงสร้างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงออกแบบและกดพิมพ์ด้วยพระองค์เองทุกกระบวนการ

เป็นที่ประจักษ์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและประชาชน 

หนึ่งในพระราชกรณียกิจที่สำคัญคือ ด้านการศาสนา ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภกของพระพุทธศาสนา โดยทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธปฏิมาในโอกาสสำคัญต่าง ๆ เพื่อเป็นศูนย์รวมความเชื่อมั่น ความศรัทธา และเป็นที่พึ่งทางใจแก่ประชาชน

จากข้อมูลต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่า นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ เป็นหนึ่งในศิลปินประติมากรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงไว้วางพระราชหฤทัยในการปั้นพระพุทธรูปทรงสร้างที่สำคัญ ในรัชสมัย อาทิ พระพุทธรูปปางประทานพร ภ.ป.ร. พ.ศ. 2508 (วัดบวรนิเวศ) ซึ่งมีที่มาจากพระราชประสงค์ให้ดัดแปลงแก้ไขพระพุทธลักษณะจากการสร้างครั้งที่ 1 ของวัดเทวสังฆาราม จังหวัดกาญจนบุรี (พระพุทธรูป ภ.ป.ร. รุ่น 1 พ.ศ. 2506 วัดเทวสังฆาราม) 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระดำริ และพระราชวินิจฉัยว่า พระพุทธรูปแก้ไขใหม่นั้นต้องมีลักษณะสง่างาม แข็งแรง แต่ไม่แข็งกระด้าง และให้มีความรู้สึกว่าเป็นที่พึ่งแก่เหล่าพสกนิกร ให้เป็นแบบพุทธศิลป์แห่งสมัยรัตนโกสินทร์ โดยพระองค์ทรงควบคุมดูแลการปั้นอย่างใกล้ชิด ดังปรากฏข้อมูลในงานศึกษาของ วิศรุต บวงสรวง ว่า นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ได้ทำบันทึกถึงรัฐบาล (ในขณะนั้น) ว่า เมื่อได้นำพระพุทธรูปต้นแบบขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปั้นและแก้ไขที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ทั้งนี้เพื่อที่จะทรงสะดวกในการเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตร ซึ่งโดยตลอดการปั้นนั้น ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรอยู่เสมอ และทรงหล่อแบบพระพุทธรูปที่แก้ไขใหม่นั้นด้วยพระองค์เอง อีกทั้งไม่โปรดให้นำพระพุทธรูปที่ปั้นเสร็จออกไปที่อื่นเพราะทรงเกรงว่าจะเกิดความเสียหาย และทรงได้ตั้งพระราชหฤทัยที่จะให้เป็นอนุสรณ์ในรัชสมัยของพระองค์ ทรงพระราชทานภาษิตสำหรับจารึกที่ฐานเป็นสัญลักษณ์ว่า 

ทยฺยชาติยา สามคฺคิยํ สติสญฺชานเนน โภชิสิยํ รกฺขนฺติ” แปลความว่า “คนชาติไทย จะรักษาความเป็นไทอยู่ได้ด้วยมีสติสำนึกอยู่ในความสามัคคี

พระพุทธรูปปางประทานพร ภ.ป.ร. พ.ศ. 2508 จึงเป็นพระพุทธรูปที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่งทางพุทธศิลป์แห่งสมัยรัตนโกสินทร์ 

พระพุทธรูปทรงสร้างที่สำคัญในสมัยรัชกาลที่ 9 อีกองค์หนึ่งที่ นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ได้ปฏิบัติราชการสนองพระมหากรุณาธิคุณ คือ ‘พระพุทธวราชบพิตร’ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเพื่อพระราชทานและประดิษฐานไว้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ เข้าไปปั้นหุ่นพระพุทธรูป ณ พระตำหนักจิตรดารโหฐาน โดยทรงตรวจพุทธลักษณะพระพุทธรูปจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย และโปรดเกล้าฯ เททองหล่อพระพุทธรูป เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2509 

พระพุทธวราชบพิตร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย ขนาดหน้าตักกว้าง 23 เซนติเมตร สูง 40 เซนติเมตร ที่ฐานบัวหงายทรงบรรจุพระพิมพ์ขนาดเล็ก คือ พระพิมพ์สมเด็จจิตรลดา 

พระพิมพ์สมเด็จจิตรลดา เป็นพระเครื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงออกแบบและสร้างขึ้นด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เองในช่วงปี พ.ศ. 2508 - 2513 เพื่อพระราชทานแก่ข้าราชบริพาร ทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่กระทำความดี สร้างขึ้นจากมวลสารศักดิ์สิทธิ์ส่วนพระองค์และมวลสารจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ พุทธลักษณะเป็นพระพิมพ์ทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว พระประธานประทับนั่งขัดสมาธิราบปางมารวิชัยบนฐานบัวคว่ำ บัวหงาย

พระพิมพ์สมเด็จจิตรลดา ได้รับการแกะแบบโดยนายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ศิลปินประติมากรที่รับราชการใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทในงานด้านประติมากรรม โดยนายไพฑูรย์ เล่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้ดินน้ำมันปั้นเป็นต้นแบบพระพิมพ์สมเด็จจิตรลดา แล้วนำมาถอดพิมพ์ แล้วหล่อออกมาเป็นองค์พระด้วยปูนปลาสเตอร์ โดยทรงรับสั่งกับนายไพฑูรย์ว่าต้องการให้แกะพระพิมพ์ตามแบบที่พระราชทานมาให้นี้ โดยมีพุทธลักษณะเป็นพระพิมพ์ทางสามเหลี่ยมหน้าจั่ว 

จากนั้น นายไพฑูรย์ จึงเริ่มลงมือแกะพิมพ์ด้วยหินใบมีดโกน โดยใช้ดินน้ำมันมากดลงในพิมพ์ ถอดออกมาเป็นองค์พระเพื่อตกแต่งแก้ไขพิมพ์อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งได้แบบพิมพ์พระที่สมบูรณ์ตามพระราชประสงค์

บนเส้นทางชีวิตแห่งวงการศิลปะและงานประติมากรรมของไทย นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ จึงเป็นศิลปินประติมากรคนสำคัญที่มีส่วนในการบุกเบิกสร้างผลงานและสร้างความเจริญงอกงามด้านประติกรรมของไทยจนได้รับรางวัลศิลปินชั้นเยี่ยม พ.ศ. 2496 เป็นอาจารย์ที่ถ่ายทอดวิชาความรู้และประสบการณ์แก่ศิษย์มาเป็นระยะยาวนาน และเป็นศิลปินปูชนียบุคคลที่ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ในปี พ.ศ. 2529

ในฐานะพสกนิกรชาวไทย นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ เป็นศิลปินประติมากรที่รับราชการใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท เป็นประติมากรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้ปฏิบัติราชการสนองงานในด้านประติมากรรมที่เกี่ยวข้องทั้งในงานศิลปะ งานพระพุทธศาสนา และงานสถาบันพระมหากษัตริย์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับพระราชทาน คือ ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา

นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ได้ปฏิบัติราชการสนองพระมหากรุณาธิคุณด้วยความจงรักภักดีจนเกษียณอายุราชการ และตราบถึงกาลละเวลาแห่งการวายชนม์เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2542 ด้วยโรคเบาหวาน 

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหีบทองลายสลักประกอบศพ และรับศพอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด พระราชทานพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 7 คืน พระราชทานพวงมาลาหน้าหีบศพ บำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานในโอกาสครบ 50 วัน และ 100 วัน ครบถ้วนตามประเพณีทุกประการ