วยาปัม สแกม : กลโกงสะท้านโลก เมื่อความศักดิ์สิทธิ์ของการสอบถูกละเลงด้วยเงินสินบน

วยาปัม สแกม : กลโกงสะท้านโลก เมื่อความศักดิ์สิทธิ์ของการสอบถูกละเลงด้วยเงินสินบน

'วยาปัม สแกม' (Vyapam Scam) มหากาพย์การทุจริตสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อวิชาชีพแพทย์และบรรจุข้าราชการในรัฐมัธยประเทศของอินเดีย ซึ่งดำเนินการอย่างเป็นระบบโดยเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมือง

KEY

POINTS

กระดาษคำตอบที่ถูกเว้นว่างไว้ รอให้เจ้าหน้าที่วงในมาถมดำแก้ไขคะแนน

ขบวนการ ‘โบรกเกอร์’ หน้าฉากสถาบันกวดวิชา ที่คอยเชื่อมต่อเงินใต้โต๊ะหลักแสนจากกระเป๋าคนรวย ไปสู่มือข้าราชการระดับสูง
ภาพปฏิบัติการทลายโรงงานแก้คะแนนสอบท้องถิ่นย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อมตัวเลขความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมไทยขณะนี้ อาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่น่าตื่นตระหนก แต่ในหน้าประวัติศาสตร์โลก มีดินแดนหนึ่งที่เคยเปลี่ยน ‘สนามสอบคัดเลือกของรัฐ’ ให้กลายเป็นสนามโกยเงินระดับพันล้าน และตอนจบก็ไม่ได้มีเพียงแค่การถูกจับกุม แต่นำไปสู่การฆาตกรรมอำพรางที่โลกไม่มีวันลืม

นี่คือเรื่องราวของ ‘วยาปัม สแกม’ (Vyapam Scam) มหากาพย์การโกงสอบที่ดาร์กที่สุดในประวัติศาสตร์อินเดีย ที่ซึ่ง ‘ราคา’ ของความมั่นคงในชีวิต ไม่ได้จ่ายด้วยเงินฉ้อฉลเท่านั้น แต่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของผู้ออกมาพูดความจริง

วยาปัม และจุดเริ่มต้นของรอยร้าว

วยาปัม หรือที่รู้จักในชื่อทางการคือ คณะกรรมการสอบคัดเลือกวิชาชีพแห่งรัฐมัธยประเทศ (MPPEB - Madhya Pradesh Professional Examination Board) เป็นหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจล้นมือในการจัดสอบคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาต่อในสายวิชาชีพที่แข่งขันสูง (โดยเฉพาะคณะแพทยศาสตร์) และการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการในรัฐมัธยประเทศ ไม่ว่าจะเป็นครู ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ป่าไม้

ในประเทศที่มีประชากรพันล้านคน การได้เป็น ‘ข้าราชการ’ คือตั๋วใบเดียวที่จะช่วยให้คนธรรมดาลืมตาอ้าปากและเลื่อนชนชั้นทางสังคมได้อย่างมั่นคง ในเชิงอุดมการณ์ วยาปัมถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นเสาหลักของระบบคุณธรรม ที่ให้โอกาสผู้มีความสามารถอย่างเท่าเทียม แต่ความเป็นจริงในช่วงปี 1995 - 2012 หน่วยงานนี้กลับกลายเป็นเครือข่ายอาชญากรรม แม้จะมีการตรวจพบความผิดปกติครั้งแรกตั้งแต่ปี 2000 ในเขตฉัตตาร์ปุระ (Chhatarpur) แต่เสียงเตือนเหล่านั้นกลับถูกเพิกเฉย จนกระทั่งการทุจริตฝังรากลึกลงไปในสังคม

จากการสืบสวนและข้อมูลจากผู้เปิดโปงขบวนการ (Whistleblowers) พบว่าขบวนการนี้มีการวางรูปแบบการกระทำผิด (Modus Operandi) ที่หลากหลาย โดยอาศัยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ภายในวยาปัม เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าที่จ่ายเงินจะได้รับผลลัพธ์ตามต้องการ ผ่านกลไกการฉ้อฉลที่ถูกออกแบบมาอย่างแยบยล

