ฝั่ง เกรียงไกร ชีช่วง ประธานสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลใน 5 ประเด็นสำคัญต่อไปนี้
- ขอให้รัฐบาลสนับสนุนการดำเนินการขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ให้เป็นไปอย่างทั่วถึง โปร่งใส และเข้าถึงทุกชุมชนโดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล และกลุ่มชาติพันธุ์ขนาดเล็ก
- เร่งจัดตั้งสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ตามกรอบเวลาของกฎหมาย ให้เกิดกลไกการมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม
- ขอให้บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานของรัฐ โดยใช้พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ฯ เป็นกรอบในการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อขจัดอคติทางชาติพันธุ์ที่เกิดขึ้น
- ขอให้ส่งเสริมศักยภาพการใช้ทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาและทรัพยากรการจัดการตนเอง เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่ดี นำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี
- ขอให้รัฐบาลรักษาพื้นที่แห่งการรับฟังความคิดเห็น และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ให้การดำเนินการตามพ.ร.บ.ชาติพันธุ์ฯ เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐกับประชาชนอย่างแท้จริง
โดยทางซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ได้ขานรับข้อเสนอของทางสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย และประกาศแนวนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม ว่าทางรัฐบาลจะสนับสนุนให้การขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และรัฐบาลจะผลักดันให้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นพลังของชาติ ตามนโยบาย “Culture for Opportunity” (วัฒนธรรมสร้างโอกาส) ทั้งโอกาสในการสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมมุ่งเปลี่ยนผ่านจากการทำงานแบบหน่วยงานเดี่ยว ไปสู่การบูรณาการร่วมมือกับเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ให้สอดคล้องกับกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศ
“การขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นกระบวนการสำคัญที่จะนำไปสู่การเลือกผู้แทน เพื่อจัดตั้งสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย โดยสภาคุ้มครองฯ มีบทบาทเป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือระดับนโยบายระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์กับภาครัฐ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวย้ำ
ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นไปตามมาตรา 21 ของพ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดตั้งสภาคุ้มครองฯ โดยกำหนดให้สมาชิกสภาฯ ต้องมาจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่ขึ้นทะเบียนกับ ศมส. คัดเลือกกันเองกลุ่มละไม่เกิน 5 คน รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 300 คน สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ที่ประสงค์จะมีสมาชิกในสภาคุ้มครองฯ จะต้องจัดประชุมเพื่อตกลงมอบหมายผู้แทนมาดำเนินการขึ้นทะเบียนในนามกลุ่มก่อนเข้าสู่กระบวนการเลือกผู้แทนต่อไป