23 ก.ย. 2569 | 18:00 น.

KEY
POINTS
ลองนึกถึงภาพเด็กทารกที่ร้องไห้งอแง แล้วเงียบลงทันทีเมื่อถูกอุ้มโยกไปมา หรือความง่วงที่ถาโถมเข้ามาตอนนั่งรถไฟนาน ๆ ร่างกายมนุษย์ดูจะมีความทรงจำฝังลึกบางอย่างเกี่ยวกับ 'จังหวะ' ที่บอกสมองว่าตอนนี้ปลอดภัยแล้ว พักได้
แต่เมื่อเราเติบโตขึ้น กลับไม่มีใครคอยโยกเปลให้เราหลับเหมือนวันวาน สิ่งที่เข้ามาแทนที่ในยามค่ำคืนคืออีเมลที่ยังค้างตอบ เดดไลน์ที่งวดเข้ามา กองงานที่รุมเร้า และความคิดที่ยังคงวิ่งวนในหัวไม่หยุด
สภาวะสมองที่ไม่ยอมปิดสวิตช์นี้เอง คือโจทย์ใหญ่ที่นำไปสู่การพัฒนา Therabody SleepMask หน้ากากนอนหลับที่ออกแบบมาเพื่อปลอบประโลมจิตใจอันเหนื่อยล้า และพาร่างกายให้ดิ่งลงสู่ความสงบได้ในเวลาไม่กี่นาที
หากย้อนมองกลับไป จุดเริ่มต้นของการปฏิวัตินวัตกรรมฟื้นฟูร่างกายทั้งหมดของ Therabody เกิดขึ้นจากบาดแผล ความเจ็บปวดของชายคนหนึ่งที่เผชิญอุบัติเหตุร้านแรงจนแทบหมดหวัง และหวังเพียงอย่างเดียวว่าจะได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อีกครั้ง
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้นจาก ‘ดร. เจสัน เวฮร์สแลนด์’ (Dr. Jason Wersland) เติบโตมาจากฟาร์มในรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ก่อนจะเดินทางมาเรียนวิชาจัดกระดูกและประสาทกระดูกสันหลัง ในลอสแอนเจลิส แต่ในปี 2007 ชีวิตของเขากลับพลิกผันอย่างรุนแรงจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์
อุบัติเหตุครั้งนั้นสร้างความเสียหายแก่ระบบประสาท และทิ้งอาการปวดเรื้อรังไว้ ความเจ็บปวดทำให้เขาสติแทบหลุด โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่เขาทรมานจนนอนไม่หลับ เขาเปลี่ยนบทบาทจากหมอที่เคยใช้สองมือรักษาผู้อื่น กลายเป็นคนไข้เสียเอง โดยไม่มีทั้งประกันสุขภาพและเงินทองสำหรับการผ่าตัดราคาแพง
และแล้วในคืนวันคริสต์มาสปี 2008 เจสันก็ได้ตัดสินใจเดินเข้าโรงรถ แล้วนำเลื่อยไฟฟ้า (Makita jigsaw) มาประดิษฐ์ดัดแปลงร่วมกับเศษเสารั้วและของเล่นแมว เกิดเป็นอุปกรณ์สั่นกระแทกรุ่นต้นแบบชิ้นแรก เพื่อใช้บรรเทาปวด และนั่นก็ทำให้เขาสามารถขยับแขนได้มากขึ้น
เมื่อเจสันนำอุปกรณ์ดัดแปลงนี้ไปทดลองใช้กับคนไข้รายหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุรถบัสชนประสานงา คนไข้คนนั้นกลับมาหาเขาพร้อมคำพูดที่เปลี่ยนชีวิตเจสันไปตลอดกาล เขาบอกว่า
"หมอ คุณต้องทำสิ่งนี้ให้สำเร็จ มันช่วยชีวิตผมไว้"
ถ้อยคำสั้น ๆ กลายเป็นประกายใจครั้งใหญ่ เขาทุ่มพัฒนางานวิจัยและสร้างเครื่องต้นแบบถึง 5 รุ่น นานกว่า 8 ปี (ค.ศ. 2008–2016) จนกระทั่งเปิดตัว Theragun G1 ในปี 2016 และขยายเติบโตด้วยการจับมือกับ Ben พาร์ทเนอร์ธุรกิจ จนได้รับการยอมรับในกลุ่มนักกีฬาระดับโลกอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo) รวมถึงทีมกีฬาอาชีพมากกว่า 250 ทีมทั่วโลก ในกว่า 60 ประเทศ ก่อนจะรีแบรนด์ครั้งใหญ่เป็น Therabody ในปี 2020 เพื่อยกระดับสุขภาพและสุขภาวะแบบองค์รวม
และหนึ่งในมิติที่แบรนด์หันมาจับอย่างจริงจัง ก็คือเรื่องที่คนยุคนี้ขาดแคลนมากที่สุด นั่นคือ 'การนอนหลับ'
ผู้ใหญ่มากกว่า 1 ใน 3 (34.8%) ต้องเผชิญกับการนอนหลับน้อยกว่ามาตรฐานขั้นต่ำ 7 ชั่วโมงต่อคืน ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะอ้วน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะซึมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญ
เพื่อแก้โจทย์นี้ Therabody ได้แรงบันดาลใจจากงานวิจัยทางประสาทวิทยาในปี 2019 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Current Biology โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเจนีวา (University of Geneva) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำโดย ‘ลอเรนซ์ บาแยร์’ (Laurence Bayer) และ ‘โซฟี ชวาร์ตซ์’ (Sophie Schwartz)