กลไกการฉ้อฉล ผ่าน ‘หัวลาก-ตู้ขบวน’ และการจัดการที่เป็นระบบ

ความน่ากลัวของคดีวยาปัมไม่ใช่การลักลอบโกงข้อสอบแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ แต่เป็นการเปลี่ยนห้องสอบให้กลายเป็น ‘โรงงาน’ ที่ทำงานอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน และมีผู้สมรู้ร่วมคิดตั้งแต่เจ้าหน้าที่คุมสอบ ไปจนถึงข้าราชการระดับสูง

หากคุณมีเงินมากพอ ขบวนการนี้พร้อมจะเสนอรูปแบบการทุจริตที่ออกแบบมาอย่างประณีตและเยือกเย็น โดยกลวิธีที่ขึ้นชื่อที่สุดถูกเรียกว่า ระบบหัวลากและตู้ขบวน (Engine-Bogie System) ขบวนการนี้จะใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ระดับสูง เข้าไปแก้ไขเลขที่นั่งสอบของผู้สมัคร เพื่อจัดวางตำแหน่งที่นั่งในห้องสอบอย่างเป็นระบบ โดยพวกเขาจะส่งนักศึกษาแพทย์หัวกะทิหรือหมอจบใหม่ที่ความรู้แน่นปึกเข้ามานั่งในฐานะ ‘หัวลาก’ (Engine) แล้วจัดให้ ‘ลูกค้าผู้มีอันจะกิน’ (Bogie) นั่งล้อมรอบเพื่อคอยลอกคำตอบ โดยเลือกจัดที่นั่งให้อยู่แถวหลังสุดเพื่อให้ห่างไกลจากสายตาของผู้คุมสอบ

แต่ถ้าลูกค้าคนไหนไม่อยากแม้แต่จะเดินเข้าห้องสอบ ขบวนการนี้ก็มีระบบสวมรอยไว้คอยบริการ พวกเขาจะจัดหาตัวแทนสอบฝีมือดีจากรัฐใกล้เคียงมานั่งสอบแทน โดยมีการตัดต่อรูปถ่ายบนบัตรประจำตัวอย่างแนบเนียน และเจ้าหน้าที่วงในจะทำหน้าที่สลับรูปถ่ายจริงกลับคืนสู่ระบบ หลังจากสิ้นสุดการสอบเพื่อลบร่องรอย

วิธีการนี้คล้ายกับเหตุการณ์ทุจริตสอบท้องถิ่นของไทยอยู่ไม่น้อย ลูกค้าที่เลือกแพ็คเกจนี้จะได้รับคำสั่งง่าย ๆ ก่อนเข้าห้องสอบว่า "ข้อไหนทำได้ให้ทำส่วนข้อที่ไม่มั่นใจให้ปล่อยว่างไว้" หลังจากหมดเวลาสอบ กระดาษคำตอบ OMR ที่ขาวสะอาดเหล่านั้น จะถูกส่งตรงไปถึงมือเจ้าหน้าที่ภายในวยาปัม ผู้ถือสิทธิ์การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ จะนำกระดาษคำตอบมาถมดำแก้ไขคะแนน หรือแอบแฝงเปลี่ยนคีย์คำตอบในไฟล์สแกน โดยบางครั้งยังรวมไปถึงการจงใจปล่อยให้มีข้อสอบรั่วไหล เพื่อส่งมอบเฉลยให้ลูกค้าล่วงหน้าก่อนวันสอบจริง

ในตลาดมืดแห่งนี้ อนาคตและจรรยาบรรณแพทย์มีราคาค่างวดที่ถูกตั้งไว้ชัดเจน การสอบเข้าแพทย์ระดับปริญญาตรี มีราคาเริ่มต้นที่ 1.5 ล้านรูปี และอาจทะยานไปถึง 7 ล้านรูปีสำหรับหลักสูตรสาขาเฉพาะทาง เงินก้อนนี้จะถูกลำเลียงผ่านโบรกเกอร์ เครือข่ายตัวกลาง ไปสู่กระเป๋าของข้าราชการและนักการเมือง วงจรที่หยามเหยียดความพยายามของคนอ่านหนังสือสอบ ให้กลายเป็นเพียงสินค้าที่คนรวยเท่านั้นมีสิทธิ์ซื้อ

