10 เม.ย. 2569 | 11:00 น.

KEY
POINTS
วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2539 กลายเป็นรอยด่างดำในหน้าประวัติศาสตร์สื่อสารมวลชนไทย เมื่อเสียงปืนที่ดังขึ้นกลางดึกได้พรากชีวิตของผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท) ไปตลอดกาล
เหตุการณ์นั้นไม่เพียงสะเทือนขวัญคนไทยทั้งประเทศ แต่ยังทิ้งคำถามสำคัญไว้เบื้องหลัง ว่าเหตุใดชายผู้ซื่อตรงและทำงานเพื่อผลประโยชน์ของแผ่นดิน จึงต้องพบกับจุดจบอันน่าเศร้าเช่นนี้
เพื่อรำลึกถึง ‘แสงชัย สุนทรวัฒน์’ บทความนี้จะพาไปย้อนเส้นทางชีวิต การทำงาน อุดมการณ์ที่กล้าหาญ และเหตุการณ์ลอบสังหารที่พลิกหน้าประวัติศาสตร์วงการสื่อไทย
แสงชัยเกิดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2486 ที่จังหวัดปราจีนบุรี เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่มีบรรพบุรุษอพยพตั้งถิ่นฐาน โดยมีปู่มาจากเมืองจีน และย่าชวดมีเชื้อสายมอญ
พื้นเพครอบครัวที่มาจากหลากหลายสายเลือดและเข้ามาพึ่งพิงร่มโพธิ์ร่มไทรของแผ่นดินไทย ได้หล่อหลอมให้แสงชัยมีจิตสำนึกอันแรงกล้าที่จะทดแทนคุณแผ่นดินเกิด เขายึดมั่นเสมอว่าการทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริตคือการตอบแทนประเทศชาติที่ดีที่สุด
ด้านการศึกษา เขาสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ ก่อนจะสอบเข้าเรียนต่อจนจบปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รุ่นที่ 2) สถาบันที่บ่มเพาะอุดมการณ์รักความเป็นธรรมให้ฝังรากลึก
หลังจบการศึกษา แสงชัยเดินทางไปเรียนต่อระดับปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา และใช้ชีวิตทำงานในธุรกิจร้านอาหารที่นั่นยาวนานถึง 18 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เปิดโลกทัศน์และมอบประสบการณ์ชีวิตอย่างมหาศาลให้กับเขา
เมื่อตัดสินใจเดินทางกลับมายังประเทศไทย แสงชัยก้าวเข้าสู่วงการสื่อสารมวลชน เริ่มต้นสร้างชื่อเสียงจากการเป็นคอลัมนิสต์ที่ใช้นามปากกา ‘แอนเดอร์สัน’ นำเสนอเรื่องราวความเคลื่อนไหวในต่างประเทศได้อย่างน่าสนใจและมีเอกลักษณ์
แต่ผลงานที่ทำให้ชื่อของแสงชัยกลายเป็นที่จดจำของคนไทยทั้งประเทศ คือคอลัมน์สอนภาษาอังกฤษ ‘ฟุต ฟิต ฟอ ไฟ’ บนหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เขาทำให้ไวยากรณ์ที่เคยเข้าใจยากกลายเป็นเรื่องสนุก เข้าถึงง่าย และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
นอกจากนี้ เขายังมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำด้วยการบุกเบิกคอลัมน์ ‘โลกสีเขียว’ รณรงค์เรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในยุคที่สังคมไทยยังไม่ค่อยตื่นตัวกับเรื่องเหล่านี้นัก
ไม่เพียงแต่งานเขียน แสงชัยยังปรากฏตัวผ่านหน้าจอโทรทัศน์ในฐานะผู้ดำเนินรายการข่าวที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ร่วมกับ ‘ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล’ ลีลาการจัดรายการที่ฉะฉาน ตรงไปตรงมา และวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้เขากลายเป็นที่ยอมรับอย่างรวดเร็ว
ด้วยความรู้ความสามารถอันโดดเด่น แสงชัยได้รับการทาบทามให้เข้ามารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท) ซึ่งถือเป็นบททดสอบและจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต
ตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง เขาประกาศอุดมการณ์อย่างชัดเจนว่า อสมท ก่อตั้งขึ้นด้วยเงินภาษีของประชาชน ดังนั้นเจ้าของที่แท้จริงคือประชาชน ไม่ใช่กลุ่มอิทธิพลหรือนักการเมืองคนใด