งานวิจัยชิ้นนี้ทำการทดลองในกลุ่มอาสาสมัครวัยรุ่น 18 คน โดยให้นอนในห้องแล็บ 2 คืน คืนหนึ่งบนเตียงธรรมดา และอีกคืนบนเตียงที่ไหวโยกเบา ๆ อย่างต่อเนื่องด้วยความถี่ 0.25 Hz พร้อมตรวจวัดคลื่นสมองด้วยเครื่อง EEG ตลอดคืน
ผลลัพธ์ทางประสาทวิทยาพบปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Neural Entrainment หรือการเหนี่ยวนำคลื่นสมองผ่านจังหวะการเคลื่อนไหว พบว่าอาสาสมัครสามารถหลับได้เร็วขึ้นเฉลี่ยถึง 6 นาที เมื่อได้รับจังหวะการแกว่งไกวเบา ๆ และการโยกเบา ๆ ก็ยังช่วยให้สมองเข้าสู่ช่วงการนอนหลับลึก NREM Stage 3 (N3) ได้รวดเร็วขึ้นและยาวนานขึ้น แถมยังช่วยลดภาวะตื่นตัวสั้น ๆ ระหว่างคืน ทำให้นอนหลับสนิทต่อเนื่อง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของความจำ เพราะพบว่าอาสาสมัครที่ตื่นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาสามารถจดจำคู่คำศัพท์ที่ท่องก่อนนอนได้แม่นยำกว่าเดิม เนื่องจากจังหวะสั่นสะเทือนช่วยซิงโครไนซ์คลื่นสมอง และคลื่น Sleep Spindles ระหว่างสมองส่วน Thalamus และ Cortex
นอกจากนี้ งานวิจัยคู่ขนานในหนูทดลองโดย ‘พอล แฟรงเกน’ (Paul Franken) จากมหาวิทยาลัยโลซาน ยังพบว่าระบบประสาทรับรู้การทรงตัวในหูชั้นใน โดยเฉพาะอวัยวะ Otolithic organs ทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณจังหวะความถี่นี้ เพื่อส่งต่อไปยังวงจรการนอนหลับในสมอง
ดูเหมือนว่าวิทยาศาสตร์ก็ได้ยืนยันสิ่งที่พ่อแม่ทั่วโลกรู้กันมานมนานแล้วว่า จังหวะที่สม่ำเสมอ คือสิ่งที่ช่วยนำพาสมองเข้าสู่ห้วงนิทรา
Therabody SleepMask คือความพยายามนำแนวคิดนี้มาย่อส่วนให้อยู่บนใบหน้า ตัวหน้ากากออกแบบให้ทึบแสง 100% และคลุมเลยไปถึงหน้าผากกับโหนกแก้มเล็กน้อย จึงกันแสงรอดเข้ามาได้เกือบหมด ในส่วนของตัวหน้ากากจะผลิตจากเนื้อผ้านุ่มระบายอากาศได้ดี น้ำหนักเบาเพียง 2.3 ออนซ์ (66 กรัม) สายรัดปรับระดับได้ แบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน 240 นาที
นอกจากนี้ยังมีแรงสั่นให้เลือก 3 รูปแบบ คือ wave, constant และ pulse เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตา บรรเทาความตึงเครียดและอาการปวดศีรษะ ปรับความแรงได้ และสามารถเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน Therabody เพื่อเปิดฟังเสียงบำบัดธรรมชาติ เช่น เสียงฝนตก คลื่นทะเล หรือการทำสมาธิได้ด้วย
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวแกดเจ็ต คือคำถามว่า เหตุใดมนุษย์ในวัยผู้ใหญ่ยุคนี้ ถึงต้องพึ่งพาเครื่องมือ เพื่อทำสิ่งที่ร่างกายเคยทำได้เองตั้งแต่แรกเกิด
คำตอบอาจอยู่ที่ว่า ร่างกายของเราไม่ได้รับ 'สัญญาณให้พัก' มานานแล้ว แสงจากหน้าจอส่องตาจนนาทีสุดท้ายก่อนนอน ความเครียดทำให้กล้ามเนื้อเกร็งค้างโดยไม่รู้ตัว และสมองก็ยังคงอยู่ในโหมดตื่นตัวต่อไป แม้เราจะปิดไฟแล้วก็ตาม
หากย้อนมองกลับไปในคืนวันคริสต์มาสปี 2008 ชายคนหนึ่งนั่งสู้กับความเจ็บปวดในโรงรถพร้อมเลื่อยฉลุในมือ เขาคงไม่คาดคิดว่าความพยายามที่ไม่ยอมจำนนต่อบาดแผลในวันนั้น จะเติบโตกลายเป็นนวัตกรรมที่ช่วยโอบอุ้มการนอนหลับของผู้คนในวันนี้
สำหรับผู้ที่ยังพยายามหาตัวช่วยให้นอนหลับสนิทยามค่ำคืน แต่ยังหาทางออกไม่เจอ The People ชวนทุกคนมาร่วมงาน Shall We Sleep 2026 GOOD NIGHT Better Life
📅 วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2026
🕜 13.30 – 17.30 น.
📍 Gaysorn Urban Resort
แล้วมาค้นพบไปด้วยกันว่า
GOOD NIGHT Better Life
เพราะคืนที่ดี คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดี
สำหรับพาร์ทเนอร์ที่มีความสนใจและอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน สามารถติดต่อได้ที่
อ้างอิง
How I Built This – Therabody: Jason Wersland
Thirty Minute Mentors – Jason Wersland
Brand Innovators – Dr. Jason Wersland
ScienceDaily – Rocking motion improves sleep and memory