โดยราคาของการซื้ออนาคต มีเพดานราคาที่ชัดเจน เช่น การสอบเข้าแพทย์ระดับปริญญาตรี เริ่มต้นที่ประมาณ 1.5 ล้านรูปี และอาจพุ่งสูงถึง 5 - 7 ล้านรูปี สำหรับการสอบในระดับปริญญาโทสาขาเฉพาะทาง กระบวนการทั้งหมดนี้ ดำเนินการผ่านเครือข่ายตัวกลาง ที่คอยเชื่อมโยงผู้สมัครเข้ากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงภายในหน่วยงานและนักการเมืองที่มีอำนาจ

มหากาพย์การสืบสวน 

เมื่อตำรวจในเมืองอินดอร์ (Indore) เข้ามาดูแลคดี ก็กลายเป็นว่านี่คือ ‘มหากาพย์’ การโกงข้อมสอบที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับรัฐ แต่ยังลุกลามไปสู่ระดับประเทศ

กรกฎาคม 2013 ตำรวจบุกจับกุมผู้ต้องสงสัยที่โรงแรมปาถิก (Pathik) ในเมืองอินดอร์ พบตัวแทนสอบ 20 คนเตรียมสวมสิทธิ์แทนผู้อื่น นำไปสู่การจับกุม ‘ดร. จักดิช สคร’ (Dr. Jagdish Sagar) แพทย์ผู้เป็นหัวหน้าขบวนการทุจริต ที่สะสมทรัพย์สินและเงินสดมหาศาลจากการทำธุรกิจนี้มาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990

จากนั้นในปี 2014 คดีลุกลามถึงระดับบริหาร เมื่อ ‘ลักษมีกานต์ ชาร์มา’ (Laxmikant Sharma) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและเหมืองแร่ (พรรค BJP) ผู้ดูแลวยาปัมโดยตรงถูกจับกุม ในช่วงนี้ศาลสูงได้แต่งตั้งหน่วยสืบสวนพิเศษ (SIT - Special Investigation Team) เข้ามากำกับดูแลกองกำลังพิเศษ (STF - Special Task Force) เพื่อป้องกันการแทรกแซงทางการเมืองจากฝ่ายบริหาร

คดีได้ยืดเยื้อมาถึงกรกฎาคม 2015 จุดแตกหักที่สั่นสะเทือนโลก เมื่อนักข่าวสืบสวนสอบสวนเสียชีวิตอย่างปริศนา แรงกดดันจากสาธารณชนมหาศาลทำให้ศาลฎีกาสั่งโอนคดีทั้งหมดจากตำรวจรัฐไปอยู่ในความดูแลของหน่วยสืบสวนกลาง (CBI - Central Bureau of Investigation) ทันที

แต่ภายใต้กระบวนการยุติธรรมที่กำลังเคลื่อนที่ กลับมีเงามืดคอยกวาดล้างพยานและผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ จนนำไปสู่สิ่งที่ถูกขนานนามว่า มฤตยูโลก (Mrityu Lok) หรือ แดนแห่งความตาย

ปริศนาความตายต่อเนื่อง

“ใครที่เกิดมาบนโลกนี้ วันหนึ่งก็ต้องตาย ไม่ว่าจะเป็นราชาหรือคนจน... วันหนึ่งทุกคนต้องตาย ไม่ว่าจะบนรางรถไฟหรือในคุก นี่คือโลกแห่งความตาย (Mrityu Lok)”

วาทะของ ‘บาบูลาล โกร’ (Babulal Gaur) รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยรัฐมัธยประเทศในขณะนั้น ที่สะท้อนถึงวิกฤตศรัทธาเมื่อพยาน ตัวกลาง และผู้เกี่ยวข้องในคดีทยอยเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา สถิติอย่างเป็นทางการระบุไว้ที่ 25-33 ราย แต่รายงานจากสื่อและผู้เปิดโปงข้อมูลอ้างว่าอาจสูงถึง 41 หรือมากกว่า 150 ราย

สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า ‘นัมราตา ดามอร์’ (Namrata Damor) นักศึกษาแพทย์วัย 19 ปีที่หายตัวไปในปี 2012 คือหนึ่งในผู้เสียหาย ก่อนจะพบร่างไร้วิญญาณอยู่ริมรางรถไฟ สวมชุดกูรตา (Kurta) สีแดงและแจ็คเก็ตพูม่า (Puma) สีม่วงเทา ผลชันสูตรระบุชัดว่าเธอขาดอากาศหายใจเนื่องจากถูกบีบคอ มีรอยขีดข่วนคล้ายรอยเล็บที่ใบหน้าและริมฝีปากฟกช้ำ ซึ่งตำรวจได้สรุปว่าเป็นการปลิดชีพเพราะผิดหวังในความรัก

ใช่ว่าจะเพียงแค่นักศึกษาเท่านั้น ยังมีผู้สื่อข่าวทีวีช่อง Aaj Tak ‘อักษัย ซิงห์’ (Akshay Singh)  วัย 38 ปี ผู้เดินทางไปทำข่าวขุดคุ้ยความตายของ นัมราตา ดามอร์ เขาเสียชีวิตกะทันหันต่อหน้าต่อตาพยานขณะนั่งสัมภาษณ์พ่อของเธอ โดยมีแฟ้มเอกสารชันสูตรศพวางอยู่ที่ตัก ซิงห์เกิดอาการตัวสั่น หายใจไม่ออก ปากอ้าค้าง และมีน้ำลายเป็นฟองก่อนจะหมดสติสิ้นใจในทันที รัฐบาลระบุสั้นๆ ว่า "หัวใจวายเฉียบพลัน" แต่การตายของเขาคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้สื่อทั่วประเทศกดดัน จนคดีต้องเปลี่ยนมือไปสู่หน่วยงานกลางอย่าง CBI

ไม่เว้นแม้แต่ ‘ดร. เอส เค ซากัลเล’ (Dr. SK Sakalle) และ ‘ดร. อรุณ ชาร์มา’ (Dr. Arun Sharma) คณบดีวิทยาลัยการแพทย์ในเมืองจาบัลปุระ (Jabalpur) ผู้ทำการตรวจสอบการรับเข้าเรียนที่ทุจริต ดร.ซากัลเล ถูกพบเป็นศพจากการถูกไฟคลอกบนสนามหญ้าหน้าบ้านตนเองในปี 2014 และเมื่อ ดร.อรุณ ชาร์มา มารับตำแหน่งคณบดีคนต่อมาเพื่อสืบสวนเรื่องนี้ เขาก็ถูกพบเป็นศพในห้องพักโรงแรมที่เดลี พร้อมขวดวิสกี้และยาคลายเครียด ก่อนหน้าวันที่จะต้องไปให้การกับตำรวจ

รูปแบบการเสียชีวิตส่วนใหญ่มักถูกจัดฉากให้เป็นอุบัติเหตุทางถนน (11 ราย) เช่น กรณีของ อนูจ อูอิเก้ (Anuj Uieke) ตัวกลางหนุ่มที่ถูกรถบรรทุกพุ่งชนดับพร้อมเพื่อน, การฆ่าตัวตาย (5 ราย) เช่น การผูกคอตายของผู้ต้องหาและแม่ที่ดื่มกรดตายตาม รวมถึงอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ของคนหนุ่มสาวในคุก

ชะตากรรมของผู้เปิดโปงความจริง

บทบาทของผู้เปิดโปงความจริงในคดีวยาปัม ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้กลโกงระดับชาติถูกตีแผ่ แต่ราคาที่พวกเขาต้องจ่ายนั้นสูงลิ่ว จนแทบเอาชีวิตไม่รอด เพราะ ‘ดร. อานันท์ ไร’ (Dr. Anand Rai) ต้องยื่นคำร้องต่อศาลมาตั้งแต่ปี 2009 สิ่งที่เขาได้รับคือโทรศัพท์ขู่ฆ่านับครั้งไม่ถ้วน เชื่อว่ามีการจ้างมือปืนมาเก็บเขา ถูกสั่งย้ายไปประจำเขตทุ่งถิ่นห่างไกลเพื่อเป็นการลงโทษ และต้องใช้ชีวิตภายใต้การคุ้มกันของตำรวจติดอาวุธตลอด 24 ชั่วโมง โดยต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการรักษาความปลอดภัยที่สูงเกือบเท่าเงินเดือนของตนเอง

