22 ส.ค. 2569 | 19:00 น.

KEY
POINTS
ขยับนิ้วเท้าวันละ 100 ครั้ง
ใช้สารกระตุ้นโหมทำโจทย์คณิตศาสตร์
หรือแม้กระทั่งประกาศว่าชาตินี้จะไม่ยอมกินถั่วโดยเด็ดขาด
ฟังดูเหมือนพฤติกรรมแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในคนบางกลุ่ม มากกว่าจะเป็นกิจวัตรของเหล่าอัจฉริยะ แต่นี่คือเรื่องจริงของเหล่านักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ และนักประดิษฐ์ผู้เคยเปลี่ยนโลกมาแล้ว เพราะเบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ไม่ได้มีแค่พรสรรค์หรือสติปัญญาเหนือมนุษย์ หากแต่ยังมี ‘นิสัยส่วนตัว’ บางอย่างที่พวกเขาทำกันจนชิน
รวมถึง ‘อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์’ (Albert Einstein) อัจฉริยะผู้มีวิถีชีวิตสุดแปลกไม่แพ้ใคร เขามองว่าถุงเท้าเป็นอะไรที่น่ารำคาญจึงเลือกไม่ใส่ และหากจะงีบกลางวันจะต้องต้องถือช้อนไว้ตลอด แถมยังเป็นนักสูบไปป์ตัวยง ถึงขนาดเก็บก้นบุหรี่จากข้างถนน แล้วนำยาสูบที่ยังเหลืออยู่มาใส่ในไปป์ของตัวเอง แต่ท่ามกลางนิสัยชวนหัวทั้งหมด มีพฤติกรรมหนึ่งที่เขายึดถืออย่างเคร่งครัดยิ่งกว่าสิ่งใด นั่นคือการนอนหลับ
ไอน์สไตน์เลือกนอนหลับวันละไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง แถมหนึ่งในเรื่องเปลี่ยนโลกอย่างทฤษฎีสัมพัทธภาพ ว่ากันว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากการฝันเห็นวัวถูกไฟฟ้าช็อต เรียกได้ว่า 'การนอน' ไม่ใช่แค่การพักผ่อนประจำวัน แต่คือห้องทดลองลับที่ช่วยให้เขาใช้คิดสมการเปลี่ยนโลก และทำให้วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมนุษยชาติก้าวมาจนถึงทุกวันนี้
คนในยุคปัจจุบันกำลังเผชิญปัญหาเรื่องการนอนหลับกันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเหตุผลหลักคงหนีไม่พ้นการโหมงานหนัก เพื่อยืนอยู่ในจุดที่สังคมใฝ่หา และประสบความสำเร็จได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร จนกลายเป็นว่า ‘บางคน’ เริ่มมองว่าการยอมอดนอน คือสัญลักษณ์ของความพยายามที่พาไปสู่เส้ยชัยได้เร็วกว่าคนอื่น
แต่แนวคิดนี้ใช้ไม่ได้กับไอน์สไตน์ เพราะเขายึดมั่นว่า มนุษย์เราต้องนอนหลับเต็มอิ่ม อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะนอนให้ได้วันละ 10 ชั่วโมง และต้องเป็นการนอนหลับยาวต่อเนื่อง ไม่ใช่หลับ ๆ ตื่น ๆ
แน่นอนว่า 10 ชั่วโมงนี้ ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไปในยุคนี้อยู่ไม่น้อย ยิ่งหากเทียบกับสถิติจากงานวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่า คนอเมริกันทุกวันนี้มีเวลานอนเฉลี่ยเพียง 6.8 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่คนทำงานยุคใหม่อีกหลายล้านคนหลุดไปแตะระดับ 6 ชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้นด้วยซ้ำ ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 7–9 ชั่วโมงที่มูลนิธิการนอนหลับแห่งชาติ (National Sleep Foundation หรือ NSF) แนะนำไว้
ถึงจะมีกูรูหรือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ออกมาบอกว่ายิ่งนอนน้อยเท่าไร ก็เท่ากับยิ่งทำงานได้เยอะกว่าคนอื่น จนพลอยทำให้คนที่นอนวันละหลายชั่วโมง ถูกจัดกลุ่มอย่างหยาบ ๆ ว่าอยู่ในหมวด ‘คนขี้เกียจ’ ซึ่งตรงข้ามกับอัจฉริยะอย่างไอน์สไตน์ เพราะการนอนหลับไม่ได้ทำให้เขาเสียเวลาชีวิต หากแต่เป็นช่วงเวลาที่สมองของเขา สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