คำสอนที่แสงชัยมักย้ำเตือนพนักงานเสมอคือ “ถ้าเราไปทำทุจริตคิดไม่ชอบ หรือเอาเวลาของสถานีไปหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง นั่นคือการเนรคุณต่อแผ่นดิน” เขาแยกแยะระหว่างคำว่า ‘อำนาจ’ ที่เป็นสิ่งฉาบฉวย กับ ‘หน้าที่’ ที่ต้องรับผิดชอบอย่างชัดเจน
ภายใต้การบริหารงานที่เด็ดขาดและโปร่งใส เพียง 2 ปีกว่า แสงชัยสามารถพลิกฟื้น อสมท จากองค์กรที่เคยมีปัญหา ให้กลับมามีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึงกว่า 1,055 ล้านบาทในปี 2538
ความซื่อสัตย์ของแสงชัยเป็นที่เลื่องลือ มีเกร็ดเรื่องเล่าที่ยืนยันความตงฉินคือ เมื่อมีผู้นำสร้อยคอทองคำมามอบให้เพื่อหวังผลประโยชน์ เขาปฏิเสธอย่างไม่ไยดี พร้อมตอกกลับไปว่า “ที่บ้านผม มีแต่หมาเท่านั้นที่ใส่สร้อย”
แม้งานบริหารและงานข่าวจะมีความเข้มข้น แต่นโยบายด้านรายการบันเทิงและเยาวชนก็ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ในยุคที่แสงชัยบริหารงานนั้น รายการ ‘ช่อง 9 การ์ตูน’ ได้รับความนิยมทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด
แม้ตัวเขาจะไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งรายการนี้ แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน เขาจึงเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้
ความใส่ใจดังกล่าวนำไปสู่การจัดกิจกรรม ‘ช่อง 9 การ์ตูนสัญจร’ ซึ่งนำทัพตัวการ์ตูนและกิจกรรมบันเทิงออกไปมอบความสุขให้กับเด็ก ๆ ตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ
ปรากฏการณ์นี้สร้างความคึกคักและรอยยิ้มให้กับเด็กไทยในยุคนั้นอย่างมาก ถือเป็นหนึ่งในผลงานที่สร้างความผูกพันระหว่างสถานีโทรทัศน์กับผู้ชมระดับครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อแสงชัยตัดสินใจจัดระเบียบและพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ เขาต้องเผชิญหน้ากับ ‘อุบล บุญญชโลธร’ เจ้าแม่แห่งวงการวิทยุกระจายเสียงภูธร ผู้ครองสัมปทานคลื่นวิทยุในภาคเหนือ
เมื่อแสงชัยตรวจสอบพบว่าคลื่นวิทยุดังกล่าวทำผิดเงื่อนไขสัมปทาน และถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตีรัฐบาล เขาจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะ “ไม่ต่อสัญญาสัมปทาน” ให้
การเสียผลประโยชน์มหาศาลสร้างความโกรธแค้นให้กับผู้สูญเสียอำนาจ แต่แสงชัยผู้มีหัวใจเด็ดเดี่ยวไม่เคยแสดงความหวาดหวั่น
วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2539 ควรจะเป็นวันที่มีความสุขที่สุดวันหนึ่ง เพราะเป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่ 27 ของแสงชัยและ ‘วัชรี’ ภรรยาคู่ชีวิต หลังไปรับประทานอาหารค่ำเพื่อเฉลิมฉลอง ทั้งสองก็เดินทางกลับบ้านย่านเมืองทองธานีด้วยรถยนต์
ขณะที่วัชรีเป็นผู้ขับรถและชะลอความเร็วเมื่อถึงเนินลูกระนาดใกล้ทางเข้าหมู่บ้านเมืองทองธานี 3 คนร้ายที่ขี่รถจักรยานยนต์สะกดรอยตามมาได้ขี่เข้าประกบทางด้านซ้าย
กระสุนปืนขนาด 9 มม. ถูกลั่นไกเจาะทะลุกระจก พุ่งเข้าสู่ร่างของแสงชัยที่นั่งอยู่เบาะหน้าซ้าย กระสุนตัดขั้วเส้นเลือดใหญ่ทำให้บาดเจ็บสาหัส
“แนนซี่ พี่ถูกยิง” คือประโยคสุดท้ายที่แสงชัยเอ่ยกับภรรยา ก่อนจะเอนร่างซบลง
คนร้ายพยายามจะยิงวัชรีเพื่อปิดปาก แต่กระสุนเกิดขัดลำกล้อง ทำให้เธอรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด วัชรีรีบขับรถพาสามีไปส่งโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ แต่บาดแผลนั้นฉกรรจ์เกินไป แสงชัยเสียชีวิตในเวลาต่อมา