ส่วน ‘ปราแชนท์ ปานเดย์’ (Prashant Pandey หรือ Mr. X) เขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีที่กู้ข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ของวยาปัม ทำสำเนาข้อมูลลับเอาไว้ และพบว่าไฟล์ Excel ของ ‘นิติน โมฮินดรา’ (Nitin Mohindra) นักวิเคราะห์ระบบที่เป็นสมองของขบวนการ)ถูกตำรวจท้องที่แก้ไขเพื่อลบชื่อย่อ ‘CM’ (Chief Minister หรือมุขมนตรี) ออกถึง 48 ครั้ง ผลคือเขาถูกตำรวจท้องที่จับกุมในข้อหาแบล็กเมล์และต้องลี้ภัยไปอยู่ที่เดลีเพื่อรักษาชีวิต

ด้าน ‘อาชิช จาตุรเวดี’ (Ashish Chaturvedi) ผู้ยื่นฟ้องต่อต้านเครือข่ายทุจริตกว่า 5,000 ราย เขาถูกลอบสังหารและพยายามลักพาตัวมาแล้วถึง 3 ครั้ง ต้องใช้ชีวิตโดยการปั่นจักรยาน และมีตำรวจขี่มอเตอร์ไซค์คอยคุมท้ายตลอดเวลา โชคดีที่เขาสามารถมีชีวิตรอดกลับมาได้

มหากาพย์คดีวยาปัมดำเนินมาถึงจุดจบระลอกแรกในปี 2017 เมื่อศาลฎีกาอินเดียมีคำสั่งเด็ดขาดให้ยกเลิกคุณวุฒิและใบประกอบวิชาชีพของแพทย์ 634 ราย ที่พบว่าทุจริตในการสอบเข้า โดยให้เหตุผลว่า

“การฉ้อฉลไม่ควรได้รับอนุญาตให้หลบซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของสวัสดิการสาธารณะ”

ปี 2019 ศาลตัดสินจำคุกผู้ต้องหาชุดแรก 31 คน มีผู้ถูกจับกุมรวมแล้วกว่า 2,500 ราย ตั้งแต่ตัวการใหญ่อย่าง ดร. จักดิช สคร, เจ้าหน้าที่โกงระบบ นิติน โมฮินดรา, ไปจนถึงรัฐมนตรี ลักษมีกานต์ ชาร์มา แต่ในมุมมองของสาธารณชน ต่างมองว่าผู้มีอำนาจตัวจริง บางส่วนกลับรอดพ้นไปได้อย่างปาฏิหาริย์ เช่น ชีวราช สิงห์ โชฮัน (Shivraj Singh Chouhan) มุขมนตรีในขณะนั้นที่ได้รับใบรับรองความบริสุทธิ์ จาก CBI ท่ามกลางข้อกังขาเรื่องไฟล์ Excel ที่ถูกแก้ไข และเมื่อหันกลับมามองคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไทย ไม่ว่าจะเป็นห้องเช่าคอมพิวเตอร์ที่บางใหญ่ หรือกระบวนการในรัฐมัธยประเทศ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเงินเท่านั้น เพราะกลโกงเหล่านี้ คงทำให้ประชาชนธรรมดาต่างตั้งคำถามขึ้นมาในใจ ว่าแท้จริงแล้วข้าราชการที่ควรจะรับใช้ประชาชน ทุกวันนี้พวกเขากำลังทำเพื่อตนเอง หรือเพื่อประเทศชาติกันแน่

ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทย เราเองก็มีมหากาพย์ของการทุจริตสอบไม่ต่างกัน โดยมี ‘จุด’ สำคัญที่เหมือนกัน คือการวางแผนล่วงหน้า เพื่อแก้ไขหรือปลอมแปลงคะแนนสอบผ่านความร่วมมือของเจ้าหน้าที่วงในและข้าราชการระดับสูง

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 หลังจาก ป.ป.ช. และตำรวจบุกจับขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น ก็ได้เผยรายละเอียดถึงเทคนิคการโกงออกมาว่า ขบวนการนี้ไม่ได้ใช้แค่การลอกข้อสอบแบบเดิม ๆ แต่ยกระดับไปถึงการใช้คอมพิวเตอร์ 18 ชุด เพื่อเตรียมแก้ไขคะแนนในระบบคอมพิวเตอร์โดยตรงกับรายชื่อผู้ที่ยอมจ่ายเงินตามที่ประกาศไว้

ในกรณีของไทย ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับตำแหน่งทั่วไปเริ่มต้นที่ 350,000 บาท และพุ่งสูงถึง 700,000 - 800,000 บาท ในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง สร้างความเสียหายสูงถึง 4,500 ล้านบาท และจากเหตุการณ์นี้ ทำให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ถูกสั่งย้ายทันที เพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวนลึกไปถึง ‘ตัวการใหญ่’ ที่หนุนหลังอยู่

อันที่จริง บทเรียนจากบางใหญ่ไม่ใช่ครั้งแรก หากย้อนมองร่องรอยในอดีต เราจะพบคดีทุจริตสอบโรงเรียนนายอำเภอ เมื่อปี 2552 การทุจริตมโหฬารผ่านการปลอมแปลงเอกสารและแก้ไขกระดาษคำตอบของกระทรวงมหาดไทย ศาลสั่งจำคุกอดีตอธิบดีกรมการปกครองและข้าราชการผู้เกี่ยวข้องนับร้อยราย และคดีสอบพนักงานส่วนตำบล มหาสารคาม ในปี 2557 ขบวนการโสมมที่ดึงเอาสถาบันการศึกษาเข้ามาแปดเปื้อน มีการสมคบคิดกับอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังเพื่อจัดฉากแก้ไขคะแนนสอบ จนกระทั่งศาลพิพากษาเด็ดขาดจำคุกจำเลยรวมไปมากกว่า 140 ราย

ข่าวการทุจริตสอบท้องถิ่นในปี 2569 อาจเพิ่งเริ่มต้นขึ้น และหน่วยงานตรวจสอบอย่าง ป.ป.ช. หรือ ปปป. กำลังทำหน้าที่อย่างเข้มข้น เราได้แต่หวังว่าประวัติศาสตร์บาดแผลของอินเดียจะไม่เกิดขึ้นซ้ำในบ้านเรา และความยุติธรรมจะไม่มาถึงช้าเกินไป และได้แต่หวังว่า

"Justice Delayed is Justice Denied" 

(ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม) 

กลายเป็นความจริงที่สังเวยอนาคตของคนไทยผู้สัตย์ซื่อไปจนหมดสิ้น

 

อ้างอิง

All you need to know about the Vyapam Scam.​ 

The blood-soaked trail of India’s massive Vyapam scam. 

The mystery of India’s deadly exam scam.

Vyapam scam took place in Madhya Pradesh, more than 45 people died, but the Prime Minister did not send anyone to jail: Arvind Kejriwal. 

Vyapam: India's deadly medical school exam scandal. 

Vyapam scam: Media demand 'fair probe' in Madhya Pradesh deaths. 

Vyapam Scam: The CBI’s Clean Chit Is Not the Final Word on the Matter. 

25 mystery deaths and 2,000 arrests: All about MP's Vyapam scam. 

Vyapam Scam: CBI Files Charge Sheet Against 490 People, But Excludes Chief Minister Shivraj Chouhan. 

แถลง จับโกงสอบท้องถิ่น แฉขบวนการใหญ่ มีบรรจุไปแล้วด้วย เผยสาเหตุแก้ข้อสอบย้อนหลัง. 

ย้อนมหากาพย์โกงสอบท้องถิ่น เช็คจุดตาย จาก ร.ร.นอภ.ถึง สถ.