เพราะในเวลาที่เรานอนหลับ สมองจะเข้าสู่ช่วง Non-REM Sleep ซึ่งจะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า 'Spindle Events' หรือสภาวะที่สมองปล่อยคลื่นไฟฟ้าความถี่สูงออกมาเป็นจังหวะ ปรากฏการณ์นี้เปรียบเสมือนประตูเชื่อมข้อมูลระหว่างสมองส่วนต่าง ๆ และยิ่งมนุษย์นอนหลับมากเท่าไหร่ การเกิด Spindle Events ก็จะยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเท่านั้น
ปริมาณการเกิด Spindle Events มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับระดับปัญญาแบบไหลลื่น (Fluid Intelligence) ซึ่งเป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แก้ไขปัญหายาก ๆ ในแต่ละสถานการณ์ได้อย่างลื่นไหล สิ่งเหล่านี้คือทักษะที่ไอน์สไตน์เองก็ใช้อยู่เป็นประจำ
ด้าน ศาสตราจารย์ สจวร์ต โฟเกล (Stuart Fogel) นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยออตตาวา อธิบายว่า สมองส่วนทาลามัสและเปลือกสมองจะร่วมกันยิงกระแสไฟฟ้าวนไปมานับพันครั้งต่อคืน กระบวนการนี้ช่วยเรียบเรียงและตกผลึกข้อมูลที่สะสมมาตลอดวัน ให้กลายเป็นความรู้ชุดใหม่
ดังนั้น การนอนวันละ 10 ชั่วโมงของไอน์สไตน์จึงมีการปล่อยให้กระแสไฟฟ้าในสมองวิ่งวน เพื่อตกผลึกความคิด เหมือนกับที่ ‘จอห์น สไตน์เบ็ก’ (John Steinbeck) นักเขียนรางวัลโนเบล เคยนิยามปรากฏการณ์นี้ไว้ว่า
"ปัญหาที่ยากในตอนกลางคืน มักจะได้รับการแก้ไขในตอนเช้า หลังจากที่คณะกรรมการแห่งการนอนหลับได้ช่วยกันขบคิดแล้ว"
นอกจากเวลานอนพักผ่อนในยามค่ำคืนแล้ว ไอน์สไตน์ยังชอบงีบหลับสั้น ๆ ระหว่างวัน เพื่อรีเซ็ตความสดชื่นให้กับสมอง โดยเขามีเทคนิคการงีบสุดพิสดารที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือการใช้มือข้างหนึ่งถือช้อนเอาไว้ และวางแผ่นโลหะหรือถาดรองไว้ตรงพื้นด้านล่าง ในตำแหน่งที่ตรงกับมือของเขาพอดี
เมื่อเริ่มเคลิ้มหลับ ร่างกายจะผ่อนคลาย กล้ามเนื้อที่มือจะคลายออกโดยอัตโนมัติ ทำให้ช้อนในมือร่วงตกลงมากระทบแผ่นโลหะเสียงดัง และเสียงที่ดังขนาดนั้น ก็จะปลุกให้เขาตื่นขึ้นมาจากสภาวะ Hypnagogia หรือช่วงกึ่งหลับกึ่งตื่นพอดี
สภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นนี้ เป็นช่วงที่จิตใต้สำนึกทำงานร่วมกับตรรกะได้อิสระที่สุด ซึ่งอริสโตเติล (Aristotle) เองก็เคยกล่าวถึงความน่าอัศจรรย์ของสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นไว้ว่า “บ่อยครั้งในขณะที่เรากำลังเคลิ้มหลับ จะมีบางสิ่งในจิตสำนึกที่คอยเตือนเราว่า สิ่งที่ปรากฏอยู่นี้เป็นเพียงแค่ความฝัน”
หากจะบอกว่าการใช้ช้อนเป็นนาฬิกาปลุกส่วนตัว เป็นกลยุทธ์ฉลาดแกมโกงคงไม่ผิดนัก เพราะเขาใช้เทคนิคนี้ดึงเอาความฝันสั้น ๆ มาใช้รังสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาเข้านอนหลายชั่วโมงในช่วงกลางวัน
เคล็ดลับการนอนของไอน์สไตน์ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพื่อให้นอนหลับได้อย่างมีคุณภาพในทุกวัน เขายังแบ่งเวลาออกไปเดินเล่นให้ได้ระยะทาง 2.5 กิโลเมตรในทุกวัน โดยใช้เส้นทางเดินจากบ้านพักไปจนถึงห้องทำงานในมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน
ไอน์สไตน์ยังเลือกตัดเรื่องจุกจิกในชีวิตทิ้งไป หนึ่งในนั้นคือนิสัยการไม่สวมถุงเท้าอย่างเด็ดขาด ซึ่งเขาเคยเขียนระบายไว้ในจดหมายถึงภรรยาว่า
“เมื่อตอนผมยังเป็นเด็ก ผมสังเกตเห็นว่านิ้วหัวแม่เท้ามักจะทำให้ถุงเท้าเกิดเป็นรูอยู่เสียทุกครั้งไป ผมก็เลยเลิกใส่ถุงเท้ามันซะเลย”
จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นว่า เขามักแต่งตัวง่าย ๆ ทำผมง่าย ๆ ใช้ชีวิตง่าย ๆ เพื่อปล่อยให้สมองมีพื้นที่ว่างสำหรับการคิดเรื่องยิ่งใหญ่กว่านั้นแทน สอดคล้องกับงานวิจัยทางประสาทวิทยาที่ออกมายืนยันว่า พฤติกรรม สิ่งแวดล้อม และนิสัยประจำวันมีผลต่อระดับสติปัญญาของมนุษย์มากถึง 40% ซึ่งหมายความว่า ความฉลาดไม่ใช่แค่เรื่องของพันธุกรรม แต่คือวิธีที่เราดูแลและจัดสรรเวลาให้สมองได้พักผ่อน และการนอนก็เป็นหนึ่งในความสำเร็จดังกล่าว
และหากอยากจะดึงศักยภาพของสมองของเรา ออกมาให้ได้มากกว่านี้ ลองเริ่มจากก้าวง่าย ๆ เช่น ไม่ต้องโหมทำงานหนัก ไม่ต้องทุ่มเงินไปกับการซื้อความสุขนอกกายให้มากความ ลองเริ่มจากการห่มผ้า หลับตา และปล่อยตัวปล่อยใจไปสู่ห้วงนิทรา เชื่อว่าเมื่อสมองได้พักผ่อน บางทีอะไรดี ๆ ก็อาจจะตามมาในเช้าวันใหม่ก็เป็นได้
สุดท้ายนี้ ใครพอจะรู้บ้างว่าพฤติกรรมสุดแปลกที่ยกตัวอย่างไว้ช่วงต้นบทความ เป็นของอัจฉริยะท่านไหนกันบ้าง หรือว่าคุณเองก็มี 'นิสัยแปลก ๆ' ที่ซ่อนอยู่เหมือนกัน มาร่วมทายและพูดคุยกันต่อได้ที่ใต้คอมเมนต์นี้เลย
และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากค้นหาวิธีกระระดับการนอนหลับให้มีคุณภาพ ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความเครียดและการโหมงานหนักแบบทุกวันนี้ ขอชวนมาพบกันในงาน Shall We Sleep 2026 จัดโดย The People อ่านรายละเอียดงานและก้าวสู่การพักผ่อนที่ดีขึ้นได้ที่ด้านล่างนี้เลย
.
.
.
คุณจำวันที่ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่า…
"วันนี้พร้อมใช้ชีวิต" ครั้งล่าสุดได้ไหม?
หลายครั้ง เราโทษงานที่หนัก ตารางชีวิตที่แน่น หรือความเครียดที่ถาโถม จนลืมไปว่าจุดเริ่มต้นของวันที่ดี อาจเริ่มตั้งแต่คืนก่อนหน้า
The People ขอชวนคุณมาร่วมงาน
Shall We Sleep 2026
GOOD NIGHT Better Life
พื้นที่ที่ชวนทุกคนกลับมาทำความเข้าใจ "การนอน" ในมิติที่ลึกกว่าการหลับให้ครบ 8 ชั่วโมง ผ่านบทสนทนากับผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์ที่ได้ลงมือสัมผัส และแรงบันดาลใจที่จะทำให้คุณมองการพักผ่อนในมุมใหม่
เพราะการนอนที่ดี ไม่ใช่เพียงการพักร่างกาย แต่คือการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในวันรุ่งขึ้น
ภายในงาน คุณจะได้กลับบ้านพร้อม
- ความเข้าใจใหม่ว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้คุณนอนไม่เต็มอิ่ม
- วิธีดูแลการนอนที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
- มุมมองใหม่ต่อการพักผ่อน สุขภาพ และคุณภาพชีวิต
แรงบันดาลใจในการเริ่มต้นดูแลตัวเอง ผ่านสิ่งที่เราใช้เวลาร่วมกับมันมากที่สุด "การนอน"
หากคุณเชื่อว่า ชีวิตที่ดี ไม่ได้เกิดจากการทำงานหนักเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ งานนี้คือพื้นที่ที่คุณไม่ควรพลาด
📅 วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2026
🕜 เวลา 13.30 – 17.30 น.
📍 Gaysorn Urban Resort
แล้วมาค้นพบไปด้วยกันว่า
GOOD NIGHT Better Life
เพราะคืนที่ดี คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดี
ติดตามรายละเอียดการลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ ทุกแพลตฟอร์มของ The People ได้เร็ว ๆ นี้
สำหรับพาร์ทเนอร์ที่มีความสนใจและอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน สามารถติดต่อได้ที่
อ้างอิง
10 Things You Don't Know About Albert Einstein.
From Aristotle to Einstein: a brief history of power nappers.