คดีลอบสังหารผู้อำนวยการ อสมท สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วประเทศ กรมตำรวจระดมทีมนักสืบฝีมือดีที่สุดมาทำคดี แต่ช่วงเดือนแรกการสืบสวนกลับมืดแปดด้าน เพราะมือปืนที่ก่อเหตุเป็นมือปืนหน้าใหม่ที่ยังไม่มีประวัติอาชญากรรม
จนกระทั่งเกิดจุดเปลี่ยนที่คาดไม่ถึง ในคดีคนร้ายลอบยิงเจ้าของธุรกิจสุขภัณฑ์ย่านบางชัน ตำรวจพบ ‘ถุงกระดาษ’ ใบหนึ่งตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งภายในมีกระดาษจดเลขห้องพักอพาร์ตเมนต์ย่านรามคำแหง
เบาะแสนี้ทำให้ตำรวจบุกไปเชิญตัวผู้ต้องสงสัยชื่อ ‘โหน่ง’ มาสอบปากคำ แม้ตอนแรกจะปฏิเสธ แต่เมื่อภรรยาของเขามาเยี่ยมและเผลอหลุดปากเรื่องที่สามีไปพัวพันกับคดียิงคนดังย่านปากเกร็ด ความจริงทั้งหมดจึงถูกเปิดเผย
การสอบสวนขยายผลนำไปสู่การจับกุมทีมสังหารได้ทั้งแก๊ง นำโดย นายนฤทุกข์ อดีตนักกีฬายิงปืนระดับเขต ผู้ลั่นไกสังหาร โดยที่มือปืนสารภาพว่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหยื่อคือบุคคลสำคัญ รู้เพียงถูกจ้างให้ไปยิงผู้อำนวยการโรงเรียนที่ปากไม่ดี
จากการซัดทอดของทีมมือปืน ตำรวจสามารถตามจับกุม ‘ทวี พุทธจันทร์’ ลูกเขยของอุบล ซึ่งเป็นผู้ประสานงานจัดหามือปืน ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกทีมสังหารตลอดชีวิต
ส่วนนางอุบล แม้กระบวนการยุติธรรมในขณะนั้นจะยังสาวไปไม่ถึงตัว แต่ท้ายที่สุดเธอก็ต้องพบกับจุดจบ เมื่อถูกมือปืนลอบสังหารด้วยอาวุธปืนอาก้าเสียชีวิตคารถเบนซ์หน้าบ้านพักของตนเอง
แม้เหตุการณ์จะล่วงเลยมานานนับทศวรรษ แต่ชื่อของ ‘แสงชัย สุนทรวัฒน์’ ยังคงถูกจารึกไว้ในฐานะสัญลักษณ์แห่งความตงฉิน ความซื่อสัตย์ และความกล้าหาญของสื่อมวลชนไทย
เรื่องราวของเขาเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า การยืนหยัดเพื่อความถูกต้องและทำประโยชน์เพื่อสาธารณชนนั้นมีคุณค่ามหาศาล และตำนานของชายผู้ไม่ยอมก้มหัวให้อิทธิพลมืดคนนี้ จะยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังสืบต่อไป
เรียบเรียง: พาฝัน ศรีเริงหล้า
ภาพ: หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ นายแสงชัย สุนทรวัฒน์ ผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.)
อ้างอิง:
หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ นายแสงชัย สุนทรวัฒน์ ผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.). (23 เมษายน 2539). ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน กทม. (อ้างอิงจากไฟล์เอกสาร: cretu1059.pdf)
คมชัดลึก. (27 มีนาคม 2552). พลิกแฟ้มคดีดัง : ปิดคดีฆ่า "แสงชัย สุนทรวัฒน์". สืบค้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569, จากเว็บไซต์คมชัดลึก.
คมชัดลึก. (10 เมษายน 2561). 11 เม.ย. 2539 ปมสังหาร แสงชัย สุนทรวัฒน์ สืบเจอจากถุงกระดาษ. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569, จากเว็บไซต์คมชัดลึก.
Nation TV. (10 เมษายน 2561). 11 เม.ย. 2539 ปมสังหาร แสงชัย สุนทรวัฒน์ สืบเจอจากถุงกระดาษ. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569, จากเว็บไซต์เนชั่นทีวี.
Thai PBS. (6 กุมภาพันธ์ 2563). ความจริงไม่ตาย - ชนวนเหตุ "แสงชัย สุนทรวัฒน์" ถูกลอบสังหาร. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569, จากเว็บไซต์ Thai PBS.
9MCOT. ไฮไลต์ 9MCOT HD “คลี่ปม - เส้นทางสังหาร" แสงชัย สุนทรวัฒน์ ผอ.อสมท. รายการจากช่อง 9MCOT เผยแพร่ผ่าน YouTube.